@~คำเตือน~@
ฟิคเรื่องนี้พกพาคำหยาบคายมาเต็มสตรีม มีทั้งกล่าวถึงบุพการี สิงห์สาราสัตว์ทั้งหลาย
เรียกว่าเป็นฟิคที่ไร้จิตสำนึกมากที่สุดที่ไรเตอร์เคยแต่งมา
รวมถึงเรทที่ติดจะรุนแรงอยู่สักหน่อย ถ้ารับความหยาบคายป่าเถื่อนไร้อารยธรรมไม่ได้
"ขอแนะนำให้ปิดลงเถอะนะคะ"
หากทำใจได้ก็เชิญติดตามกันได้ตามอัธยาศัยค่ะ
เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^
[Fic]…Friend # 4…[NC-17]
ร่างโปร่งลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับความเจ็บที่แล่นร้าวไปทั่วทั้งตัว
ดวงตาคมดำจัดกวาดตามองไปรอบๆ
แสงสีอ่อนที่สาดทอผ่านหน้าต่างบางเบาบอกจุมยอกว่านี่ก็เย็นมากแล้ว
เพราะอย่างนี้นี่เองร่างกายถึงต้องกระตุ้นให้เขาตื่นขึ้นมา
ไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ร่างกายของเขาถึงโหยหาอาหารรุนแรง
...เมื่อคืนนี้....
ริมฝีปากได้รูปขบเม้มลงแน่น ก่อนจะสะบัดศีรษะไล่ความคิดที่ประดังเข้ามาให้ออกไป
ขยับตัวลุกขึ้นจะนั่งก็ต้องทิ้งตัวลงนอนทันที เจ็บจุกไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว
ราวกับถูกเครื่องบดถนนทับจนร่างกายเหลกเหลวไปหมด
เจ็บจนลุกไม่ขึ้น...ขยับไม่ไหว ได้แต่นอนมองเพดานนิ่งๆ
ตาคมเหลือบมองเมื่อได้ยินเสียงเปิดปิดประตู
ร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีสดกับกางเกงยีนส์ทำให้จุมยอกขมวดคิ้วมุ่น
“มึงมาทำไมวะไอ้คยู” ใบหน้าหล่อเหลาขาวคมเปิดรอยยิ้มกว้าง
ออร่าแห่งความสุขฉายชัดจนคนนอนอยู่ต้องเขม่นตามอง
“น้องยุนอาตกลงเป็นเมียมึงแล้วหรือไง มึงถึงได้หน้าบานจนคับห้องกูขนาดนี้”
“เปล่า...” คยูฮยอนลอยหน้าลอยตาตอบ เดินเข้ามาใกล้ร่างสูงที่นอนมองอยู่
“หรือมึงได้ฟันอาจารย์โบอา อาจารย์ที่ปรึกษาของมึงแล้ว??”
“เปล่า...”
“หรือมึงดักฉุดน้องโซลฮีสำเร็จ รอดตีนผู้ปกครองเขามาได้”
“เปล่า...”
“หรือมึง...”
“สัตว์ นี่มึงอย่าเอากูไปเหมารวมกับสปีชี่ส์ระยำๆของไอ้คุณชายชเวมันได้ไหม”
ถอนฉุนพลางนั่งลงบนเตียง จุมยอกเลิกคิ้วขึ้นสูง
...ไม่บอกกูไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าพวกมึงคนละสายพันธุ์กัน แม่งอยู่รอดมาจนครบยี่สิบปี
โดยไม่ติดกามโรคตายนี่ กูก็แทบจะลงไปกราบตีนพวกมึงสองคนแล้ว...
