@~Talk~@
จบจนได้สำหรับฟิคโหด ดิบ เถื่อน ไร้จรรยาบรรณของเรา
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนแอบชอบเรื่องนี้ด้วย อ่ะนะ...แอบเถื่อนเหมือนไรเตอร์ล่ะสิ ^ ^
หลายคนรีเควสพาร์ทสเปของคยูรี่ รีเควสกันมาแบบนี้เราก็จะ...จัดให้
แต่ขอเป็นอาทิตย์หน้านะคะ ขอกลับไปคิดก่อนว่าเรื่องคืนนั้น...จะออกมาแบบไหนดีน๊า
ขอบคุณทุกๆกำลังใจ ทุกๆคอมเม้นท์ที่ผลักดันให้เรื่องราวในฟิคนี้ดำเนินไปจนจบ
ขอบคุณจริงๆค่ะ (โค้งๆๆ)
เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^
.
.
.
[Fic]…Friend # 5…[NC-17] – End
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆอย่างเกรงใจแล้วก็เงียบหาย
ทำให้จุมยอกพยายามปรือตาขึ้นมอง
ไม่มีเรี่ยวแรงแม้จะขยับตัวไปไหน ใบหน้าคมแหงนเงยพิงกับที่นอน
ในมือถือแก้วที่บรรจุน้ำสีอัมพันเข้มไว้ ข้างตัวมีขวดเหล้าที่หมดไปกว่าสามในสี่
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง
มือจึงพยายามปาดป่ายหาที่เกาะยึดเพื่อจะลุกขึ้นให้ได้
แต่แค่ยันตัวยังไม่ทันได้ยืนก็ล้มโครมลงราวกับโลกพลิกเอียง
ไล่เลี่ยกับเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาของใครคนหนึ่ง
จุมยอกพยายามเงยหน้าขึ้นมอง แต่ก็มึนหัวหนักจนต้องยอมนอนนิ่งๆอยู่แบบนั้น
มือหนาคว้าตัวเขาลากขึ้นมาจากพื้น ทุลักทุเลพอสมควรเนื่องจากขนาดตัวที่ไล่เลี่ยกัน
แต่ก็พยุงเขาจนนอนลงบนเตียงจนได้
เสียงสถบเบาๆดังอยู่ข้างหู ทำให้รู้ว่าบุคคลผู้มาใหม่กำลังหงุดหงิดอย่างหนัก
มือหนาตบเบาๆที่แก้มเรียกสติเขาให้กลับคืนมา
“จุมยอก...จุมยอก” คุ้นหูจนต้องพยายามลืมตาขึ้นมองให้ชัด
ใบหน้าหล่อคมปรากฏสู่สายตา แม้จะดูซูบโทรมไปบ้างแต่จุมยอกก็จำได้ดีว่าใคร
“ซี...วอน”
อยากเอื้อมมือไปจับภาพร่างตรงหน้าพิสูจน์ดูว่ามันเป็นความจริงหรือฝันกันแน่
แต่แม้แต่แรงขยับยังไม่มี ร่างทั้งร่างหนักอึ้งด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
“ห่า...ทำไมมึงเป็นแบบนี้” ซีวอนกวาดตามองสภาพของเพื่อนก็ขมวดคิ้วมุ่น
“มึงบอกกูมา...มึงเป็นเหี้ยอะไร...วันนี้เกิดอะไรขึ้น” คาดคั้นถามคนที่ยังนอนหมดสภาพ
ซีวอนเห็นตั้งแต่ตอนที่จุมยอกเดินกลับมาที่หอพัก
ใบหน้าคมซีดเซียว เดินเหมือนคนหมดอาลัยในชีวิต
ที่สำคัญ...ดวงตาคมจัดแดงก่ำราวกับกำลังสะกดกลั้นน้ำตาไว้
นั่นคือสิ่งที่ทำให้ซีวอนอยู่เฉยไม่ได้ ต้องผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง
กลับเข้ามาในชีวิตจุมยอกอีกครั้ง
ทั้งๆที่สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเพียงแต่เฝ้าดูอยู่ห่างๆเท่านั้น
“เฮนรี่” น้ำเสียงขาดหาย ริมฝีปากขบเม้มแน่น ซีวอนขมวดคิ้วมุ่น
“ทำไม...น้องทำอะไรมึง...ทะเลาะกัน??”
