2007/Sep/06

[SF] แทงข้างหลัง...ทะลุถึงหัวใจ [SiHanCin~Siwons Part-End]

@~Talk~@

เพื่อความไม่ค้างคาใจก็ลงไปรวดเดียว 2 Part เลยแล้วกัน
แก้ตัวที่มาลงช้า หวังว่าทุกคนคงจะอภัยให้นะเจ้าคะ (โค้งอย่างสวยงาม)
ติดตามกันต่อเลยดีกว่าว่าเรื่องราวตอนจบของรัก 3 เศร้านี้จะเป็นยังไง

ฝากไว้นิดนึงนะคะ
ว่าหากใครยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ขอแนะนำให้ไปอ่าน
Heechuls Part และ Hankyungs Part ก่อนนะคะ
เพราะจะได้รู้ที่มาที่ไปของเรื่องก่อนค่ะ

หากใครอ่านครบทั้ง 2 Part แล้ว ก็ติดตามกันต่อได้เลย

เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^

[SF] แทงข้างหลัง...ทะลุถึงหัวใจ [SiHanCin~Siwon’s Part-End]

ซีวอนลืมตาตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
เมื่อเอื้อมมือควานไปข้างตัวแล้วไม่พบคนที่กกกอดมาตลอดทั้งคืน
คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆห้องก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

ฮันกยองไปไหน...
อย่าบอกนะว่ากลับไปแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้

เพราะเขารู้ดีว่าความรุนแรงที่เขามอบให้ร่างโปร่งเมื่อคืนนั้น
ไม่น่าจะทำให้ฮันกยองสามารถออกไปไหนได้
หลักฐานที่เด่นชัดก็คือรอยเลือดที่ยังเปราะเป็นวงกว้างอยู่บนเตียงนอนของเขา
มือหนาเอื้อมไปลูบไล้รอยเลือดนั้นอย่างแผ่วเบา
นัยน์ตาคมดำที่แข็งกร้าวเสมอเวลาที่คนที่รักหมดหัวใจอยู่ใกล้ๆ
ในตอนนี้กลับฉายแววเศร้าสะท้อนหัวใจที่แตกสลายของเจ้าตัวแทน

ถึงจะโกรธคนที่ทำร้ายเขาอย่างเลือดเย็นมากมายแค่ไหน
แต่ความรักที่ล้นใจก็ยังมีอิทธิพลมากกว่า
แทบจะใจอ่อนทุกครั้งที่เห็นคนที่ตัวเองปักใจรักร้องไห้
แต่ก็ไม่อาจจะให้อภัยที่คนๆนั้นไม่เคยปราณีกับหัวใจของเขาเลย

หากก็ยังห่วงใยเหลือเกิน ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ
วันนี้มีประชุมด่วนกับมีสเตอร์อีด้วย จะไปไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้

คิดได้ดังนั้นร่างสูงก็ดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนอย่างรวดเร็ว
แค่ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง ว่าฮันกยองไม่เป็นอะไรมากก็ยังดี

เขาต้องไปหาฮันกยอง...เดี๋ยวนี้
.
.
.
.
.
“ซีวอน” ใบหน้าหวานใสเปิดรอยยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเขา
ซีวอนยิ้มให้ก่อนจะยื่นกุหลาบสีแดงช่อโตไปตรงหน้า

“ไม่เจอกันตั้งนาน คิดถึงผมบ้างหรือเปล่าครับ” ถามแล้วก็อดหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้
เมื่อคนตัวเล็กส่ายหน้าปฏิเสธไปมาจนเส้นผมกระจาย

“ใครจะไปคิดถึงนายล่ะไอ้สิงโตบ้า หายไปเกือบเดือนฉันไม่คิดถึงนายหรอก”
บอกทั้งๆที่น้ำตายังคลออยู่เต็มสองตา

ปากแข็ง...
ซีวอนคิดพลางส่ายหน้า ก่อนจะอ้าแขนออกกว้าง
ถึงเขาจะไม่รักคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี่เลย แต่ก็อดที่จะเอ็นดูไม่ได้

“ขอผมกอดหน่อยได้ไหม ถึงฮีชอลจะไม่คิดถึงผม แต่ผมก็คิดถึงเจ้าหญิงของผมนะ”
พูดทั้งๆที่ใจจริงแล้วคนที่เขาคิดถึงอยู่ทุกวินาที
คือคนที่หนีเขากลับมาโดยไม่บอกกล่าวเมื่อเช้าต่างหาก
หาก “ข้อตกลง” ก็คือ “ข้อตกลง”
เมื่อฮันกยองยอมอยู่กับเขา เขาก็ต้องยอมทำดีกับฮีชอลให้เต็มที่
ในฐานะ “คนรัก” ที่แม้ใจจริงจะ “ไม่ได้รัก” เลยก็ตาม

หลังจากที่ร่างในอ้อมแขนโวยวายใส่จนพอใจ
ดวงตากลมหวานนั้นก็ช้อนขึ้นมองเขาอย่างรักใคร่