“ปากยังเลี้ยงหมาไว้ครบฝูงแบบนี้เนี่ยนะกำลังจะตายห่า ไอ้เชี่ยวอนแม่งก็โอเวอร์
เล่นเอากูตกใจรีบมาแทบตาย รู้งี้ไม่น่าทิ้งนางฟ้าของกูมาเลย”
“มึงว่าอะไรนะ ไอ้ซีวอนบอกมึงว่ายังไงนะ” จุมยอกขมวดคิ้วมุ่น
ไอ้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของเขาโทรบอกคยูฮยอนว่าเขากำลังจะตายเนี่ยนะ
“บอกว่ามึงกำลังแย่ ไม่สบายจะตายห่าคาห้อง ให้กูรีบมาดูใจมึงด่วน”
ว่าแล้วคยูฮยอนก็กวาดสายตาไปรอบห้อง “ว่าแต่...มันไปไหนแล้วล่ะ”
“กูก็ไม่รู้ ตื่นมาก็เจอมึงเป็นบุญตาคนแรกนี่แหละ” ตอบแล้วก็ต้องนิ่งคิด
เออ...แล้วมันไปไหนของมันวะ...
“พอกูโทรหา มันก็เสือกปิดมือถือหนีอีก กูเลยไม่มีทางเลือกต้องถ่อสังขารมาถึงนี่
ไอ้เชี่ยวอน อย่าให้กูเจอนะมึง...ฮึ่ม” คยูฮยอนครางฮึ่มในลำคอ
อยากจะกระโดดถีบหน้าไอ้คนที่ฉุดเขาลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ให้หน้าแหก
มึงรู้ไหมว่ากว่ากูจะหาได้แบบนั้นมันยากนะโว้ย!
ว่าแล้วก็อดคิดหวนไปถึงเรือนร่างบอบบางที่เขาได้กอดก่ายไว้ตลอดทั้งคืนไม่ได้
กลิ่นเนื้อนวลหอมกรุ่นติดตรึงใจ ผิวกายบอบบางไปทุกสัดส่วน
ยามเขาออกแรงเข้าหน่อยก็ขึ้นรอยแดงช้ำไปทั้งตัว น่าหลงใหล...น่าทนุถนอม
ริมฝีปากสีแดงสดราวกับลูกเชอร์รี่ ยามได้ลิ้มรสก็ติดตรึงจนติดปลายลิ้น
หอมหวานซาบซ่านจนจับหัวใจ
...จับคยูฮยอนได้หมดทั้งหัวใจ...
ป่านนี้จะตื่นหรือยังนะ...คงยังหรอก...ก็เมื่อคืนเขายับยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่ซะขนาดนั้นนี่นะ
“มึงผีเข้าหรือไง ยิ้มคนเดียวก็ได้ด้วย”
จุมยอกรำคาญลูกกะตาไอ้คนที่เอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เต็มที
นี่ตกลงมึงจะมานั่งทำเป็นพระเอกมิวสิคในห้องกูเพื่อ??...
“ก็กูมีความสุข” ตอบทั้งๆที่ยิ้มยังระบายเต็มใบหน้า
“เรื่อง??”
“กูเก็บนางฟ้าได้” คำตอบทำเอาจุมยอกขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิม
“ที่ไหน??”
“หน้าหอพักมึง”
“...!!?!!...” คยูฮยอนหรี่ตามองหน้าหน้าไอ้คนที่ยังนอนแบ่บอยู่บนที่นอน
มันมองหน้าคยูฮยอนเหมือนว่ามีเขางอกออกจากหัวสักอันสองอันยังไงยังงั้น
“มึงไม่ต้องทำหน้าอย่างงั้นเลย กูพูดจริง”
“เมื่อไหร่??” จุมยอกยังไม่หายข้องใจ ชั่งใจว่ามันกำลังพูดถึงน้องจูดี้อยู่หรือเปล่า
อย่านะมึง...ไอ้วอนมันยังละเว้น อย่าบอกกูนะว่ามึงไม่!!
