@~Talk~@
ปฏิบัติการเนียนกำลังจะเริ่มต้น แบบกึ่มๆลืมๆอะไรแบบนั้น
แต่น้องนางบางท่านไม่ยอมให้เราทำปฏิบัติการนี้สำเร็จ มีการทวงถามอยู่เนืองๆ
=_____= น้ามจัง ขอดาคูชิแอบเนียนหน่อยก็มะได้ เง้อ~~~
เข้าเรื่องๆ วันเกิดป๋าก็ HBD ป๋าด้วยละกันเนอะ
รักป๋ารองจากคยูน้องน้อย เลยลงฟิคฉลองให้ด้วยซะเลย 5555
ถ้าใครยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้แนะให้ไปอ่าน
[SF]ทางเลือกที่ 1...(HBD Kyuhyun) - ก่อนนะคะ
ถ้าอ่านแล้วก็ติดตามต่อได้เลยค่ะ
เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^ ^
คุณว่า...ทางเลือกของคนๆหนึ่งจะมีได้สักกี่ทาง
1 หรือ 2 หรือ 3 หรือมากกว่านั้น...
และหากมีทางเลือกมากมายขนาดนั้น...คุณว่า คนเรามีสิทธิ์จะเลือกผิดไหม?
คงจะมีสินะ...
เพราะทางเลือกของคนๆหนึ่งอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีๆของใครหลายๆคนก็ได้
แต่อย่างน้อย...มันก็เป็นทางเลือก...ที่เราเลือกเอง
.
.
.
ร่างเพรียวเอนตัวพิงหมอนสีขาว ดวงตาเรียวหวานทอดมองออกไปไกล
ข้างนอกหน้าต่างหิมะกำลังตกอย่างหนัก ปุยเม็ดสีขาวร่วงลงมาไม่ขาดสาย
สวยงาม...ทว่าหนาวเหน็บ แต่ทั้งๆที่รู้ ก็ยังอยากจะสัมผัสกับความงามนั้น
รู้ว่าหากแตะต้องก็จะได้เพียงความเย็นเยียบจับหัวใจตอบกลับมา ก็ยังต้องการ
ก็คงเหมือนกับความรักของเขา รู้ทั้งรู้ว่าผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร
แต่ก็ยัง...รัก
เสียงเปิดประตูเบาๆเรียกให้หันไปมอง
หันไปก็เจอร่างสูงคุ้นตาถือข้าวของพะรุงพะรังเข้ามา
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นของบำรุงร่างกายเขาทั้งนั้น แต่ก็อดปากเอ่ยทักไม่ได้
“นี่นายซื้อมาเลี้ยงคนทั้งโรงพยาบาลหรือไง ซีวอน”
“บ้าน่ะ” ตอบกลั้วหัวเราะน้อยๆแล้ววางข้าวของลงตรงโต๊ะข้างเตียงที่ร่างเพรียวนอนอยู่
“นายเป็นยังไงบ้าง หน้าซีดๆนะ เรียกหมอไหม?”
ความห่วงใยเจือในน้ำเสียงเด่นชัด
ใบหน้าคมเลื่อนโน้มมาใกล้พร้อมมือใหญ่แนบแตะหน้าผาก
ความอบอุ่นที่ได้รับทำเอาหัวใจคนฟังหัวใจกระตุกไปวูบหนึ่ง
ซีวอน...อย่าดีกับฉันนักเลย
อย่าทำให้ฉันอ่อนแอ...เพราะความใจดีของนายแบบนี้เลย
“ฉันไม่เป็นไรสักหน่อย อย่าคิดมากเลยน่า” ทั้งๆที่แสนเสียดาย
แต่ก็เบี่ยงหน้าหนีสัมผัสอ่อนโยนนั้นจนได้ “ต้องไม่ใจอ่อน” คือคำที่เขาต้องท่องให้ขึ้นใจ
“งั้นเดี๋ยวฉันเทโจ๊กให้นายกินดีกว่า รอแป๊บนึงนะ”
มือใหญ่หยิบชามของโรงพยาบาลขึ้นมา บรรจงเทโจ๊กหอมกรุ่นใส่ชามอย่างระมัดระวัง
ทั้งๆที่เป็นคนเบี่ยงหน้าหนีเองแท้ๆ แต่ก็อดลอบมองแผนหลังกว้างนั้นไม่ได้
รัก...คือนิยามคำเดียวที่เคยมอบให้คนๆนี้
เป็นคำที่มอบไปแล้วและไม่เคยเรียกกลับคืนมา
แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว
ย้ำตัวเองไว้ให้มั่น ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซีวอน จบลงตั้งแต่ 1 ปีก่อนแล้ว...
โจ๊กควันฉุยส่งกลิ่นหอมถูกเลื่อนมาวางไว้ตรงหน้า
ถึงมันจะน่ากินสักแค่ไหนแต่ก็อดเบ้หน้าไม่ได้ ใช่...มันอร่อยก็จริงอยู่
แต่โดนทุกมื้อก็เบื่อได้เหมือนกัน “นี่...เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างไม่ได้หรือไง
เข้าโรงพยาบาลมา 2 เดือน กินโจ๊กเกือบทุกมื้อนี่ก็แย่อยู่นะซีวอน”
ออดจนคนร่างสูงอมยิ้ม ริมฝีปากได้รูปยามยิ้มอ่อนๆดูดีจนแทบไม่อยากจะถอนสายตา
มือเรียวกำอยู่กับตักแน่น เพราะกลัวจะอดใจเอื้อมมือไปลูบใบหน้าคมตรงหน้าไม่ได้
ท่องไว้สิฮันกยอง...เขาไม่ใช่ของๆนายอีกแล้ว นายไม่มีสิทธิ์จะแตะต้องคนๆนี้อีกแล้ว
ทางเลือกที่นายเลือกเองเมื่อ 1 ปีก่อน ทำให้นายหมดสิทธิ์นั้นไปแล้ว
“โอเค งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะไปหาซื้อพวกรังนกมาให้กินแล้วกันนะ
ยังไงมื้อนี้ก็ฝืนหน่อยแล้วกัน จะได้กินยาจะได้หายเร็วๆไง”
ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ก็ยื่นมาเกาะกุมมือที่ประสานบนหน้าตักของเขาเอาไว้ด้วย
อยากจะสลัดหนีแต่ก็แพ้หัวใจตัวเอง สมองสั่งว่า -อย่า-
แต่หัวใจกลับเรียกร้องในสิ่งตรงกันข้าม -อย่าปล่อยมือจากฉันซีวอน ฉันรักนาย-
“ก็ได้ แต่นายสัญญาแล้วนะ” ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีดึงให้ละมืออกจากอีกฝ่ายจนได้
ทำทีเป็นตักโจ๊กเข้าปาก แต่เพราะความรีบร้อนจนลืมที่จะระวัง
โจ๊กร้อนจัดจึงถูกส่งเข้าปากบางทันที
“โอ๊ย!!!” ร้องเสียงหลงเมื่อลิ้นสัมผัสอย่างถนัดถนี่กับความร้อนนั้น
ซีวอนรีบวิ่งไปเอาถังขยะเล็กๆและรินน้ำมาส่งให้ทันที
ฮันกยองคายโจ๊กในปากทิ้งแทบไม่ทัน ก่อนจะกลั้วลิ้นด้วยน้ำที่ซีวอนส่งให้
“ทำไมไม่รู้จักระวัง ลิ้นพองไหมน่ะ ดูหน่อยสิ”
เชยคางมนขึ้นดูลิ้นสีชมพูที่ขึ้นรอยแดงทันตาแล้วส่ายหน้า
“ดีนะที่ไม่เป็นไรมาก นายนี่ ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนะ”
พูดแล้วก็สะดุดใจทั้งคนพูดและคนฟัง คำพูดที่บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ครั้งก่อนแบบนั้น
ทำให้อดนึกหวนไปถึงวันเก่าๆของยังคบกันลึกซึ้งไม่ได้
เขาและซีวอนเป็นคู่รักที่ใครๆต่างก็อิจฉา พวกเขาเริ่มคบกันตอนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2
ซีวอนซึ่งเป็นดาวมหาวิทยาลัย อยู่ๆก็เข้ามาจีบคนธรรมดาๆแบบเขาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
เพราะปลื้มเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้ตอบตกลงไปอย่างง่ายดาย
แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าจะโดนหลอกหรือเปล่า? จะถูกทิ้งไหม? ซีวอนจริงใจหรือไม่?
