2007/Aug/26

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ หากเขาก็ยังนั่งท่าเดิมอยู่นาน

จนแสงรำไรของพระอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านบานหน้าต่างห้องครัวเข้ามา

จะดับแสงลงจนมืดสนิท แม้จะมีเสียงฝีเท้าเล็กๆเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

ก็ไม่อาจทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเองได้

ยูชอน เสียงเล็กใสราวระฆังแก้วเรียกสติของเขากลับคืนมา

มือเล็กๆเอื้อมมาดึงมือเขาให้ลุกขึ้น ซึ่งเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย

จุนซู

เสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงเงียบไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ทั้งๆที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนทั้งสองคนต้องทะเลาะกันแท้ๆ

แต่ตัวเขากลับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นไปห้ามปรามได้เลย

อาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นภายในใจ

ที่เขาเป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง

หากเขาเข้มแข็งกว่านี้... ทุกคนในบ้านก็คงไม่ต้องทุกข์ร้อนกับเรื่องของเขา

จนต้องส่งแจจุงเข้ามาปลอบใจให้เขารู้สึกดีขึ้น

หากเพียงเขาเข้มแข็งกว่านี้... แจจุงก็คงไม่ต้องมากอดปลอบประโลม

จนทำให้ยุนโฮเข้าใจผิดแบบนี้

หากเพียงแค่เขาเข้มแข็งกว่านี้...

เขาคงจะไม่ต้องเป็น ภาระ ของเพื่อนมากมายขนาดนี้

หากเพียงเขาเข้มแข็งกว่านี้...เท่านั้น

เขาน่าจะรู้...ว่ายุนโฮขี้หึงอย่างรุนแรงแค่ไหน

ทุกครั้งที่เขาเข้าไปใกล้ชิดแจจุงมากๆ ยุนโฮจะไม่พอใจเสมอ

เขาน่าจะรู้จักคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของเขาดีกว่าใคร

แต่เขาก็พลาดไป...

เขาทำให้ยุนโฮทะเลาะกับแจจุงรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ทุกอย่างเกิดขึ้นก็เพราะเขา ทุกอย่างเลวร้ายมากมายขนาดนี้...เพราะเขา

พวกเขาเป็นยังไงบ้าง ถามทั้งๆที่น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว จุนซูส่ายหน้าไปมาช้าๆ

แย่กว่าที่คิด ตอนนี้แจจุงเอาแต่ร้องไห้อยู่ในห้อง

ส่วนยุนโฮก็ผลุนผลันออกไปไหนแล้วก็ไม่รู้

แย่กว่าที่คิดจริงๆ แย่มากจริงๆ เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย

ฉันจะทำยังไงดีจุนซู ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉัน...เสียใจ

อืม...ฉันรู้

ใบหน้าเนียนใสยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

น่าแปลกที่เขาควรจะเจ็บปวดที่เห็นจุนซูอยู่ใกล้มากมายขนาดนี้

รอยยิ้มอ่อนใสที่เห็นครั้งใดก็เจ็บราวกับถูกมีดกรีดแทง

ตอนนี้กลับไม่ให้ความรู้สึกแบบนั้นมากเท่าที่คิด

กลับมีบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่า

สายตาของเพื่อนรักที่ฉายชัดออกมาถึงความไม่ไว้ใจ โกรธเคือง

และผิดหวังอย่างรุนแรงนั่นต่างหาก ที่ทำให้เขาเจ็บร้าวยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยพบมา

นายบอกฉันว่าฉันเป็นเพื่อนรักของนาย

แต่ความไว้วางใจในตัวฉัน นายมีแค่นั้นเองหรอยุนโฮ...

คำว่าเพื่อนรักที่นายมอบให้ มันซื้อความไว้ใจของนายไม่ได้เลยใช่ไหม...

