[SF] Are You Believe[WonCinKyuMin]-End
@~Talk~@
เอ่อ...ตอนแรกว่าจะเก็บพาร์ทจบไว้ลงอาทิตย์หน้าแล้วเชียว
แต่เนื่องจากโดนอิทธิพลมืดทั้งข่มขู่ คุกคาม ขู่กรรโชก แบบสุดฤทธิ์สุดเดช
พร้อมทั้งยังมีตัวประกันไว้ในมือเสร็จสรรพ
ทำให้ต้องรีบเอาพาร์ทจบมาต่ออย่างด่วนที่สุด T____T
แง๊...โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด
.
.
.
เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^
[SF] Are You Believe…[WonCinKyuMin]-End
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ หากเขาก็ยังนั่งท่าเดิมอยู่นาน
จนแสงรำไรของพระอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านบานหน้าต่างห้องครัวเข้ามา
จะดับแสงลงจนมืดสนิท แม้จะมีเสียงฝีเท้าเล็กๆเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า
ก็ไม่อาจทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเองได้
“คยูฮยอน” เสียงเล็กใสราวระฆังแก้วเรียกสติของเขากลับคืนมา
มือเล็กๆเอื้อมมาดึงมือเขาให้ลุกขึ้น ซึ่งเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย
“ซองมิน”
เสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงเงียบไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ทั้งๆที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนทั้งสองคนต้องทะเลาะกันแท้ๆ
แต่ตัวเขากลับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นไปห้ามปรามได้เลย
อาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นภายในใจ ที่เขาเป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทุกอย่างก็ได้
หากเขาเข้มแข็งกว่านี้... ทุกคนในบ้านก็คงไม่ต้องทุกข์ร้อนกับเรื่องของเขา
...จนต้องส่งพี่ฮีชอลเข้ามาปลอบใจให้เขารู้สึกดีขึ้น
หากเพียงเขาเข้มแข็งกว่านี้... พี่ฮีชอลก็คงไม่ต้องมากอดปลอบประโลม
...จนทำให้ซีวอนเข้าใจผิดแบบนี้
หากเพียงแค่เขาเข้มแข็งกว่านี้...เขาคงจะไม่ต้องเป็น “ภาระ” ของเพื่อนมากมายขนาดนี้
หากเพียงเขาเข้มแข็งกว่านี้...เท่านั้น
เขาน่าจะรู้...ว่าซีวอนขี้หึงอย่างรุนแรงแค่ไหน
ทุกครั้งที่เขาเข้าไปใกล้ชิดพี่ฮีชอลมากๆ ซีวอนจะไม่พอใจเสมอ
เขาน่าจะรู้จักคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของเขาดีกว่าใคร
แต่เขาก็พลาดไป...
เขาทำให้ซีวอนทะเลาะกับพี่ฮีชอลรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...
ทุกอย่างเกิดขึ้นก็เพราะเขา ทุกอย่างเลวร้ายมากมายขนาดนี้...เพราะเขา
“พวกเขาเป็นยังไงบ้าง” ถามทั้งๆที่น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว ซองมินส่ายหน้าไปมาช้าๆ
“แย่กว่าที่คิด ตอนนี้พี่ฮีชอลเอาแต่ร้องไห้อยู่ในห้อง
ส่วนซีวอนก็ผลุนผลันออกไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
แย่กว่าที่คิดจริงๆ แย่มากจริงๆ เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย
“ฉันจะทำยังไงดีซองมิน ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉัน...เสียใจ”
“อืม...ฉันรู้”
ใบหน้าเนียนใสยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
น่าแปลกที่เขาควรจะเจ็บปวดที่เห็นซองมินอยู่ใกล้มากมายขนาดนี้
รอยยิ้มอ่อนใสที่เห็นครั้งใดก็เจ็บราวกับถูกมีดกรีดแทง
ตอนนี้กลับไม่ให้ความรู้สึกแบบนั้นมากเท่าที่คิด
กลับมีบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่า
สายตาของเพื่อนรักที่ฉายชัดออกมาถึงความไม่ไว้ใจ โกรธเคือง
และผิดหวังอย่างรุนแรงนั่นต่างหาก
ที่ทำให้เขาเจ็บร้าวยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยพบมา
นายบอกฉันว่าฉันเป็นเพื่อนรักของนาย แต่ความไว้วางใจในตัวฉัน
...นายมีแค่นั้นเองหรอซีวอน...