เพราะอีกฝ่ายเข้าขั้นเพอเฟ็กซ์ กับเขาซึ่งแสนจะธรรมดา แต่ซีวอนก็พิสูจน์ให้เห็นชัด
ว่ารักและจริงใจกับเขาแค่ไหน
//นาย...ชอบฉันจริงๆหรือเปล่าซีวอน//
นั่นคือคำถามแสดงอาการกังวลเมื่อเริ่มคบกันใหม่ๆ
//ไปฟังใครเขามาอีกล่ะ?//
//เปล่า...ฉันก็แค่ถามดู// จริงๆแล้วก็เพราะเพื่อนสนิทของเขาน่ะแหละเตือนมา
ตอนนั้นซีวอนถอนหายใจนิดหนึ่ง ดวงตาคมทอดยาวไปไกล บอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง
//ถ้านายเป็นคนที่ทุกเย็นต้องวิ่งไปทำงานพิเศษที่ร้านด้านหลังมหาวิทยาลัย
เพื่อหาเงินส่งทั้งที่บ้านและส่งตัวเองเรียนล่ะก็...ใช่//
//ถ้านายเป็นคนที่พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นแม้แต่คนที่ตัวเองไม่รู้จัก
เช่นเห็นเด็กจะข้ามถนน คนแก่ถือของจะขึ้นสะพานลอย
จนบางทีตัวเองพลาดรถที่จะมามหาวิทยาลัยล่ะก็...ใช่//
//ถ้านายเป็นคนที่พยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มกำลัง
แม้ผลที่ตอบกลับมาจะดีบ้างร้ายบ้าง
แต่นายก็มีรอยยิ้มให้ทุกๆคนตลอดเวลาล่ะก็...ใช่//
คำพูดต่างๆที่พร่างพรูออกมาจากริมฝีปากได้รูปทำเอาหน้าเขาร้อนฉ่าไปหมด
นี่ซีวอนรู้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ? สังเกตขนาดนี้เชียวหรือ?
เล่นเอาเขาทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
//ทุกคนจะมองเรื่องของเราไปทางไหนก็แล้วแต่ แต่ฉันอยากให้นายมั่นใจในตัวเอง
ฉันรักนายไม่ใช่ด้วยหน้าตาหรือฐานะ แต่รักนายด้วยตัวตนที่แท้จริงของนาย//
จำได้ดีว่าวันนั้นเขินอายกับคำพูดนั้นแค่ไหน
จากนั้นเขาก็ไม่เคยข้องใจในตัวซีวอนอีกเลย
เราสองคนคบกันจนเรียนจบ เขาก็ตัดสินใจย้ายตัวเองเข้าไปพักอยู่ที่คอนโดของซีวอน
หลังจากที่ทนการออดอ้อนปนเอาแต่ใจของคนตัวโตกว่าไม่ไหว
2 ปีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันช่างมีความสุข
แม้จะไม่ได้ทำงานในบริษัทเดียวกันเพราะเรียนมาคนละสาขา
แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไปทำงานแต่อย่างใด
เพราะที่ทำงานของเขามีรถไฟฟ้าเชื่อมถึง
ถึงแม้ซีวอนจะให้รถไว้ใช้แต่เขาก็ไม่อยากกวนอีกฝ่ายมากนัก
อยากคบกันในฐานะที่เท่าเทียม อยากจะรักด้วยความเสมอภาคกัน...
แต่สวรรค์ท่านคงให้เวลาแห่งความสุขมาอย่างจำกัด
5 ปีที่คบกันคงจะมากไปแล้วสำหรับพวกเขา
จึงต้องให้เขาทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดจะทำตลอดชีวิต
เขา...เลิกกับซีวอน
เขาจากมาโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
ทันทีที่บังเอิญรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เกินเยียวยา เกินรักษา
เขาก็ตัดสินใจทิ้งซีวอนมา
เพราะรู้ดี...ซีวอนต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อรักษาเขาไว้ให้นานที่สุด
และเมื่อเสียเขาไป ซีวอนจะต้องโทษตัวเอง จมอยู่กับอดีต ว่าทำไมถึงรักษาเขาไว้ไม่ได้
ทำไมไม่สังเกตว่าเขาไม่สบาย ทำไมปล่อยให้โรคร้ายลุกลาม
ทำไมไม่ดูแลเขาให้ดีกว่านี้...
เขาไม่ต้องการ...ซีวอนที่จมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดชีวิตคือสิ่งที่เขารับไม่ได้
จึงตัดใจออกมาโดยไม่มีแม้แต่ลางบอกเหตุ โดยทิ้งจดหมายสั้นๆไว้เท่านั้น
//ซีวอน...
ขอโทษที่ต้องทำกับนายแบบนี้
แต่ 5 ปีที่คบกันทำให้ฉันรู้ว่าจริงๆแล้วฉันไม่เคยรักนายเลย
มันเป็นแค่ความหลงใหลได้ปลื้มในความสมบูรณ์แบบของนาย
ตอนนี้ฉันได้พบคนที่หัวใจฉันต้องการแล้ว ฉันจะไปกับเขา ไม่ต้องออกตามหา
เพราะถึงจะเจอกันอีกฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ ขอโทษที่เขียนเป็นจดหมายทิ้งไว้
มันอาจจะดูเลือดเย็น แต่ก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้นายไม่สามารถรั้งฉันไว้ได้
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา
ฉันมีความสุขมาก แม้จะไม่ได้รักนายเลยก็ตาม ...ฮันกยอง...//
คำโกหกเดียวที่เขาทำ แล้วคำๆเดียวนั้นเขาก็มอบให้คนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ
เกลียดฉันเถอะซีวอน...เกลียดฉัน แล้วลืมฉันไปให้หมดใจ อย่ารักฉันอีกเลย...ซีวอน
“ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวฉันป้อนเองดีกว่า” บอกหลังปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมอยู่พักใหญ่
ซีวอนบรรจงตักโจ๊กขึ้นมาเป่าก่อนจะจ่อรอที่ริมฝีปากของเขา
“อ้าม~~ นั่นแหละ ดีแล้ว” ป่วยการจะปฏิเสธเลยได้แต่อ้ารับโจ๊กอุ่นๆเข้าปาก
เขินอายนิดๆกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ก็อดรู้สึกอุ่นวาบลึกๆในอกไม่ได้
“ไม่ต้องทำเสียงแบบนั้นเลย ฉันโตแล้ว ไม่ใช่เด็กที่นายจะหลอกล่อด้วยวิธีแบบนี้นะ”
ตวัดเสียงให้รู้ว่าไม่ค่อยพอใจ คนหน้าหล่อก็ไม่มีสำนึก ยังหัวเราะร่าออกมา
“อ้าวหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย” มือใหญ่ลูบบนเส้นผมนิ่มสลวยช้าๆ
ก่อนจะโยกหัวฮันกยองไปมา “ค้อนเก่งแบบนี้ ก็นึกว่ายังไม่โตน่ะสิ”
ดูๆพูดเข้า...อดค้อนอีกทีไม่ได้ แต่ก็ยังยอมกินโจ๊กที่ซีวอนป้อนให้จนเกือบหมดชาม
นี่ไม่ได้กินเพราะถูกหลอกล่อหรอกนะ...