ไปพักผ่อนเถอะยูชอน วันนี้นายเหนื่อยมามากพอแล้ว

ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไปดูแจจุงเอง

มือเล็กกระชับมือเขาแนบแน่นราวกับจะปลุกปลอบให้กำลังใจ

เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินตามคนตัวเล็กออกไป

++++++++++++++++++++++++++++

เสียงรถที่แล่นฝ่าความมืดเข้ามาในเวลาเกือบตี 2 ทำให้ยูชอนลุกขึ้นนั่งในทันที

ไม่ใช่ว่ารถสปอร์ตคันหรูราคาเหยียบสิบล้านของยุนโฮ

จะเสียงดังจนทำให้เขาตื่นขึ้นมาหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะเขายังไม่นอนเลยต่างหาก

จะให้เขาหลับลงได้ยังไงในเมื่อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายุนโฮหายไปไหน

คิดไปสารพัดด้วยความเป็นห่วง

เพราะคนอารมณ์ร้อนอย่างยุนโฮยามโกรธมักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้เสมอ

เมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาหน้าบ้านก็ทำให้อุ่นใจขึ้น

แต่ยูชอนก็ยังนั่งรอฟังเสียงเปิดปิดประตูห้องนอนห้องข้างๆ

เพื่อให้คลายใจว่าร่างสูงกลับเข้าที่พักของตัวเองอย่างเรียบร้อย

หากเวลาผ่านไปกว่า 10 นาที...ก็ยังมีแต่ความเงียบคงเดิม

เอ...หรือยุนโฮจะเป็นอะไร

คิดแล้วร่างโปร่งก็ลุกออกจากที่นอนไปทันที

มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตูออกอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท

หากยังไม่ทันที่ประตูจะเปิดออกจนสุด

แรงจากร่างสูงหนาที่โถมเข้ามาเต็มๆก็ทำให้เขาเซถอยไปหลายก้าวเลยทีเดียว

กลิ่นเหล้าที่โชยมาแตะจมูกรุนแรงจนทำให้ใบหน้าขาวจัดถึงกับเบือนหน้าหนี

นี่นายเมาขนาดนี้เลยหรอ ยุนโฮ นายได้ยินฉันไหม

เรียกทั้งๆที่ประคองคนตรงหน้าไว้อย่างทุลักทุเล

จริงอยู่ที่ยุนโฮกับเขาจะมีส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกัน แต่ตัวยุนโฮก็หนากว่าเขาพอสมควร

และข้อเท้าขวาเขาก็ยังร้าวระบมจากการกระแทกกับขาโต๊ะในห้องครัวเมื่อตอนเย็น

จึงทำให้ลำบากพอสมควรกับการประคับประคองไม่ให้ล้มไปทั้งคู่

อื้อ...ใครน่ะ อย่ามายุ่งกับฉันน๊าา...

เสียงลากยาวยานคางบ่งบอกถึงสภาวะการเมา

ที่เข้าขั้นจะขาดสติอยู่มะรอมมะร่อได้เป็นอย่างดี

ยูชอนส่ายหน้าช้าๆก่อนจะประคองร่างสูงให้ไปถึงเตียงนอนให้ได้

นี่เมาจนลืมเพื่อนไปเลยหรือไง ก็ฉันไง...ยูชอน เฮ้ย!!

สิ้นเสียงยูชอนก็ต้องตกใจ เมื่อร่างหนาโถมเข้ามาหาทั้งตัวอีกครั้งเต็มๆ

โดยที่คราวนี้เขาไม่ได้เตรียมตั้งรับเลยสักนิด

ผลก็คือร่างของทั้งคู่หล่นตุบลงไปบนเตียงกว้าง

หากแย่หน่อยที่เขาเป็นคนที่ถูกไอ้เพื่อนที่เมาไม่รู้เรื่องนี่ทับไว้เท่านั้น

แรงกระแทกทำให้ยูชอนจุกจนแทบพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว

ยูชอน...โบแจบอกเลิกกับฉันแล้ว ยูชอน...ฉันจะทำยังไงดี

วงแขนแกร่งตวัดรัดร่างของเขาแน่นราวกับต้องการที่พึ่ง

เสียงแหบพร่าสั่นเครือที่บอกเล่าทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว

นี่มันร้ายแรงขนาดนี้เลยหรอ

ยุนโฮ ทำใจดีๆไว้ก่อน แจจุงอาจจะไม่...

เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดออกมาอย่างเต็มที่

หากในหัวของเขากลับขาวโพลนไปหมด จนไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้

แจจุงทนฉันไม่ได้ แจบอกว่าเขาทนรับอารมณ์คนแบบฉันไม่ได้อีกแล้ว

แจขอให้ฉันกลับไปเป็นเพื่อนเขาเหมือนเดิม

ฉันทำไม่ได้ยูชอน ฉันทำใจรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้

ถ้อยคำที่พร่างพรูออกมาจากริมฝีปากได้รูปของเพื่อนสนิท

ทำให้ยูชอนถึงกับอึ้งไปนาน

คำว่า เพื่อน ที่ได้ยินจากปากของคนที่เรารัก มันเจ็บปวดมากแค่ไหน...เขารู้ดีที่สุด

มันเจ็บ เจ็บยังกับมีคนเอามีดเป็นร้อยเล่มมาปักเข้าที่หัวใจ

มันเจ็บเหมือนใจจะขาดให้ได้ มันเหมือนกับจะหยุดหายใจ นายเข้าใจฉันไหม

ความชื้นแฉะที่หัวไหล่บ่งบอกถึงความทรมานของเพื่อนของเขาได้เป็นอย่างดี

ยุนโฮที่แทบไม่เคยเสียน้ำตาให้กับใคร กำลังร่ำไห้แทบขาดใจอยู่กับซอกไหล่ของเขา

มือเรียวยกขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างของเพื่อนสนิทอย่างแผ่วเบา

อย่าร้องยุนโฮ อย่าร้อง... บอกทั้งๆที่น้ำเสียงตัวเองก็สั่นเครือไม่แพ้กัน

ทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าการที่คนที่ตัวเองรักหมดหัวใจปฏิเสธความรักมันเป็นอย่างไร

...มันเจ็บแค่ไหน...

เพราะเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียยิ่งกว่าใครถึงได้พูดไม่ออกอยู่อย่างนี้

มีคำพูดมากมายที่อยากจะปลอบใจเพื่อนรักของเขา

หากกลับมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่หลั่งออกมาแทนคำพูดทั้งหมด

โบแจไม่รักฉันอีกแล้ว ฉันไม่เหลือใครอีกแล้วยูชอน

ฉันไม่มีค่าอะไร...ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

แขนเรียวกระชับร่างหนาแน่นเข้า

เพื่อให้ยุนโฮหยุดคำพูดถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจตัวเองเสียที

อย่าพูดแบบนั้นยุนโฮ...

//นายมีค่าสำหรับพวกเราเสมอ มีค่ามากสำหรับพวกเราทงบังชินกิ มีค่าที่สุดสำหรับฉัน//

นายเคยพูดแบบนี้กับฉันจำได้ไหม ฉันขอบอกกับนายด้วยประโยคเดียวกัน

เพราะฉันก็รู้สึกเหมือนกับนาย

คำพูดที่กลั่นกรองออกมาจากจิตใจ ทำให้ดวงตาคมที่เต็มไปด้วยน้ำตาเงยขึ้น

สบกับตาเรียวที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาไม่แพ้กันนั้นช้าๆ

ก่อนริมฝีปากได้รูปจะเลื่อนไปประทับเข้ากับริมฝีปากแดงสดของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

ตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างสุดขีด

ก่อนจะผลักดันไหล่กว้างให้ห่างออกจากตัวเองทันที!

นี่นายทำอะไรน่ะ!! ฉันไม่ใช่แจจุงนะ นายเมาจนขาดสติไปแล้วหรือไง!!

