“ไวท์...”
เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้ร่างบางที่นั่งเหม่ออยู่หน้าห้องฉุกเฉินถึงกับหันขวับไปมอง
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นชัดว่าเป็นใคร
“พี่...พี่ฮันกยอง” ร้องเรียกเสียงสั่น
ก่อนจะโถมทั้งร่างเข้าไปหาอ้อมอกอุ่นกว้างที่เปิดรอรับอยู่แล้ว
“พี่ฮันกยอง ผมเป็นห่วงพี่ พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม
คนของซีวอนทำร้ายพี่ตรงไหนหรือเปล่า”
ละล่ำละลักถามลูบไปตามเนื้อตัวอีกฝ่ายมือไม้สั่น
นอกจากแผลฟกช้ำตามร่างกาย และผ้าพันแผลที่พันรอบศีรษะแล้ว
ทุกอย่างก็ดูเหมือนเดิม หากก็ยังอดห่วงไม่ได้
“พี่ไม่เป็นไร พอดีพี่ลืมของไว้ที่ร้าน คังอินเลยขับรถตามเอามาให้ เลยช่วยไว้ทัน”
ตกใจเหมือนกันที่คยูฮยอนรู้เรื่องที่เขาโดนทำร้าย ทั้งๆที่ตั้งใจจะปิดไว้แท้ๆ
ไม่อยากให้คนๆนี้ต้องทุกข์ใจอีก
เพราะเรื่องนี้หรือเปล่าถึงทำให้คยูฮยอนดั้นด้นหนีออกมาแบบนี้
ฮันกยองรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากคิบอมแล้ว
ชายหนุ่มที่ลงทุนขับรถไปรับเขาถึงคอนโดเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง
ตั้งแต่แรกที่ทำไมคยูฮยอนจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน
จนกระทั่งทำไมคยูฮยอนถึงมานั่งอยู่ที่ร.พ.แห่งนี้ได้
รวมทั้ง...เรื่องที่เกิดขึ้นกับซีวอนด้วย
คิดแล้วก็ยิ่งโอบรัดร่างเพรียวบางแน่นเข้าไปอีก
ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนๆนี้ไม่เป็นอะไร
ถ้าเป็นคยูฮยอนที่กำลังนอนในห้องฉุกเฉินแทน
เขาคงไม่รู้ว่าจะยืนหยัดต่อไปไหวหรือเปล่า เพราะรัก...รักมากมายเหลือเกิน
ทงเฮตวัดสายตามองใบหน้าคมของคนรักที่มองตอบกลับมา
รู้สึกขัดใจในสิ่งที่คิบอมทำอยู่มาก แต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้
รู้ดีทีเดียวว่าทำไมคิบอมถึงไปรับฮันกยองมาจนถึงโรงพยาบาล
จะให้มารับคยูฮยอนกลับไปสินะ...
ฮันกยองเป็นคนดี ข้อนี้เขาไม่ปฏิเสธ
แต่ใครบ้างจะอยากเห็นเพื่อนสนิทของตัวเองต้องผิดหวังอีกครั้ง
เขามั่นใจว่าจากวันนี้ไป ซีวอนจะเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น
การที่เอาตัวเข้ารับมีดแทนอีกฝ่ายก็บอกชัดแล้วว่า ซีวอนรักคยูฮยอนมากแค่ไหน
ถ้าผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ ซีวอนจะต้องเปลี่ยนไปแน่นอน
เหมือนครั้งหนึ่งที่เขาเคยเป็น...