“เก่ง...เดี๋ยวคืนนี้มีรางวัล” ยิ้มหล่อให้หนึ่งทีแล้วลุกเอาชามไปล้างในห้องน้ำ
ฮันกยองได้แต่มองตาม สายตาที่ส่งผ่านเศร้าสร้อยจนน่าใจหาย
คืนนี้แล้วสินะ...คืนนี้ฉันก็มีเรื่องที่จะบอกนายเหมือนกัน...ซีวอน
ซีวอนออกไปได้ครู่ใหญ่แล้ว หลังจากอดทนมานาน
มือเรียวก็เอื้อมคว้ากระโถนข้างเตียงขึ้นมาทันที
โก่งคออาเจียนเอาทั้งอาหารและน้ำออกมาจนเกือบหมด
จนรู้สึกว่าในท้องวูบโหวงนั่นแหละจึงหยุดลง รู้สึกแสบคอจนไอโขลกออกมาแรง
ผลที่ได้รับคือเลือดที่เปรอะเป็นวงกว้างเต็มผ้าเช็ดหน้า
ราวกับโลกทั้งใบหมุนติ้ว หัวใจเต้นกระหน่ำเร็วแรงจนเจ็บ
ต้องสูดหายใจเรียกอากาศลึกเข้าปอดอยู่หลายที ทุกอย่างจึงค่อยๆทุเลาลง
ใกล้แล้วสินะ...เวลาของเขาใกล้หมดลงแล้ว...
.
.
.
ซีวอนกลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยของพะรุงพะรังในมือเช่นเคย
ใบหน้าหล่อคมยิ้มร่าเข้ามาใกล้ “วันนี้เราจะจัดดินเนอร์กันนะ”
คำพูดของคนตรงหน้าทำให้ฮันกยองขมวดคิ้วมุ่น
ก่อนจะร้องอ๋อออกมาเมื่อหันไปเจอเค้กครีมแต่งหน้าสีสวยสด
ตรงกลางเขียนด้วยครีมขาวหวัดสวย “Happy Birthday Hangkyung”
“นาย...จำได้ด้วยหรอ”
พูดออกมาราวกับละเมอ ไม่คิดว่าซีวอนจะยังจำวันเกิดของเขาได้
ทั้งๆที่เขาทำกับอีกฝ่ายขนาดนั้น ยังไม่ทำให้นายลืมฉันได้อีกหรอ
“ฉัน...จำเรื่องของนาย...ได้ทุกอย่าง” น้ำเสียงมั่นคงทำให้ฮันกยองหลบตาวูบ
ท่องกับตัวเองซ้ำๆไปมา
อย่าใจอ่อนนะฮันกยอง...อย่าใจอ่อน...เขา...ไม่ใช่ของเราอีกแล้ว
“อย่ามาทำเป็นพูดดีเลย เดี๋ยวแฟนนายมาได้ยินจะเคืองฉันเอาเปล่าๆ”
แกล้งหัวเราะทั้งๆที่มันปร่าแปร่งเต็มที แต่ก็ต้องย้ำ...ทั้งกับตัวเอง...แล้วก็ซีวอน
แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้ช็อคยิ่งกว่า
“ฉัน...เลิกกับเขาตั้งแต่ 6 วันก่อนแล้ว”
“อะไรนะ!!!”ขึ้นเสียงโดยไม่ทันรู้ตัว ตกใจเกินกว่าจะระงับอารมณ์ไว้ได้
“ทะ...ทำไม...ซีวอน นายทำแบบนี้ทำไม”
“ฉันต้องอยู่กับนาย”
“จะบ้าหรอ!!!” ร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายไปถึงขนาดนี้
เขาไม่ได้ต้องการให้ผลลัพธ์ทุกอย่างมันออกมาในรูปแบบนี้ ที่สำคัญ...
เขารู้ว่าในหัวใจของซีวอน ไม่ได้มีเขาอีกต่อไปแล้ว
แต่เป็นของเด็กหนุ่มคนนั้น...คยูฮยอน
“นายทำแบบนี้ไม่ได้นะซีวอน! นายรักคยูฮยอน นาย 2 คนรักกัน
ทำไมต้องทำลายความรักนั้นลงเพราะฉันด้วย ฉันไม่ต้องการ...นายเข้าใจไหม!
ฉันไม่ต้องการ!!” ตะโกนดังจนไอโขลกออกมา มือเรียวรีบคว้าผ้าเช็ดหน้ามาปิดปากไว้
เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเห็นในสิ่งที่เขาปิดบัง เลือด...ที่ไหลเปรอะออกมาเต็มผ้าเช็ดหน้า
ซีวอนตรงเข้าลูบหลังเป็นการใหญ่ ก่อนจะหันไปรินน้ำมาให้เขา
จังหวะเดียวที่ฮันกยองรีบเช็ดปากและซุกผ้าเช็ดหน้าลงใต้หมอนคืน
ซีวอนจะรู้ไม่ได้ว่าอาการเขาทรุดลงเร็วขนาดนี้ ถ้ารู้...ก็คงไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่นอน
“อย่าตะโกนสิฮัน นายไอจนฉันใจหายเลยนะ” ยื่นน้ำจ่อให้ร่างโปร่งบนเตียงจนถึงปาก
สิ่งที่ได้รับกลับมาคือดวงตาคมหวานที่ตวัดมองหน้านิ่ง
“ขอโทษ แต่ฉันตัดสินใจไปแล้ว ฉันทิ้งนายไปไม่ได้จริงๆ ฉันจะอยู่กับนาย
ถึงนายจะไม่ต้องการก็ตาม อย่าห้ามฉันเลย...ฮันกยอง”
“นายรักฉันหรือเปล่า”
คำถามที่ไม่คิดว่าจะออกจากกลีบปากบางซีดทำให้ซีวอนนิ่งไปนิดหนึ่ง
“รัก...”
“แล้วคยูฮยอนล่ะ นายรักเด็กคนนั้นหรือเปล่า” จ้องดวงตาคมไม่ลดละ
สิ่งเดียวที่ซีวอนจะทำกับเขาไม่ได้ ตั้งแต่คบกันจนถึง ณ วันนี้...ซีวอนไม่เคยโกหกเขา
“รัก...” คำตอบเป็นไปตามที่คิด
แปลก...ทั้งๆที่เจ็บแปลบในใจขนาดนี้กลับรู้สึกโล่งอกมากกว่า
อาจจะเพราะเขารู้คำตอบอยู่แล้วก็ได้ และดีใจที่อีกฝ่ายไม่คิดปิดบัง
“ฉันก็รักนาย”
ดวงตาคมไหววูบจนเห็นได้ชัด แทบจะใจอ่อนโอบร่างสูงตรงหน้ามากอดไว้
แต่...ไม่ได้ เขาจะเห็นแก่ตัวไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
“แต่วันนี้...อะไรมันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วซีวอน นายมีคยูฮยอนแล้ว
เขาเป็นปัจจุบันและอนาคตของนาย อย่ามาผูกติดกับอดีตอย่างฉันเลย”
“แต่ฉันทิ้งนายไม่ได้...ฮันกยอง นายทำเพื่อฉันมามากแล้ว
ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งนายเด็ดขาด”
ฮันกยองส่ายหน้าน้อยๆ เข้าใจยิ่งกว่าเข้าใจว่าหมายถึงอะไร
อยากหัวเราะให้กับพระเจ้าที่ชอบเล่นตลก 1 ปีที่เขาทำใจเกือบได้แล้ว
เหตุบังเอิญหรืออาเพศก็ไม่รู้ทำให้เขาต้องหมุนมาเจอกับซีวอนอีก
ทั้งๆที่หนีอีกฝ่ายไปจนไกล แต่ก็กลับมาเจอกันจนได้
ใช่...เขาเจอซีวอนอีกครั้งที่โรงพยาบาลแห่งนี้
ซีวอนที่พาคยูฮยอนมาโรงพยาบาลเพราะซนจนขาแพลงมาเจอเขาตอนนั้นพอดี
สายตาทั้งสองคู่ในตอนนั้นยังติดตา...คู่หนึ่งตกตะลึง คู่หนึ่งหวั่นไหว
ซีวอนตรงปรี่มาหาเขาแบบไม่คิด ทิ้งเด็กคนนั้นไว้เบื้องหลัง
คาดคั้นเอากับพยาบาลจนรู้ว่าเขามาอยู่ที่นี่เพราะอะไร และสุดท้าย...
