2008/Jun/10

@~คำเตือน~@

ฟิคเรื่องนี้พกพาคำหยาบคายมาเต็มสตรีม มีทั้งกล่าวถึงบุพการี สิงห์สาราสัตว์ทั้งหลาย
เรียกว่าเป็นฟิคที่ไร้จิตสำนึกมากที่สุดที่ไรเตอร์เคยแต่งมา
รวมถึงเรทที่ติดจะรุนแรงอยู่สักหน่อย ถ้ารับความหยาบคายป่าเถื่อนไร้อารยธรรมไม่ได้
"ขอแนะนำให้ปิดลงเถอะนะคะ"

หากทำใจได้ก็เชิญติดตามกันได้ตามอัธยาศัยค่ะ



เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^






[Fic]…Friend # 3…[NC-17]


ร่างสูงใหญ่นั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะมาพักใหญ่แล้ว
ในมือยังถือแก้วที่มีน้ำสีอำพันบรรจุอยู่กว่าครึ่งไว้นิ่ง
ดวงตาคมหรี่ปรือจนเกือบปิดสนิท เพลงในห้องเงียบไปนานแล้ว
ในห้องคาราโอเกะเหลือเพียงชายหนุ่มนั่งอยู่คนเดียวเท่านั้น
นาฬิกาที่ฝาผนังบ่งบอกเวลาที่กำลังจะล่วงเข้าวันใหม่เข้าไปทุกที
แต่ซีวอนไม่คิดจะสนใจ


สิ่งที่เขาสนใจเพียงสิ่งเดียว คือคนที่ออกจากห้องนี้ไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา...



หลังจากสารภาพออกไปก็เห็นใบหน้าคมขาวซีดลงทันตา อย่าว่าแต่จุมยอกตกใจเลย
ซีวอนก็ตกใจกับคำพูดที่โพล่งออกไปเหมือนกัน
ทั้งๆที่นั่งคิดมาทั้งอาทิตย์ว่าเขาเป็นอะไรไปแต่ก็คิดไม่ออก สรุปให้ตัวเองไม่ได้
แต่เพราะชั่ววูบเดียวเท่านั้น อารมณ์วูบเดียว คำพูดที่โพล่งจากส่วนลึกของจิตใจคำเดียว
ก็ทำให้ทุกอย่างกระจ่างไปหมด



เขารักจุมยอก...




อย่าถามว่าทำไมถึงรัก อย่าถามว่าเกิดขึ้นได้ยังไง เขาก็ตอบไม่ได้
รู้เพียงแต่ว่ามันก็เกิดขึ้นแล้ว...และเป็นไปแล้ว ...เท่านั้น...

แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรับไม่ได้เอาเสียเลย จุมยอกถอยห่างออกจากเขาอีกเป็นวา

“นี่มึงเมาหรือเปล่า” ดวงตาคมกวาดมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มึงเห็นกูกินเหล้าสักแก้วไหมล่ะ” จุมยอกนิ่งไป
เออ...ตั้งแต่เข้ามา น้ำเปล่ามันยังไม่ได้แตะเลย

“มึง...ไปโรงพยาบาลกับกูไหม”

“สัตว์ กูไม่ได้บ้า” รู้ความคิดอีกฝ่ายทันที จุมยอกขมวดคิ้วมุ่น

“กู...โทรหาฮยอกแจให้มึงไหม”

“จุมยอก กูไม่ได้รักฮยอกแจแล้ว” ซีวอนบอกชัดจนจุมยอกอึ้งไป
ไม่ใช่ไม่รู้นิสัยเพื่อนว่ามันเปลี่ยนใจง่ายยิ่งกว่าง่าย คบใครเกินเดือนก็ถือว่าปาฏิหาริย์
แต่สำหรับฮยอกแจมันก็คบยาวนานกว่าคนอื่น
ถึงจะยังมั่วไม่เลิกแต่มันก็แคร์ฮยอกแจกว่าใคร ตอนฮยอกแจบอกเลิกก็จะเป็นจะตาย
เดือดร้อนให้เขาต้องลากมาอยู่ด้วยเพราะกลัวมันจะบ้าแล้วไปก่อเรื่องที่ไหนอีก


สุดท้าย...คืนนั้นมันก็ดันก่อเรื่องให้กับตัวเขาเอง...



“กูว่ามึงกลับไปนอนที่หอมึงได้แล้ว วันนี้เฮนรี่จะไปค้างที่ห้องกู”
ตัดบทแล้วตั้งท่าจะเดินออกจากห้องน้ำไป

“อะไรนะ!!”