“เฮนรี่...คยูฮยอน...คบกัน” ดวงตาคมเบิกกว้าง ทั้งๆที่อีกฝ่ายพูดแทบไม่เป็นประโยค
แต่ซีวอนก็ประติดประต่อจนได้ความ
สัตว์คยู...อย่าอยู่เลยมึง!!
ลุกพรวดขึ้นจากเตียงที่นั่งอยู่
กะว่างานนี้จะไปเอาเลือดหัวไอ้คนไม่มีจิตสำนึกออกซะบ้าง
แต่จุมยอกก็ไวไม่แพ้กัน คว้าจับชายเสื้อร่างสูงไว้มั่น
“อย่า...มันไม่รู้...ไม่เคยเห็นเฮนรี่” ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนแทบจะทนไม่ไหว
แต่มือก็ยังไม่ยอมปล่อยอีกฝ่าย สติที่เหลือเพียงน้อยนิดร้องสั่ง
ถ้าหากปล่อยมือ บ้านตระกูลโจคงไม่มีทายาทไว้สืบสกุลก็คราวนี้แหละ
“อะไรนะ!!”
“มันไม่รู้...มันก็เสียใจ” ซีวอนทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอีกครั้ง ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ
“ห่าเอ๊ย...ทำไมมันบังเอิญขนาดนี้วะ” หันมามองคนที่ยังนอนอยู่ “แล้วมึงล่ะ”
“แล้วจะให้กูทำยังไง ไม่รู้...กูไม่รู้” จุมยอกบอกเสียงแผ่วแล้วหลับตาลงอีกครั้ง
ซีวอนถอนใจเฮือกใหญ่ ให้มันได้อย่างงี้สิ...
มองอยู่สักพักร่างสูงก็เดินไปรองน้ำใส่กาละมังใบเล็กออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนู
แล้วก็คว้ายาแก้ปวดหัวบนโต๊ะติดมือมาได้
“เอ้า...แดกซะ...” ยาพร้อมน้ำยื่นจ่อให้จนถึงปาก จุมยอกรับเข้าไปอย่างง่ายดาย
สักพักก็รู้สึกถึงความเย็นที่ลูบสัมผัสไปทั่วผิวหน้า
“ฝีมือมึงใช่ไหม” มือที่กำลังเช็ดหน้าเช็ดตาให้หยุดชะงัก
คำถามสั้นๆแต่ซีวอนกลับเข้าใจความหมาย
เป็นเพื่อนกันมานานจนรู้ว่าจุมยอกหมายถึงอะไร
“.....................”
“กูไม่ใช่ผู้หญิง...กูเป็นเพื่อนมึง...ไม่ต้องมาดูแลกูขนาดนี้ก็ได้”
“แต่กูอยากทำ”
จุมยอกถอนใจกับคำตอบที่ได้รับ
ทุกๆวันหน้าห้องนี้จะมีไม่กับข้าวก็ผลไม้มาแขวนไว้ให้เสมอ
วันไหนเขานั่งอ่านหนังสือดึกๆก็จะมีนมอุ่นๆมาแขวนไว้ที่หน้าห้อง
ถ้าอากาศเปลี่ยนก็จะมีหยูกยา
มีแม้กระทั้งแม็กกาซีนที่เขาติดตามอยู่แต่ซื้อไม่ค่อยทันมาให้
แต่ไม่เคยจับได้ไล่ทันคนที่เอามาให้สักที
“ไอ้โรคจิต” ด่าทั้งๆที่ยังทึ่งในตัวคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆไม่ได้
คบกันมานานก็จริง แต่เขายังไม่เคยเก็บรายละเอียดของซีวอนได้มากเท่านี้เลย
มันรู้ไปหมดว่าเขาต้องการอะไร บางทีรู้มากกว่าที่เขารู้จักตัวเองเสียอีก
“หุบปากแล้วนอนไปเถอะมึง” เลื่อนจากใบหน้าลงมาที่ลำคอขาว
ผ่านไปสองอาทิตย์แล้วริ้วรอยบางแห่งก็ยังไม่หาย แม้จะจางลงมากเต็มที
ซีวอนหันหน้าหนีร่องรอยเหล่านั้น เพราะมันกำลังทำให้เขาเกิดอารมณ์!!