ก็รู้จนได้ว่าจดหมายฉบับนั้น...เขาโกหก
จากวันนั้นซีวอนก็จะมาโรงพยาบาลเกือบทุกวัน
ทั้งๆที่เขาทั้งใช้ไม้อ่อน ไม้แข็ง ไม้ซีกไม้ซุง สารพัดไม้ก็ไม่ทำให้ซีวอนล่าถอยไปได้
ร่ำๆจะหนีออกจากโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง ก็ถูกดักทางไว้ก่อนอย่างรู้ทัน
เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ซึ่งมันก็ยาวนานมาจน 2 เดือนนี่แล้ว
“ซีวอน แต่นายไม่จำเป็นต้องเลิกกับเขานี่ อธิบายให้คยูฮยอนเข้าใจ
เราสองคนเป็นอดีตไปแล้ว เด็กคนนั้นรักนายมาก ยอมนายได้ทุกอย่าง
นายไม่รักไม่สงสารเขาบ้างเลยหรือไง”
เห็นอีกฝ่ายก้มหน้านิ่งเงียบไปก็ใช้น้ำเสียงอ่อนลง มือเรียวเอื้อมไปจับมือหนากระชับมั่น
“อย่าให้อดีตมาทำลายปัจจุบันของนาย ฉันเข้มแข็งกว่าที่นายคิดนะซีวอน
ฉันอยู่ได้แต่เด็กคนนั้นอยู่ไม่ได้ ฉันขาดนายได้แต่เด็กคนนั้นขาดไม่ได้”
เปล่าเลย...ฉันขาดนายไม่ได้ แต่ฉันต้องทำในสิ่งที่ดีที่สุดกับนายเท่านั้นเอง
“นะ...ซีวอน กลับไปขอโทษเขา และบอกเขาว่านายรักเขาแค่ไหน
อธิบายให้เขาฟังเรื่องของเราทั้งหมด อย่าทอดทิ้งเขามาแบบนี้”
“แต่...แต่ฉันทำไปแล้ว คยูอาจจะไม่ให้อภัยฉันก็ได้”
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นความอ่อนแอของคนตัวโต
ใบหน้าคมซุกซบลงกับฝ่ามือหนาของตัวเอง น้ำเสียงพร่าสั่นบอกถึงความเสียใจ
ทั้งๆที่บอกตัวเองให้ยอมรับให้ได้ แต่ก็ไม่อาจหยุดน้ำตาของตัวเองไว้ได้
มือเรียวรีบยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาตามร่องแก้มของตัวเอง
โชคดีที่อีกฝ่ายปิดหน้า เขา...จะไม่ให้ซีวอนเห็นความอ่อนแอครั้งนี้เด็ดขาด
“คยูฮยอนให้อภัยนายแน่นอน เด็กคนนั้นรักนายมากเกินกว่าที่จะสูญเสียนายไปได้
เขาเปราะบาง อ่อนไหว กลับไปหาเขาเถอะ...ฉันอยู่คนเดียวได้จริงๆ”
บังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นพร่า ปั้นใบหน้ายิ้มแย้ม
ยิ้มไว้นะฮันกยอง...เดี๋ยวทุกๆอย่างก็จะจบลงแล้ว อดทน...อีกนิดเดียว
“ขอโทษนะฮัน...ขอโทษ” มือใหญ่เอื้อมรั้งร่างโปร่งเข้าไปแนบในอกกว้าง
กระชับแน่นถ่ายทอดความอบอุ่นอ่อนโยนให้แก่กัน แทบอยากจะปล่อยโฮออกมา
แล้วดึงรั้งร่างสูงเจ้าของหัวใจไว้ แต่ก็ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่าโอบรอบร่างสูงไว้แน่น
ซึมซับความรู้สึกที่มันแผ่ซ่านไว้ในร่างกายให้คงอยู่ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
รัก...รักนายเหลือเกินซีวอน
“ฉันไปก่อนนะฮัน ฉันสัญญา...ฉันจะกลับมา
วันนี้ฉันจะกลับมาเลี้ยงฉลองวันเกิดกับนาย” ซีวอนบอกก่อนจะผละออกห่าง
ใบหน้าหล่อคมดูดีขึ้นเมื่อปัญหาทุกอย่างคลี่คลายลง
“อื้อ...พาคยูฮยอนมาด้วยล่ะ มาเลี้ยงฉลองพร้อมกัน 3 คนเลยนะ”
ซีวอนพยักหน้ารับ พลางจัดแจงร่างโปร่งให้ลงนอนจนเรียบร้อย
แนบริมฝีปากลงบนหน้าผากเกลี้ยงเบาๆหนึ่งทีก่อนถอยออกมา
“เดี๋ยวฉันมา...รักนายนะ ฮันกยอง” ยิ้มรับคำนั้นไว้เต็มหัวใจ
เพราะเขาก็รักอีกฝ่ายไม่แพ้กัน
“ฉันก็รักนาย...ซีวอน” โบกไม้โบกมือให้ร่างสูงที่ยิ้มรับคำแล้วก้าวเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ประตูปิดลง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนดับลงสนิท
ฮันกยองโก่งตัวขึ้นอาเจียนจนน้ำย่อยออกมา ขมปร่าไปหมดทั้งปาก แต่ก็ยังไม่หยุด
จนเลือดทะลักออกมาจนเป็นสีแดงฉานเต็มกระโถน อาการถึงค่อยทุเลาลง
เมื่อเงยหน้าขึ้นทุกอย่างก็หมุนติ้วจนต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง
หัวใจบีบรัดจนเจ็บร้าวไปทั้งอก เจ็บเสียดไปทั้งร่างกาย
หายใจไม่ออก ขยับตัวแทบไม่ได้ ทรมาน...ทรมานเหลือเกิน
อนุสติพร่าเลือนลงทุกที สัญญาณชีวิตเริ่มแผ่วลงทีละน้อย
ฮันกยองรู้ตัว เขาอยากจะรอจนถึงเวลาที่ซีวอนพาคยูฮยอนมา
อยากจะขอโทษเด็กคนนั้น อยากจะอวยพรให้ทั้งสองคนมีความสุข
แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เขา...รอไม่ไหวแล้ว
มือเรียวปัดป่ายไปจนเจอโต๊ะล้อเลื่อนที่วางเค้กไว้
ก่อนจะพยายามดึงเข้ามาหาตัว เค้กสีสวยสดตรงหน้าถูกปักเทียนไว้จนเรียบร้อย
ฮันกยองค่อยๆหยิบไฟแช็คขึ้นมาจุด เล่มแล้ว...เล่มเล่า
แล้วหรี่ไฟตรงหัวนอนให้เหลือเพียงแสงสลัว
แสงเทียนในความมืดสะท้อนดูอบอุ่นเรืองรองไปหมด
“เซงงิลชุกฮาฮัมนิดา” ใบหน้าหวานวาดรอยยิ้มบางเมื่อเอ่ยร้องเพลง
ทั้งๆที่ดวงตาเริ่มพร่าเลือนลงทุกที...ทุกที
“เซงงิลชุกฮาฮัมนิดา...อ่อกๆๆ” ร้องได้แค่นั้นก็ไอออกมาจะเลือดกระเซ็นไปถูกก้อนเค้ก
แต่ก็ยังแข็งใจร้องต่อ อยากอธิษฐาน
เพราะคำอธิษฐานในวันเกิดมักจะสมปรารถนาเสมอ คำขอเดียวที่เขาต้องการ
-ขอให้ซีวอนจงอยู่ด้วยกันกับคยูฮยอนอย่างมีความสุขตลอดไป-
“ซารางฮานึล ฮันกยอง เซงงิลชุกฮาฮัม...นิ..ดา”
ได้เวลาอธิษฐานแล้ว...ฮันกยอง
ห้องทั้งห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากหัวนอนแรงต่ำ
สะท้อนภาพชายหนุ่มร่างโปร่งบางนอนนิ่งอยู่ในห้อง
ใบหน้าหวานสงบนิ่งราวกับคนนอนหลับ
มือประสานกันไว้ที่อกราวกับกำลังขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวยงามราวรูปวาด
มีเพียงเลือดที่ไหลเลอะจากมุมปากไม่ขาดสาย
และลมหายใจที่ขาดห้วงไปจน...เงียบสนิท
…Happy Birthday Hangkyung…
END.