“เมื่อคืน ตอนดึกๆ กูเห็นเขาเดินร้องไห้อยู่ริมถนน เลยเก็บไปปลอบใจ”
“ไอ้ชั่ว...ฉุดเขาไปล่ะสิ” รู้เช่นเห็นชาติกันยิ่งกว่าอะไรถึงพูดออกไปตรงๆ
แทนที่จะละอาย คยูฮยอนกลับยกยิ้มร้าย
“ก็แค่ตอนแรกๆน่า...”
“เพลาๆลงบ้างเหอะมึง กูไม่อยากจะถ่อสังขารไปประกันตัวมึงในคุกหรอกนะ”
จุมยอกถอนใจ เอากะมันสิ...ทำไมวัฏจักรชีวิตของเขาเจอแต่เพื่อนแบบนี้ทั้งนั้นเลยวะ
ชาติก่อนกูทำบุญมาด้วยอะไรวะเนี่ย ชาตินี้กูจะได้ไม่ทำอีก!!
“ช่างกูเหอะ เออ...แล้วนี่ กูเห็นแขวนไว้หน้าห้องมึง กูเลยเอาเข้ามาให้”
มือขาวยกชูถุงใส่โจ๊กหอมกรุ่นขึ้นให้ดู นอกจากนั้นแล้วยังมีนมอีกขวดใหญ่แถมมาด้วย
“ของใครวะ??” เออ...ใครมันเอามาแขวนไว้หน้าห้องเขากัน ผิดห้องหรือเปล่าวะเนี่ย
“ของพ่อมึงมั๊ง”
“สัตว์...พ่อกูคงลงทุนนั่งเครื่องจากจีนมาส่งโจ๊กให้กูอยู่หรอก”
คยูฮยอนยักไหล่ ลุกขึ้นเดินไปจัดการเทโจ๊กหอมกรุ่นให้แล้วเอามายื่นตรงหน้าอีกครั้ง
“รีบแดก...กูจะรีบกลับ”
“งั้นกลับไปเลยมึง กูดูแลตัวเองได้”
จุมยอกพยุงตัวจนลุกขึ้นนั่งได้ แล้วรับชามโจ๊กมาถือไว้ในมือ
ไม่สนใจสายตาเรียวที่กวาดไล่ไปตั้งแต่หัวจรดเท้าของเขาอย่างพิจารณา
“มึงก็ปกติดีนี่หว่า ไอ้ห่าวอนก็เว่อร์ไปจริงๆด้วย” สังเกตจนทั่วก็ไม่เห็นร่องรอยผิดปกติ
นอกเสียจาก...
“ฮั่นแน่ หักโหมอ่ะดิมึง”
คยูฮยอนว่าพลางจิ้มเข้าไปที่รอยจ้ำแดงบนต้นคอขาวที่โผล่พ้นเสื้อคอเต่าออกมา
ไม่ใช่จุดเดียวซะด้วย แล้วยังปากที่เจ่อๆดูเหมือนจะแตกนั่นอีก
อะไรมันจะรุนแรงกันปานนั้น ถึงขนาดไข้ขึ้นกันเลยหรือไงวะ
“นี่ถ้ามึงไม่ได้เป็นเพื่อนกับกู กูจะคิดว่ามึง-ถูก-ฟัน-นะเนี่ย ไม่ใช่มึงไป-ฟัน-เขา”
ตรงเผงจนจุมยอกสะอึก เกือบสำลักโจ๊กที่กำลังตักเข้าปาก
มึงเดาได้เก่งมาก หัดเอาความสามารถแบบนี้ไปเดาข้อสอบปลายภาคบ้างก็ได้นะ
กูจะได้ไม่ต้องลำบากนั่งจดโพยข้อสอบให้มึงลอกอีก!!