หากการตอบรับของคำถามนั้น

กลับเป็นมือหนาที่ยกขึ้นมาปลดมือที่ผลักยันร่างของตัวเองไว้ช้าๆ

แล้วกดมันลงแนบกับเตียงนอนนุ่มแทน

ฉันแค่ต้องการใครสักคนเท่านั้น ฉันเจ็บ

ฉันแค่ต้องการใครสักคนที่จะอยู่ข้างๆฉัน...รักฉัน เป็นนายไม่ได้หรอยูชอน

คำขอที่ออกมาจากปากของเพื่อนสนิท มันมากมายเกินกว่าที่ยูชอนจะรับไหว

แต่เขาก็รู้ดี...

ว่าหากคำตอบจากปากของเขาคือ ไม่

หัวหน้าวงคนเก่งของใครต่อใครคงจะแตกสลายลงต่อหน้าเขาแน่ๆ

ตอนนี้ยุนโฮเปราะบางเกินกว่าที่จะรับคำปฏิเสธจากใครอีกแล้ว

ความเจ็บปวดที่ได้รับอาจจะทำให้ยุนโฮเป็นคนที่อยู่อย่างไร้หัวใจแบบเขาก็ได้

แค่เขาคนเดียวก็เกินพอแล้ว...

เขาไม่อยากเห็นเพื่อนรักของเขามามีสภาพเดียวกับเขา...แบบนี้

ดวงตาเรียวปิดลงอย่างช้าๆ

เมื่อใบหน้าหล่อคมของอีกฝ่ายเคลื่อนเข้าใกล้เข้ามาอีกครั้ง

หากคราวนี้มือที่เคยยกขึ้นขัดขวางอีกฝ่ายกลับกลายเป็นจับยึดผ้าปูที่นอนไว้แน่นแทน

หากมันทำให้นายดีขึ้น...

หากมันพอจะแลกกับหัวใจที่แตกสลาย...

หากมันมีค่าพอที่จะแลกกับน้ำตาของนายได้...

ไม่ว่าสิ่งที่นายขอจะยากเย็นสักแค่ไหน

ไม่ว่ามันจะฝืนใจสักเท่าไหร่ ฉันก็จะทำให้...ยุนโฮ

++++++++++++++++++++++++++++

ปลายนิ้วเรียวแข็งแรงยกขึ้นเกลี่ยคราบน้ำตา

ที่เปรอะเปื้อนใบหน้าขาวจัดออกให้อย่างแผ่วเบา

ด้วยกลัวว่าจะเป็นการรบกวนร่างโปร่งที่หลับสนิทอยู่ข้างกาย

ริมฝีปากได้รูปกดเป็นรอยยิ้มพึงใจ

เมื่อคิดหวนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี้

ริมฝีปากแดงสดที่เห่อบวมขึ้นจากแรงกดจูบครั้งแล้วครั้งเล่า

ร่างเพรียวที่สั่นระริกทุกครั้งที่เขาลากไล้ริมฝีปากพาดผ่านพร้อมกับฝากฝังรอยไว้ทุกที่

จนผิวกายขาวจัดนวลเนียนนั้นแต่งแต้มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง

นัยน์ตาเรียวฉายแววตื่นกลัว สับสน ยามที่เขามอบสัมผัสที่ไม่เคยคุ้นให้

และใบหน้าขาวจัดที่แดงเรื่อขึ้นด้วยแรงอารมณ์

หากกลับนองไปด้วยน้ำตายามที่เขาเข้าครอบครองเป็นเจ้าของ

เสียงครางเครือด้วยความเจ็บปวดผสานอารมณ์หวาม

ทำให้อารมณ์ของเขาถูกกระตุ้นไปจนถึงขีดสุด

จนตักตวงจากร่างที่บางกว่านั้นนับครั้งไม่ถ้วน

ทั้งๆที่ควรจะหักห้ามใจ

แต่หากเมื่อเจอกับความไม่คุ้นเคยที่แสดงออกมาอย่างใสบริสุทธิ์นั้น

ก็ยิ่งฉุดสติและอารมณ์ของเขาให้กระเจิดกระเจิง

อื้อ พอ...พอที ยุน...ยุนโฮ

มะ...มะ...ไม่ไหวแล้ว พอ...