ปฏิบัติการเนียนกำลังจะเริ่มต้น แบบกึ่มๆลืมๆอะไรแบบนั้น
แต่น้องนางบางท่านไม่ยอมให้เราทำปฏิบัติการนี้สำเร็จ มีการทวงถามอยู่เนืองๆ
=_____= น้ามจัง ขอดาคูชิแอบเนียนหน่อยก็มะได้ เง้อ~~~
เข้าเรื่องๆ วันเกิดป๋าก็ HBD ป๋าด้วยละกันเนอะ
รักป๋ารองจากคยูน้องน้อย เลยลงฟิคฉลองให้ด้วยซะเลย 5555
ถ้าใครยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้แนะให้ไปอ่าน
[SF]ทางเลือกที่ 1...(HBD Kyuhyun) - ก่อนนะคะ
ถ้าอ่านแล้วก็ติดตามต่อได้เลยค่ะ
เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^ ^
คุณว่า...ทางเลือกของคนๆหนึ่งจะมีได้สักกี่ทาง
1 หรือ 2 หรือ 3 หรือมากกว่านั้น...
และหากมีทางเลือกมากมายขนาดนั้น...คุณว่า คนเรามีสิทธิ์จะเลือกผิดไหม?
คงจะมีสินะ...
เพราะทางเลือกของคนๆหนึ่งอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีๆของใครหลายๆคนก็ได้
แต่อย่างน้อย...มันก็เป็นทางเลือก...ที่เราเลือกเอง
.
.
.
ร่างเพรียวเอนตัวพิงหมอนสีขาว ดวงตาเรียวหวานทอดมองออกไปไกล
ข้างนอกหน้าต่างหิมะกำลังตกอย่างหนัก ปุยเม็ดสีขาวร่วงลงมาไม่ขาดสาย
สวยงาม...ทว่าหนาวเหน็บ แต่ทั้งๆที่รู้ ก็ยังอยากจะสัมผัสกับความงามนั้น
รู้ว่าหากแตะต้องก็จะได้เพียงความเย็นเยียบจับหัวใจตอบกลับมา ก็ยังต้องการ
ก็คงเหมือนกับความรักของเขา รู้ทั้งรู้ว่าผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร
แต่ก็ยัง...รัก
เสียงเปิดประตูเบาๆเรียกให้หันไปมอง
หันไปก็เจอร่างสูงคุ้นตาถือข้าวของพะรุงพะรังเข้ามา
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นของบำรุงร่างกายเขาทั้งนั้น แต่ก็อดปากเอ่ยทักไม่ได้
“นี่นายซื้อมาเลี้ยงคนทั้งโรงพยาบาลหรือไง ซีวอน”
“บ้าน่ะ” ตอบกลั้วหัวเราะน้อยๆแล้ววางข้าวของลงตรงโต๊ะข้างเตียงที่ร่างเพรียวนอนอยู่
“นายเป็นยังไงบ้าง หน้าซีดๆนะ เรียกหมอไหม?”
ความห่วงใยเจือในน้ำเสียงเด่นชัด
ใบหน้าคมเลื่อนโน้มมาใกล้พร้อมมือใหญ่แนบแตะหน้าผาก
ความอบอุ่นที่ได้รับทำเอาหัวใจคนฟังหัวใจกระตุกไปวูบหนึ่ง
ซีวอน...อย่าดีกับฉันนักเลย
อย่าทำให้ฉันอ่อนแอ...เพราะความใจดีของนายแบบนี้เลย
“ฉันไม่เป็นไรสักหน่อย อย่าคิดมากเลยน่า” ทั้งๆที่แสนเสียดาย
แต่ก็เบี่ยงหน้าหนีสัมผัสอ่อนโยนนั้นจนได้ “ต้องไม่ใจอ่อน” คือคำที่เขาต้องท่องให้ขึ้นใจ
“งั้นเดี๋ยวฉันเทโจ๊กให้นายกินดีกว่า รอแป๊บนึงนะ”
มือใหญ่หยิบชามของโรงพยาบาลขึ้นมา บรรจงเทโจ๊กหอมกรุ่นใส่ชามอย่างระมัดระวัง
ทั้งๆที่เป็นคนเบี่ยงหน้าหนีเองแท้ๆ แต่ก็อดลอบมองแผนหลังกว้างนั้นไม่ได้
รัก...คือนิยามคำเดียวที่เคยมอบให้คนๆนี้
เป็นคำที่มอบไปแล้วและไม่เคยเรียกกลับคืนมา
แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว
ย้ำตัวเองไว้ให้มั่น ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซีวอน จบลงตั้งแต่ 1 ปีก่อนแล้ว...
โจ๊กควันฉุยส่งกลิ่นหอมถูกเลื่อนมาวางไว้ตรงหน้า
ถึงมันจะน่ากินสักแค่ไหนแต่ก็อดเบ้หน้าไม่ได้ ใช่...มันอร่อยก็จริงอยู่
แต่โดนทุกมื้อก็เบื่อได้เหมือนกัน “นี่...เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างไม่ได้หรือไง
เข้าโรงพยาบาลมา 2 เดือน กินโจ๊กเกือบทุกมื้อนี่ก็แย่อยู่นะซีวอน”
ออดจนคนร่างสูงอมยิ้ม ริมฝีปากได้รูปยามยิ้มอ่อนๆดูดีจนแทบไม่อยากจะถอนสายตา
มือเรียวกำอยู่กับตักแน่น เพราะกลัวจะอดใจเอื้อมมือไปลูบใบหน้าคมตรงหน้าไม่ได้
ท่องไว้สิฮันกยอง...เขาไม่ใช่ของๆนายอีกแล้ว นายไม่มีสิทธิ์จะแตะต้องคนๆนี้อีกแล้ว
ทางเลือกที่นายเลือกเองเมื่อ 1 ปีก่อน ทำให้นายหมดสิทธิ์นั้นไปแล้ว
“โอเค งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะไปหาซื้อพวกรังนกมาให้กินแล้วกันนะ
ยังไงมื้อนี้ก็ฝืนหน่อยแล้วกัน จะได้กินยาจะได้หายเร็วๆไง”
ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ก็ยื่นมาเกาะกุมมือที่ประสานบนหน้าตักของเขาเอาไว้ด้วย
อยากจะสลัดหนีแต่ก็แพ้หัวใจตัวเอง สมองสั่งว่า -อย่า-
แต่หัวใจกลับเรียกร้องในสิ่งตรงกันข้าม -อย่าปล่อยมือจากฉันซีวอน ฉันรักนาย-
“ก็ได้ แต่นายสัญญาแล้วนะ” ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีดึงให้ละมืออกจากอีกฝ่ายจนได้
ทำทีเป็นตักโจ๊กเข้าปาก แต่เพราะความรีบร้อนจนลืมที่จะระวัง
โจ๊กร้อนจัดจึงถูกส่งเข้าปากบางทันที
“โอ๊ย!!!” ร้องเสียงหลงเมื่อลิ้นสัมผัสอย่างถนัดถนี่กับความร้อนนั้น
ซีวอนรีบวิ่งไปเอาถังขยะเล็กๆและรินน้ำมาส่งให้ทันที
ฮันกยองคายโจ๊กในปากทิ้งแทบไม่ทัน ก่อนจะกลั้วลิ้นด้วยน้ำที่ซีวอนส่งให้
“ทำไมไม่รู้จักระวัง ลิ้นพองไหมน่ะ ดูหน่อยสิ”
เชยคางมนขึ้นดูลิ้นสีชมพูที่ขึ้นรอยแดงทันตาแล้วส่ายหน้า
“ดีนะที่ไม่เป็นไรมาก นายนี่ ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนะ”
พูดแล้วก็สะดุดใจทั้งคนพูดและคนฟัง คำพูดที่บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ครั้งก่อนแบบนั้น
ทำให้อดนึกหวนไปถึงวันเก่าๆของยังคบกันลึกซึ้งไม่ได้
เขาและซีวอนเป็นคู่รักที่ใครๆต่างก็อิจฉา พวกเขาเริ่มคบกันตอนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2
ซีวอนซึ่งเป็นดาวมหาวิทยาลัย อยู่ๆก็เข้ามาจีบคนธรรมดาๆแบบเขาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
เพราะปลื้มเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้ตอบตกลงไปอย่างง่ายดาย
แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าจะโดนหลอกหรือเปล่า? จะถูกทิ้งไหม? ซีวอนจริงใจหรือไม่?