“เมียกูจะไปค้างกับกู ได้ยินไหม”
ย้ำหนักให้คนที่ตะลีตะลานลุกขึ้นจากพื้นห้องน้ำได้ยินชัด

“ไม่ได้นะ มึงจะให้น้องรี่จังไปค้างกับมึงได้ยังไง กูไม่ยอม”

จุมยอกส่ายหน้า เอากับมันสิ...นี่มึงจะบ้าไปถึงไหน

“มึงไม่ยอมก็เรื่องของมึง แต่นี่มันเรื่องของกูกับเมียกู เพื่อนหมาๆอย่างมึง...ไม่เกี่ยว”
ย้ำอีกครั้งแล้วก็ผละออกไป ทิ้งให้คนตัวสูงยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างงั้น

แล้วจุมยอกก็พาเฮนรี่ไปค้างด้วยจริงๆ ทิ้งให้เขาได้แต่มองตาม
จะรั้งไว้ก็ไม่กล้าทั้งๆที่ไม่พอใจอย่างหนัก โดนดวงตาคมตวัดปรามมาก็ก้าวไม่ออก
ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ก็เลยได้แต่นั่งกินเหล้าให้มันหายเครียดอยู่อย่างนี้

ป่านนี้จะเป็นยังไงกันบ้าง คงจะถึงที่หอพักกันแล้วล่ะมั๊ง
แล้วจุมยอกกับเฮนรี่ก็คงจะนั่งดูหนังกันสองคนบนเตียงแคบๆหลังนั้น
ดูไปคุยไปสุดท้ายก็คงจะซบคลอเคลียกันแบบทุกครั้งที่เขาเห็นจนเป็นภาพชินตา
จับมือกัน กอดกัน...แล้วก็จูบกัน

“ไม่ไหวแล้วโว๊ย!!”

ซีวอนกระแทกแก้วเหล้าในมือลงแรง สะบัดหัวไล่ภาพบาดใจออกไป
ทั้งๆที่เห็นมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่คราวนี้เขากลับรู้สึกทนไม่ได้ซะอย่างงั้น


ต่อหน้าบุคคลที่สามอย่างเขายังหวานหยดกันซะขนาดนั้น แล้วถ้าสองต่อสองล่ะ...



ไม่ต้องรอหาคำตอบให้ตัวเอง ชายหนุ่มก็ก้าวออกจากห้องคาราโอเกะไปอย่างรวดเร็ว

.
.
.

“ผมว่าวันนี้ พี่ซีวอนแปลกๆไปนะ”
ร่างเล็กที่เอนพิงอกคนตัวสูงที่นั่งโอบกอดเอาไว้เอ่ยขึ้นเบาๆ
ใบหน้ากลมแหงนเงยขึ้นมองใบหน้าหล่อคมที่อยู่ห่างแค่คืบอย่างสงสัย

“หือ...” จุมยอกขานรับทั้งๆที่ตายังไม่ละออกจากจอทีวี

“พี่จุมยอกอ่า~~~” เรียกร้องความสนใจคนที่ยังนั่งไม่ยินดียินร้าย
สนใจฟังเขาสักนิดไม่ได้หรือไงนะ

“นี่พี่ไม่รู้สึกเหมือนผมบ้างหรอ”

“ก็ไม่นี่” ตาคมยังจ้องเนื้อหาในจอสี่เหลี่ยมเหมือนเดิม
จนมือเล็กๆต้องจับใบหน้าคมให้ก้มลงมาสบตาด้วย

“ผมจริงจังนะ” พยายามขึ้นเสียงให้รู้ว่าเอาจริง
แต่จุมยอกกลับหัวเราะเบาๆกับท่าทางแบบนั้น
พองแก้มปากยื่นตาคว่ำ...จุมยอกคงจะกลัวตายล่ะ

“อย่าไปสนใจมันเลย มันก็เพี้ยนๆอย่างงี้แหละ”
อดก้มลงจูบที่แก้มนิ่มเบาๆไม่ได้ อืม...ชื่นใจจัง

“พี่จุมยอกอ่า~~ อย่าพึ่งสิ” พยายามสะบัดหน้าหนีใบหน้าคมที่ซุกเข้าหาแก้มของตัวเอง
แต่ดูเหมือนว่าจะหันไปทางไหนก็เสียเปรียบทั้งนั้น

“อยู่กับพี่ก็สนใจพี่สิ เฮนรี่จะไปสนใจซีวอนมันทำไม” จ้องลงลึกไปในนัยน์ตากลมคู่สวย
ที่มองครั้งไหนจุมยอกก็ต้องหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น ใบหน้าเล็กแดงก่ำขึ้นทันตา

“อยู่กับพี่แล้วพูดถึงคนอื่น พี่หึงนะ” เฮนรี่รู้สึกหน้าร้อนจนแทบทนไม่ไหว
อายจนแทบไม่กล้าต่อตาด้วย พี่จุมยอกก็แบบนี้
ชอบทำให้เขาอายจนทำอะไรไม่ถูกอยู่เรื่อยเลย มือเล็กๆจึงตีแผ่นอกกว้างแก้เขินเบาๆ