“ฉันรักนายนะซีวอน”
คำพูดหวานซึ้งหากกลับทำเจ็บลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
ซีวอนกระชับร่างในอ้อมแขนแน่นเข้า ก่อนจะบังคับตัวเองให้ตอบออกไป

“ครับ ผมรู้ ผมก็เหมือนกัน”
แต่หางเสียงก็ยังแผ่วหวิวแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกได้

ขอโทษนะ...ฮีชอล
ขอโทษที่ไม่อาจฝืนตัวเองให้บอกคำว่า “รัก” ออกไปได้
ขอโทษ...ที่ผมตอบแทนความรักของฮีชอลได้เพียงเท่านี้
ทำได้แค่เพียงดูแล เอาใจใส่ เทคแคร์อย่างดีที่สุด
แต่หากอะไรที่มากกว่านั้น ผมก็ไม่สามารถฝืนทำมันได้อีกแล้ว

“ผมต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยวจะสายซะก่อน อ้าว...ฮัน”
แทบจะร้องออกไปอย่างยินดีที่เห็นคนที่ตัวเองตั้งใจมาหาค่อยๆเดินลงมาจากชั้นสอง
ใบหน้าขาวซีดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา หากก็ยังฝืนใจเดินเข้ามาหา

“จะไปประชุมล่ะสิ ดีจังนะฮัน จะได้ไปพร้อมกับซีวอนเลย”
ฮีชอลบอกเสียงร่าเริงก่อนจะหันมาทางเขาอีกครั้ง “นายเอารถมาใช่ไหม”

ซีวอนพยักหน้านิดหนึ่งพลางยิ้มให้
โดยไม่ลืมเผื่อแผ่ไปถึงคนที่ยืนหน้าซีดหลบสายตาเขาอยู่นั่นด้วย

เขาจะคอยดู ว่าฮันกยองจะปฏิเสธที่จะไปกับเขาไหม
ทั้งๆที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่า อย่าว่าแต่ร่วมทางเลย
แม้แต่หน้าเขา ฮันกยองก็คงไม่อยากมองถ้าทำได้
แต่เขาก็จะคอยดู ว่าฮันกยองจะกล้าขัดใจฮีชอลสักครั้งหรือเปล่า

กล้าไหม...ฮันกยอง
กล้าไปกับคนที่นายเกลียดที่สุด เพื่อคนที่นายรักที่สุดไหม...

แล้วก็เป็นดังคาด เมื่อร่างโปร่งที่ทำท่าว่าจะปฏิเสธที่จะไปกับเขานั้น
เพียงแค่ฮีชอลรบเร้านิดหน่อย ก็ใจอ่อนยอมมากับเขาจนได้

หึ...รักเขาเสียจนอะไรนิดอะไรหน่อยก็ปฏิเสธไม่ได้เลยนะ
นี่ถ้าเขาให้นายตายแทน นายก็คงจะไม่ปฏิเสธเลยใช่ไหม


โง่...นายมันโง่ที่สุด ฮันกยอง
แต่หากคนที่โง่ยิ่งกว่านาย...ก็คือฉันเอง

“นึกว่าวันนี้จะลุกไม่ขึ้นเสียอีก เก่งนี่ที่ลุกขึ้นมาได้”
อดเหน็บแนมออกไปไม่ได้เมื่อเข้ามานั่งในรถสปอร์ตของตัวเองเรียบร้อยแล้ว
หากใครอีกคนกลับไม่คิดแม้แต่จะโต้ตอบ
มือเรียวเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้ตรงกระจกหน้ารถของเขาไปกดพิมพ์ข้อความ
ข้อความที่ส่งไปหาใครคนหนึ่ง...คนที่นายรัก

เสียงปุ่มกดข้อความดังขึ้นเบาๆบนรถราวกับต้องการตอกย้ำให้เห็นความจริงตรงหน้า
ว่าแม้ว่าเขาจะได้ครอบครองร่างกายของคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจไว้ได้ก็จริง
หากหัวใจของใครคนนั้น...แม้แต่เศษเสี้ยวก็ไม่เคยอยู่ที่เขาเลย

จะต้องทำยังไงนะ...ฮันกยอง
ให้นายหันมาเหลียวแลหัวใจของฉันบ้าง
นายลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าผู้ชายที่นายประณามว่าโหดร้ายหนักหนานั้น
ความจริงแล้วรักนายมากมายแค่ไหน

หากความเจ็บปวดที่รวดร้าวทรมาน และหนักหนาสาหัสอย่างที่สุด
...เปรียบได้กับการตกนรกแล้วล่ะก็...