ยุน...อื้อ ยุนโฮ

เสียงครางเครือที่เรียกชื่อเขาอย่างต้องการจะให้หยุด

หากกลับยิ่งทำให้เขากระทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

จนร่างข้างใต้แน่นิ่งไปเนื่องจากไม่อาจทนรองรับอารมณ์ของเขาต่อไปได้อีก

นั่นแหละยุนโฮถึงได้หยุดทุกอย่างลง

ก็ยิ่งได้ลิ้มรส...ก็ยิ่งติดใจ

ยิ่งได้ลูบไล้...ยิ่งไม่อาจถอดถอน

ยิ่งได้จมลึกประสานเป็นหนึ่งเดียวกับอีกฝ่าย

ก็ยิ่งไม่อาจดึงตัวเองออกมาจากห้วงเสน่หานั้นได้...

ยุนโฮยิ้มให้กับตัวเองอีกครั้ง

ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะแนบลงจุมพิตหน้าผากขาวใสอย่างอ่อนโยนที่สุด

ขอบใจนะ...ยูชอน

++++++++++++++++++++++++++++

เสียงเปิดประตูเบาๆทำให้คนที่ที่เท้าแขนกับกรอบหน้าต่างตรงระเบียงทางเดิน

หันกลับไปมองทันที หากเมื่อเห็นว่าเป็นใค

ใบหน้าสวยหวานก็หันกลับไปสนใจวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนภายนอกต่อ

ไง สำเร็จแล้วล่ะสิ

อืม... เสียงทุ้มตอบรับเบาๆ หากในน้ำเสียงบ่งบอกชัดถึงความพอใจอย่างเต็มเปี่ยม

อาการมีความสุขจนออกนอกหน้าทำให้แจจุงอดเหน็บเข้าให้ไม่ได้

น่าสงสารยูชอนจริงๆเลย นี่คงไม่สะกิดใจเลยสินะว่า

คนที่ได้ชื่อว่าเป็น เพื่อนรัก ของตัวเอง จะร้ายกาจขนาดนี้

เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นข้างหลังร่างเพรียวสวย

ก่อนร่างสูงจะหันหลังพิงฝาผนังข้างๆกรอบหน้าต่างนั้น

สายตาคมจับจ้องไปที่บานประตูห้องนอนที่ตนเองพึ่งออกมาอย่างพึงใจเป็นที่สุด

ไม่เห็นจะร้ายกาจตรงไหนเลย

ฉันก็แค่พยายามทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่ง ความรักของฉัน ก็เท่านั้น

ไอ้การที่นายแกล้งทำเป็นแฟนฉัน แล้วก็แสดงออกว่ารักฉันมากมายปานจะกลืนกิน

ก่อนจะถูกฉันทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเสียใจจนแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน

เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากเจ้าคนขี้สงสารนั่นน่ะนะ ไม่ร้ายกาจ

ริมฝีปากสวยบิดหยันอย่างหมั่นใส้เต็มที่

โห...ยุนโฮ ฉันมั่นใจเลยว่า ในโลกนี้มีไม่กี่คนหรอก

ที่จะคิดแผนการได้เจ้าเล่ห์ชั่วร้ายแบบนาย

แม้จะถูกประชดประชัน หากยุนโฮก็ยังคงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน

ก็สิ่งที่ได้มา...

มันมากมายพอที่จะทำให้เขาเลิกหงุดหงิดใครต่อใครไปเป็นปีๆเลยทีเดียวนี่

ก็มันไม่มีทางเลือกนี่นา

ใช่...สำหรับเขา มันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ

อันที่จริงเขาก็อยากจะใช้วิธีที่ขาวสะอาด

เหมือนอย่างที่ยูชอนสารภาพรักกับจุนซูอยู่หรอกนะ

หากเขาก็รู้ว่า คำตอบที่เขาจะได้รับ

มันก็จะไม่ต่างอะไรกับคำตอบที่ยูชอนได้รับจากเจ้าโลมาน้อยนั่นแน่นอน

เขาไม่อยากจะเสี่ยง...ยูชอนรักจุนซูหมดหัวใจแค่ไหนใครๆก็รู้

...และเขาที่เป็นเพื่อนสนิทก็รู้ดีที่สุด...