“อ๊า...กูชักอยากเห็นน้องเฮนรี่ของมึงซะแล้วสิว่าหน้าตาเป็นยังไง
ทำไมครั้งแรกถึงได้หื่นจัดขนาดนี้ น้องเขาบริสุทธิ์จริงๆหรอวะเนี่ย”
ยังคะนองปากไม่หาย
จุมยอกแทบอยากจะเอารองเท้าหน้าห้องมายัดปากสวยๆของมันไว้
“สัตว์...อย่าลบหลู่สุดที่รักของกู กูไม่ขำ”
“เออ...แค่นี้ก็หวงด้วย เชิญมึงตั้งน้องเขาไว้บนหิ้งมึงต่อไปเหอะ กูไปล่ะ”
คยูฮยอนยิ้มเยาะ ไอ้นี่ก็รักก็หลงคนของมันซะจริง ไม่รู้ว่าอดทนอยู่ได้ยังไง
เป็นคยูฮยอนหน่อยไม่ได้ เสร็จตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคบกันแล้ว
นี่อะไร...คบกันเกือบจะสองปีเข้าไปแล้วเสือกยังไม่ได้แอ้ม เก็บเอาไว้ดองเค็มหรือไงวะ
แล้วทำมาประกาศว่า น้องเฮนรี่เมียกูๆ ถุย...ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย!!
ประตูห้องถูกปิดลง ความเงียบสงบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง
จุมยอกถอนใจพลางวางชามโจ๊กที่ว่างเปล่าลงข้างเตียง
หยิบนมที่วางไว้มาดื่มอีกอึกใหญ่
เมื่อได้กินได้ดื่มเต็มที่พลังชีวิตก็เริ่มกลับคืนมา
อีกทั้งร่างกายก็พักผ่อนจนเพียงพอหัวสมองจึงปลอดโปร่งขึ้นมาก
เริ่มคิดถึงสิ่งที่หลงลืมไปเมื่อครู่
...ซีวอนหายไปไหน??...
ตาเรียวดำกวาดไปรอบๆห้องอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์เมื่อคืน
ห้องเขาจะยังมีสภาพปกติราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แถมเรียบร้อยกว่าเดิมอีกต่างหาก
ก้มลงมองดูตัวเองก็ยิ่งนึกแปลกใจ
ไอ้เสื้อคอเต่ากับกางเกงวอร์มเนื้อนิ่มนี่มันมาอยู่บนตัวเขาได้ยังไงกันวะ
หลับตาลงพยายามย้อนนึกให้ดีอีกครั้ง ท่ามกลางความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น
กระสับกระส่ายอยู่ตลอดเวลา รู้สึกไม่สบายราวกับถูกไฟแผดเผา
ร้อน...ร้อนจนแทบทนไม่ไหว เจ็บปวดรวดร้าว...จนแทบทนไม่ได้
กลับได้ยินเสียงกระซิบแผ่วราวกับมาจากที่ไกลแสนไกล
ความอบอุ่นที่ได้รับเมื่อหนาวสั่นยามไข้ขึ้น สัมผัสเย็นชื้นเมื่อร่างกายร้อนผะผ่าว
ความนุ่มนวลที่โอบล้อมไว้แทบจะตลอดเวลา แผ่วหวิว...อ่อนโยน อบอุ่นถึงหัวใจ
ถ้อยคำกระซิบเศร้าที่ข้างหู หยดน้ำที่หยดเปียกใบหน้าและมือของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
“ขอโทษ...ขอโทษ”
“ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย...ไม่มีวัน”
“ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรจากนายอีกแล้ว”
“ฉันจะไม่ทำให้นายเดือดร้อนอีกแล้ว”
“ฉันจะไปจากชีวิตของนาย”
“ฉันรักนาย...จุมยอก”
คำทุกคำเริ่มกระจ่างชัดในหัว การกระทำทุกอย่างในขณะที่เขาสติไม่ครบสมบูรณ์
บอกชัด ...ซีวอนไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว...
ซีวอน...นายหายไปไหนกันแน่นะ...
.
.
.