นายก็กำลังผลักฉันให้ตกลงไปในนั้น...ฮันกยอง



+++++++++++++++++++++++

“ช้าไป 15 นาที” ทักออกไปทันทีที่เห็นร่างโปร่งเดินเข้ามาในระยะสายตา
“มัวแต่ร่ำลากันอยู่หรือไง ถึงได้มาช้าขนาดนี้ ออกมาค้างข้างนอกคืนเดียว
คงไม่ทำให้เจ้าหญิงของนายถึงกับขาดใจตายหรอกนะ”

คำพูดเชือดเฉือนจิตใจทำให้ดวงตาเรียวคมตวัดมองอย่างไม่พอใจ
หากริมฝีปากอิ่มบางยังคงเม้มแน่นไม่โต้ตอบ
ได้แต่ยืนเฉยอยู่หน้าห้องนอนนั้น โดยไม่คิดที่จะขยับเข้ามาใกล้
หากร่างสูงที่เอนตัวพิงอยู่กับหัวเตียงก็ไม่ได้เดือดร้อน
เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าทำยังไงถึงจะทำให้คนๆนั้นยอมเข้ามาหาแต่โดยดีได้

“โทรศัพท์อยู่นี่ มาเอาไปสิ” มือแกร่งชูโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นหรา
มองอีกฝ่ายด้วยสายตาหมิ่นแคลนเต็มที่ “นายไม่ส่งข้อความหาคนที่รักสักหน่อยหรือไง”

ประชดออกไปทั้งๆที่เจ็บที่สุดก็ไม่พ้นใจของตัวเอง
แต่ก็ยังย้ำ ให้เจ็บ ให้จำ
ให้รู้ว่าในสายตาของคนที่เขารัก ในหัวใจของคนที่เขาโหยหา
ไม่เคยมีเขาอยู่เลยจริงๆ


แต่แม้จะเป็นอย่างนั้น...
ก็ยังรักนายเหลือเกิน...ฮันกยอง
ฉันก็ยังต้องการนายเหลือเกิน

กลีบปากอิ่มบางยิ่งเม้มแน่นขึ้นอย่างชั่งใจ ก่อนจะก้าวช้าๆเข้ามาหาเขา
ก้าวย่างที่ไม่มั่นคงนักนั้น
แทบจะทำลายความอดทนที่มีอยู่อย่างน้อยนิดของชายหนุ่มให้หมดลง

และทันที่คนตัวเล็กกว่าเอื้อมมือเข้ามาเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ไป
เขาก็กระชากแขนอีกฝ่ายกลับแรง จนร่างโปร่งล้มลงบนเตียงกว้าง

“อย่า” ฮันกยองร้องเสียงสั่น
พยามผลักไสร่างสูงที่คร่อมทับร่างตัวเองไว้ให้ออกห่าง
หากเรี่ยวแรงที่ต่างกันทำให้ไม่อาจหลุดพ้นจากวงแขนที่โอบรัดรอบตัวไปได้

“จะห้ามทำไม นายก็รู้ว่านายห้ามฉันไม่ได้ หยุดขออะไรไร้สาระเสียทีเถอะ”
ซีวอนตะคอกใส่ ก่อนจะบดริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มที่กำลังจะส่งเสียงร้องห้ามออกมา
จึงได้ยินเพียงเสียงครางอึกอักในลำคออย่างไม่ยินยอมเท่านั้น
มือใหญ่ลากไล้ไปตามเรือนร่างของคนที่อยู่ข้างใต้ ก่อนจะกระชากแรงเพียงครั้งเดียว
เสื้อเชิตสีอ่อนที่คนตัวบางกว่าสวมใส่อยู่ก็ขาดแล่งติดมือออกมา

“ซีวอน นายเกลียดฉันขนาดนี้เชียวหรอ นายต้องการทำลายฉันให้ได้เลยใช่ไหม”
เสียงเครือสะอื้นที่ดังขึ้นแผ่วๆ ทำให้ร่างสูงหยุดการกระทำทุกอย่างลงในทันที

เมื่อกี๊...ฮันกยองถามเขาว่าอะไรนะ
ถามเขาว่า เขาเกลียดฮันกยองหรือเปล่า ใช่ไหม...
ทำไมถามเขาแบบนั้น ก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง

“เปล่า” ตอบได้แค่นั้น ใบหน้าคมก็โน้มตัวลงมาประกบจูบอีกครั้ง

“ฉันไม่เคยเกลียดนาย ไม่เคย...”
บอกพลางกดจูบย้ำ ซ้ำ ซ้ำ อย่างอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างที่สุด
จะให้เกลียดได้ยังไง ในเมื่อความจริงเขารักคนๆนี้จนแทบจะขาดใจตายให้ได้อยู่แล้ว
รัก...รักมาก มากจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไง

เพราะผู้ชายอย่าง เชว ซีวอน
ผู้ชายที่เกิดมาพร้อมบูรณ์ทุกอย่างไม่ว่าจะหน้าตา การศึกษา หรือฐานะทางสังคม
ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะต้องพยายามไขว่คว้าอะไร
ทุกอย่างที่อยากได้แทบจะมาวางไว้ตรงหน้าทันที

ตั้งแต่เกิดมารู้จักเพียงคำว่า “อยากได้” แล้ว “ต้องได้”
แต่กลับไม่เคยมีใครบอกเขาเลยว่าหาก “ไม่ได้” แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะ “ได้” มา

เพราะไม่เคย “รัก” จึงไม่เคย “รู้”
และกว่าจะ “รู้” ก็เลือกที่จะ “รัก” อย่างผิดๆเสียแล้ว

แต่แม้จะเป็นอย่างนั้น...
ก็ยังรักนายเหลือเกิน...ฮันกยอง
ฉันก็ยังรักนายมากมายเหลือเกิน

หากยังไม่ทันได้เอ่ยปากบอกความในใจออกไปให้ใครอีกคนได้รับรู้
เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอนก็ทำให้เขาตกใจจนแทบจะช็อค

ฮีชอล!!!