เพราะอีกฝ่ายเข้าขั้นเพอเฟ็กซ์ กับเขาซึ่งแสนจะธรรมดา แต่ซีวอนก็พิสูจน์ให้เห็นชัด
ว่ารักและจริงใจกับเขาแค่ไหน
//นาย...ชอบฉันจริงๆหรือเปล่าซีวอน//
นั่นคือคำถามแสดงอาการกังวลเมื่อเริ่มคบกันใหม่ๆ
//ไปฟังใครเขามาอีกล่ะ?//
//เปล่า...ฉันก็แค่ถามดู// จริงๆแล้วก็เพราะเพื่อนสนิทของเขาน่ะแหละเตือนมา
ตอนนั้นซีวอนถอนหายใจนิดหนึ่ง ดวงตาคมทอดยาวไปไกล บอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง
//ถ้านายเป็นคนที่ทุกเย็นต้องวิ่งไปทำงานพิเศษที่ร้านด้านหลังมหาวิทยาลัย
เพื่อหาเงินส่งทั้งที่บ้านและส่งตัวเองเรียนล่ะก็...ใช่//
//ถ้านายเป็นคนที่พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นแม้แต่คนที่ตัวเองไม่รู้จัก
เช่นเห็นเด็กจะข้ามถนน คนแก่ถือของจะขึ้นสะพานลอย
จนบางทีตัวเองพลาดรถที่จะมามหาวิทยาลัยล่ะก็...ใช่//
//ถ้านายเป็นคนที่พยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มกำลัง
แม้ผลที่ตอบกลับมาจะดีบ้างร้ายบ้าง
แต่นายก็มีรอยยิ้มให้ทุกๆคนตลอดเวลาล่ะก็...ใช่//
คำพูดต่างๆที่พร่างพรูออกมาจากริมฝีปากได้รูปทำเอาหน้าเขาร้อนฉ่าไปหมด
นี่ซีวอนรู้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ? สังเกตขนาดนี้เชียวหรือ?
เล่นเอาเขาทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
//ทุกคนจะมองเรื่องของเราไปทางไหนก็แล้วแต่ แต่ฉันอยากให้นายมั่นใจในตัวเอง
ฉันรักนายไม่ใช่ด้วยหน้าตาหรือฐานะ แต่รักนายด้วยตัวตนที่แท้จริงของนาย//
จำได้ดีว่าวันนั้นเขินอายกับคำพูดนั้นแค่ไหน
จากนั้นเขาก็ไม่เคยข้องใจในตัวซีวอนอีกเลย
เราสองคนคบกันจนเรียนจบ เขาก็ตัดสินใจย้ายตัวเองเข้าไปพักอยู่ที่คอนโดของซีวอน
หลังจากที่ทนการออดอ้อนปนเอาแต่ใจของคนตัวโตกว่าไม่ไหว
2 ปีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันช่างมีความสุข
แม้จะไม่ได้ทำงานในบริษัทเดียวกันเพราะเรียนมาคนละสาขา
แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไปทำงานแต่อย่างใด
เพราะที่ทำงานของเขามีรถไฟฟ้าเชื่อมถึง
ถึงแม้ซีวอนจะให้รถไว้ใช้แต่เขาก็ไม่อยากกวนอีกฝ่ายมากนัก
อยากคบกันในฐานะที่เท่าเทียม อยากจะรักด้วยความเสมอภาคกัน...
แต่สวรรค์ท่านคงให้เวลาแห่งความสุขมาอย่างจำกัด
5 ปีที่คบกันคงจะมากไปแล้วสำหรับพวกเขา
จึงต้องให้เขาทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดจะทำตลอดชีวิต
เขา...เลิกกับซีวอน
เขาจากมาโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
ทันทีที่บังเอิญรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เกินเยียวยา เกินรักษา
เขาก็ตัดสินใจทิ้งซีวอนมา
เพราะรู้ดี...ซีวอนต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อรักษาเขาไว้ให้นานที่สุด
และเมื่อเสียเขาไป ซีวอนจะต้องโทษตัวเอง จมอยู่กับอดีต ว่าทำไมถึงรักษาเขาไว้ไม่ได้
ทำไมไม่สังเกตว่าเขาไม่สบาย ทำไมปล่อยให้โรคร้ายลุกลาม
ทำไมไม่ดูแลเขาให้ดีกว่านี้...
เขาไม่ต้องการ...ซีวอนที่จมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดชีวิตคือสิ่งที่เขารับไม่ได้
จึงตัดใจออกมาโดยไม่มีแม้แต่ลางบอกเหตุ โดยทิ้งจดหมายสั้นๆไว้เท่านั้น
//ซีวอน...
ขอโทษที่ต้องทำกับนายแบบนี้
แต่ 5 ปีที่คบกันทำให้ฉันรู้ว่าจริงๆแล้วฉันไม่เคยรักนายเลย
มันเป็นแค่ความหลงใหลได้ปลื้มในความสมบูรณ์แบบของนาย
ตอนนี้ฉันได้พบคนที่หัวใจฉันต้องการแล้ว ฉันจะไปกับเขา ไม่ต้องออกตามหา
เพราะถึงจะเจอกันอีกฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ ขอโทษที่เขียนเป็นจดหมายทิ้งไว้
มันอาจจะดูเลือดเย็น แต่ก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้นายไม่สามารถรั้งฉันไว้ได้
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา
ฉันมีความสุขมาก แม้จะไม่ได้รักนายเลยก็ตาม ...ฮันกยอง...//
คำโกหกเดียวที่เขาทำ แล้วคำๆเดียวนั้นเขาก็มอบให้คนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ
เกลียดฉันเถอะซีวอน...เกลียดฉัน แล้วลืมฉันไปให้หมดใจ อย่ารักฉันอีกเลย...ซีวอน
“ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวฉันป้อนเองดีกว่า” บอกหลังปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมอยู่พักใหญ่
ซีวอนบรรจงตักโจ๊กขึ้นมาเป่าก่อนจะจ่อรอที่ริมฝีปากของเขา
“อ้าม~~ นั่นแหละ ดีแล้ว” ป่วยการจะปฏิเสธเลยได้แต่อ้ารับโจ๊กอุ่นๆเข้าปาก
เขินอายนิดๆกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ก็อดรู้สึกอุ่นวาบลึกๆในอกไม่ได้
“ไม่ต้องทำเสียงแบบนั้นเลย ฉันโตแล้ว ไม่ใช่เด็กที่นายจะหลอกล่อด้วยวิธีแบบนี้นะ”
ตวัดเสียงให้รู้ว่าไม่ค่อยพอใจ คนหน้าหล่อก็ไม่มีสำนึก ยังหัวเราะร่าออกมา
“อ้าวหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย” มือใหญ่ลูบบนเส้นผมนิ่มสลวยช้าๆ
ก่อนจะโยกหัวฮันกยองไปมา “ค้อนเก่งแบบนี้ ก็นึกว่ายังไม่โตน่ะสิ”
ดูๆพูดเข้า...อดค้อนอีกทีไม่ได้ แต่ก็ยังยอมกินโจ๊กที่ซีวอนป้อนให้จนเกือบหมดชาม
นี่ไม่ได้กินเพราะถูกหลอกล่อหรอกนะ...