มือหนาเอื้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวออกจากร่างของอีกฝ่าย
ใบหน้าคมเบือนหนีไปที่อื่นขณะที่ลูบผ้าขนหนูเนื้อนุ่มไปตามแผ่นอกขาว
หน้าท้องเป็นลอนกล้ามได้รูป แขนที่มีมัดกล้ามสมส่วน
กลิ่นบุหรี่หอมเย็นและกลิ่นเหล้าร้อนแรงจากร่างที่นอนอยู่ทำเอาซีวอนแทบคลั่ง
“แล้วถ้ากูตื่นมา กูจะเจอมึงไหม มึงจะหายไปอีกหรือเปล่า”
ดวงตาคมจัดตวัดมองหน้าเขาทันทีที่เขาพูดจบ จุมยอกสบตานิ่งไม่หลบ ย้ำตามอีกครั้ง
“ตอบกู...มึงจะหายไปอีกไหม”
“กู...ไม่อยากไป” น้ำเสียงทุ้มสั่น สั่นจนจุมยอกจับได้ ริมฝีปากจึงวาดรอยยิ้มบางๆให้
“งั้นก็อย่าไป...อยู่กับกู...อย่าหายไปไหนอีก”
ผลที่ตอบกลับมาคือร่างหนาที่โถมเข้ากอดรัดไว้ทั้งตัวจนเจ็บจุกไปหมด
ถ้ามีแรงสักหน่อยจุมยอกคงจะให้รองเท้าเบอร์ 9 ครึ่งเป็นรางวัล
แต่ตอนนี้ทำได้แค่ยอมให้มันกอดแน่นไว้ทั้งตัว แล้วฟังมันพร่ำพรรณนาข้างหูเท่านั้น
“กูรักมึง...จุมยอก...กูรักมึง”
“เออ...กูรู้แล้ว”
“กูอยากอยู่กับมึง...กูไม่อยากไป...กูรักมึงจนกูจะบ้าตายแล้ว”
“เออ...อย่าพึ่ง...อีกสักสิบปีมึงค่อยตาย อยู่เป็นเพื่อนกูก่อน”
“จุมยอก...จุมยอก” เออ...กูจำชื่อที่พ่อแม่กูตั้งให้ได้ ไม่ต้องเรียกบ่อยก็ได้
อ้อมกอดยิ่งรัดแน่นอีกเป็นเท่าตัว อึดอัด...แต่ก็อบอุ่นจนไม่อยากขัดขืน
จมูกโด่งได้รูปฝังแน่นอยู่กับซอกคอของเขา
สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่รินรดอยู่ตลอดเวลา
“ปล่อยกูได้แล้ว...จะปล้ำกูอีกหรือไง”
“ขอ...ขอ...ขอโทษ” อ้อมกอดที่รัดรึงคลายออกทันที
ซีวอนผละออกห่างราวกับถูกของร้อน น้ำเสียงสั่นพร่า...บ่งบอกอารมณ์คนพูด
“นี่อย่าบอกนะว่า...” อย่าบอกกูนะว่ามึงเกิดอารมณ์กับกูอีกน่ะ
“กู...ขอโทษ” ดวงตาคมหลุบต่ำก้มหน้านิ่ง เล่นเอาจุมยอกพูดต่อไม่ออกไปต่อไม่เป็น
ในหัวยิ่งมึนหนักกว่าเดิม จะอะไรกันหนักหนาวะ
“กูจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก กูสัญญา” ตอกย้ำหนักให้เขามั่นใจทั้งๆที่หางเสียงแห้งแล้ง
จุมยอกนิ่งมองหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรัก มองราวกับจะให้ทะลุไปถึงใจอีกฝ่าย
ซีวอนไม่เคยผิดคำพูดกับเขา...