“ไม่จริง!!!!!!!!! ไม่!!!!!!!!!!!!” ฮีชอลกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
น้ำตาไหลพร่างพรูจากดวงตาคู่งามราวกับทำนบพัง
ภาพตรงหน้าทำให้ฮีชอลถึงกับควบคุมสติอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่
ร่างบางวิ่งออกไปจากห้องชุดของเขาอย่างรวดเร็ว

“ฮีชอล!!!” ฮันกยองตะโกนเรียกพลางผลักร่างเขาออกห่าง
แล้ววิ่งตามร่างบางที่ลับหายออกไปแล้วทันที
ทิ้งให้เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียงอย่างไม่รู้จะทำยังไง

จบแล้ว...จบแล้วสินะ
ทุกอย่าง...จบลงแล้ว

ในที่สุด...เขาก็ต้องเสียคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจไปแล้ว

ไม่เหลืออีกแล้ว สายใยบางเบาที่ผูกมัดฮันกยองไว้กับเขา
แม้จะเป็นการผูกมัดไว้ด้วยความโหดร้ายและเห็นแก่ตัวสักแค่ไหน
แต่ก็เป็นสิ่งเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ฮันกยองยอมอยู่กับเขาได้
เป็นเพียงสิ่งเดียว ที่จะต่อชีวิตและลมหายใจของเขาให้ยืนยาวออกไปได้

แต่ต่อไปมันคงจะไม่มีอีกแล้ว...


ไม่มีนาย...แล้วฉันจะอยู่ต่อไปได้ยังไง
ไม่มีนาย...แล้วฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อใคร

น้ำใสๆร่วงหล่นจากดวงตาคมอย่างสุดกลั้น
ฝ่ามือหนายกขึ้นปิดหน้าสะอื้นหนัก
ความเจ็บปวดร้าวรานที่ทับถมมาเนิ่นนานทำลายหัวใจเขาจนแหลกยับไม่มีชิ้นดี

ไม่ว่าใครจะว่าเขาเลวร้าย หรือร้ายกาจมากมายเพียงใด
ไม่ว่าใครจะประณามการกระทำของเขาว่าเห็นแก่ตัว และไร้หัวใจก็ตาม
หากเขาก็แค่ทำทุกอย่าง เพราะความรักเท่านั้น

หากความเจ็บปวดที่รวดร้าวทรมาน และหนักหนาสาหัสอย่างที่สุด
...เปรียบได้กับการตกนรกแล้วล่ะก็...

ฉันก็กำลังตกลงไปในนั้นแล้วล่ะ...ฮันกยอง

“ฮีชอล”
ซีวอนเอ่ยเรียกเสียงเบา หลังจากที่ตัดสินใจวิ่งตามคนที่เขารักลงมาจนถึงหน้าคอนโด
และทันได้เห็นฮันกยองถูกคนที่พวกเขาทรยศตบจนใบหน้าขาวนั้นแดงไปทั้งแถบ
ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ร่างโปร่งของคนที่ตัวเองรัก
และได้เห็นดวงตาเรียวฉ่ำน้ำตาที่มองกลับมาที่เขาอย่างเจ็บช้ำ

อย่ามองฉันด้วยสายตาอย่างนั้น...ฮันกยอง
อย่ามองด้วยสายตาที่ตอกย้ำให้ฉันรู้ว่า ฉันทำร้ายนายอย่างหนักหนาสาหัสแค่ไหน
นายไม่รู้หรือไง...
ว่าทุกครั้งที่นายเจ็บ ฉันจะเจ็บปวดมากกว่านายไม่รู้ตั้งกี่เท่า

“นานแค่ไหนแล้ว มันเกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว”
ฮีชอลเอ่ยถามคนที่ได้ชื่อว่ารักอย่างสุดหัวใจด้วยน้ำเสียงร้าวราน
ซีวอนจ้องใบหน้าหวานที่อาบไปด้วยน้ำตาอยู่อึดใจ
ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากตัดรอนอย่างที่สุด


“ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เราคบกัน”