คำว่าเพื่อนรักที่นายมอบให้ มันซื้อความไว้ใจของนายไม่ได้เลยใช่ไหม...
“ไปพักผ่อนเถอะคยูฮยอน วันนี้นายเหนื่อยมามากพอแล้ว
ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไปดูพี่ฮีชอลเอง”
มือเล็กกระชับมือเขาแนบแน่นราวกับจะปลุกปลอบให้กำลังใจ
เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ
ก่อนจะเดินตามคนตัวเล็กออกไป
++++++++++++++++++++++++++++
เสียงรถที่แล่นฝ่าความมืดเข้ามาในเวลาเกือบตี 2 ทำให้คยูฮยอนลุกขึ้นนั่งในทันที
ไม่ใช่ว่ารถสปอร์ตคันหรูราคาเหยียบสิบล้านของซีวอน
จะเสียงดังจนทำให้เขาตื่นขึ้นมาหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะเขายังไม่นอนเลยต่างหาก
จะให้เขาหลับลงได้ยังไงในเมื่อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซีวอนหายไปไหน
คิดไปสารพัดด้วยความเป็นห่วง
เพราะคนอารมณ์ร้อนอย่างซีวอนยามโกรธมักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้เสมอ
เมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาหน้าบ้านก็ทำให้อุ่นใจขึ้น
แต่คยูฮยอนก็ยังนั่งรอฟังเสียงเปิดปิดประตูห้องนอนห้องข้างๆ
เพื่อให้คลายใจว่าร่างสูงกลับเข้าที่พักของตัวเองอย่างเรียบร้อย
หากเวลาผ่านไปกว่า 10 นาที...ก็ยังมีแต่ความเงียบคงเดิม
เอ...หรือซีวอนจะเป็นอะไร
คิดแล้วร่างโปร่งก็ลุกออกจากที่นอนไปทันที
มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตูออกอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท
หากยังไม่ทันที่ประตูจะเปิดออกจนสุด
แรงจากร่างสูงหนาที่โถมเข้ามาเต็มๆก็ทำให้เขาเซถอยไปหลายก้าวเลยทีเดียว
กลิ่นเหล้าที่โชยมาแตะจมูกรุนแรงจนทำให้ใบหน้าขาวจัดถึงกับเบือนหน้าหนี
“นี่นายเมาขนาดนี้เลยหรอ ซีวอน นายได้ยินฉันไหม”
เรียกทั้งๆที่ยังประคองคนตรงหน้าไว้อย่างทุลักทุเล
จริงอยู่ที่ซีวอนกับเขาจะมีส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกัน แต่ตัวซีวอนก็หนากว่าเขาพอสมควร
และข้อเท้าขวาของเขาก็ยังร้าวระบมจากการกระแทกกับขาโต๊ะในห้องครัวเมื่อตอนเย็น
จึงทำให้ลำบากพอสมควรกับการประคับประคองไม่ให้ล้มไปทั้งคู่
“อื้อ...ใครน่ะ อย่ามายุ่งกับฉันน๊าา...” เสียงลากยาวยานคาง
บ่งบอกถึงสภาวะการเมาที่เข้าขั้นจะขาดสติอยู่มะรอมมะร่อได้เป็นอย่างดี
คยูฮยอนส่ายหน้าช้าๆก่อนจะประคองร่างสูงให้ไปถึงเตียงนอนให้ได้
“นี่เมาจนลืมเพื่อนไปเลยหรือไง ก็ฉันไง...คยูฮยอน เฮ้ย!!”
