มีคนเคยบอกไว้ว่า ความฝันน่ะ...มันก็มีพื้นฐานมาจากความเป็นจริงนั่นแหละ
และตอนนี้คยูฮยอนก็กำลังประสบกับมันอีกเช่นเคย ร่างเพรียวบางทอดถอนหายใจ
หนักหน่วง ตาโตสวยมองประตูห้องที่ทำด้วยบานไม้สักติดป้ายห้องด้วยแผ่นอลูมิเนียม
หรูหรา ตัวหนังสือหวัดสวยลากเป็นคำชัดเจน...
...ห้องประธานนักเรียน...
ทั้งๆที่ตั้งใจมุ่งมั่นว่ายังไงก็จะไม่มาแน่ๆ ให้ตายก็จะไม่มาเหยียบที่นี่เด็ดขาด แต่ท่าทาง
ของเพื่อนรักทั้งสองที่เขาเจอมาทั้งวันก็ทำให้ต้องกลืนน้ำลายตัวเองกลับมาที่ห้องนี้จนได้
ถ้าทั้งซองมินและฮยอกแจดุว่าเขาเหมือนเคยเขาคงจะไม่เดือดร้อนอะไรนัก
แต่นี่กลับนิ่งเฉยจนน่าใจหาย พอเขาพูดอะไรออกไปก็เหมือนมีม่านบางๆ
มากั้นกลางทุกครั้ง พร้อมกับสายตาที่มองมาอย่างไม่เชื่อใจเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ทนไม่ได้...
อาการของเพื่อนรักที่แสดงออกทำเอาเขาแทบบ้า แค่วันเดียวก็เกินพอ ถึงจะต้องยอม
ลดศักดิ์ศรีมาเจอคนที่เกลียดขี้หน้าถึง 2 คนที่นี่ แต่ถ้ามันจะทำให้ฮยอกแจกับซองมิน
กลับมาเหมือนเดิมเขาก็จะทำ คิดแล้วก็ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่
หวัง...ว่าการลดตัวลงมาของเขาคราวนี้จะทำให้เรื่องทุกอย่างดีขึ้นจริงๆ
ท่องไว้คยูฮยอน...ล้างแค้น 10 ปีก็ยังไม่สาย...
มือบางผลักประตูเข้าไปอย่างไม่ยอมรักษามารยาทตามเคย และยังเป็นรองประธาน
นักเรียนสุดเชยเช่นเดิมที่ยิ้มทักทายเขาอย่างมีไมตรี
“สวัสดีคยูฮยอน”
“คุณบอกว่าจะช่วยให้ผมคืนดีกับเพื่อน” ไม่รอให้เสียเวลา คยูฮยอนโผล่งออกไป
ตามความตั้งใจของตัวเอง
“ใช่...ฉันพูดแบบนั้น” ซีวอนบอกทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารสภานักเรียน
ที่ตรวจทานอยู่
“งั้นก็บอกมาซะทีสิ” ร่างเพรียวฮึดฮัดขัดใจ ฮันกยองถึงกับยิ้มน้อยๆกับท่าทางนั้น
“ใจเย็นๆนะคยูฮยอน”
“เชิญคุณรองประธานใจเย็นไปคนเดียวเหอะ” คยูฮยอนแยกเขี้ยวสวนทันควัน
“ทำท่าทางแบบนั้นไม่เห็นน่ารักเลย” ประธานนักเรียนหนุ่มยิ้มขำเมื่อเหลือบขึ้นมาเห็น
ท่าทางนั้นพอดี “เสียดายหน้าตาเปล่าๆ”
“นี่มันตัวผม” เสียงหวานปีนขึ้นจมูกไม่พอใจ “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเสียดายหรือ
ออกความเห็นแทน”
“ปากเก่งจริงนะคยูฮยอน” ซีวอนยิ้มเยาะ
“เก่งแบบนี้ยังต้องการให้คนอื่นช่วยอีกหรือไง”
“คุณมัน!!!” อยากจะว่าให้เจ็บแสบแต่ก็ทำไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายมีไพ่ตายอยู่ในมือ
คยูฮยอนได้แต่กัดฟันอดทนให้ถึงที่สุด “แต่คุณสัญญาแล้วนะ!”
“อืม...ก็จริง” ใบหน้าคมคายพยักรับ “งั้นมาทำสัญญากันหน่อยดีไหม?”