คำตอบของเขาทำให้คนข้างตัวถึงกับหันมามองเขาอีกครั้งทันที
โหดร้ายมากสินะ ใจร้ายมากใช่ไหม
แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยที่จะหลอกใช้ความรู้สึกของใคร
ความรู้สึกของเขาตรงไปตรงมาเสมอ
สิ่งที่เขาพลาดเพียงครั้งเดียวก็คือ
การเสนอ “ข้อตกลง” เพื่อจะผูกมัดคนที่รักเอาไว้ตามที่หัวใจเรียกร้องเท่านั้น

“นายเคยรักฉันบ้างไหม ซีวอน เคยรักฉันบ้างไหม”
ร่างบางสะอื้นถามเสียงแหบระโหย
ใบหน้าหวานอาบไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด
สายฝนที่สาดกระหน่ำยิ่งทำให้ใบหน้าหวานนั้นซีดขาวขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

สงสารอย่างสุดหัวใจ แต่ก็ไม่อาจจะโกหกได้
คำว่า “รัก” คำเดียวเท่านั้นที่เขาจะไม่มีวันโกหกกับใคร

“ผม...ขอโทษ”


“ขอบใจนะ ที่ทำให้ฉันตาสว่างเสียที” ฮีชอลยิ้มทั้งที่น้ำตายังร่วงรินไม่ขาดสาย
ยิ้มให้พวกเขาทั้งๆที่รอยยิ้มนั้นแห้งผากเต็มที
ทั้งๆเป็นรอยยิ้มที่สวยหวานจับใจ หากกลับทำให้คนที่มองเจ็บปวดใจอย่างสาหัส

เขาทำร้ายทั้ง “คนที่รักเขา” และ “คนที่เขารัก” ลงอย่างไม่น่าให้อภัยได้เลย

และโดยที่ไม่มีใครตั้งตัว ร่างบอบบางก็วิ่งฝ่าสายฝนลงไปที่ถนนหน้าคอนโดทันที

“ฮีชอล ระวัง!!!”

ซีวอนและฮันกยองตะโกนขึ้นพร้อมๆกัน เมื่อเห็นรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง
แสงไฟจากหน้ารถที่สาดจ้าทำให้เห็นว่าฮีชอลอยู่ในระยะประทะของรถคันนั้นพอดี
และร่างบางก็ไม่คิดที่จะขยับหนีไปไหน

“ไม่!!!!”

ฮันกยองตะโกนก้องก่อนจะพุ่งตัวเขาไปหาร่างบอบบางที่ยืนนิ่งอยู่กลางถนนนั้น
มือเรียวเอื้อมผลักร่างบอบบางของอีกฝ่ายออกไปจากระยะปะทะ
จนฮีชอลเซไปชนเข้ากับรั้วกั้นตรงขอบถนน
ในขณะที่ฮันกยองกลับไปยืนในตำแหน่งกลางถนนนั้นแทน

“ฮันกยองระวัง!!!” ซีวอนตะโกนสุดเสียงก่อนจะวิ่งออกไปอย่างเต็มฝีเท้า
เพื่อที่จะคว้าร่างที่ยืนนิ่งอยู่กลางถนนนั้นให้ทันให้ได้
แสงไฟจากรถยนต์ความเร็วสูงสาดเข้าสู่สายตาในระยะประชิด
หากซีวอนไม่คิดจะใส่ใจ ขอเพียงคว้าคนที่เป็นเจ้าของหัวใจไว้ได้เท่านั้น

พระเจ้า...อย่าพรากเขาไปจากผมด้วยวิธีนี้เลย
หากจะมีใครสักคนหนึ่งที่จะต้องสูญเสีย ขอให้คนๆนั้นเป็นผมแทนได้ไหม
แม้ต้องแลกด้วยทั้งชีวิตของผม แค่เพียงเขาปลอดภัย
ผมก็ยินดีจะแลกอย่างไม่มีข้อแม้เลย
ได้โปรด...

มือแกร่งเอื้อมคว้าข้อมือบางไว้ได้ หากไม่ทันเสียแล้ว
ระยะรถที่ประชิดเข้ามาทำให้ซีวอนตัดสินใจกระชากแขนเรียวนั้นกลับเต็มแรง
แรงเหวี่ยงไปด้านหลังทำให้ซีวอนต้องก้าวล้ำไปข้างหน้าอีกหลายก้าว
และทันใดนั้นเอง

เอี๊ยด!!!!! โครม!!!!!

“ไม่!!!!!!!” เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นเรียกสติของซีวอนให้กลับมาอีกครั้ง
ดวงตาคมดำปรือขึ้นมองใบหน้าเนียนขาวที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เป็นคำถาม

เกิดอะไรขึ้น...

“ซีวอน!!!”
ฮันกยองเรียกอีกฝ่ายเสียงสั่นในขณะที่ค่อยๆช้อนประคองร่างสูงขึ้นมาไว้แนบอก
“ทำใจดีๆไว้นะ อย่าพึ่งเป็นอะไรนะซีวอน”

ซีวอนนิ่วหน้าลงเล็กน้อย ไม่เข้าใจความหมายที่ฮันกยองพูดกับเขาเลยสักนิดเดียว
หากที่สงสัยยิ่งกว่าก็คือทำไมฮันกยองต้องร้องไห้หนักขนาดนั้นด้วย
น้ำตาไหลพร่างพรูจากดวงตาเรียวไม่ขาดสาย
จนหล่นต้องใบหน้าเขาแข่งกับหยาดน้ำฝนที่ยังกระหน่ำลงมาไม่หยุดหย่อน

เจ็บตรงไหนหรือเปล่าฮันกยอง
อย่าร้อง อย่าร้องไห้อีกเลย...