สิ้นเสียงคยูฮยอนก็ต้องตกใจ
เมื่อร่างหนาโถมเข้ามาหาทั้งตัวอีกครั้งเต็มๆ
โดยที่คราวนี้เขาไม่ได้เตรียมตั้งรับเลยสักนิด
ผลก็คือร่างของทั้งคู่หล่นตุบลงไปบนเตียงกว้าง
หากแย่หน่อยที่เขาเป็นคนที่ถูกไอ้เพื่อนที่เมาไม่รู้เรื่องนี่ทับไว้เท่านั้น
แรงกระแทกทำให้คยูฮยอนจุกจนแทบพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว
“คยู...พี่ฮีชอลบอกเลิกกับฉันแล้ว คยูฮยอน...ฉันจะทำยังไงดี”
วงแขนแกร่งตวัดรัดร่างของเขาแน่นราวกับต้องการที่พึ่ง
เสียงแหบพร่าสั่นเครือที่บอกเล่าทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว
นี่มันร้ายแรงขนาดนี้เลยหรอ
“ซีวอน ทำใจดีๆไว้ก่อน พี่ฮีชอลอาจจะไม่...”
เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดออกมาอย่างเต็มที่
หากในหัวของเขากลับขาวโพลนไปหมด จนไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้
“พี่ฮีชอลทนฉันไม่ได้ พี่ฮีชอลบอกว่าเขาทนรับอารมณ์คนแบบฉันไม่ได้อีกแล้ว
เขาขอให้ฉันกลับไปเป็นแค่เพื่อนร่วมวงเหมือนเดิม
ฉันทำไม่ได้คยูฮยอน ฉันทำใจรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้”
ถ้อยคำที่พร่างพรูออกมาจากริมฝีปากได้รูปของเพื่อนสนิท
ทำให้คยูฮยอนถึงกับอึ้งไปนาน
คำว่า “เพื่อน” ที่ได้ยินจากปากของคนที่เรารัก มันเจ็บปวดมากแค่ไหน...เขารู้ดีที่สุด
“มันเจ็บ เจ็บยังกับมีคนเอามีดเป็นร้อยเล่มมาปักเข้าที่หัวใจ
มันเจ็บเหมือนใจจะขาดให้ได้
มันเหมือนกับจะหยุดหายใจ นายเข้าใจฉันไหม”
ความชื้นแฉะที่หัวไหล่บ่งบอกถึงความทรมานของเพื่อนของเขาได้เป็นอย่างดี
ซีวอนที่แทบไม่เคยเสียน้ำตาให้กับใคร กำลังร่ำไห้แทบขาดใจอยู่กับซอกไหล่ของเขา
มือเรียวยกขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างของเพื่อนสนิทอย่างแผ่วเบา
“อย่าร้องซีวอน อย่าร้อง...” บอกทั้งๆที่น้ำเสียงตัวเองก็สั่นเครือไม่แพ้กัน
ทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าการที่คนที่ตัวเองรักหมดหัวใจปฏิเสธความรักมันเป็นอย่างไร
...มันเจ็บแค่ไหน...
เพราะเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียยิ่งกว่าใครถึงได้พูดไม่ออกอยู่อย่างนี้
มีคำพูดมากมายที่อยากจะปลอบใจเพื่อนรักของเขา
หากกลับมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่หลั่งออกมาแทนคำพูดทั้งหมด
“พี่ฮีชอลไม่รักฉันอีกแล้ว ฉันไม่เหลือใครอีกแล้วคยูฮยอน
ฉันไม่มีค่าอะไร...ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
แขนเรียวกระชับร่างหนาแน่นเข้า
เพื่อให้ซีวอนหยุดคำพูดถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจตัวเองเสียที
“อย่าพูดแบบนั้นซีวอน...