ที่เหตุการณ์ๆหนึ่งทำให้เขาเข้าใจความรักของคิบอมได้ในที่สุด
เข้าใจ...คิบอมไม่อยากให้คยูฮยอนเสียใจอีก อยากให้เพื่อนมีความสุข
แต่เขาก็ไม่อยากให้ซีวอนเสียใจ และต้องการให้ซีวอนมีความสุขเช่นกัน
ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากถามไต่ถามเรื่องราวกันต่อ
ทีมแพทย์ผ่าตัดก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ทั้งสี่คนจึงรีบวิ่งเข้าไปหาทันที
“เป็นยังไงบ้างครับหมอ ซีวอนเป็นยังไงบ้าง”
สีหน้าลำบากใจทำให้คนรอคอยคำตอบใจหาย นายแพทย์วัยกลางคนเอ่ยถาม
“ใครเป็นญาติของผู้ป่วยครับ”
“ผมครับ ผมเป็น..เป็นน้องชาย” ตะกุกตะกักอยู่บ้างแต่คยูฮยอนก็ตอบไปจนได้
“แต่นอกนั้นก็เป็นเพื่อนสนิทของเขานะครับ” เอ่ยสำทับเข้าไปอีก
“คุณพ่อคุณแม่ของคุณล่ะครับ”
“ไปดูงานที่ต่างประเทศครับ เดือนหน้าถึงจะบินกลับมา”
คนเป็นหมอมีสีหน้าอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้รับคำตอบ
คยูอยอนถามเสียงสั่น วูบโหวงในใจอย่างประหลาด
“คุณหมอ พี่ชายผมเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ...ถ้าบาดแผลที่ถูกแทงน่ะ ปลอดภัยแล้วครับ มีดไม่โดนจุดสำคัญอะไร
พรุ่งนี้ก็ออกจากห้องฉุกเฉินได้แล้ว แต่...” อยากจะร้องออกมาด้วยความดีใจ
หากคำว่า “แต่” ก็รั้งเอาไว้ แต่...อะไร?
“พวกคุณทราบหรือเปล่าว่าผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ”
คำถามเรียบๆหากราวกับฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยงลงมาที่กลางใจ โรคหัวใจอย่างงั้นหรอ!?
“หมอ...ว่าอะไรนะ” ทงเฮถามเสียงสั่น ในขณะที่คยูฮยอนแทบจะล้มทั้งยืน
เรื่องที่ได้รับรู้หนักหนาเกินกว่าจะรับไหว
มือบางเย็นเฉียบกำมือใหญ่ของฮันกยองไว้แน่น
“ผู้ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วครับ เท่าที่ตรวจดูน่าจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิด
แต่ที่ไม่แสดงอาการเพราะรั่วเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ตอนนี้รอยรั่วกว้างขึ้นหลายเท่า
ทิ้งไว้นานๆหัวใจอาจจะไม่สามารถทนรับกับปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป
อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ หมอว่าผู้ป่วยควรได้รับการรักษาด่วนที่สุด”
คยูฮยอนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นหากไม่มีมือใหญ่ช้อนรับเอาไว้
ริมฝีปากบางสั่นระริก “ไม่จริงใช่ไหม...ไม่จริง”
“แล้ว...แล้วรักษาเลยได้ไหมหมอ ไม่ต้องกลัวเรื่องค่ารักษานะ พวกผมมีพอจ่ายแน่”
ทงเฮละล่ำละลักบอกไป แทบจะกระโจนเข้าใส่นายแพทย์หากไม่ติดที่คิบอมรั้งเอาไว้
อ้อมแขนแกร่งกอดรัดจากทางด้านหลังแน่น กระซิบปลอบเบาๆ
“ทงเฮ ใจเย็นๆก่อน”
“หมอก็อยากจะช่วย แต่ผู้ป่วยปล่อยไว้จนเรื้อรังนานเกินไป