ซึ่งหากเขาเสี่ยงบอกรักออกไปนอกจากจะสูญเสีย ความรัก แล้ว

เขาก็อาจจะสูญเสีย เพื่อนรัก ไปด้วยก็ได้

ยูชอนอาจจะเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะรักใครอย่างตรงไปตรงมา

และยอมรับความเจ็บปวดเมื่อผิดหวังแต่โดยดี...หากเขาไม่

เขาไม่พร้อมที่จะสูญเสียความรักของเขาให้ใครทั้งนั้น!!

ดังนั้น...ไม่ว่าการกระทำของเขาจะมีคนประณามว่าสกปรกแค่ไหน

...เขาก็พร้อมที่จะยอมรับ

ขอเพียงได้มาซึ่งคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจมาไว้ในมือเท่านั้น

ต่อให้เขาต้องชั่วช้าหรือเลวร้ายกว่านี้สักเท่าไหร่...เขาก็จะทำ

เอาน่า...อย่างน้อยๆเจ้าเด็กสองคนนั่นจะได้เลิกกังวลกับเรื่องของฉันเสียที

เห็นลุ้นกันจนตัวโก่งเลยนี่

ตากลมสวยตวัดค้อนคำพูดของร่างสูงเข้าให้

ใช่สิ...ไอ้แผนการเนี๊ยะ ทำเอาแรกๆทุกคนในบ้านนั่งกันแทบไม่ติดเลยทีเดียว

เจ้าโลมาน้อยของเขาก็ไม่เห็นด้วยเลยสักนิด

เพราะเจ้านั่นเกลียดการโกหกหลอกลวงเป็นที่สุด

หากสุดท้ายก็ต้องยอมร่วมมือเพราะเห็นใจในความรักของยุนโฮ

และก็รู้สึกผิดกับยูชอนที่ต้องปฏิเสธความสัมพันธ์ฉันท์คนรักไป

ซึ่งเจ้าตัวเล็กของเขาก็ขอข้อแลกเปลี่ยนกับยุนโฮไว้หนึ่งข้อแลกกับการร่วมมือครั้งนี้ว่า

นายต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดนะยุนโฮ ห้ามให้ฉันเห็นน้ำตาของยูชอนอีกเด็ดขาด

ยูชอนเจ็บมามากพอแล้ว นายสัญญากับฉันได้ไหม

คำตอบรับอันหนักแน่นจากหัวหน้าวงทำให้เจ้าตัวเล็กสบายใจและยอมร่วมมือในที่สุด

นี่ถ้ารู้ว่าเรื่องที่ลุ้นกันมาหลายเดือนนี้สำเร็จแล้ว

เจ้าหนูชางมินกับเจ้าโลมาน้อยคงกอดคอฉลองกันใหญ่แน่ๆ

สำหรับฉัน สิ่งที่ดีที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่ได้เลิกเสแสร้ง

แกล้งทำเป็นแฟนกับคนซาดิสม์อย่างนายนี่แหละ

คนอะไร...หึงรุนแรงชะมัด แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ

กลัวยูชอนมันจะลอกติดมือเขามาหรือไงกัน

นี่ดูสิ...ต้นแขนเขายังแดงช้ำอยู่เลย มองนิดมองหน่อยก็โกรธ แตะนิดแตะหน่อยก็ว่า

แบบเนี๊ยะ...เอาเจ้าคนหน้าขาวปากแดงนั่นขังกรงไว้ดูคนเดียวเลยเป็นไง ฮึ่ม...