“สัญญาอะไร??” เสียงหวานสะบัดห้วน นึกแล้วเชียวว่าไอ้สองคนนี้มันต้องไม่มี
มนุษยธรรมพอที่จะช่วยเขาฟรีๆแน่ๆ
“มานี่เถอะคยูฮยอน” ฮันกยองแตะมือเข้าที่ข้อศอกบางเบาๆให้เดินตามเข้าไปใกล้
คนตัวสูงหนาที่นั่งเอนหลังอยู่ “สัญญาอยู่นั่นไง”
แขนขาวสะบัดหนีมือที่แตะลงมาอย่างให้เกียร์ตินั้นอย่างรังเกียจ หากแต่รองประธาน
หนุ่มก็ยังมีรอยยิ้มบางๆให้ตลอดเวลา
“เอาไปอ่านซะ” ซีวอนยื่นแฟ้มเซ็นต์ปกบางมาตรงหน้า คยูฮยอนรับไปเปิดอ่านทันที
“นี่มันอะไรกัน!!” ตาแมวตวัดตวัดมองใบหน้าคมอย่างโกรธเกรี้ยว
“คุณคิดว่าผมเสียเวลามาที่นี่เพื่อมาอ่านไอ้นิทานบ้าบอของคุณหรือไง!!”
มือเรียวสวยปาแฟ้มลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ดังปัง! เพราะสิ่งที่อยู่ในนั้นแทนที่จะเป็น
สัญญาอะไรสักอย่างแต่กลับจ่าหัวบรรทัดตัวโตน่ารักว่า...
...นิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ...
“นั่นคือสัญญา” ซีวอนบอกอย่างใจเย็น
“สัญญาประสาทๆของคุณน่ะสิ!” คยูฮยอนตะโกนใส่หน้า ก่อนจะหันหลังเตรียมกลับ
“ถ้ารู้ว่ามาแล้วเจอเรื่องบ้าๆแบบนี้ จ้างผมก็จะไม่มีทางมา!!”
หากพอหันกลับไปจริงๆ ร่างบางก็กระแทกเข้าอย่างจังกับร่างสูงโปร่งที่ยืนประกบ
อยู่ทางด้านหลัง
“คุณรองประธาน...ถอยไป!!” ใบหน้าหวานเชิ่ดมองอย่างหงุดหงิด แต่นอกจากร่างสูง
ตรงหน้าจะไม่ถอยแล้ว กลับต้อนเขาเข้ามาเรื่อยๆจนหลังไปชนขอบโต๊ะที่ซีวอนนั่งอยู่
อีกฝั่งหนึ่ง
“จะ...จะทำอะไรน่ะ!!”
“ฟังนิทานก่อนจะดีไหมคยูฮยอน” เสียงนุ่มๆทุ้มๆน่าจะทำให้สบายใจขึ้น
แต่คยูฮยอนกลับรู้สึก...กลัว อาจเป็นเพราะรอยยิ้มที่สื่อไปไม่ถึงดวงตาคมคู่นั้นก็ได้
“ไม่...ผม...ไม่อยากฟัง” ใบหน้าสวยส่ายแรงจนเส้นผมกระจาย หลังจากก้าวถอยจน
หลังชิดขอบโต๊ะตัวใหญ่ไปแล้ว จะหลีกหนีไปข้างๆมือแกร่งก็ท้าวจับขอบโต๊ะกักร่าง
ของเขากันไว้ไม่ให้หนี
“แต่มันสนุกนะ” ฮันกยองถอดแว่นหนาเตอะออกมาเสียบไว้ในกระเป๋าเสื้อแล้วเสย
เรือนผมที่เรียบแปล้ให้ตกลงระหน้าผากคืน ดวงตาดำจัดจับจ้องใบหน้าเนียนใสแฝงแวว
คุกคามชัดเจนทั้งๆที่รอยยิ้มยังวาดแต้มอยู่บนหน้า
ทำไมคยูฮยอนถึงไม่เคยสังเกตุ หรือเป็นเพราะเขาไม่เคยใส่ใจ หรือเพราะว่าเกลียดจน
ไม่อยากมองหน้า พอไม่มองจึงไม่รู้ รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่คนๆนี้มอบให้คนอื่นอยู่เสมอๆ
รอยยิ้มอารีย์ราวกับนักบวชผู้เคร่งครัดนั้น มีสักครั้งไหม...ที่จะสื่อไปถึงดวงตา
มีสักครั้งไหม...ที่มาจากหัวใจ
ไม่มี!!