แล้วก็ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง ทางเดียวตอนนี้ที่จะรักษาได้
คือผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเท่านั้น”
หนทางทุกอย่างตีบตันลงหมดทุกทาง คยูฮยอนถึงกับน้ำตาร่วง
ใครๆก็รู้ว่าไม่ใช่จะหาหัวใจใครที่ไหนมาใส่ก็ได้
ทุกอย่างต้องเข้ากันได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อหรือเซลล์ต่างๆ
แล้วผู้ป่วยโรคหัวใจร้ายแรง มักจะตายลงก่อนที่จะได้ผ่าตัดทั้งนั้น
เพราะไม่มีผู้บริจาคหัวใจมากพอ หัวใจเป็นสิ่งที่ขาดแคลน
เป็นปีทีเดียวกว่าจะมีบริจาคเข้ามาสักดวง
“เอาของผมไปแทนได้ไหม หัวใจของผมใช้ได้หรือเปล่า”
คำถามที่ไม่คาดคิดทำให้ทุกคนถึงกับตะลึง หากคยูฮยอนยังย้ำคำเดิมชัดเจน
“เอาหัวใจผมไปให้เขาได้ไหม ผม...ไม่อยากให้เขาตาย”
สะอื้นฮักเพราะไม่อยากสูญเสียไป ไม่คิดว่าการไม่มีซีวอนจะส่งผลกับตัวเองมากขนาดนี้
หากก็ต้องยอมรับ เขายังรักซีวอนอยู่มากเหลือเกิน
แม้ตอนนี้จะไม่แน่ใจว่าเป็นความรักแบบไหน
แต่ก็ไม่อาจทนได้ ถ้าต้องเห็นอีกฝ่ายตายดับลงต่อหน้าต่อตาแบบนี้
“หมอรู้ว่าพวกคุณเสียใจ แต่มันผิดจรรยาบรรณของแพทย์
เราไม่สามารถจะผ่าเอาหัวใจของคนที่ยังมีชีวิตเพื่อไปต่อชีวิตใครอีกคนหนึ่งได้
ผู้บริจาคต้องเสียชีวิตแล้วเท่านั้น หมอ...ขอแสดงความเสียใจด้วย”
ทุกอย่างพังครืนลงต่อหน้าต่อตา คยูฮยอนปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น
มือใหญ่ที่โอบรั้งร่างทั้งร่างไว้ราวกับจะปลุกปลอบทำให้น้ำตายิ่งไหลรินเป็นสาย
เจ็บปวดราวกับถูกกระชากดวงใจไปทั้งดวง
“อย่าร้องไห้เลย ทุกอย่างต้องมีทางออกนะไวท์”
ปลอบพลางลูบหลังอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน
ร่างบอบบางนั้นสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด มือของเขาก็สั่นระริกเช่นกัน
ฮันกยองเอ่ยปลอบทั้งๆที่น้ำตาแล่นรื้นขึ้นมาจนเต็มสองตา
ใบหน้าคมหล่อเชิดเงยขึ้นให้มันไหลย้อนกลับไป
เจ็บปวดกับความจริงที่ตอกย้ำอยู่ตรงหน้า
ซีวอนรักคยูฮยอน...
รักมากพอที่จะยอมตายแทนได้...
ร่างสูงเข้ารับมีดแทนคยูอยอนอย่างไม่ลังเลเลย
คยูฮยอนรักซีวอน...
รักมากพอที่จะยอมตายแทนได้...
ยอมถ่ายหัวใจตัวเองให้อีกฝ่ายทั้งๆที่รู้ว่าความตายจะรออยู่เบื้องหน้าก็ไม่หวั่นไหว
แล้วเขาล่ะ...
เขาก็รักคยูฮยอน รักมากพอที่จะยอมตายแทนได้...
เพื่อความสุขของคยูฮยอน ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรเขาก็ยินดีที่จะทำทั้งนั้น
ความคิดแล่นวาบเข้ามาในหัวสมองรวดเร็ว
ไม่คิดตริตรองซ้ำสอง ริมฝีปากได้รูปสวยก็กดจูบลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบา
“พี่...มีธุระกับคังอิน นายจะอยู่เฝ้าซีวอนที่นี่ใช่ไหม?”