ริมฝีปากหยักได้รูปพยายามเปล่งเสียงออกมา
เพื่อที่จะปลอบร่างเพรียวที่นั่งกอดเขาไว้แนบอกแล้วร้องไห้ไม่หยุด
หากกลับมีเพียงเสียงลมแผ่วๆเท่านั้นที่ลอดออกมาจากริมฝีปากเขา
มือแกร่งพยายามยกขึ้นเพื่อที่จะแตะเช็ดน้ำตาให้คนที่อยู่ตรงหน้า
หากกลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้สักนิดเพื่อที่จะขยับยกขึ้นได้

เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่นะ...
ทำไมเขาถึงเจ็บไปทั้งตัวราวกับถูกฉีกทึ้งร่างทั้งร่างให้ขาดออกจากกันแบบนี้

“เกิด...อะไรขึ้น” แค่กลั้นใจถามคำแค่ 4 คำออกไป ก็กลับเจ็บร้าวไปหมดทั้งอก
รู้สึกถึงของเหลวคาวข้นที่ไหลออกมาจากปากตัวเองพร้อมคำพูดจนแทบจะสำลักออกมา

“นายโดนรถชน” หยาดน้ำใสยิ่งทลักทลายจากดวงตาเรียวอย่างห้ามไม่อยู่
เสียงสะอื้นไห้ของคนตรงหน้า
ทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกายที่ได้รับไม่รู้ตั้งกี่เท่า
“นายโดนรถชนเพราะช่วยฉัน ฮึก...นายทำอย่างนั้นทำไมซีวอน”

ซีวอนยิ้มให้บางเบาพลางพยายามยกมือขึ้นมาอีกครั้ง
หากคราวนี้ฮันกยองสังเกตเห็นฝ่ามือใหญ่ที่พยายามยกขึ้น
มือเรียวเอื้อมคว้าฝ่ามือหนาขึ้นมาแนบแก้มที่นองไปด้วยน้ำตาของตัวเองไว้แน่น
หากอีกข้างก็กอดกระชับร่างสูงที่อาบไปด้วยเลือดให้แน่นเข้าอีก

“เพราะฉัน...รั...” พูดได้แค่นั้นก็ไอโขลกออกมาเพราะสำลักเลือดที่ไหลออกมาจากปาก
ดวงตาเรียวเบิกกว้างอย่างตระหนกสุดขีด
พลางตะโกนเรียกหารถพยาบาลทั้งๆที่น้ำตายังไหลพรากออกมาไม่หยุด

“ซีวอน ฮึก...อย่าพึ่งเป็นอะไรนะ รถพยาบาลมาหรือยัง ใครก็ได้ไปตามมาที!!”

“ซีวอน!!!” เสียงเรียกที่ดังขึ้นข้างๆตัวทำให้ซีวอนต้องกลั้นใจลืมตาขึ้นมองอีกครั้ง
ใบหน้าหวานของคนที่ถูกพวกเขาทรยศลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
ใบหน้านั้นก็นองไปด้วยน้ำตาไม่แพ้คนที่กอดเขาไว้แนบอกเลย

“ผม...ขอโทษ ฮีชอล...ผมขอโทษ”

“อย่า...อย่าพึ่งพูดอะไรเลย นายต้องเข้มแข็งไว้นะ”
หากคนที่บอกให้เขาเข้มแข็งกลับสะอึกสะอื้นจนพูดออกมาแทบจะไม่เป็นคำ
ซีวอนยิ้มให้น้อยๆ หากก็ยังฝืนที่จะพูดต่อ พูด...ในสิ่งที่ค้างคาใจมานาน

“ฮันกยองไม่ผิด ผม...ผิดเอง ผมบังคับ...ให้ฮันคบกับผม แล้วผม...จะคบกับฮีชอล”
แม้ดวงตาจะพร่ามัวลงเพราะสติที่เลือนรางเต็มทีก็ตาม
หากก็ยังเห็นได้ชัดว่า ใบหน้าสวยหวานนั้นซีดลงเพราะช็อคกับสิ่งที่ได้ยินมากแค่ไหน