//นายมีค่าสำหรับพวกเราเสมอ มีค่ามากสำหรับพวกเราซุปเปอร์จูเนียร์
มีค่าที่สุดสำหรับฉัน//
นายเคยพูดแบบนี้กับฉันจำได้ไหม ฉันขอบอกกับนายด้วยประโยคเดียวกัน
เพราะฉันก็รู้สึกเหมือนกับนาย”
คำพูดที่กลั่นกรองออกมาจากจิตใจ ทำให้ดวงตาคมที่เต็มไปด้วยน้ำตาเงยขึ้น
สบกับตาเรียวที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาไม่แพ้กันนั้นช้าๆ
ก่อนริมฝีปากได้รูปจะเลื่อนไปประทับเข้ากับริมฝีปากแดงสดของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
ตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างสุดขีด
ก่อนจะผลักดันไหล่กว้างให้ห่างออกจากตัวเองทันที!
“นี่นายทำอะไรน่ะ!! ฉันไม่ใช่พี่ฮีชอลนะ นายเมาจนขาดสติไปแล้วหรือไง!!”
หากการตอบรับของคำถามนั้น
กลับเป็นมือหนาที่ยกขึ้นมาปลดมือที่ผลักยันร่างของตัวเองไว้ช้าๆ
แล้วกดมันลงแนบกับเตียงนอนนุ่มแทน
“ฉันแค่ต้องการใครสักคนเท่านั้น ฉันเจ็บ
ฉันแค่ต้องการใครสักคนที่จะอยู่ข้างๆฉัน...รักฉัน เป็นนายไม่ได้หรอคยูฮยอน”
คำขอที่ออกมาจากปากของเพื่อนสนิท มันมากมายเกินกว่าที่คยูฮยอนจะรับไหว
แต่เขาก็รู้ดี...ว่าหากคำตอบจากปากของเขาคือ “ไม่”
เจ้าชายคนเก่งของใครต่อใครคงจะแตกสลายลงต่อหน้าเขาแน่ๆ
ตอนนี้ซีวอนเปราะบางเกินกว่าที่จะรับคำปฏิเสธจากใครอีกแล้ว
ความเจ็บปวดที่ได้รับอาจจะทำให้ซีวอนเป็นคนที่อยู่อย่างไร้หัวใจแบบเขาก็ได้
แค่เขาคนเดียวก็เกินพอแล้ว
...เขาไม่อยากเห็นเพื่อนรักของเขามามีสภาพเดียวกับเขา...แบบนี้
ดวงตาเรียวปิดลงอย่างช้าๆ เมื่อใบหน้าหล่อคมของอีกฝ่ายเคลื่อนใกล้เข้ามาอีกครั้ง
หากคราวนี้มือที่เคยยกขึ้นขัดขวางอีกฝ่ายกลับกลายเป็นจับยึดผ้าปูที่นอนไว้แน่นแทน
หากมันทำให้นายดีขึ้น...
หากมันพอจะแลกกับหัวใจที่แตกสลาย...
หากมันมีค่าพอที่จะแลกกับน้ำตาของนายได้...