“จะหึงทำไมล่ะครับ ผมก็แค่เป็นห่วงพี่ซีวอน ไม่ได้คิดอะไรด้วยสักหน่อย”
อุบอิบตอบออกไปเบาๆ

“ไม่คิดก็ดีแล้ว เพราะถึงเฮนรี่จะคิด พี่ก็จะทำให้เฮนรี่คิดถึงแต่พี่คนเดียว”
เชยคางให้ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นรับจุมพิตอ่อนนุ่ม หวานจับใจ
บดแนบริมฝีปากเลาะเล็มไปทั่วกลีบปากบาง
ก่อนจะแทรกปลายลิ้นให้ล่วงล้ำเข้าสู่ข้างใน
สัมผัสปลายลิ้นหยอกเย้า กวาดเก็บความหอมหวานชื่นใจไว้ทุกหยาดหยด

“อา...พี่...พี่จุมยอก”
เฮนรี่ครางสั่นแผ่วหวิวเมื่อริมฝีปากได้รูปเลื่อนไล้ลงไปที่ซอกคอขาว
มือใหญ่สอดไล้เข้าไปในเสื้อยืดตัวนิ่ม
แตะต้องกดย้ำไปทั่วทุกตารางนิ้วราวกับจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของ
หนักแน่นทว่าก็อ่อนโยนจนเฮนรี่แทบทนไม่ได้ แขนเรียวกอดเกี่ยวแผ่นหลังกว้างไว้แน่น

“อ๊า~~” ตัวเสื้อหลุดออกจากร่างเมื่อไหร่เฮนรี่ก็ไม่รู้
ร่างเล็กผวาเฮือกเมื่อยอดอกสีชมพูถูกครอบครองเอาไว้ ลิ้นร้อนไล้เลียจนขึ้นเป็นไตแข็ง
ในขณะที่อีกข้างก็ถูกมือใหญ่บีบคลึงหยอกเย้า
สัมผัสเร่าร้อนแต่ก็ยั่วเย้าในทีทำเอาร่างน้อยสั่นสะท้านไปทั้งกายด้วยไฟปรารถนา
แอ่นสะโพกยกขึ้นเมื่อมือหนาเลื่อนลงไปเพื่อดึงกางเกงผ้าลื่นออกจากตัว



ปังๆๆ!!



เสียงคล้ายมีคนมาทุบประตูให้พังมากกว่าที่จะเคาะเรียก
จุมยอกชะงักไปพอๆกับเฮนรี่ที่หันไปมองที่ประตูทันที
แต่ครู่เดียวภาพตรงหน้าก็ดึงความสนใจของจุมยอกให้กลับมาคืน

“อื้อ~~ พี่จุมยอก ใครมาหาน่ะครับ” พยายามเบี่ยงหนีใบหน้าคมที่ซุกไซ้มาอีกครั้ง
ทั้งๆที่อารมณ์ก็กระเจิดกระเจิงแทบจะกู่ไม่กลับ
แต่คนที่ทุบประตูรัวอยู่ข้างนอกก็ทำให้เฮนรี่นิ่งเฉยไม่ได้

“พี่...ไปเปิดประตูเถอะครับ เขาคงมีธุระด่วนจริงๆ” เมื่อคนหน้าประตูทุบรัวไม่ยอมถอย
เฮนรี่ก็ต้องตัดใจผลักอกร่างสูงให้ห่างจากตัว มือเล็กคว้าเสื้อยืดตัวนิ่มสวมกลับคืน
มองคนที่นั่งทำหน้าบูดแล้วก็ยิ้มให้

“เดี๋ยวค่อยมาต่อนะครับ ผมจะไปเปิดประตูให้” จุ๊บไปที่ใบหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาใจ
จุมยอกถอนหายใจเฮือก พลางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างไม่สบอารมณ์
ตาก็มองตามหลังร่างเล็กที่เดินไปเปิดประตูด้วยความหงุดหงิดเป็นกำลัง


แม่ง...ถ้าไม่ด่วนจริงพ่อจะเหยียบให้จมดินเลยคอยดู...