ใบหน้าสวยพยักหงึกหงัก หากมือเรียวยังยึดเอวแกร่งไว้แน่น
ไม่อยากปล่อยมือ คือความรู้สึกที่คยูฮยอนรู้ในตอนนี้
“เดี๋ยวพี่กลับมา นายอยู่กับทงเฮกับคิบอมไปก่อนนะ” บอกก่อนจะถอยออกห่าง
คยูฮยอนมองร่างสูงที่เดินห่างไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
ถ้าเป็นเวลาปกติที่มีสติครบถ้วน ร่างบางคงจะไม่มีวันปล่อยมือแน่ๆ
แต่เพราะกำลังเสียใจจนใกล้เคียงคำว่าช็อค จึงได้มองข้ามในสิ่งที่ควรจะสังเกตเห็นไป
ดวงตาคมที่ฉายแววเศร้า สะท้อนหัวใจที่รักเขาอย่างเต็มเปี่ยม
หากสายตานั้นกลับทอดอาวรณ์ มองเขาราวกับจะเก็บตรึงภาพเขาไว้...ตลอดกาล
พ้นมุมเลี้ยวของทางเดิน ร่างสูงก็เดินตรงไปยังเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทันที
ริมฝีปากได้รูปสวยยิ้มบางๆก่อนจะเอ่ยถาม
“ถ้าผมต้องการบริจาคหัวใจ ต้องทำยังไงบ้างครับ”
+++++++++++++++++++++++++
ดวงตาคมกระพริบถี่ก่อนจะเปิดออกหลังจากที่หลับไปเกือบ 48 ช.ม.
ตื่นมาก็เห็นหัวทุยสวยแนบซบอยู่ข้างเตียง มือหนาเอื้อมลูบไล้เส้นผมนุ่มสีอ่อนแผ่วเบา
“คยูฮยอน” แม้จะดังไม่มากไปกว่าเสียงกระซิบ หากอีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมองทันที
คยูฮยอนวาดรอยยิ้มกว้างอย่างยินดี มือเรียวเอื้อมคว้ามือหนาไว้มั่น
“ซีวอน พี่ฟื้นแล้ว”
ร้องอย่างดีใจก่อนจะหันไปหาคนสองคนที่นั่งเอนซบหลับอยู่ข้างกันบนโซฟา
“ทงเฮ คิบอม ซีวอนฟื้นแล้ว”
ทงเฮถึงกับกระโจนลงมาเกาะขอบเตียงไว้แน่น หากคิบอมเพียงแค่มองตามมาเฉยๆ
“เป็นยังไงบ้าง ให้เรียกหมอไหม”
“ฉันฟื้นแล้ว จะเรียกหมอมาทำไมอีก โง่หรือเปล่า” ปากจัดไม่เปลี่ยน
ถ้าเป็นปกติคงจะมีการกัดกันจนเลือดตกยางออก แต่วันนี้ร่างเล็กกลับเม้มปากแน่น
ซีวอนนิ่วหน้าให้กับความผิดปกตินั้น เกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นหรือ?
“ทำไมนายไม่บอกพวกเราสักคำว่านายเป็นโรคหัวใจ” เค้นถามเสียงสั่น
คำถามของเพื่อนสนิทตัวเล็กทำเอาซีวอนถึงกับพูดไม่ออก
“รู้...ได้ยังไง” ใช่...ทงเฮรู้ได้ยังไง ทั้งๆที่เขาก็พึ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง
หลังจากอาการเจ็บหน้าอกที่นานๆจะเป็นสักที กลับเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆ
จนต้องตัดสินใจมาตรวจที่โรงพยาบาลแล้วพบว่าเขาเป็นอะไร
แต่ก็ไม่คิดจะบอกใครเพราะอยู่ในระยะเกินเยียวยาแล้ว
และอีกอย่าง การจะอยู่หรือตายของเขาก็ไม่สำคัญกับใครขนาดนั้น
“ก็คงไม่รู้หรอกถ้านายไม่โดนแทงมา! หมอตรวจร่างกายนาย ก็เลยเจอ!”