ไม่ว่าสิ่งที่นายขอจะยากเย็นสักแค่ไหน ไม่ว่ามันจะฝืนใจสักเท่าไหร่
ฉันก็จะทำให้...ซีวอน
++++++++++++++++++++++++++++
ปลายนิ้วเรียวแข็งแรงยกขึ้นเกลี่ยคราบน้ำตา
ที่เปรอะเปื้อนใบหน้าขาวจัดออกให้อย่างแผ่วเบา
ด้วยกลัวว่าจะเป็นการรบกวนร่างโปร่งที่หลับสนิทอยู่ข้างกาย
ริมฝีปากได้รูปกดเป็นรอยยิ้มพึงใจ
เมื่อคิดหวนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี้
ริมฝีปากแดงสดที่เห่อบวมขึ้นจากแรงกดจูบครั้งแล้วครั้งเล่า
ร่างเพรียวที่สั่นระริกทุกครั้งที่เขาลากไล้ริมฝีปากพาดผ่าน
พร้อมกับฝากฝังรอยไว้ทุกที่ จนผิวกายขาวจัดนวลเนียนนั้น
แต่งแต้มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง
นัยน์ตาเรียวฉายแววตื่นกลัว สับสน ยามที่เขามอบสัมผัสที่ไม่เคยคุ้นให้
และใบหน้าขาวจัดที่แดงเรื่อขึ้นด้วยแรงอารมณ์
หากกลับนองไปด้วยน้ำตายามที่เขาเข้าครอบครองเป็นเจ้าของ
เสียงครางเครือด้วยความเจ็บปวดผสานอารมณ์หวาม
ทำให้อารมณ์ของเขาถูกกระตุ้นไปจนถึงขีดสุด
จนตักตวงจากร่างที่บางกว่านั้นนับครั้งไม่ถ้วน
ทั้งๆที่ควรจะหักห้ามใจ
แต่หากเมื่อเจอกับความไม่คุ้นเคยที่แสดงออกมาอย่างใสบริสุทธิ์นั้น
ก็ยิ่งฉุดสติและอารมณ์ของเขาให้กระเจิดกระเจิง
“อื้อ พอ...พอที ซี...ซีวอน”
“มะ...มะ...ไม่ไหวแล้ว พอ...”
“ซี...อื้อ ซีวอน”
เสียงครางเครือที่เรียกชื่อเขาอย่างต้องการจะให้หยุด
หากกลับยิ่งทำให้เขากระทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
จนร่างข้างใต้แน่นิ่งไปเนื่องจากไม่อาจทนรองรับอารมณ์ของเขาต่อไปได้อีก
นั่นแหละซีวอนถึงได้หยุดทุกอย่างลง
ก็ยิ่งได้ลิ้มรส...ก็ยิ่งติดใจ
ยิ่งได้ลูบไล้...ยิ่งไม่อาจถอดถอน
ยิ่งได้จมลึกประสานเป็นหนึ่งเดียวกับอีกฝ่าย
...ก็ยิ่งไม่อาจดึงตัวเองออกมาจากห้วงเสน่หานั้นได้...
ซีวอนยิ้มให้กับตัวเองอีกครั้ง
ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะแนบลงจุมพิตหน้าผากขาวใสอย่างอ่อนโยนที่สุด
“ขอบใจนะ...คยูฮยอน”
++++++++++++++++++++++++++++
เสียงเปิดประตูเบาๆทำให้คนที่เท้าแขนกับกรอบหน้าต่างตรงระเบียงทางเดิน
หันกลับไปมองทันที หากเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
ใบหน้าสวยหวานก็หันกลับไปสนใจวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนภายนอกต่อ
“ไง สำเร็จแล้วล่ะสิ”
“อืม...” เสียงทุ้มตอบรับเบาๆ หากในน้ำเสียงบ่งบอกชัดถึงความพอใจอย่างเต็มเปี่ยม
อาการมีความสุขจนออกนอกหน้าทำให้ฮีชอลอดเหน็บเข้าให้ไม่ได้
“น่าสงสารคยูฮยอนจริงๆเลย นี่คงไม่สะกิดใจเลยสินะว่า
คนที่ได้ชื่อว่าเป็น “เพื่อนรัก” ของตัวเอง จะร้ายกาจขนาดนี้”
เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นข้างหลังร่างเพรียวสวย
ก่อนร่างสูงจะหันหลังพิงฝาผนังข้างๆกรอบหน้าต่างนั้น
สายตาคมจับจ้องไปที่บานประตูห้องนอนที่ตนเองพึ่งออกมาอย่างพึงใจเป็นที่สุด
“ไม่เห็นจะร้ายกาจตรงไหนเลย
ผมก็แค่พยายามทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่ง “ความรักของผม” ก็เท่านั้น”
“ไอ้การที่นายแกล้งทำเป็นแฟนฉัน แล้วก็แสดงออกว่ารักฉันมากมายปานจะกลืนกิน
ก่อนจะถูกฉันทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเสียใจจนแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน
เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากเจ้าเด็กขี้สงสารนั่นน่ะนะ ไม่ร้ายกาจ”
ริมฝีปากสวยบิดหยันอย่างหมั่นไส้เต็มที่
“โห...ซีวอน ฉันมั่นใจเลยว่า ในโลกนี้มีไม่กี่คนหรอก
ที่จะคิดแผนการได้เจ้าเล่ห์ชั่วร้ายแบบนาย”
แม้จะถูกประชดประชัน หากซีวอนก็ยังคงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน
ก็สิ่งที่ได้มา...