หลับตาระงับอารมณ์ลงเต็มที่ เปิดเปลือกตาอีกทีก็เจอใบหน้าที่คุ้นตามากว่าสิบปี

“พ่อมึงตายหรือไง!” หงุดหงิดเกินกว่าจะรักษามารยาทต่อหน้าคนตัวเล็กได้

“พ่อกูสบายดี แต่กูกำลังจะตาย” บอกทั้งๆที่ยังหอบถี่ ใบหน้าคมแดงก่ำ
ไม่รู้เป็นเพราะจากการวิ่งขึ้นบันไดหอพักหรือเป็นเพราะความเมากันแน่
แต่ที่แน่ๆกลิ่นมันคลุ้งไปหมดจนจุมยอกต้องปิดจมูกไปเลยทีเดียว

“นี่มึงไปแดกเหล้ามาหรือไปอาบเหล้ามากันแน่วะ สัตว์...ห้องกูเหม็นหมด”

“กูไม่เมา” ตอบไม่ตรงคำถามซะงั้น จุมยอกส่ายหน้า ยันตัวลุกขึ้นนั่ง

“มึงมาทำเหี้ยอะไร จะไปตายก็ไปตายที่อื่น อย่ามาตายให้รกห้องกู”

“กูไม่ไป กูจะนอนนี่” ไม่พูดเปล่า ยังเดินโงนเงนมาล้มตัวลงบนเตียงเขาซะอีกแน่ะ
ขายาวๆยกขึ้นยันเพื่อนรักเบาๆดังปั่ก!!!

“โอ๊ย!!”

“ลงไป”

“ไม่...กูจะนอน”


ไอ้หน้าด้าน...นี่หน้ามึงด้านกว่าส้นตีนกูแล้วใช่ไหมเนี่ย ถึงไม่สะทกสะท้านอย่างงี้
เดี๋ยวกูจะได้จดบันทึกไว้เป็นความรู้ใหม่...



“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่จุมยอก เดี๋ยวผมกลับหอพักดีกว่า”
ร่างเล็กรีบบอกเมื่อเห็นคนตัวสูงลุกขึ้นตั้งท่าจะเหยียบคนเมาไม่รู้เรื่องให้จมฝ่าเท้า
ทั้งๆที่นานๆทีจะมีโอกาสได้มาค้างกับคนที่รัก แต่ก็สงสารคนตัวโตที่เมาหัวราน้ำมากกว่า
ถ้าขืนเขายังอยู่ พี่จุมยอกได้ลากพี่ซีวอนไปนอนนอกห้องแน่ๆเลย

“ไม่ได้ แล้วเฮนรี่จะกลับยังไง ดึกป่านนี้แล้ว”

“ไม่เป็นไรครับ พี่ก็รู้นี่ว่าตึกถัดไปก็ถึงหอพักผมแล้ว
แถวนี้ก็ไม่เปลี่ยวสักหน่อย ผมกลับเองได้ครับ”
บอกให้อีกฝ่ายคลายใจ แต่จุมยอกก็ยังไม่ยอม

“ไม่...ถ้างั้นพี่ก็ต้องไปส่ง เฮ้ย!! ปล่อยกู!!”
ร้องลั่นเมื่อคนที่คิดว่าเมาหลับไปแล้วคว้าเอวของเขาแรงจนล้มลงบนเตียงแคบๆนั่น
แถมยังรัดไว้ไม่ยอมปล่อย ขายาวๆก็ก่ายพาดจนดิ้นไม่หลุด

“อย่าไป...กูไม่ให้มึงไป” พึมพำเสียงยานคางข้างๆหู
จุมยอกเห็นเฮนรี่มองมาอึ้งๆก็ยิ่งโมโหคนที่กอดก่ายแทบจะทับเขาไว้ทั้งตัว


อย่าให้กูหลุดไปนะ...คราวนี้มึงตายแน่...ไอ้ซีวอน!



“ผม...ผมไปก่อนนะครับ” ร่างเล็กโค้งให้นิดหนึ่งแล้วผลุนผลันออกไป
แทบจะถลาตามถ้าไม่ติดว่าถูกกอดรัดไว้ ชายหนุ่มตะโกนตามหลังคนตัวเล็กลั่น

“เฮนรี่!! เดี๋ยวก่อน!!” ช้าไปแล้ว ร่างน้อยลับหายออกไปจากหน้าประตู
จุมยอกกัดฟันกรอด สะบัดตัวแรงทั้งเตะทั้งถีบให้ไอ้คนที่ก่ายทับหลุดออกจากตัว

“มึงเป็นห่าอะไรนักหนาซีวอน! มันจะเกินไปแล้วนะ ปล่อยกู!!”

“กูไม่ปล่อย “ อ้อมแขนยิ่งรัดแน่น ล็อคทั้งแขนทั้งขาไว้จนจุมยอกดิ้นไม่หลุด


ห่า...เวลาเมาทีไรแรงเยอะฉิบหาย นี่มึงกินเหล้าหรือกินยาบ้ามากันแน่วะ!



“เหี้ยแล้ว...กูจะไปหาเมียกู”

“มึงก็เมียกูเหมือนกัน” จุมยอกถึงกับอ้าปากค้าง ด่าอะไรไม่ออกไปพักใหญ่เลยทีเดียว
มึงพูดซะความเป็นแมนเต็มร้อยกูติดลบไปเลยนะ!