“เก่ง...เดี๋ยวคืนนี้มีรางวัล” ยิ้มหล่อให้หนึ่งทีแล้วลุกเอาชามไปล้างในห้องน้ำ
ฮันกยองได้แต่มองตาม สายตาที่ส่งผ่านเศร้าสร้อยจนน่าใจหาย
คืนนี้แล้วสินะ...คืนนี้ฉันก็มีเรื่องที่จะบอกนายเหมือนกัน...ซีวอน
ซีวอนออกไปได้ครู่ใหญ่แล้ว หลังจากอดทนมานาน
มือเรียวก็เอื้อมคว้ากระโถนข้างเตียงขึ้นมาทันที
โก่งคออาเจียนเอาทั้งอาหารและน้ำออกมาจนเกือบหมด
จนรู้สึกว่าในท้องวูบโหวงนั่นแหละจึงหยุดลง รู้สึกแสบคอจนไอโขลกออกมาแรง
ผลที่ได้รับคือเลือดที่เปรอะเป็นวงกว้างเต็มผ้าเช็ดหน้า
ราวกับโลกทั้งใบหมุนติ้ว หัวใจเต้นกระหน่ำเร็วแรงจนเจ็บ
ต้องสูดหายใจเรียกอากาศลึกเข้าปอดอยู่หลายที ทุกอย่างจึงค่อยๆทุเลาลง
ใกล้แล้วสินะ...เวลาของเขาใกล้หมดลงแล้ว...
.
.
.
ซีวอนกลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยของพะรุงพะรังในมือเช่นเคย
ใบหน้าหล่อคมยิ้มร่าเข้ามาใกล้ “วันนี้เราจะจัดดินเนอร์กันนะ”
คำพูดของคนตรงหน้าทำให้ฮันกยองขมวดคิ้วมุ่น
ก่อนจะร้องอ๋อออกมาเมื่อหันไปเจอเค้กครีมแต่งหน้าสีสวยสด
ตรงกลางเขียนด้วยครีมขาวหวัดสวย “Happy Birthday Hangkyung”
“นาย...จำได้ด้วยหรอ”
พูดออกมาราวกับละเมอ ไม่คิดว่าซีวอนจะยังจำวันเกิดของเขาได้
ทั้งๆที่เขาทำกับอีกฝ่ายขนาดนั้น ยังไม่ทำให้นายลืมฉันได้อีกหรอ
“ฉัน...จำเรื่องของนาย...ได้ทุกอย่าง” น้ำเสียงมั่นคงทำให้ฮันกยองหลบตาวูบ
ท่องกับตัวเองซ้ำๆไปมา
อย่าใจอ่อนนะฮันกยอง...อย่าใจอ่อน...เขา...ไม่ใช่ของเราอีกแล้ว
“อย่ามาทำเป็นพูดดีเลย เดี๋ยวแฟนนายมาได้ยินจะเคืองฉันเอาเปล่าๆ”
แกล้งหัวเราะทั้งๆที่มันปร่าแปร่งเต็มที แต่ก็ต้องย้ำ...ทั้งกับตัวเอง...แล้วก็ซีวอน
แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้ช็อคยิ่งกว่า
“ฉัน...เลิกกับเขาตั้งแต่ 6 วันก่อนแล้ว”
“อะไรนะ!!!”ขึ้นเสียงโดยไม่ทันรู้ตัว ตกใจเกินกว่าจะระงับอารมณ์ไว้ได้
“ทะ...ทำไม...ซีวอน นายทำแบบนี้ทำไม”
“ฉันต้องอยู่กับนาย”
“จะบ้าหรอ!!!” ร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายไปถึงขนาดนี้
เขาไม่ได้ต้องการให้ผลลัพธ์ทุกอย่างมันออกมาในรูปแบบนี้ ที่สำคัญ...
เขารู้ว่าในหัวใจของซีวอน ไม่ได้มีเขาอีกต่อไปแล้ว
แต่เป็นของเด็กหนุ่มคนนั้น...คยูฮยอน
“นายทำแบบนี้ไม่ได้นะซีวอน! นายรักคยูฮยอน นาย 2 คนรักกัน
ทำไมต้องทำลายความรักนั้นลงเพราะฉันด้วย ฉันไม่ต้องการ...นายเข้าใจไหม!
ฉันไม่ต้องการ!!” ตะโกนดังจนไอโขลกออกมา มือเรียวรีบคว้าผ้าเช็ดหน้ามาปิดปากไว้
เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเห็นในสิ่งที่เขาปิดบัง เลือด...ที่ไหลเปรอะออกมาเต็มผ้าเช็ดหน้า
ซีวอนตรงเข้าลูบหลังเป็นการใหญ่ ก่อนจะหันไปรินน้ำมาให้เขา
จังหวะเดียวที่ฮันกยองรีบเช็ดปากและซุกผ้าเช็ดหน้าลงใต้หมอนคืน
ซีวอนจะรู้ไม่ได้ว่าอาการเขาทรุดลงเร็วขนาดนี้ ถ้ารู้...ก็คงไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่นอน
“อย่าตะโกนสิฮัน นายไอจนฉันใจหายเลยนะ” ยื่นน้ำจ่อให้ร่างโปร่งบนเตียงจนถึงปาก
สิ่งที่ได้รับกลับมาคือดวงตาคมหวานที่ตวัดมองหน้านิ่ง
“ขอโทษ แต่ฉันตัดสินใจไปแล้ว ฉันทิ้งนายไปไม่ได้จริงๆ ฉันจะอยู่กับนาย
ถึงนายจะไม่ต้องการก็ตาม อย่าห้ามฉันเลย...ฮันกยอง”
“นายรักฉันหรือเปล่า”
คำถามที่ไม่คิดว่าจะออกจากกลีบปากบางซีดทำให้ซีวอนนิ่งไปนิดหนึ่ง
“รัก...”
“แล้วคยูฮยอนล่ะ นายรักเด็กคนนั้นหรือเปล่า” จ้องดวงตาคมไม่ลดละ
สิ่งเดียวที่ซีวอนจะทำกับเขาไม่ได้ ตั้งแต่คบกันจนถึง ณ วันนี้...ซีวอนไม่เคยโกหกเขา
“รัก...” คำตอบเป็นไปตามที่คิด
แปลก...ทั้งๆที่เจ็บแปลบในใจขนาดนี้กลับรู้สึกโล่งอกมากกว่า
อาจจะเพราะเขารู้คำตอบอยู่แล้วก็ได้ และดีใจที่อีกฝ่ายไม่คิดปิดบัง
“ฉันก็รักนาย”
ดวงตาคมไหววูบจนเห็นได้ชัด แทบจะใจอ่อนโอบร่างสูงตรงหน้ามากอดไว้
แต่...ไม่ได้ เขาจะเห็นแก่ตัวไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
“แต่วันนี้...อะไรมันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วซีวอน นายมีคยูฮยอนแล้ว
เขาเป็นปัจจุบันและอนาคตของนาย อย่ามาผูกติดกับอดีตอย่างฉันเลย”
“แต่ฉันทิ้งนายไม่ได้...ฮันกยอง นายทำเพื่อฉันมามากแล้ว
ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งนายเด็ดขาด”
ฮันกยองส่ายหน้าน้อยๆ เข้าใจยิ่งกว่าเข้าใจว่าหมายถึงอะไร
อยากหัวเราะให้กับพระเจ้าที่ชอบเล่นตลก 1 ปีที่เขาทำใจเกือบได้แล้ว
เหตุบังเอิญหรืออาเพศก็ไม่รู้ทำให้เขาต้องหมุนมาเจอกับซีวอนอีก
ทั้งๆที่หนีอีกฝ่ายไปจนไกล แต่ก็กลับมาเจอกันจนได้
ใช่...เขาเจอซีวอนอีกครั้งที่โรงพยาบาลแห่งนี้
ซีวอนที่พาคยูฮยอนมาโรงพยาบาลเพราะซนจนขาแพลงมาเจอเขาตอนนั้นพอดี
สายตาทั้งสองคู่ในตอนนั้นยังติดตา...คู่หนึ่งตกตะลึง คู่หนึ่งหวั่นไหว
ซีวอนตรงปรี่มาหาเขาแบบไม่คิด ทิ้งเด็กคนนั้นไว้เบื้องหลัง
คาดคั้นเอากับพยาบาลจนรู้ว่าเขามาอยู่ที่นี่เพราะอะไร และสุดท้าย...