แต่ก็ดีไม่ใช่หรอ นายจะได้สวีทกับเจ้าโลมาน้อยของนายได้อย่างเปิดเผยเสียที

ของนายก็ใช่ย่อยนี่ ฉันกอดนายแน่นหน่อย ก็มองฉันตาขวางเชียว

ฉันเห็นนะว่าบางทีเจ้าตัวเล็กนั่นแอบหนีไปร้องไห้ให้นายตามไปปลอบใจบ่อยๆน่ะ

ริมฝีปากบางสวยยกเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อคิดไปถึงคนที่รัก

จริงสินะ...เจ้าโลมาน้อยของเขาจะได้มีความสุขกับเขาอย่างเต็มที่เสียที

ไม่ได้เห็นรอยยิ้มใสๆ

เสียงหัวเราะที่บาดใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันมานานแค่ไหนแล้วนะ

หายกันแล้วนะยุนโฮ ฉันตอบแทนนายเรื่องจุนซูแล้วนะ

คำพูดของแจจุงทำให้ริมฝีปากได้รูปสวยกดลึกเป็นรอยยิ้มร้าย

ใช่... ถึงแม้ว่าคนในบ้านทั้งหมดจะรู้ถึงแผนการที่เขาวางเอาไว้เพื่อให้ได้ยูชอนมา

หากยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่มีเพียงเขากับแจจุงเท่านั้นที่รู้...

นั่นคือเรื่องที่ว่า ทำไมเจ้าโลมาน้อยที่ดูมีใจเอนเอียงไปทางยูชอนหนักหนา

...ถึงได้ปฏิเสธความรักที่ยูชอนมอบให้

แล้วทำไมจึงเป็นแจจุงที่มีโอกาสน้อยกว่า...เป็นคนได้จุนซูไป

นี่มันอะไรกันยุนโฮ ภาพยูชอนกับผู้หญิงคนนี้

เสียงหวานใสสั่นเครือเมื่อเห็นภาพร่างสูงโปร่งคุ้นตา

ประคองกอดกับนางแบบมีชื่อคนหนึ่งอย่างแนบชิด

ริมฝีปากของคนทั้งคู่ประทับกันแนบสนิทอย่างน่าอิจฉา

ยุนโฮรีบแย่งมันออกมาจากมือเล็กทันที

ขอโทษนะจุนซู ฉันเก็บไม่ดีเอง ฉันไม่อยากให้นายได้เห็นมันเลย

และ

ยุนโฮ ดึกขนาดนี้แล้วยูชอนยังไม่กลับอีกหรอ

ตากลมโตใสแจ๋วเอ่ยถามขณะชะเง้อมองไปทางประตูบ้าน

อ่อ วันนี้ยูชอนไปกับอึนเฮ อ๊ะ...เอ่อ...ไปกับเพื่อนที่กองถ่ายน่ะ

คำพูดของยุนโฮที่หลุดออกมาทำให้ใบหน้าหวานใสเจื่อนลงทันที

และ

ฮัลโหลยูชอนนี่ คืนนี้อย่าลืมพบกันที่เดิมนะคะ

เมื่อคราวที่แล้วคุณหนีกลับไปก่อนที่ฉันจะตื่นได้ยังไง

ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอคุณอยู่ข้างๆมันเหงามากนะ

ยังไงคืนนี้คุณต้องอยู่กับฉันจนถึงเช้าด้วย

เสียงหวานหยดที่ออดอ้อนผ่านทางสายโทรศัพท์มา

ทำเอาจุนซูแทบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ

ขอ...ขอโทษครับ ยูชอนลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านครับ

ร่างเล็กบอกก่อนจะตัดสาย

แล้ววิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างไม่ต้องการจะรับรู้อะไรอีก

และไม่ถึง 10 นาที... โทรศัพท์อีกเครื่องก็ดังขึ้น!

มือเรียวแข็งแรงยกขึ้นมากดรับทันที ริมฝีปากหยักสวยกดเป็นรอยยิ้มสมใจ

อืม ขอบใจมากลิน่า เธอทำได้เยี่ยมจริงๆ

อ้อ...และฝากขอบคุณสเตฟานี่ด้วยนะ

สำหรับการตัดต่อภาพที่เหมือนจริงจนดูไม่ออกนั่นน่ะ

และสุดท้าย ความพยายามของเขาก็ประสบผลสำเร็จเมื่อ...