“สัตว์...ใครเป็นเมียมึงกัน...”

“มึงไง”

“พ่อมึงสิ...พูดหมาๆนะมึง”

“มึงเป็นเมียกู...มึงเป็นเมียกู” ย้ำซ้ำๆอยู่ข้างใบหู ไม่พอ...ยังซุกหน้าเข้ามาหาอีก
ความอดทนเส้นสุดท้ายในตัวจุมยอกขาดผึง


ตายซะเถอะมึง!!!

 

โป๊ก!!!


ชายหนุ่มโขกหน้าผากเข้ากับหัวของอีกฝ่ายเต็มแรง เล่นเอาทั้งมึนทั้งเจ็บไปพักใหญ่
แต่แขนที่โอบรัดเขาไว้ก็คลายออกทันทีเหมือนกัน
ไม่รอช้า จุมยอกก็ลุกขึ้นนั่งคร่อมร่างสูงหนาไว้ทันที


ผัวะ!!


หมัดลุ่นๆชกเข้าที่ใบหน้าหล่อคมแรงจนหน้าสะบัด ซีวอนรู้สึกหน้าชาไปทั้งแถบ
ไม่ทันได้ตั้งตัวหมัดที่สองที่สามก็ตามมาติดๆ


ผัวะๆๆๆ!!!


“หายบ้าหรือยัง สัตว์...เอาเลือดบ้าออกบ้างจะได้หาย!!”
กระหน่ำชกใบหน้าคมไม่มียั้งแรง จุมยอกโกรธจนหน้ามืด
กะจะเอาให้ตายกันไปข้างหนึ่ง เอาเลือดโง่ๆออกบ้างเผื่อมันจะตาสว่างขึ้น
แต่ไม่ทันจะสะใจก็ถูกผลักออกแรงจนหงายหลังร่วงลงจากเตียง
หลังกระแทกพื้นไม้ดังอั่ก เจ็บจุกจนแทบลุกไม่ขึ้น
แต่พอเห็นร่างสูงลุกขึ้นได้จุมยอกก็รีบตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นบ้าง

“ทำไม...แค่เป็นเมียกู มึงจะตายหรือไง!!”
มือหนากระชากคอเสื้อร่างสูงโปร่งที่นอนจุกอยู่กับพื้นให้ขึ้นมา
ตาต่อตาสบกันนิ่ง ใบหน้าคมของซีวอนแตกยับจนแทบหมดสภาพ
ดูแทบไม่ออกว่าเคยหล่อเหลาขนาดไหน

“พ่อมึงสิ...กูไม่ใช่เมียมึง” เถียงทั้งๆที่ยังเจ็บจุกไม่หาย

“อ้อ...ไม่ยอมรับ” น้ำเสียงเย็นเยียบกดต่ำจนจุมยอกขนลุก
รู้สึกถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา



“ดี...งั้นก็เป็นแม่งอีกทีก็แล้วกัน”




ขาดคำ ร่างทั้งร่างก็ปลิวหวือจนกระแทกลงบนเตียงเพราะแรงเหวี่ยงมหาศาล
ทั้งเจ็บทั้งจุกกว่าเดิมแต่ฝ่าเท้าก็ยังยันร่างสูงหนาที่โถมทับลงมาเต็มแรง
ซีวอนกระเด็นออกไปจนชนกับขอบโต๊ะปลายเตียงเสียงดังสนั่น
จุมยอกลุกขึ้นได้ก็วิ่งตรงไปที่ประตูทันที


ไม่ไหวแล้ว...มันบ้าหนักขนาดนี้...เขาขอไปตั้งหลักไกลๆก่อนดีกว่า...



ไม่ทันพ้นประตูห้องก็ถูกกระชากรั้งคอเสื้อจากทางด้านหลัง
จุมยอกผวาหงายหลังล้มลงพร้อมกับเสียงเสื้อขาดติดมืออีกฝ่ายไปดังแคว่ก!!

“ทำไมมึงไม่ยอมกูดีๆ ชอบเจ็บตัวนักหรือไง”
จิกกระชากผมดำยาวระต้นคอของร่างสูงโปร่งขึ้นมา จุมยอกหน้าหงายจนคอแทบเคล็ด
เจ็บจนต้องกัดปากไว้แน่น

“ให้กูตายดีกว่าจะยอมเป็นเมียมึง”

ร่างสูงยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาคมเปล่งประกายวาบ
ซีวอนยามนี้น่ากลัวจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนๆเดียวกันกับเพื่อนที่คบมาตั้งแต่เด็ก
ราวกับไม่ใช่คนๆเดียวกับที่จุมยอกเคยรู้จัก