เกือบสองอาทิตย์ที่ไม่ได้แม้แต่ข่าวคราวของร่างสูงใหญ่คุ้นตา
เงียบหายราวกับว่าไม่เคยมีคนๆนั้นอยู่ จุมยอกถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวันนี้
ใบหน้าหล่อคมเคร่งเครียด มองมือถือในมือตัวเองนิ่ง
นี่ก็เป็นอีกวันที่ซีวอนยังคงปิดมือถือ
“มันฆ่าตัวตายไปแล้วมั๊ง”
“สัตว์ หมาในปากมึงน่ะรู้จักเอาไปปล่อยบ้างเหอะ”
ด่าไอ้คนที่ยังลอยหน้าลอยตาหัวเราะชอบใจ มีความสุขนักนะมึง
ได้ข่าวว่ามึงปล้ำนางฟ้าจนเขายอมเป็นเมียมึงไปแล้วนี่
“ก็จะให้กูคิดว่าไง ปิดมือถือ ไม่มาเรียน ไม่กลับหอ
กูว่ามันคงเป็นศพขึ้นอืดอยู่แถวชายทะเลไปแล้วล่ะ” คยูฮยอนหัวเราะชอบใจ
ยิ่งชอบใจหนักเมื่อหน่วยตาดำจัดมองมาอย่างไม่พอใจ
“ขอบใจ...ความคิดเหี้ยๆของมึงช่วยกูได้เยอะเลย”
“ไอ้ห่าวอนก็อ่อนไปได้ แค่น้องไก่ทิ้งแค่เนี๊ยะ สติแตกกูไม่กลับเชียว เสียชื่อกลุ่มหมด”
จุมยอกหรุบตาลงต่ำ คยูฮยอนยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะอะไร
และเป็นเพราะใครกันแน่ แล้วเขาก็บอกไม่ได้ด้วย
“แต่แปลกนะ กูไม่เคยเห็นมันเป็นขนาดนี้มาก่อนเลย
ท่าทางคราวนี้มันจะเจอตัวจริงเข้าแล้วล่ะมั๊ง”
คยูฮยอนพูดไปเรื่อยๆโดยไม่สังเกตเพื่อนที่นั่งหน้าเคร่งอยู่ข้างตัวสักนิด
“กูว่าไม่หรอก” จุมยอกค้าน ทั้งๆที่รู้ว่าความจริงเป็นยังไง แต่ก็ไม่อยากยอมรับ
“แต่กูว่าน่าจะใช่นะ มันคงจะรักน้องคนนี้จริงๆ คนที่ไม่เคยรักใครจริงจังแบบนี้
พอบทมันจะรักขึ้นมา มันก็ทุ่มหมดใจนะเว้ย”
“พูดเหมือนมึงเป็น??” จุมหยอกหรี่ตามองเยาะๆ แต่คยูฮยอนไม่ขำด้วย
ใบหน้าเรียวขาวพยักหน้าจริงจัง
“เออ...กูกำลังเป็น” จุมยอกเบิกตากว้าง ...นี่มึงกำลังเล่นมุขใช่ไหม กูจะได้รอขำ...
“ตีน...คนอย่างมึงเนี่ยนะ”
“เออ...”
“กับใคร...น้องนางฟ้า??”
“เออ...เขาชื่อหลิว เซี่ยนหัว”
คำพูดที่มาพร้อมกับรอยยิ้มหวานเมื่อคิดถึงร่างน้อยอันเป็นที่รัก
แต่มันกลับทำให้จุมยอกชาวาบราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้า
“มึง...ว่า...เขาชื่ออะไรนะ” ถามย้ำอีกครั้ง อยากให้เมื่อกี๊เขาฟังผิด...เข้าใจผิดได้ไหม
“หลิวเซี่ยนหัว นางฟ้าของกูชื่อหลิว เซี่ยนหัว”
...เฮนรี่!!...
ผัวะ!!!
“โอ๊ย!! มึงเป็นเหี้ยอะไรวะจุมยอก กูเจ็บนะ!!”