แว๊ดใส่เพราะระงับอารมณ์ไม่อยู่ นี่ถ้าไม่มีเหตุการณ์ครั้งนี้
กว่าจะรู้อีกทีก็งานศพกันเลยใช่ไหม
“ก็ไม่จำเป็นที่จะบอก บอกไปแล้วพวกนายจะช่วยอะไรได้
บอกไป...ฉันก็ตายเหมือนเดิม” บอกเสียงเรียบหน้าตาไม่ยินดียินร้าย
แต่คยูฮยอนถึงกับสะอื้น
“พี่พูดแบบนี้ได้ยังไงซีวอน ชีวิตพี่สำคัญมากนะ”
“สำหรับใครล่ะ พ่อกับแม่น่ะหรือ เขามีลูกรักอยู่แล้วทั้งคนจะมาสนใจอะไรกับฉันอีก
ฉันมันไม่สำคัญสำหรับใครอีกแล้ว เขาบอกเองว่า “รัก” คยูฮยอนที่สุด
รักมากจนยกมรดกครึ่งหนึ่งให้เด็กที่เก็บมาเลี้ยงเชียวนะ”
หลุดปากพลั้งบอกความรู้สึกที่เก็บกดอยู่ในใจออกไปจนได้
ซีวอนถึงกับสะอึก หันไปก็เห็นสายตาที่เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ
ทั้งกับจากเพื่อนสนิทและคนที่...แสนรัก
“นายพูดอะไรบ้าๆ คุณลุงคุณป้าไม่มีทางคิดแบบนั้นหรอก”
ทงเฮเถียงเสียงดัง จริงอยู่คุณลุงคุณป้าอาจจะรักจะห่วงคยูฮยอนมาก
แต่อย่างไรก็ไม่มีทางมากไปกว่าลูกตัวเองได้หรอก
“ฉันก็คงไม่เชื่อ ถ้าไม่ได้ยินกับหูของตัวเอง
กับหูตัวเองเลยนะทงเฮ ไม่ใช่จากปากของคนอื่น”
คยูฮยอนครางสั่น นึกรู้กระจ่างชัดว่าทำไมอีกฝ่ายถึงจงเกลียดจงชังเขานัก
เพราะอย่างนี้นี่เอง คนๆนี้น่าสงสารอย่างนี้นี่เอง
เข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายชัดเจน ถ้าเป็นเขา...จะเจ็บปวดสักแค่ไหนกันนะ
คนที่เคยเป็นที่หนึ่งมาตลอด ทุกคนรุมรักและให้ความสำคัญ
กลับถูกใครที่ไหนไม่รู้มาแบ่งปันออกไป ถ้าเป็นเขา...เขาก็คงทนไม่ได้เหมือนกัน
“ขอโทษ ผมขอโทษ” ร่างบางโถมเข้าหาคนที่นอนอยู่ทั้งตัว
หากก็ยังมีสติพอจะหลีกเลี่ยงตรงที่เป็นบาดแผลถูกแทงไว้
ซีวอนนิ่งงันไปเล็กน้อย แต่ความโหยหาก็ทำให้กระชับร่างแบบบางไว้กับตัวแน่น
“ผมมันไม่รู้อะไรเลย ผมเสียใจ ผมรักพี่นะ...ซีวอน”
คำว่า “รัก” ที่คิดว่าจะไม่ได้รับอีกแล้ว
เมื่อได้รับอีกครั้งก็ทำให้ซ่านลึกเข้าไปภายในใจจนเบ่งบานไปหมด
อ่อนโยน อ่อนหวานอย่างนี้นี่เอง...