“ฮันรัก...ฮีชอล ทำทุกอย่าง...เพื่อฮีชอล แม้จะต้องเป็นตัวแทนของผม...ฮันก็ยอม
ข้อความที่ส่งถึงฮีชอล...ทุกวัน...ไม่ใช่จากผม แต่เป็นข้อความ...จากฮัน”
แม้คำพูดที่ฝืนพูดออกไปแต่ละคำจะทำให้เจ็บปวดจนแทบจะหมดสติลง
เพราะเพียงแค่หายใจเข้าออกก็ยังเจ็บเสียดร้าวไปหมดทั้งอก
หากเขาก็ยังต้องบอกออกไป เพราะอย่างน้อย
นี่อาจจะเป็นสิ่งสุดท้าย ที่เขาจะสามารถทำเพื่อคนที่เขารักได้

“ฉันยัง...ไม่ได้บอกเลย...ว่าทำไม...ถึง...ช่วยนาย”
ใบหน้าคมหากซีดจนแทบไร้สีเลือด
หันกลับมามองใบหน้าของคนที่เขายอมสละชีวิตให้อีกครั้ง

“อย่าพึ่ง..ฮึก...ซีวอน...ถ้านายหาย ค่อยบอกฉันก็ได้”
ร้องบอกพลางลูบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
ใบหน้าสวยเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา ดวงตาเรียวสวยโศกหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

หากเป็นไปได้...เขาไม่อยากให้ฮันกยองต้องร้องไห้อีกเลย
แต่นี่คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ที่ร่างบางตรงหน้าจะเสียน้ำตาให้แก่เขา
ความเจ็บที่แล่นร้าวไปทั่วร่าง แทบจะฉุดดึงสติสัมปชัญญะสุดท้ายให้หลุดลอย
แต่หากยังฝืนเอาไว้ เพื่อบอกสิ่งที่ใจอยากบอกมานาน
บอกให้ร่างโปร่งตรงหน้าได้รับรู้

มือแกร่ง ค่อยๆโน้มใบหน้าคมหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาลงมาใกล้ๆ
จนริมฝีปากทั้ง 2 มาบรรจบกัน
จูบที่ผะแผ่ว...แต่เป็นจูบที่มาจากหัวใจ
เป็นจูบที่แทนความรู้สึกทั้งหมด ก่อนจากลา...

หากเมื่อริมฝีปากผละออกจากกัน ฮันกยองก็ได้เห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุด
ใบหน้าคมยิ้มอย่างเป็นสุข
ดวงตาคมดำสนิทนั้นกวาดมองหน้าเขาราวกับจะจารึกไว้ในความทรงจำสุดท้ายของชีวิต
แล้วเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา...


“รักนาย...รักนายเหลือเกิน ฮันกยอง”


นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ได้ยิน...ก่อนที่ดวงตาคมดำสนิทนั้นจะปิดลง
...ก่อนสติสุดท้าย...จะหลุดลอย...

“ไม่!!!! ซีวอน!!!! ไม่!!!!!” ฮันกยองกรีดร้องออกมาสุดเสียง
พลางเขย่าร่างในอ้อมแขนเต็มแรง ในขณะที่ฮีชอลช็อคไปจนร้องไม่ออก
มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่ยังรินไหลจากใบหน้าสวยไม่ขาดสาย

ไม่มีอีกแล้ว…
คนที่เพื่อนร่วมวงพากันยกตำแหน่ง “เจ้าชาย” ให้
ไม่มีอีกแล้ว…
ใบหน้าหล่อคมที่มักจะมาพร้อมกับรอยยิ้มบาดหัวใจ
ไม่มีอีกแล้วใช่ไหม…
ผู้ชายที่แสนจะเป็นสุภาพบุรุษ และแสนดีกว่าใครๆ

...ไม่มี เชว ซีวอนอีกต่อไปแล้ว...

“ฮันกยอง” เสียงเรียกเบาๆที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ฮันกยองหันไปมองก่อนจะยิ้มให้

“ฮีชอล” ยิ้มทั้งๆที่รอยยิ้มนั้นแห้งแล้งเต็มที
คนตัวเล็กกว่านิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

“ขอโทษ”
คำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยินเพราะฮีชอลไม่มีเหตุผลที่จะต้องเอ่ยมันออกมาสักนิด
ทำให้ฮันกยองหันไปมองอย่างแปลกใจ

“ขอโทษทำไม ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษนาย”

ร่างบางส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะเอนซบลงกับหัวไหล่ของเขา
เสียงใสสั่นเครือลงจนเขารู้สึกได้

“ฉัน...รู้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าซีวอนรักนาย”

คำบอกเล่าที่ออกมาจากริมฝีปากบางสวยของคนที่เขารัก
ทำให้ฮันกยองถึงกับพูดไม่ออก

ฮีชอล...ว่าอะไรนะ

“วันที่ฉันไปสารภาพรักกับซีวอน ซีวอนบอกปฏิเสธฉันทันที
แล้วบอกฉันว่าเขารักนาย รักตั้งแต่วันแรกที่นายก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกในวงของเรา”
ฮีชอลเล่าเสียงสั่นจนแทบจะไม่เป็นคำ หากก็ยังฝืนเล่าออกมา