คยูฮยอนโวยขึ้นเมื่อต้องลงไปนอนนับดาวกับพื้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
มือกุมแก้มที่เริ่มปวดตุบเพราะฤทธิ์หมัดเมื่อครู่
มองเพื่อนที่ยืนตัวสั่นหน้าแดงก่ำอย่างไม่เข้าใจ
เขาพูดอะไรผิดไปหรือไง มันถึงได้องค์ลงไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัวก่อนแบบนี้
ผัวะๆๆ!!
หมัดที่สองตามมาทั้งๆที่คยูฮยอนยังไม่ทันได้คำตอบ ตามด้วยหมัดที่สามสี่ห้า
จะเบี่ยงหลบก็ติดมือที่กระชากคอเสื้อเอาไว้แน่น
จะโต้ตอบก็ไม่ถนัดเพราะอีกฝ่ายนั่งคร่อมทับร่างเขาไว้
คยูฮยอนตัดสินใจผลักจุมยอกออกแรง แถมลูกถีบให้อีกหนึ่งดอกเต็มๆ
“มึงเป็นเหี้ยอะไร!! หมาบ้ากัดมาหรือไง สัตว์!!” ตะโกนใส่ไอ้คนที่ยังก้มหน้านิ่ง
ต่อยกูเอาๆแล้วเสือกจะมาทำเศร้าอีกนะมึง
“คยู...” น้ำเสียงทุ้มแหบแห้ง ใบหน้าคมยิ่งก้มต่ำ
“เรียกชื่อพระบิดามึงแทนเหอะ”
ยังยัวะไม่หาย มือเรียวขาวยกขึ้นปาดเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปาก
ห่า...เดี๋ยวน้องนางฟ้าเห็นกูสภาพนี้ก็ตกใจขวัญหนีดีฟ่อหมดหรอกมึง
“หลิวเซี่ยนหัว...นางฟ้าของมึงน่ะ” เสียงแผ่วเบาลงทุกที เหมือนกับยิ่งพูดจะยิ่งขาดใจ
“เออ...”
“อีกชื่อของเขาคือ...เฮนรี่...” คราวนี้คยูฮยอนเบิกตากว้าง ชายหนุ่มครางสั่นในลำคอ
ตายห่ากันก็คราวนี้แหละ โจ คยูฮยอน!!!
.
.
.
จุมยอกเดินลากขากลับหอพักอย่างไร้เรี่ยวแรง เหมือนโลกทั้งโลกพลิกกลับ
หัวใจเจ็บชาหนักอึ้ง สิ่งที่พึ่งรับรู้เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมามันหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
“กู...กะ...กู..ขอโทษ” ใบหน้าหล่อคมซีดเผือด เอ่ยละล่ำละลักแทบไม่เป็นคำออกมา
ดวงตาเรียวสั่นไหว คยูฮยอนกำลังเสียใจอย่างหนัก
“.................”
“ถ้ากู...ถ้ากูรู้...กูจะไม่ยุ่งกับเขาเลย”
“...............”