ถ้าหากว่าไม่...ก็คือไม่ ทำ...ก็คือทำ ซีวอนเป็นแบบนั้นกับเพื่อนอย่างเขาเสมอ
และไม่เคยมีสักครั้งที่จะทำอย่างที่ลั่นวาจาออกไปไม่ได้
ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน แต่แทนที่จะสบายใจ จุมยอกกลับรู้สึกหนักราวกับถูกหินถ่วงทับไว้
ความรู้สึกไม่ได้คลี่คลายลงอย่างที่ควรจะเป็น กลับยิ่งหนักหนาลงไปเรื่อยๆ
เพราะเขารู้...ซีวอนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางได้เพื่อนคนเดิมกลับมา สายตาคมที่มองมาที่เขาบอกแบบนั้น
รักที่ต้องเก็บไว้ กดไว้ ห้ามไว้จะทำให้ซีวอนทรมาน
คนที่ไม่เคยเรียนรู้ความรักในรูปแบบนั้นเลยในชีวิตรับไหวอย่างงั้นหรือ
ความรักมันช่างไม่เข้าใครออกใคร บทจะมาก็มาง่ายๆ บทจะจากไปคว้ายังไงก็ไม่อยู่
เพื่อนเขาทั้งสองคนเรียนรู้ที่จะรักพร้อมๆกัน แล้วก็เจ็บพร้อมๆกัน
เฮนรี่คงรู้ถึงความรู้สึกที่มุ่งมั่นของคยูฮยอน
รู้ว่าความรักที่มีแต่การรอคอย มีแต่ความหวังลมๆแล้งๆเป็นอย่างไร ทรมานแค่ไหน
ถึงได้ตอบรับไปแบบนั้น เขาไม่โทษทั้งเฮนรี่และคยูฮยอน ไม่มีใครสักคนที่ผิด
ถ้าจะโทษก็คงโทษโชคชะตาที่กำหนดมาแบบนี้มากกว่า
แล้วเขาล่ะ...จะให้เขาทำยังไง
ถามตัวเอง...พร้อมจะสูญเสียทุกคนที่รักไปแล้วหรือยัง...
.
.
.
“ซีวอน...” จุมยอกหลับตานิ่ง ผ่อนลมหายใจยาว
“ว่าไง...”
“มึงลืมๆมันไปได้ไหม แล้วกลับไปเป็นเพื่อนกับกูเหมือนเดิม” ความหวังสุดท้าย
ทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้ว แต่จุมยอกก็อยากจะถามให้มั่นใจอีกครั้ง ซีวอนเงียบไปพักใหญ่
“กู...ลืมไม่ได้”
“..................”
"มึงจะให้กูลืมได้ยังไง ทุกครั้งที่กูหายใจกูก็นึกถึงแต่มึง
สายตากูก็คอยมองหาแต่มึง ทุกครั้งที่คิดออกก็เจอแต่คำว่า...รักมึง"
“..................”
“กูสัญญากับมึงว่ากูจะไม่ทำเหี้ยๆกับมึงอีก แต่ขอร้อง...อย่าบังคับให้กูลืม กูทำไม่ได้”
หางเสียงสั่นเครือจนจับได้ หยดน้ำใสๆไหลรินออกจากดวงตาคม
หยดต้องลงบนมือเขาที่ถูกเกาะกุมไว้ ความรู้สึกเดียวกับเหตุการณ์เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว
ซีวอนกำลังร้องไห้...ร้องไห้ให้กับความรักที่เลื่อนลอย...ร้องไห้ให้กับเขา
จุมยอกดึงไอ้คนที่ซบหน้าร้องไห้อยู่กับฝ่ามือเขาเข้ามาใกล้
ก่อนจะวาดวงแขนโอบล้อมแผ่นหลังกว้างที่สั่นเทาไว้ มือก็ลูบหลังปลอบประโลมไปด้วย
รู้สึกถึงหยดน้ำตาที่ตกกระทบบนแผ่นอกของเขา
"กูรักมึง...กูขอแค่รักมึงไม่ได้หรือไง"
ใบหน้าคมซุกอกอีกฝ่ายไว้ เอ่ยเสียงสั่นพร่า
ซีวอนกลัว...ไม่อยากจะให้มือคู่นี้ผลักไสเขาให้ออกห่างอีก กลัวจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
สิ่งเดียวในชีวิตที่ไม่อยากสูญเสีย แค่สองอาทิตย์ที่ห่างกัน
ก็แทบจะฆ่าซีวอนให้ตายทั้งเป็นได้อยู่แล้ว
“อย่าฆ่ากูด้วยวิธีนี้ อย่าบังคับให้กูลืม จุมยอก...กูเลิกรักมึงไม่ได้จริงๆ”
หมดแล้ว ลูกผู้ชายอย่าเชว ซีวอนยอมให้ได้ทุกอย่าง...หมดทั้งชีวิต
ไม่เคยคิดว่าจะรักใครได้มากเท่านี้แต่ก็รักไปแล้ว รักทั้งๆที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น
รักคนที่ไม่สมควรรัก รักที่รู้ผลอยู่แล้วว่าจะจบลงยังไง
ทำไม “รักแท้” ครั้งแรกในชีวิตถึงได้ลงเอยแบบนี้ ทำไมถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้
แต่ก็เลิกไม่ได้...แค่คิดจะเลิก...ก็ยังทำไม่ได้เลย
“กูรู้แล้ว...ไม่ต้องร้อง” ถอนใจอย่างยอมแพ้ จุมยอกยอมแพ้ต่อกงล้อแห่งโชคชะตา
ร่างหนาที่อยู่ในอ้อมแขนคลายสั่นลงเล็กน้อย
“มึง...หมายความว่า...กูรักมึงได้ใช่ไหม” เสียงอู้อี้ดังมาจากแผ่นอก
จุมยอกพยักหน้าทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่ได้เงยขึ้นมอง
“อืม...”