“ดี...งั้นกูจะคอยดูว่ามึงจะตายไหม”
ผลักหัวที่จับขยุ้มไว้ลงแรงจนใบหน้าเรียวเกือบกระแทกพื้น
ก่อนจะกระชากดึงชายเสื้อที่ขาดริ่งของจุมยอกออกมาถือไว้กับตัว

“มึงจะทำอะไร!! ปล่อยกู!!” จุมยอกตะโกนลั่นเมื่อถูกเหยียบให้นอนในท่าคว่ำ
ข้อมือถูกรวบไผล่หลังไว้ทั้งสองข้าง เจ็บจี๊ดจนถึงหัวเมื่อสะเก็ดเสื้อบาดเข้าที่ข้อมือ
ขณะถูกพันธนาการด้วยเสื้อของตัวเอง...เหมือนคืนนั้น

“ก็ทำให้มึงยอมรับว่าเป็นเมียกูไง” ริมฝีปากได้รูปบิดยิ้มหยันเมื่อเห็นผลงานของตัวเอง
ร่างสูงโปร่งที่เปิดเปลือยช่วงบน จนเห็นแผ่นอกกว้าง เอวสอบ กล้ามเนื้อท้องขึ้นลอนสวย
รูปร่างดีจนใครหลายๆคนอิจฉา ผิวขาวสะอ้านแต่ก็ดูแข็งแกร่ง
มีความเป็นชายพร้อมไปทั้งเนื้อทั้งตัว เหมือนกับซีวอนแทบจะทุกอย่าง


ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้ซีวอนเกิดอารมณ์ได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว
แถมยังเกิดมากกว่าคนที่ผ่านๆมาอีกเป็นเท่าตัวด้วย!



“ยอมกูซะ เดี๋ยวมึงก็ชินไปเอง” จุมยอกเบิกตากว้าง


...ชินไปเอง...นี่มึงจะทำจนให้กูชินเลยหรอ...
...
มึงเอามีดในกระเป๋าเป้กูมาปาดคอกูเลยดีกว่า...


มือใหญ่เอื้อมมาหมายจะคว้าลากร่างที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้น
แต่จุมยอกไวกว่า ขายาวๆที่ยังเป็นอิสระเตะสูงเข้าให้ที่ต้นขาของอีกฝ่าย
ซีวอนถลาล้มเสียหลักไปข้างหน้า ตั้งท่าได้จุมยอกก็ตะกายต่อไปจนถึงประตู
เอื้อมมือหมายจะเปิดประตูออกแล้วไปจากสถานที่ห่านรกนี่ซะที แต่...


อ้าว...แล้วมือกูล่ะ!!!



ลืมสนิทว่าถูกมัดไผล่หลังอยู่
หันกลับมาร่างสูงเทียมกันก็ยืนตระหง่านกั้นทางหนีของเขาหมดแล้ว
รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นที่มุมปากที่ยังมีเลือดเกรอะกรัง

“เก่งนักนะมึง ถ้าไม่ได้เลือดไม่หยุดใช่ไหม”

ความกลัวเป็นยังไงจุมยอกก็พึ่งกระจ่างใจวันนี้ เกิดมาก็ไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อน
เคยหัวเราะเยาะใครต่อใครมาก็มาก เยาะเย้ยถากถางเสียดสีพวกที่ขี้ขลาดตาขาว
กลัวจนขาสั่นปากสั่นงั้นหรอ...จุมยอกอยากจะหัวเราะ
งี่เง่าเกินกว่าจะคิดถึง ก็แค่พวกอ่อนแอไร้น้ำยาทั้งนั้น เขาไม่มีทางเป็นแบบนั้นเด็ดขาด


แต่ตอนนี้จุมยอกกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง!!



ร่างสูงโปร่งถูกกระชากจนล้มลงกับพื้นอีกครั้ง คราวนี้เพราะมือถูกมัดเอาไว้แน่นหนา
ใบหน้าเรียวคมจึงกระแทกเข้าที่พื้นอย่างจัง เจ็บชาไปทั้งใบหน้า
หัวโขกกับพื้นจนหน้ามืดไปชั่วขณะหนึ่ง
ยังไม่ทันตั้งตัวแรงอัดเข้าที่หน้าท้องก็ทำให้จุกจนตัวงอ


พลั่ก!!