“จุมยอก...ถึงกูจะชั่ว...ถึงกูจะเหี้ยยังไง...กู...กูก็ไม่เคยทำร้ายเพื่อน
ถึงกูจะมั่วไปทั่ว แต่ที่กูจะไม่มีวันยุ่งเกี่ยวเลยก็คือคนของเพื่อน” เสียใจ...เสียใจจริงๆ
คยูฮยอนถึงกับตื้อไปทั้งอก มองหน้าเพื่อนสนิทที่ยังก้มหน้านิ่งก็ยิ่งทนแทบไม่ได้
“กูรู้...” ตอบได้แค่นั้น จุมยอกช็อคเกินกว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้มากกว่านี้
จะโทษใครก็ไม่ได้ ทุกอย่างเป็นความบังเอิญราวกับสวรรค์กำลังกลั่นแกล้งเขา
“กูขอโทษ...กู...ขอ...โทษ” หางเสียงเริ่มสั่น
คยูฮยอนเองก็ช็อคไม่แพ้จุมยอกเท่าไหร่นัก
เขาเสียใจ เพราะรู้ว่าเพื่อนนั้นรักปักใจกับร่างเล็กบอบบางนั้นมากแค่ไหน
แต่เขากลับทำลายทุกอย่างลงจนพินาศไปหมด เพราะสันดานเลวๆของตัวเอง
แต่คยูฮยอนไม่ได้ตั้งใจ...ถ้ารู้...รู้บ้างสักนิด
ต่อให้ร่างเล็กบางนั้นดึงดูดมากมายแค่ไหน คยูฮยอนก็จะไม่ก้าวเข้าไปแตะเลย...
ทรยศเพื่อน...คือสิ่งเดียวในชีวิตที่โจ คยูฮยอนจะไม่มีวันทำ!!
“มึงบอกว่า...เฮนรี่ยอม...คบมึงแล้ว” เจ็บ...จุมยอกเจ็บจนต้องกำหมัดเอาไว้แน่น
คยูฮยอนนิ่งไปนิดหนึ่ง แล้วพยักหน้ารับ
"อะ...อืม"
...เพราะแบบนี้ นายถึงไม่ยอมรับสายพี่ตั้งแต่คืนนั้นใช่ไหม...
“ตอนแรกเขาก็ไม่ยอม...แต่...แต่คนนี้กู...กูรักจริง...กูขอโอกาสเขา...เขาก็ให้”
...เพราะแบบนี้ นายถึงพยายามหลบหน้าพี่ใช่ไหม...
“มึง...รักเฮนรี่จริงหรือเปล่า” กลืนก้อนร้อนๆที่แล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอลงไปคืน
จุมยอกฝืนพูดทั้งๆที่น้ำเสียงสั่นพร่าเต็มที กระบอกตาคู่คมร้อนผ่าว
“กู...ขอโทษ...แต่หลิวเซี่ยนหัว...กูรักเขาจริงๆ”
คำว่า “รัก” ที่ไม่เคยได้ยินจากปากของเพื่อนทำให้จุมยอกต้องหลับตาลง
คยูฮยอนอาจจะชั่ว...มั่วดะไปหมด แต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่จะบอกว่า “รัก” ใคร
ทำไมต้องเป็นคนๆนี้ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ แล้วจะให้จุมยอกทำยังไง...
คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของจุมยอกนอกจากครอบครัวมีแค่ 3 คนเท่านั้น
หนึ่ง...คือเพื่อนรักที่คบกันมาตั้งแต่ยังเด็ก กินนอนเที่ยวเล่นด้วยกัน สำคัญมากกว่าใคร
แต่ตอนนี้...เขาก็สูญเสียไปแล้ว
สอง...คือคนรักที่ทนุถนอมเฝ้ารักหวงแหนมาเกือบจะสองปี รักแท้ที่เฝ้าอดทนบ่มเพาะ
รักที่คิดว่าจะยืนยาวไปตลอดกาล แต่ตอนนี้...เขาก็สูญเสียไปแล้ว
สาม...คือเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ตรงหน้า อาจจะคบกันมาได้ไม่นานนัก
แต่ก็สนิทจนนับได้ว่าเป็นเพื่อนรัก ไม่ว่าจะดีร้ายก็ฝ่าฟันร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกัน
แต่ตอนนี้...เขาก็กำลังจะสูญเสียไปแล้ว
แล้วจะให้จุมยอกทำอย่างไร...ให้หาทางออกให้กับตัวเองยังไง
ซีวอน...ถ้านายยังอยู่ตรงนี้...นายจะพูดว่ายังไงบ้างนะ
ซีวอน...ตอนนี้นายไปอยู่ที่ไหนกัน...
TBC.