“มึงจะให้กูอยู่ข้างๆ...ทั้งๆที่กูรักมึง??...”
“อืม...”
“มึงจะไม่บังคับให้กูลืมแล้วใช่ไหม”
“เออ...กูให้โอกาสมึง”
พูดจบก็เกือบจะร้องออกมา
เมื่อร่างสูงรวบรัดตัวเขากอดไว้แน่น แรงโถมหนักจนจุกอั่กไปพักใหญ่
ใบหน้าคมกดจูบไปทั่วทั้งปากคอคิ้วคางของเขาอย่างดีใจ ซีวอนหัวเราะทั้งน้ำตา
“จุมยอก...ขอบคุณ...กู...กูดีใจ”
“แต่กูกำลังเสียใจ” ไม่รู้ว่าตัดสินใจผิดหรือถูกที่ไม่ได้ผลักไสมันออกไปอีก
ได้แต่นอนให้มันตะโบมจูบไปทั่วหน้าแบบนี้
“กู...กู...กูรักมึง”
“เออ...กูรู้แล้ว”
“กู...กูจูบมึงได้ไหม”
เออ...แล้วที่มึงทำทั้งหมดเมื่อกี๊บ้านมันเรียกว่าเล่นตบแปะหรือไงวะ!
จุมยอกจ้องมองลึกไปในดวงตาคมที่ยังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
สุดท้ายก็ยอมปิดเปลือกตาลง
รับรู้ถึงริมฝีปากอุ่นร้อนที่แนบทับลงมา บดคลึงเร่าร้อน...ทว่าอ่อนหวาน
รสเค็มที่แผ่ซ่านแตะปลายลิ้นยามที่ยอมให้อีกฝ่ายล่วงล้ำ
เข้ามาช่วงชิงดูดกลืนความหอมหวานภายใน
รสน้ำตาของซีวอนกระตุ้นให้เขาตอบรับกลับไปบ้าง
ลิ้นต่อลิ้นสอดประสานหนักหน่วง ลุกไล่ตั้งรับไม่ยอมกัน
ซีวอนขยับเปลี่ยนมุมเพื่อให้สะดวกขึ้น กวาดชิมทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วในโพรงปากนุ่ม
กลิ่นเหล้าคลุ้งจัดรุนแรงแทรกมากับกลิ่นหอมเย็นของบุหรี่อ่อนๆ
ปลุกเร้าให้อารมณ์ซีวอนยิ่งประทุโหม หยุดไม่ได้
อยากดื่มกิน เก็บกลืน ให้หมดทั้งเนื้อทั้งตัว
มือหนาลูบไล้ไปตามชายโครงของร่างข้างใต้
เรียกเสียงครางเบาๆจากคนที่ถูกปลุกเร้าด้วยจูบที่ดูดดื่มอยู่ จุมยอกตาพร่าไปหมด
ในหัวหมุนติ้วจนคิดอะไรไม่ออก อยากจะร้องห้าม ผลักไส แต่ก็ทำไม่ได้สักอย่าง
ได้แต่นอนให้ร่างสูงหนาประทับความเป็นเจ้าของไปทั่วร่างกาย
ทุกที่ๆริมฝีปากได้รูปลากผ่าน ทุกๆตารางนิ้วที่มือใหญ่สัมผัส
กดย้ำราวกับต้องการบอกให้เขารู้
ร่างกายของเขา...ไม่ได้เป็นของเขาคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
ร่างทั้งร่างผวาขึ้นเมื่อรับรู้ถึงปลายนิ้วที่แตะสัมผัสเข้าที่ช่องทางเบื้องหลัง
ดวงตาดำจัดเบิกกว้าง มองหน้าคนที่อยู่เหนือร่างอย่างตระหนก
“อย่า...”