มันมากมายพอที่จะทำให้เขาเลิกหงุดหงิดใครต่อใครไปเป็นปีๆเลยทีเดียวนี่
“ก็มันไม่มีทางเลือกนี่นา”
ใช่...สำหรับเขา มันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ
อันที่จริงเขาก็อยากจะใช้วิธีที่ขาวสะอาด
เหมือนอย่างที่คยูฮยอนสารภาพรักกับซองมินอยู่หรอกนะ
หากเขาก็รู้ว่าคำตอบที่เขาจะได้รับ
มันก็จะไม่ต่างอะไรกับคำตอบที่คยูฮยอนได้รับจากเจ้ากระต่ายน้อยนั่นแน่นอน
เขาไม่อยากจะเสี่ยง...คยูฮยอนรักซองมินหมดหัวใจแค่ไหนใครๆก็รู้
...และเขาที่เป็นเพื่อนสนิทก็รู้ดีที่สุด...
ซึ่งหากเขาเสี่ยงบอกรักออกไปนอกจากจะสูญเสีย “ความรัก” แล้ว
เขาก็อาจจะสูญเสีย “เพื่อนรัก” ไปด้วยก็ได้
คยูฮยอนอาจจะเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะรักใครอย่างตรงไปตรงมา
และยอมรับความเจ็บปวดเมื่อผิดหวังแต่โดยดี...หากเขาไม่
เขาไม่พร้อมที่จะสูญเสียความรักของเขาให้ใครทั้งนั้น!!
ดังนั้น...ไม่ว่าการกระทำของเขาจะมีคนประณามว่าสกปรกแค่ไหน
...เขาก็พร้อมที่จะยอมรับ
ขอเพียงได้มาซึ่งคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจมาไว้ในมือเท่านั้น
ต่อให้เขาต้องชั่วช้าหรือเลวร้ายกว่านี้สักเท่าไหร่...เขาก็จะทำ
“เอาน่า...อย่างน้อยๆเจ้าสองคนนั่นจะได้เลิกกังวลกับเรื่องของผมเสียที
เห็นลุ้นกันจนตัวโก่งเลยนี่”
ตากลมสวยตวัดค้อนคำพูดของร่างสูงเข้าให้
ใช่สิ...ไอ้แผนการเนี๊ยะ ทำเอาแรกๆทุกคนในบ้านนั่งกันแทบไม่ติดเลยทีเดียว
เจ้ากระต่ายน้อยของเขาก็ไม่เห็นด้วยเลยสักนิด
เพราะเจ้านั่นเกลียดการโกหกหลอกลวงเป็นที่สุด
หากสุดท้ายก็ต้องยอมร่วมมือเพราะเห็นใจในความรักของซีวอน
และก็รู้สึกผิดกับคยูฮยอนที่ต้องปฏิเสธความสัมพันธ์ฉันท์คนรักไป
ซึ่งเจ้าตัวเล็กของเขาก็ขอข้อแลกเปลี่ยนกับซีวอนไว้หนึ่งข้อแลกกับการร่วมมือครั้งนี้ว่า
“นายต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดนะซีวอน ห้ามให้ฉันเห็นน้ำตาของคยูฮยอนอีกเด็ดขาด
คยูฮยอนเจ็บมามากพอแล้ว นายสัญญากับฉันได้ไหม”
และคำตอบรับอันหนักแน่นจากซีวอนก็ทำให้เจ้าตัวเล็กสบายใจและยอมร่วมมือในที่สุด
นี่ถ้ารู้ว่าเรื่องที่ลุ้นกันมาหลายเดือนนี้สำเร็จแล้ว
ไอ้หมวยกับเจ้ากระต่ายน้อยคงกอดคอฉลองกันใหญ่แน่ๆ
“สำหรับฉัน สิ่งที่ดีที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่ได้เลิกเสแสร้ง
แกล้งทำเป็นแฟนกับคนซาดิสม์อย่างนายนี่แหละ”
คนอะไร...หึงรุนแรงชะมัด แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ
กลัวคยูฮยอนมันจะลอกติดมือเขามาหรือไงกัน!!