“ฉัน...ฉันช็อคมาก ที่คนที่ฉันรักที่สุด กลับมารักเพื่อนที่ฉันรักที่สุด
ฉันทำใจไม่ได้ ฉันมันเป็นคนเห็นแก่ตัว ฉันกลัวว่านายสองคนจะคบกัน”

“นายก็เลยเล่าให้ฉันฟัง...ไม่หมด...” ฮันกยองต่อให้เสียงแผ่ว
เรื่องราวที่เขาได้ฟังทำให้เขาช็อคจนแทบจะพูดไม่ออก หากก็ยังกลั้นใจฟังต่อไป

“ใช่...เพราะฉันรู้ว่าฮันรักฉันมาก และคงจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันได้คบกับซีวอน
ฉันคิดแต่ว่าถ้าฮันไปพูดให้ ซีวอนคงจะเห็นแก่ฮัน และยอมมาคบกับฉัน
แต่ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าซีวอนจะยื่นข้อเสนอแบบนั้นให้กับนาย”

ฮันกยองหันกลับมามองหน้าคนที่เอนซบอยู่ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน
หากน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียนนั้นก็ทำให้รู้ว่าฮีชอลรู้สึกผิดแค่ไหน

“ฉันขอโทษนะฮัน ฉัน...ฉันคิดแต่ว่า ถ้าฮันทำให้ซีวอนยอมมาคบกับฉันแล้ว
ฉันจะสามารถทำให้ซีวอนลืมฮันแล้วหันมารักฉันได้เอง
ฉันไม่คิดว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลงแบบนี้”
ฮีชอลสะอื้นฮักอย่างน่าสงสาร แม้เขาอยากจะโกรธคนตรงหน้ามากแค่ไหน
หากก็ทำไม่ลง ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลรินออกมาอีกครั้ง

ซีวอนรักเขา...
โดยที่เขาไม่เคยเฉลียวใจสักนิด
ในวันที่เขาไปขอร้องให้ร่างสูงไปคบกับฮีชอลนั้น
ซีวอนจะเจ็บปวดสักแค่ไหนนะ
เขาคิดแต่ว่าคนที่เจ็บปวดที่สุดคือตัวเขาเอง
ที่ต้องเสียสละความรักของตัวเองไปให้คนอื่น

แล้วซีวอนล่ะ...
ถูกคนที่ตัวเองรักโยนความรักที่มอบให้ทิ้งไม่พอ
ยังบังคับหยิบยื่นไปให้คนอื่นอย่างไม่เหลียวแลอีก
ร่างสูงนั้นจะเจ็บปวดสักแค่ไหนนะ
เขาทำร้ายซีวอนมานานแค่ไหนแล้ว...

หากกว่าจะรู้ตัว เขาก็ไม่อาจจะหันกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
เพราะพวกเขา...สูญเสียซีวอนไปแล้ว

ร่างโปร่งสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
เจ็บร้าวที่หัวใจยิ่งกว่าครั้งใดๆที่เคยพานพบมา


หากความเจ็บปวดที่รวดร้าวทรมาน และหนักหนาสาหัสอย่างที่สุด
...เปรียบได้กับการตกนรกแล้วล่ะก็...

เรากำลังไปลงนรกด้วยกันแล้วล่ะ...ซีวอน



+++++++++++++++++++++++


END

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
มีภาคมิราเคิลป่ะ ทำใจไม่ได้เว้ยยยยย

เอาซีวอนกลับมาาาาาาาาาาา

แล้วบอกว่านี่คือเรื่องตลกทีดิ

ทำใจไม่ได้ง่ะ ช้านงอนแกแล้ว

เขียนให้คุณชายตายยยยย เสียดายอ่ะแก

โกรธ ๆ ๆ ๆ เอาคืนมา ๆ ๆ ๆ

ทำสเปเชี่ยลให้มันฟื้นมรักกับป๋า

ไม่มีช้อยแล้วเอสเจจะออกอัลบั้ม 2 ได้ไงวะแก

อย่าทำอย่างงี้ เขียนสเปมาให้อ่านด้วย

ให้ช้านอ่านคนเดียวก้อได้ถ้าแกจะลำบากใจ

ไม่งั้น ช้านก้อไม่ต่อฟิคชั้นนะเว้ยยย ก๊ากๆๆ
#1  by  L (203.156.69.89) At 2007-09-16 00:43, 
มีต่อๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอภาคพิเศษ
#2  by   (58.8.170.215) At 2008-01-10 01:07, 
คนหนึ่งตายไปจริง ๆ อีกคนตายทั้งเป็น
เศร้าจริงวุ้ย.........
#3  by  pu (58.137.129.220) At 2008-01-10 17:18, 
ไม่จิงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ทำไมให้ซีวอนตายอะ
ทำให้ซีวอนฟื้นแล้วมากกะบฮันไม่ได้เหรอ
#4  by  crazy-korea (125.26.84.58) At 2009-04-11 09:00, 
วอนตาย

(สั้น ๆ คำเดียว จบ ) sad smile
#5  by  nammy (118.175.64.208) At 2010-01-04 15:55, 

<< Home