“บอกกูมา ว่ามึงยอมแล้ว” ปลายเท้าหนาหนักกระแทกเข้าที่ท้องเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
เจ็บร้าวไปหมดจนสติเริ่มพร่าเลือน แต่ก็ยังกัดปากแน่นไม่ร้องออกมาสักแอะ
กัดจนเลือดไหลรินลงมาถึงปลายคาง

ซีวอนบ้าไปแล้ว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่อยู่ในกระแสเลือดแรงจนขาดสติรู้ผิดชอบชั่วดี
ร่างสูงสติขาดผึง มองภาพคนที่หมอบนิ่งอยู่แทบเท้า
ซ้อนทับกับพวกอันธพาลที่เคยมาหาเรื่อง ร่างสูงเตะอัดไม่ยั้งจนร่างตรงฝ่าเท้าแน่นิ่งไป
ลืมไปหมดทุกอย่าง มีแค่สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเท่านั้นที่กำลังบงการอยู่

ตาเรียวหรี่ปรือขึ้นมองเมื่อถูกจับให้นอนหงาย เจ็บจนแทบจะขาดสติ ร้าวไปหมดทั้งตัว
ร่างทั้งร่างบอบช้ำด้วยแรงอารมณ์ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรัก จุมยอกหายใจแผ่วๆ
แค่หายใจก็ยังเจ็บจนแทบไม่อยากจะหายใจ

“อย่า...” เสียงที่ผ่านออกจากปากเบาราวกับเสียงกระซิบ
อยากขยับตัวหลีกหนีร่างที่โถมทับเข้ามาก็ไม่สามารถทำได้
มือหนาลูบตะโบมบีบเค้นไปทั่วทั้งร่าง ใบหน้าคมคลุกเคล้าซุกไซ้ลงมาอย่างหื่นกระหาย
จุมยอกขยะแขยงจนเกินจะทนไหว แต่ก็หนีไม่ได้ ไม่มีแรงจะขยับแม้เพียงเล็กน้อย
ได้แต่กัดฟันทนรองรับอารมณ์ที่โหมกระพือราวกับพายุของอีกฝ่ายไว้


เจ็บ...ทรมาน..



เจ็บแปลบไปทุกที่ๆถูกสัมผัส ทรมานทุกครั้งที่ถูกกดย้ำลงบนร่างกาย
ผวาเยือกขึ้นทั้งตัวเมื่อกางเกงยีนส์ถูกดึงกระชากออกจนพ้นปลายขา
ตามด้วยกางเกงบ็อกเซอร์ที่สวมไว้
ตอนนี้ร่างทั้งร่างไม่เหลืออาภรณ์ติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว

ซีวอนปลดกระดุมกางเกงตัวเองลง
แทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางขณะที่มืออหนายกแยกเรียวขาให้ออกจากกัน

“......!!??!!!.....”

ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นจากช่องทางด้านหลังที่ไม่มีการเตรียมพร้อมมาก่อน
ซีวอนกระทั้นร่างเข้าใส่ช่องทางคับแน่นรุนแรง แทรกเข้าไปจนสุดในครั้งเดียว
ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีการช่วยให้ผ่อนคลาย จุมยอกจึงเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
ร่างโปร่งอ้าปากร้องทั้งๆที่ไม่มีเสียงออกมา เจ็บจนแทบขาดสติ
รับรู้ถึงของเหลวข้นไหลรินออกมาจากแผลเก่าที่ยังไม่ทันจะสมานตัวดี
กลิ่นคาวคละคลุ้งชวนคลื่นเหียน ทรมานจนอยากจะตายไปให้พ้นๆ

เอวหนายังขยับเข้าออกอย่างต่อเนื่อง เสียดสีเข้ากับช่องทางคับแคบครั้งแล้วครั้งเล่า
บดขยี้ซ้ำๆลงบนร่างที่กำลังจะแตกสลาย ความหื่นกระหายมีมากเกินกว่าจะควบคุมอยู่
ความทรมานที่ยาวนานราวกับไม่มีวันสิ้นสุดส่งผลให้เปลือกตาคมหรี่ปิดลงช้าๆ
รับรู้ถึงหยาดน้ำอุ่นที่ไหลเปียกสองข้างแก้ม

ไม่ใช่เพราะอารมณ์ความรู้สึกที่ทำให้ผู้ชายอย่างจุมยอกหลั่งน้ำตา
แต่เพราะมันเกินขีดจำกัดของร่างกายที่จะรับไหวและไม่มีหนทางใดจะระบายออก
จึงผลักดันให้น้ำตาไหลออกมาจากกระบอกตาคู่คม

ในที่สุดความทรมานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ก็จบลง
ร่างสูงกระแทกร่างเข้าหาเป็นครั้งสุดท้าย
ปลดปล่อยหยาดอารมณ์ออกมาจนหมด ก่อนจะล้มฟุบลงบนแผ่นอกขาวนิ่ง
ลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอทำให้จุมยอกรู้ว่าคนที่ทาบทับอยู่ด้านบนหลับไปแล้ว

ดวงตาดำจัดปิดลงอีกครั้งอย่างเหนื่อยอ่อน เลยขีดจำกัดของร่างกายมามาก
สติสัมปชัญญะจึงถูกตัดออกจากโลกภายนอกอย่างรวดเร็ว
ความคิดสุดท้ายหลุดลอยไปพร้อมกับคำถามที่ยังค้างอยู่ในใจ





ในวันพรุ่งนี้...พวกเขาทั้งคู่จะยังเป็นเพื่อนกันได้อีกไหม...