นี่ดูสิ...ต้นแขนเขายังแดงช้ำอยู่เลย มองนิดมองหน่อยก็โกรธ แตะนิดแตะหน่อยก็ว่า
แบบเนี๊ยะ...เอาเจ้าคนหน้าขาวปากแดงนั่นขังกรงไว้ดูคนเดียวเลยเป็นไง ฮึ่ม...
“แต่ก็ดีไม่ใช่หรอ พี่จะได้สวีทกับกระต่ายน้อยของพี่ได้อย่างเปิดเผยเสียที
ของพี่ก็ใช่ย่อยนี่ ผมกอดพี่แน่นหน่อย ก็มองผมตาขวางเชียว
ผมเห็นนะว่าบางทีเจ้าตัวเล็กนั่นแอบหนีไปร้องไห้ให้พี่ตามไปปลอบใจบ่อยๆน่ะ”
ริมฝีปากบางสวยยกเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อคิดไปถึงคนที่รัก
จริงสินะ...กระต่ายสีชมพูของเขาจะได้มีความสุขกับเขาอย่างเต็มที่เสียที
ไม่ได้เห็นรอยยิ้มใสๆ
เสียงหัวเราะที่บาดใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันมานานแค่ไหนแล้วนะ
“หายกันแล้วนะซีวอน ฉันตอบแทนนายเรื่องซองมินแล้วนะ”
คำพูดของฮีชอลทำให้ริมฝีปากได้รูปสวยกดลึกเป็นรอยยิ้มร้าย
ใช่... ถึงแม้ว่าคนในบ้านทั้งหมดจะรู้ถึงแผนการณ์ที่เขาวางเอาไว้เพื่อให้ได้คยูฮยอนมา
หากยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่มีเพียงเขากับฮีชอลเท่านั้นที่รู้...
นั่นคือเรื่องที่ว่า ทำไมเจ้ากระต่ายน้อยที่ดูมีใจเอนเอียงไปทางคยูฮยอนหนักหนา
ถึงได้ปฏิเสธความรักที่คยูฮยอนมอบให้
แล้วทำไมจึงเป็นฮีชอลที่มีโอกาสน้อยกว่า...เป็นคนได้ซองมินไป
“นี่มันอะไรกันซีวอน ภาพคยูฮยอนกับผู้หญิงคนนี้”
เสียงหวานใสสั่นเครือเมื่อเห็นภาพร่างสูงโปร่งคุ้นตา
ประคองกอดกับนางแบบมีชื่อคนหนึ่งอย่างแนบชิด
ริมฝีปากของคนทั้งคู่ประทับกันแนบสนิทอย่างน่าอิจฉา
ซีวอนรีบแย่งมันออกมาจากมือเล็กทันที
“ขอโทษนะซองมิน ฉันเก็บไม่ดีเอง ฉันไม่อยากให้นายได้เห็นมันเลย”
และ
“ซีวอน ดึกขนาดนี้แล้วคยูฮยอนยังไม่กลับอีกหรอ”
ตากลมโตใสแจ๋วเอ่ยถามขณะชะเง้อมองไปทางประตูบ้าน
“อ๋อ วันนี้คยูฮยอนไปกับยูนอา อ๊ะ...เอ่อ...ไปกับเพื่อนที่กองถ่ายน่ะ”
คำพูดของซีวอนที่หลุดออกมาทำให้ใบหน้าหวานใสเจื่อนลงทันที
และ
“ฮัลโหลคยูฮยอนน่า~~ คืนนี้อย่าลืมพบกันที่เดิมนะคะ
เมื่อคราวที่แล้วคุณหนีกลับไปก่อนที่ฉันจะตื่นได้ยังไง
ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอคุณอยู่ข้างๆมันเหงามากนะ