ก็รู้จนได้ว่าจดหมายฉบับนั้น...เขาโกหก
จากวันนั้นซีวอนก็จะมาโรงพยาบาลเกือบทุกวัน
ทั้งๆที่เขาทั้งใช้ไม้อ่อน ไม้แข็ง ไม้ซีกไม้ซุง สารพัดไม้ก็ไม่ทำให้ซีวอนล่าถอยไปได้
ร่ำๆจะหนีออกจากโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง ก็ถูกดักทางไว้ก่อนอย่างรู้ทัน
เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ซึ่งมันก็ยาวนานมาจน 2 เดือนนี่แล้ว
“ซีวอน แต่นายไม่จำเป็นต้องเลิกกับเขานี่ อธิบายให้คยูฮยอนเข้าใจ
เราสองคนเป็นอดีตไปแล้ว เด็กคนนั้นรักนายมาก ยอมนายได้ทุกอย่าง
นายไม่รักไม่สงสารเขาบ้างเลยหรือไง”
เห็นอีกฝ่ายก้มหน้านิ่งเงียบไปก็ใช้น้ำเสียงอ่อนลง มือเรียวเอื้อมไปจับมือหนากระชับมั่น
“อย่าให้อดีตมาทำลายปัจจุบันของนาย ฉันเข้มแข็งกว่าที่นายคิดนะซีวอน
ฉันอยู่ได้แต่เด็กคนนั้นอยู่ไม่ได้ ฉันขาดนายได้แต่เด็กคนนั้นขาดไม่ได้”
เปล่าเลย...ฉันขาดนายไม่ได้ แต่ฉันต้องทำในสิ่งที่ดีที่สุดกับนายเท่านั้นเอง
“นะ...ซีวอน กลับไปขอโทษเขา และบอกเขาว่านายรักเขาแค่ไหน
อธิบายให้เขาฟังเรื่องของเราทั้งหมด อย่าทอดทิ้งเขามาแบบนี้”
“แต่...แต่ฉันทำไปแล้ว คยูอาจจะไม่ให้อภัยฉันก็ได้”
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นความอ่อนแอของคนตัวโต
ใบหน้าคมซุกซบลงกับฝ่ามือหนาของตัวเอง น้ำเสียงพร่าสั่นบอกถึงความเสียใจ
ทั้งๆที่บอกตัวเองให้ยอมรับให้ได้ แต่ก็ไม่อาจหยุดน้ำตาของตัวเองไว้ได้
มือเรียวรีบยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาตามร่องแก้มของตัวเอง
โชคดีที่อีกฝ่ายปิดหน้า เขา...จะไม่ให้ซีวอนเห็นความอ่อนแอครั้งนี้เด็ดขาด
“คยูฮยอนให้อภัยนายแน่นอน เด็กคนนั้นรักนายมากเกินกว่าที่จะสูญเสียนายไปได้
เขาเปราะบาง อ่อนไหว กลับไปหาเขาเถอะ...ฉันอยู่คนเดียวได้จริงๆ”
บังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นพร่า ปั้นใบหน้ายิ้มแย้ม
ยิ้มไว้นะฮันกยอง...เดี๋ยวทุกๆอย่างก็จะจบลงแล้ว อดทน...อีกนิดเดียว
“ขอโทษนะฮัน...ขอโทษ” มือใหญ่เอื้อมรั้งร่างโปร่งเข้าไปแนบในอกกว้าง
กระชับแน่นถ่ายทอดความอบอุ่นอ่อนโยนให้แก่กัน แทบอยากจะปล่อยโฮออกมา
แล้วดึงรั้งร่างสูงเจ้าของหัวใจไว้ แต่ก็ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่าโอบรอบร่างสูงไว้แน่น
ซึมซับความรู้สึกที่มันแผ่ซ่านไว้ในร่างกายให้คงอยู่ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
รัก...รักนายเหลือเกินซีวอน
“ฉันไปก่อนนะฮัน ฉันสัญญา...ฉันจะกลับมา
วันนี้ฉันจะกลับมาเลี้ยงฉลองวันเกิดกับนาย” ซีวอนบอกก่อนจะผละออกห่าง
ใบหน้าหล่อคมดูดีขึ้นเมื่อปัญหาทุกอย่างคลี่คลายลง
“อื้อ...พาคยูฮยอนมาด้วยล่ะ มาเลี้ยงฉลองพร้อมกัน 3 คนเลยนะ”
ซีวอนพยักหน้ารับ พลางจัดแจงร่างโปร่งให้ลงนอนจนเรียบร้อย
แนบริมฝีปากลงบนหน้าผากเกลี้ยงเบาๆหนึ่งทีก่อนถอยออกมา
“เดี๋ยวฉันมา...รักนายนะ ฮันกยอง” ยิ้มรับคำนั้นไว้เต็มหัวใจ
เพราะเขาก็รักอีกฝ่ายไม่แพ้กัน
“ฉันก็รักนาย...ซีวอน” โบกไม้โบกมือให้ร่างสูงที่ยิ้มรับคำแล้วก้าวเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ประตูปิดลง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนดับลงสนิท
ฮันกยองโก่งตัวขึ้นอาเจียนจนน้ำย่อยออกมา ขมปร่าไปหมดทั้งปาก แต่ก็ยังไม่หยุด
จนเลือดทะลักออกมาจนเป็นสีแดงฉานเต็มกระโถน อาการถึงค่อยทุเลาลง
เมื่อเงยหน้าขึ้นทุกอย่างก็หมุนติ้วจนต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง
หัวใจบีบรัดจนเจ็บร้าวไปทั้งอก เจ็บเสียดไปทั้งร่างกาย
หายใจไม่ออก ขยับตัวแทบไม่ได้ ทรมาน...ทรมานเหลือเกิน
อนุสติพร่าเลือนลงทุกที สัญญาณชีวิตเริ่มแผ่วลงทีละน้อย
ฮันกยองรู้ตัว เขาอยากจะรอจนถึงเวลาที่ซีวอนพาคยูฮยอนมา
อยากจะขอโทษเด็กคนนั้น อยากจะอวยพรให้ทั้งสองคนมีความสุข
แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เขา...รอไม่ไหวแล้ว
มือเรียวปัดป่ายไปจนเจอโต๊ะล้อเลื่อนที่วางเค้กไว้
ก่อนจะพยายามดึงเข้ามาหาตัว เค้กสีสวยสดตรงหน้าถูกปักเทียนไว้จนเรียบร้อย
ฮันกยองค่อยๆหยิบไฟแช็คขึ้นมาจุด เล่มแล้ว...เล่มเล่า
แล้วหรี่ไฟตรงหัวนอนให้เหลือเพียงแสงสลัว
แสงเทียนในความมืดสะท้อนดูอบอุ่นเรืองรองไปหมด
“เซงงิลชุกฮาฮัมนิดา” ใบหน้าหวานวาดรอยยิ้มบางเมื่อเอ่ยร้องเพลง
ทั้งๆที่ดวงตาเริ่มพร่าเลือนลงทุกที...ทุกที
“เซงงิลชุกฮาฮัมนิดา...อ่อกๆๆ” ร้องได้แค่นั้นก็ไอออกมาจะเลือดกระเซ็นไปถูกก้อนเค้ก
แต่ก็ยังแข็งใจร้องต่อ อยากอธิษฐาน
เพราะคำอธิษฐานในวันเกิดมักจะสมปรารถนาเสมอ คำขอเดียวที่เขาต้องการ
-ขอให้ซีวอนจงอยู่ด้วยกันกับคยูฮยอนอย่างมีความสุขตลอดไป-
“ซารางฮานึล ฮันกยอง เซงงิลชุกฮาฮัม...นิ..ดา”
ได้เวลาอธิษฐานแล้ว...ฮันกยอง
ห้องทั้งห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากหัวนอนแรงต่ำ
สะท้อนภาพชายหนุ่มร่างโปร่งบางนอนนิ่งอยู่ในห้อง
ใบหน้าหวานสงบนิ่งราวกับคนนอนหลับ
มือประสานกันไว้ที่อกราวกับกำลังขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวยงามราวรูปวาด
มีเพียงเลือดที่ไหลเลอะจากมุมปากไม่ขาดสาย
และลมหายใจที่ขาดห้วงไปจน...เงียบสนิท
…Happy Birthday Hangkyung…
END.