เข้าใจถึงสิ่งที่ทงเฮเพียรบอกเขามาตลอด รักเป็นแบบนี้เองใช่ไหม
เขาได้คนๆนี้กลับมาคืนแล้วใช่ไหม เขา...รับความรู้สึกนี้ไว้ได้แล้วใช่ไหม
“รัก...ฉันก็รักนาย คยู”
มีความสุขยิ่งกว่าครั้งใดๆในชีวิต รู้สึกดียิ่งกว่าครั้งใดที่เคยพบพาน
ปีกสีขาว...ปีกนางฟ้า
สิ่งที่ไขว่คว้ามาตลอดชีวิต โหยหาอยู่ตลอดเวลา ในที่สุดก็มาอยู่ในมือเสียที
+++++++++++++++++++++++++
นับตั้งแต่วันที่ฮันกยองผละออกไป ก็ไม่เห็นคนร่างสูงนั้นกลับมาให้เห็นอีกเลย
เพราะมัวแต่ยุ่งๆอยู่กับการดูแลซีวอนจึงหลงลืมไปบ้าง
หากทุกครั้งที่คิดออกก็จะถามตัวเองอยู่เสมอ
พี่ฮันกยอง...พี่อยู่ไหนนะ
ไม่ว่าจะโทรไปที่ห้องหรือที่มือถือก็ไม่สามารถติดต่อได้
จะโทรหาพี่อีทึกหรือพี่คังอินก็ไม่มีเบอร์เสียนี่
ร่ำๆจะออกไปหาถึงคอนโดฯหรือที่ร้าน แต่ก็เป็นห่วงคนที่นอนเจ็บอยู่เหลือเกิน
ทำอะไรไม่ได้จนเวลาที่ว่ายาวนานจนเกือบจะครบอาทิตย์อยู่แล้ว
ตอนนี้บาดแผลของซีวอนก็เริ่มจะสมานกันแล้ว รออีกสองวันก็จะตัดไหมได้
แต่ก็นั่นแหละ ยังต้องอยู่ต่อเพื่อรอดูอาการของโรคร้ายที่ติดฝังอยู่ในตัว
หมอบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ซีวอนอาจจะอยู่ได้อีกไม่ถึงปี
หากยังไม่มีผู้บริจาคหัวใจให้
ร่างเพรียวเดินตามทางเดินทอดยาวไปเรื่อยๆ
สายตาเหม่อนิ่งเมื่อเห็นป้ายบอกแผนกข้างหน้า “อายุรกรรมโรคหัวใจ”
ความหวังเลือนรางเหลือเกินที่จะสามารถผ่าตัดหัวใจช่วงนี้ได้
เขาต้องเสียซีวอนไปจริงๆใช่ไหม...
มัวแต่หยุดมองจนไม่เห็นนางพยาบาลที่เดินสวนมาจากมุมห้อง ผลก็คือชนกันอย่างจัง
แฟ้มรายงานหล่นกระจายจากตะแกรงไปทั่ว ตะแกรงที่ติดกระดาษแปะไว้ชัดเจน
“รายชื่อผู้บริจาคหัวใจ”
“ขอโทษ...ขอโทษครับ” เอ่ยบอกละล่ำละลักพลางช่วยเก็บ
นางพยาบาลยิ้มให้อ่อนๆว่าไม่เป็นไร หากแต่แล้วคยูฮยอนก็ต้องชะงัก
เพราะใบประวัติพร้อมรูปถ่ายของใครคนหนึ่งที่กองรวมอยู่ในนั้น
พี่ฮันกยอง!!
ใครก็ได้บอกเขาทีว่าเขาตาฝาด สิ่งที่เขาเห็นมันไม่จริงใช่ไหม!
มือบางสั่นระริกเมื่อเอื้อมหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมา
ใบหน้าแสนคุ้นเคยในรูปถ่ายทำให้แทบจะพยุงตัวไว้ไม่อยู่
ก่อนจะทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งออกไปทันที
พี่ฮันกยอง อย่าทิ้งผมไปนะ!!
ไปถึงด้านหน้าโรงพยาบาลก็ชนเข้ากับร่างสูงหนาของใครคนหนึ่งอย่างจัง
เงยหน้าขึ้นสบก็ต้องร้องออกมาเสียงสั่น
“คิ...คิบอม พี่ฮันกยอง...พี่ฮันกยองเขา...!!”
+++++++++++++++++++++++++
หากสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตจะเกิดขึ้นได้สักครั้งหนึ่ง คยูฮยอนก็ได้ทำมันลงไปแล้ว
ร่างบางร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตา ใบหน้าหวานเบียดซุกอกของเพื่อนตัวเล็กแน่น
ทงเฮใด้แต่กอดปลอบไว้ด้วยความสงสาร
หันไปมองสารถีส่วนตัวที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถให้ก็เห็นแวววิตกไม่แพ้กัน
ฮันกยองหายไป ทั้งที่คอนโดและที่ร้านก็ไม่มีร่องรอยของคนๆนี้อยู่เลย
โทรศัพท์มือถือก็ถูกปิดไว้ตลอด แม้แต่อีทึกและคังอินก็ติดต่อไม่ได้
ฮันกยองหายไปไหน?