“ไว้ใจฉัน...ฉันจะไม่ทำร้ายนายอีกแล้ว” ซีวอนกดจูบบนเปลือกตาบางทั้งสองข้าง
เขาไม่อยากเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความกลัวแบบนั้น
นิ้วมือชุ่มโลชั่นที่ตั้งไว้ปลายเตียงเริ่มกดสอดเข้าไปในช่องทางคับแน่นนั่นอีกครั้ง
ทีละนิด...ทีละนิด อย่างใจเย็นไม่เร่งเร้า จนสุดท้ายก็กดเข้าไปได้จนสุด
เรียกเสียงครางในลำคอจากคนที่ปิดตาสนิทออกมาเบาๆ
คลึงควานเบิกทางให้กับช่องทางนุ่มที่เริ่มขยายออก
ริมฝีปากก็กดแลกจุมพิตกันครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้อีกฝ่ายคลายใจ
ก่อนจะค่อยๆปลดกระดุมดึงกางเกงเนื้อหนาออกแล้วเบียดแทรกร่างเข้าไปหา
รู้สึกถึงแรงขืนในช่วงแรกๆแต่ก็สุดท้ายก็ยอมเปิดทางให้
ดึงนิ้วที่กดย้ำอยู่ภายในร่างอบอุ่นของอีกฝ่ายออก
แทนที่เข้าไปด้วยร่างเกร็งเครียดของตัวเองแทน
จุมยอกขมวดคิ้วมุ่นเมื่อรับรู้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่พยายามจะแทรกเข้ามาในตัวเขา
เหงื่อหยดไหลตามแนวขมับ ริมฝีปากขบกันแน่น ความเครียดและความกลัวที่ก่อตัวขึ้น
ทำให้ซีวอนไม่สามารถแทรกร่างผ่านเข้าไปได้อย่างใจ
“อย่าเกร็ง...จุมยอก...เชื่อฉัน” กดจูบย้ำหนักไปบนริมฝีปากที่ยังขบเม้มแน่น
ลิ้นร้อนรุกเร้าคล้อคลอปลอบประโลม ในขณะที่มือหนาก็เอื้อมปลุกเร้าอารมณ์ให้ไปด้วย
จุมยอกพยายามผ่อนลมหายใจตามที่อีกฝ่ายแนะนำ เขาไม่อยากจะเจ็บแบบนั้นอีก
มันอึดอัด...ทรมาน จะห้ามก็มาไกลเกินกว่าจะทำได้แล้ว
ได้แต่ยอมทำตามคำพูดนั้นทั้งๆที่ความจริงแล้วมันยากเต็มที
“อา~~” จุมยอกร้องออกมาเมื่อร่างของคนที่ทาบทับล่วงล้ำเข้ามาจนได้
ซีวอนขบปากจนเลือดไหล อดทนต่อเสียงและกลิ่นกายที่ยั่วยุของคนตรงหน้า
บังคับไม่ให้ตัวเองหักหาญให้ร่างข้างใต้ต้องเจ็บปวดอีก
ทั้งๆที่ตอนนี้เขาเจ็บปวดทรมานเพราะความต้องการจนเกือบจะคลั่ง
สอดใส่ร่างเข้าไปอย่างเชื่องช้า กดลึก...ถอดถอน ให้คนที่นอนอยู่คุ้นชิน
มือที่โอบจิกรัดแผ่นหลังเขาไว้เริ่มคลายออก เสียงครางเครือเริ่มแว่วมาให้ได้ยิน
ซีวอนรู้...จุมยอกไม่เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว
สอดร่างเข้าประสานกับอีกฝ่าย เบียดบดร่างกายเข้ากับช่องทางคับแน่นที่เริ่มตอบรับ
ดึงดูดจนซีวอนหลงใหลมัวเมาหาทางออกไม่เจอ อ้อมแขนโอบรัดคนใต้ร่างไว้แน่น
จุมพิตดูดดื่มกดย้ำไปทั่วใบหน้าเรียวคมลงไปถึงริมฝีปากที่เห่อบวมแดงช้ำ
ผิวกายฉ่ำชื้นไปด้วยเหงื่อเบียดกันแนบชิด
ลมหายใจสอดประสานแทบจะหลอมรวมเป็นคนๆเดียวกัน
ท่ามกลางอารมณ์ที่กำลังพัดโหมจนอนุสติเลือนรางลงทุกที
จุมยอกกลับได้ยินถ้อยคำแผ่วๆที่ฝากผังไว้กับสายลมที่โอบรอบตัวเขา
อบอุ่น...อ่อนโยน...หวานซึ้งติดตรึงหัวใจ
“ฉันรักนาย...จุมยอก...รักแค่นายเท่านั้น”
.