ฉันรักจุนซูนะ รักมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ยิ่งเห็นฉันก็ยิ่งรักจุนซูมากขึ้นทุกวัน

คบกับฉันเถอะนะจุนซู ฉันสัญญา...ฉันจะไม่ทำให้นายเสียใจ

อืม...ฉันจะคบกับนาย...แจจุง รักฉันให้มากๆด้วยนะ

ในที่สุด...จุนซูก็เลือกแจจุง

เลือกคนที่มั่นคงต่อความรักอย่างไม่สั่นคลอน

มากกว่าคนที่เจ้าชู้หลายใจในสายตาของจุนซูอย่างยูชอน

ขอโทษนะจุนซู เพราะหากนายเป็นคนที่สมหวังในรัก ฉันก็คงจะเป็นคนที่ผิดหวัง

และฉัน...ก็จะไม่ยอมเป็นคนๆนั้นอย่างเด็ดขาด

ยูชอนจะเป็นของใครไปไม่ได้...นอกจากฉันเท่านั้น!!

.

.

.

.

.

คุณเชื่อไหม...

ว่าคำว่า ความรัก จะทำให้คนที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด...คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุด

...รู้จักคำว่า เสียสละ ได้

และคำว่า ความรัก นี่แหละ...ที่ทำให้คนที่เป็นสุภาพบุรุษ...เสียสละมาตลอด

...รู้จักคำว่า เห็นแก่ตัว ได้เหมือนกัน

คำว่า ความรัก ...อาจจะทำให้คนๆหนึ่งซึ่งแข็งกร้าวกระด้างกว่าใคร

...อ่อนโยนจนถึงที่สุดได้

และคำๆเดียวกันนี้เอง...อาจจะทำให้คนที่สุภาพอ่อนโยนอย่างที่สุด

...ร้ายกาจ อย่างไม่น่าเชื่อ...ได้เช่นกัน

แล้วคุณรู้หรือยังว่า ความรัก ของคนอย่างผม เป็นแบบไหน?

++++++++++++++++++++++++++++

~~END~~

~@Talk@~

ไม่อยากจะบ่นเลยว่า

การทำ Blog นี่มันยากส์สุดๆไปเลย (สำหรับมนุษย์โลเทคฯอย่างเรา)

กว่าจะทำได้แต่ละขั้นแต่ละตอน...เกือบตาย

คิดแล้วก็ไม่น่าริจะมี Blog เป็นของตัวเองเลยจิงๆให้ตาย เง้อออออ T_T

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
รู้มั้ยว่าเทอทำเรางง!!!!!!

อิอิ ไม่ได้อะไรหรอก

แค่เทอสลับคู่ไม่เท่าไหร่

แต่เทอเล่นเมะกะเมะ เคะกะเคะ เลยนี่สิ

และยังแต่งเรื่องได้ซับซ้อนได้ใจมากเลย

เป็นประสบการณ์ที่เราจะไม่ลืม อิอิ

นุ้งเซีย น่ารักได้อีกง่า (เพ้อค่ะเพ้อ)

รักยูชอน รักจุนซู รักยูซู ค้า.....

ชอบมาๆเลยค่ะ แล้วจะติดตามเรื่องอื่นๆต่อนะคะ

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile
#1  by  Levi (202.28.78.130) At 2007-12-17 15:26, 
eum...
euh...
hummmmmmmmmm
pas beaucoup chose à dire..
l histoire est hyper bien mais..
tu vois..
tu mets yoochun avec yunho..
et jaejoung avec junsu..
ce qui me choque un.. un peu énormément..
T^T
mais bon..
c est un souvenir que je n oublierais jamais..
merci merci
surprised smile
bizouxx
#2  by  pat (83.182.202.164) At 2008-01-04 02:55, 
โห...

คุณพ่อคุณแม่ของวงนี่ร้ายกว่าที่คิดซะอีก

โดยเฉพาะแจจุง....
#3  by  pukpods At 2008-06-26 22:11, 

<< Home