ยังไงคืนนี้คุณต้องอยู่กับฉันจนถึงเช้าด้วย”
เสียงหวานหยดที่ออดอ้อนผ่านทางสายโทรศัพท์มา
ทำเอาซองมินแทบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ
“ขอ...ขอโทษครับ คยูฮยอนลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านครับ” ร่างเล็กบอกก่อนจะตัดสาย
แล้ววิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างไม่ต้องการจะรับรู้อะไรอีก
และไม่ถึง 10 นาที... โทรศัพท์อีกเครื่องก็ดังขึ้น!
มือเรียวแข็งแรงยกขึ้นมากดรับทันที ริมฝีปากหยักสวยกดเป็นรอยยิ้มสมใจ
“อืม ขอบใจมากเจสสิก้า เธอทำได้เยี่ยมจริงๆ อ้อ...และฝากขอบคุณทิฟฟานี่ด้วยนะ
สำหรับการตัดต่อภาพที่เหมือนจริงจนดูไม่ออกนั่นน่ะ”
และสุดท้าย ความพยายามของเขาก็ประสบผลสำเร็จเมื่อ...
“ฉันรักซองมินนะ รักมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ยิ่งเห็นฉันก็ยิ่งรักซองมินมากขึ้นทุกวัน
คบกับฉันเถอะนะ ฉันสัญญา...ฉันจะไม่ทำให้นายเสียใจ”
“อืม...ผมจะคบกับพี่ พี่ฮีชอล...รักผมให้มากๆด้วยนะ”
ในที่สุด...ซองมินก็เลือกฮีชอล
เลือกคนที่มั่นคงต่อความรักอย่างไม่สั่นคลอน
มากกว่าคนที่เจ้าชู้หลายใจในสายตาของซองมินอย่างคยูฮยอน
ขอโทษนะซองมิน เพราะหากนายเป็นคนที่สมหวังในรัก ฉันก็คงจะเป็นคนที่ผิดหวัง
และฉัน...ก็จะไม่ยอมเป็นคนๆนั้นอย่างเด็ดขาด
คยูฮยอนจะเป็นของใครไปไม่ได้...นอกจากฉันเท่านั้น!!
.
.
.
คุณเชื่อไหม...
ว่าคำว่า “ความรัก” จะทำให้คนที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด...คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุด...
รู้จักคำว่า “เสียสละ” ได้
และคำว่า “ความรัก” นี่แหละ...ที่ทำให้คนที่เป็นสุภาพบุรุษ...เสียสละมาตลอด...
รู้จักคำว่า “เห็นแก่ตัว” ได้เหมือนกัน
คำว่า “ความรัก” ...อาจจะทำให้คนๆหนึ่งซึ่งแข็งกร้าวกระด้างกว่าใคร...
อ่อนโยนจนถึงที่สุดได้
และคำๆเดียวกันนี้เอง...อาจจะทำให้คนที่สุภาพอ่อนโยนอย่างที่สุด...
“ร้ายกาจ” อย่างไม่น่าเชื่อ...ได้เช่นกัน
แล้วคุณรู้หรือยังว่า “ความรัก” ของคนอย่างผม เป็นแบบไหน?
++++++++++++++++++++++++++++
~~END~~