.
.
ร่างสูงโปร่งนั่งเอนหลังพิงต้นไม้ข้างตึกเรียน ในมือถือหนังสือแม็กกาซีนเล่มโปรดไว้
ตาคมตวัดมองเนื้อหาในหนังสืออย่างถูกใจ
เป็นแบบนั้นมาพักใหญ่แล้วและคงไม่มีอะไรจะเรียกร้องความสนใจออกไปได้
นอกจากเสียงหัวเราะใสคุ้นหูที่ดังแว่วๆมาให้ได้ยิน
...คยูฮยอนกับเฮนรี่...
ร่างน้อยเดินแนบข้างไปกับร่างสูงโปร่งคุ้นตา รอยยิ้มน้อยๆประดับเต็มใบหน้าหวาน
แก้มกลมแดงเรื่อ เอียงคอฟังคนที่เดินอยู่ข้างๆอย่างตั้งใจ มีความสุขจนเห็นได้ชัด
มือใหญ่ของอีกฝ่ายยังสอดประสานเข้ากับมือเล็กๆ จับไว้อย่างหวงแหน
ในขณะที่ดวงตาคมก็ไม่สอดส่ายหนีไปที่ไหนเหมือนเคย
หยุดลงแค่ใบหน้าหวาน...เหมือนความรักที่หยุดลงที่ร่างเล็กข้างๆตัวเท่านั้น
เหมือนกับสายตาของเขาจะส่งผ่านไปถึง
ทั้งสองคนที่เดินกระหนุงกระหนิงเคียงคู่กันหันมองมาทางเขา
เห็นใบหน้าเล็กหวานซีดลงทันตา จุมยอกก็รีบยิ้มแล้วโบกมือให้
ทำเหมือนไม่เจ็บ...ไม่เป็นไร
คยูฮยอนโบกมือแล้วยิ้มร่ากลับมาคืนขณะที่คนตัวเล็กแค่ยิ้มอ่อนๆแล้วโค้งให้
แล้วทั้งสองคนก็เดินต่อไปไม่หันมองกลับมาอีก
“พอได้แล้ว”
เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับความสว่างที่ถูกปิดลงกะทันหัน
“ถ้าเจ็บก็ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องมอง อย่าทำร้ายตัวเองอีก...กูไม่ยอม”
จุมยอกยิ้มบางๆ เอื้อมมือปลดฝ่ามือของคนที่ปิดตาตัวเองไว้ออกแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอม
แถมมืออีกข้างก็ดึงตัวเขาข้าไปหาจนหลังเขาเอนพิงไปที่แผ่นอกของอีกฝ่ายแทน
“กูไม่เป็นไรสักหน่อย ทำใจได้แล้ว” บอกพลางเอนพิงเข้าไปทั้งตัว ไม่อยากขัดขืน
ความร้อนที่ส่งผ่านแผ่นหลังของเขาอบอุ่น...ตัวเขากำลังอ่อนแอ...
ไม่อยากผลักไสอีกฝ่ายออก ขอยึดเป็นที่พึ่งพิงสักครู่เท่านั้น
“จำไว้...กูจะไม่ให้มึงเจ็บอีก...ไม่ให้ใครมาทำร้ายมึงอีก”
เสียงทุ้มย้ำหนักจนสะเทือนลึกไปถึงหัวใจ
มือใหญ่ลดลงจากดวงตาคมมาโอบรัดร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น
จุมยอกหลับตาลงพร้อมรอยยิ้มบางๆ เอนพิงอยู่อย่างงั้น
“เออ...กูรู้”
“จุมยอก...”
“อืม...”
“กูรักมึง...”
“อืม...”
“มึงรักกูบ้างหรือยัง”
“อืม...เฮ้ย!!” กำลังเคลิ้มๆก็ต้องชะงักกึก
จุมยอกหันขวับไปมองก็เจอสายตาหงอยๆส่งตอบกลับมา ร่างสูงโปร่งถอนหายใจเฮือก
“ซีวอน...”