TBC.

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ดีใจยังมาต่อแล้ว



confused smile confused smile
#1  by   (203.155.40.12) At 2008-06-10 13:18, 
วอนแม่งเลว เลวกว่าตอนที่แล้วอีก
เป็นน้องมี่ ตื่นมาจะจับมันมัดแล้วกดมันมั่ง
เสร็จแล้วก็ตัดของมันให้เป็ดกิน
#2  by  jinni (61.91.234.117) At 2008-06-10 17:47, 
......
พูดไม่ออกกันเลยทีเดียววว
เกือบหายใจไปแล้วนะเนี่ย

มาอัพต่อนะconfused smile
#3  by  ~~Zame~~ At 2008-06-10 18:01, 
เอ้อ พิมผิดเกือบหยุดหายใจดิเนอะ
55+
#4  by  ~~Zame~~ At 2008-06-10 18:01, 
โอยๆๆๆๆ วอนน่ากัวมากกกกกกกกกกกกก



สงสารโจวมิจัง ฮ่าๆๆๆ


วอนโคดหื่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
#5  by  :: SUNNY* At 2008-06-10 20:28, 
งืดดดดดดดดดด...

ในวันพรุ่งนี้ก็คงยังเป็นเพื่อนกันได้...

แต่เป็นเพื่อนกูรักมึงว่ะ...

แง่ม..ไม่รู้ทำไมนิดถึงสงสารเฮนรี่ขึ้นมาตะหงิดๆ

ไม่ได้มีส่วนกับเขาเล๊ยยยยยย...

ยังต้องถูกแย่งแฟนไปจนได้...

ครึๆ...แนะนำว่าจบเรื่องนี้แล้วคุณพี่น่าจะสัมภาษณ์

คุณเคะทั้ง 2 ที่ถูกหักอกมา...

รออ่านต่อน่ะค่ะ

^__________________^*
#6  by  SMILE, even through your tears!!!!! At 2008-06-11 18:32, 
งวอนซาดิสโครตเลยอ่ะ
สุด ๆ ไปเลย
ทำอย่างนี้ได้ไง
แม่งเลวสุด ๆ เลยอ่ะ
มาต่อไว ๆนะค่ะ
รออ่านอยู่นะค่ะ
นุกมากsad smile
#7  by  harry At 2008-06-11 19:41, 
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ฉ๋อยเล๊วว!!!!!!!!!!1

หยิบมีดแล้วกระซวกมันซะชายหมี่!!!!!
#8  by  SMILE.K At 2008-06-13 00:34, 
-___________________-"

ฉ่อยเป็นไรมากป่าวเนี่ย??
เห็นหมี่ไม่ว่าอะไรก็คิดแต่จะได้อย่างเดียวหรือไง
คิดถึงใจเพื่อนรักแกบ้างไหม??
ที่เค้ายังเป็นเพื่อนกับแกโดยที่(พยายาม)ไม่คิดอะไรก็ถือว่าเป็นคนดีมากพอแล้ว
แกยังเอาแต่ใจแล้วทำแบบนี้นี่นะ
เข้าใจว่ารักเค้า
แต่ทำไมต้องกินเหล้า(เกี่ยว€?)
ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่าการใช้กำลังบังคับแล้วรึไงวะฉ่อยคะ?

รอต่อไปค่ะ
#9  by  **@**Sulvia **@** At 2008-06-13 02:03, 


ฉ่อยจ๋า

เป็นพระเอกเรื่องนี้รึเปล่า ทรมานเคะแบบหมี่ซะ

สุดๆ
#10  by  มิลฮี~เรียวยอก At 2008-06-16 04:01, 
เพิ่งรู้ว่าเรื่องนี้ก็มีมุมซึ้ง!?
*โดนไรเตอร์เตะกระเด็น*

สงสารทั้งคู่เลย ฮือออ~
ความเป็นเพื่อนจะจบลงไหม
ต้องติดต๊ามมมมม!!

แว้บไปอ่านตอนต่อละเด้อ~ sad smile
#11  by  Hayake At 2008-06-19 23:48, 
ฮือๆ สงสารพี่มี่อีกแล้วค่ะ เจ็บกว่าตอนที่แล้วอีก

ว่าแต่...

สงสารน้องรี่ที่สุดเลยค่ะ..กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแท้ๆ
พี่ฉ่อยนะพี่ฉ่อย...ฮึ่ย...
มาช้ากว่านี้ซัก10นาทีก็ไม่ได้ question
#12  by  bb (118.172.24.125) At 2008-07-21 23:31, 

<< Home