คำตอบเป็นอะไรที่แทบไม่อยากจะคาดคิด คยูฮยอนใจเสียอย่างหนัก
อย่าให้สิ่งที่เขาคิดไว้เป็นความจริงเลย
ดวงตาคมที่แสนเศร้าในวันนั้น สื่อความหมายอย่างนี้นี่เอง...
กลับไปที่โรงพยาบาลก็ต้องช็อคยิ่งกว่า เมื่อนางพยาบาลที่ดูแลเดินมาแจ้งข่าวดีให้ทราบ
“คุณซีวอนผ่าตัดได้แล้วนะคะ มีผู้บริจาคเสียชีวิต
คุณหมอตรวจดูแล้ว ทุกอย่างเข้ากันได้ดีค่ะ น่าจะสำเร็จแน่นอน”
น่าจะทำให้คยูฮยอนยิ้มออก หากร่างบางกลับเอ่ยถามเสียงเครือสั่น
“คนที่บริจาค เขา...เป็นอะไรตายครับ”
คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยินทำให้นางพยาบาลนิ่งงันไปเล็กน้อย
ลำบากใจที่จะตอบ หากก็ยอมบอกออกไป
“ดิฉันไม่แน่ใจว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเปล่านะคะ
แต่คนที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าเขาน่าจะตั้งใจวิ่งตัดหน้ารถค่ะ”
ช็อคยิ่งกว่าช็อค ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากดึงหัวใจให้หลุดออกจากร่าง
เจ็บปวดจนหยุดน้ำตาตัวเองไว้ไม่ได้ หากก็ยังกลั้นใจถามต่อ
เข้าใจ ว่าอาจจะผิดจรรยาบรรณของแพทย์ แต่อีกคำถามเดียวเท่านั้น
“เขาเป็นผู้ชายอายุราวๆ 24 ปี สูงประมาณ 180 กว่าๆ
ผมสีทองสว่าง ใช่หรือเปล่าครับ”
ถามแล้วก็ต้องกลั้นใจฟังคำตอบ พยาบาลคนนั้นเบิกตากว้างแปลกใจ
“รู้ได้ยังไงคะ”
เท่านั้นก็เพียงพอ คยูฮยอนทรุดลงกับพื้นทันที
ความรู้สึกสุดท้ายได้ยินเสียงคิบอมและทงเฮเรียกเสียงดัง
หากในหัวใจกลับร้องหาเพียงใครอีกคน ชัดเจน...
พี่ฮันกยอง...พี่ทิ้งผมไปทำไม
TBC.
@~Talk~@
อา...ใกล้จบเข้าไปทุกทีๆแล้วนะเนี่ย เริ่มคลี่คลายบ้างหรือยังเอ่ย??
ใครที่เรียกร้องหาป๋าฮันคนดี พาร์ทนี้ป๋าออกมาแล้วนะคะ ดีใจชะม๊า ^ ^
(รู้สึกถึงรังสีอำมหิตของบรรดาคนรักป๋าอยู่ลิบๆ -_-” )
แง๊...อย่ากัดคอเค้านะตัวเอง เค้าก็รักป๋านะ แต่...รักแบบซาดิสส์น่ะ *เหอๆๆๆ*
พาร์ทหน้าจบแน่นอนค่ะ มีแพลนในหัวเรียบร้อยแล้วด้วยว่าจะจบยังไง?
แล้วใครจะคู่ใคร? อยากรู้ล่ะสิ...เจอกันอาทิตย์หน้าค่ะ (เปิดแน่บ)
อา...น้ามจัง เค้าแอบหนีเที่ยวเลยไม่มีฟิคต้อนรับปีใหม่เลย เอาปีก 9 ไปแทนละกันนะ
"Happy New Year,2008 ทุกคนค่ะ"
ยังไงก็ เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^