“เออ...กูรู้...ไม่ถามก็ได้” ปลายหางเสียงสะบัดน้อยๆ จุมยอกยิ้มขำ
เออ...รุ่นนี้มีงอนด้วยเว้ยเฮ้ย
“กูไม่รู้ว่าชาตินี้กูจะรักมึงได้หรือเปล่า แต่ตอนนี้กูรู้อยู่อย่างเดียว...”
ประโยคแรกทำเอาหัวใจของร่างสูงหนาไปกองอยู่กับตาตุ่ม
ใบหน้าคมหมองลงทันตา แต่ก็ยังรอฟังต่อไป
“กูรู้แต่ว่า ตราบใดที่มึงยังไม่มีคนมาแทนกู...กูก็จะไม่มีคนอื่นเหมือนกัน”
ทั้งๆที่ไม่ได้บอกรักสักคำแต่ซีวอนกลับยิ้มร่า วงแขนหนายิ่งโอบรัดกระชับแน่น
ดวงตาพราวระยับด้วยความหวัง
“แสดงว่าถ้ากูไม่มีใครเลยตลอดชีวิต มึงก็จะอยู่กับกูไปจนตายเลยใช่ไหม”
“เออ...กูจะอยู่จนกว่ามึงจะตายห่าหนีกูไปนั่นแหละ”
“จุมยอก...กูดีใจ...กูรักมึง...” ซีวอนแทบจะตะโกนลั่นด้วยความดีใจ
ความสุขถาโถมเข้ามาจนแทบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่
จมูกโด่งกดลงที่แก้มอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่า ดีใจจนห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่
คำว่า “จะอยู่ด้วยกันตลอดไป” กินความหมายลึกซึ้งกว่าคำว่า “รัก” มากมายนัก
รัก...ก็ยังเลิกรักได้...ยังเลิกรา..และไปจากกันได้
แต่สิ่งที่จุมยอกพูด หมายถึงคำว่า...ตลอดกาล
“ไอ้ห่า...ร้องไห้อีกแล้ว” เหมือนจะด่าแต่รอยยิ้มกลับเกลื่อนใบหน้า
จุมยอกหันไปโอบกอดปลอบใจไอ้คนตัวโตที่น้ำตาหยดแหมะๆเอาไว้แน่น
“ก็...ก็กูดีใจ” ซีวอนกอดตอบแน่นไม่แพ้กัน สะอื้นสั่นกับไหล่ของอีกฝ่าย
ได้แต่ปล่อยให้จุมยอกลูบหลังลูบไหล่ปลอบประโลมอยู่อย่างงั้น
บางที...บทสรุปแบบนี้ก็อาจจะดีที่สุดแล้วก็ได้
บางครั้งกงล้อแห่งโชคชะตาก็ไม่ได้นำพาเอาแต่ความโชคร้ายมาให้เสมอไป
แต่อาจจะหมุนพาความรักครั้งใหม่มาให้พบเจอ เพียงแค่เขาเปิดใจเท่านั้น
“พอๆ...กูไม่อยากทำซึ้งแล้ว ลุกไปเรียนเลยไอ้เด็กโข่ง”
บอกพลางผลักร่างอีกฝ่ายออกห่าง ลุกขึ้นปัดเศษหญ้าที่เกาะติดกางเกงออก
ยืนมองคนที่ยังนั่งแปะกับพื้นนิ่ง
“โห...จุมยอกอ่า~~~” ซีวอนครางออดอ่อย กำลังซึ้งอยู่แท้ๆเชียว หมดมู้ดเลย
“ซีวอน...”
“หือ...” เงยหน้าขึ้นก็พบรอยยิ้มที่ทำให้ใจทั้งดวงเต้นผิดจังหวะ
จุมยอกยื่นมือไปตรงหน้าคนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรัก แต่ตอนนี้สถานะเปลี่ยนไปแล้ว
“จะไป...พร้อมกับฉันไหม”
ฟังเหมือนจะชวนไปเข้าห้องเรียน แต่ซีวอนรู้ ความหมายมันลึกกว่านั้นมาก
//จะเดินไปด้วยกันตลอดชีวิตไหม//
ซีวอนยิ้มกว้าง พยักหน้ารับแรงเร็ว คว้าหมับเข้าที่มือที่ยื่นมา จับยึดไว้ไม่ยอมปล่อย
และจะไม่มีวันปล่อย...ไปตลอดชีวิต
“อือ...ฉันจะไปพร้อมกับนาย”
//ได้...ฉันจะอยู่เคียงข้างนายตลอดไป//
END.