เพราะความประมาททำให้ไม่เคยมองหาจุดดีจุดด้อยของคนที่ตนเองเกลียด
คยูฮยอนพลาด...ที่รู้ตัวตนของคนๆนี้ช้าไป ฮันกยอง...ไม่ได้ดีงามอย่างที่ใครๆคิดเลย
“ผม...มะ...ไม่!!” ร่างบางสะดุ้งเมื่อถูกใบหน้าคมที่เคยซ่อนรูปลักษณ์ไว้ในกรอบแว่น
หนาเตอะโน้มลงมากระซิบที่ข้างหู
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กชายอยู่หนึ่งคน เด็กคนนั้นทำหน้าที่เลี้ยงแกะให้คน
ในหมู่บ้าน...”
“ผมไม่อยากฟัง ปล่อยผมนะ!!!” มือเรียวผลักอกร่างสูงตรงหน้าออกสุดแรง
แต่กลับทำได้แค่ให้ฮันกยองปล่อยมือที่คร่อมกักตัวเขาออกได้เท่านั้น หากคยูฮยอนไม่
สนใจอีกแล้ว ความกลัวที่ไม่มีที่มาที่ไปเตือนให้เขารีบออกจากห้องนี้ไปให้เร็วที่สุด
ขาเรียวจึงก้าวหนีเร็วจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง แต่พ้นไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องร้องลั่นเมื่อมือ
ที่คิดว่าจะปล่อยเขาให้เป็นอิสระกระชากแขนเขากลับแรงจนร่างน้อยเซไปปะทะกับขอบ
โต๊ะใหญ่ดังปัง!
“เบาๆมือหน่อยสิฮัน” ซีวอนจุ๊ปากเบาๆ คยูฮยอนทั้งเจ็บทั้งจุกจนร้องไม่ออก
ได้แต่ทรุดตัวนั่งกุมท้องที่กระแทกเข้าจังๆกับขอบโต๊ะไว้แน่น ฝืนเงยหน้าขึ้นก็พบ
คนรักของฮยอกแจยืนค้ำหัวอยู่แล้ว
“ช้ำหมดพอดี” ปากบอกแบบนั้นแต่มือหนาที่กระชากร่างบางขึ้นจากพื้นจน
สบตากันนั้นรุนแรงจนต้นแขนขาวเนียนขึ้นรอยช้ำรวดเร็ว
“เดี๋ยวก็เล่นไม่สนุกหรอก”
เล่นไม่สนุก?...ตาโตคล้ายแมวถึงกับเบิกค้าง ความหมายนั้นช่างกินนัยลึกจนน่ากลัว
เกินกว่าจะวาดภาพไปถึง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนทั้งสองคนที่เพื่อนเขาและคนทั้ง
โรงเรียนลงความเห็นว่าดีหนักหนาถึงพลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้
จะเป็นไปได้หรือที่คนที่ดีแสนดีจะกลายเป็นคนเลวทรามหยาบคายได้ในพริบตา
ถ้าไม่ใช่...
หรือหน้ากากของเทวดา...
จะถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อปกปิดความต่ำช้าของอสูรกาย!!
“ช่วย..อื้อ~~~” อ้าปากจะตะโกน มือใหญ่ของรองประธานหนุ่มก็ตะปบปิดกลีบปาก
อิ่มไว้แน่น ก่อนร่างบางจะถูกยกจนตัวลอยแล้วโยนโครมลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่จนเจ็บ
ไปหมดทั้งร่าง หัวกระแทกลงกับโต๊ะแข็งๆอย่างจังจนเห็นดาว
“โอ๊ย!!!”
“อย่าดื้อนะคยู...ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” เสียงนุ่มเหมือนจะปลอบประโลมผิดกับคำพูด
ที่คุกคามโจ่งแจ้งราวฟ้ากับเหว ฮันกยองยามนี้ดูไม่ต่างอะไรกับปีศาจที่ห่อหุ้มร่างด้วย
ผิวหนังของมนุษย์สักนิด
“ปล่อยผมนะไอ้!!!...อื้อ~~~~” มือหนาตะปบปิดทั้งปากทั้งจมูกจนร่างน้อยดิ้นพล่าน
มืออีกข้างยกขึ้นจุ๊ปากเบาๆ “พูดไม่เพราะเลย พี่ไม่อยากได้ยิน ไม่เอาแล้วนะคยู”
บอกแล้วก็เลื่อนมือลงมาปลดเน็คไทที่เคยผูกอย่างถูกระเบียบของตัวเอง
ออกมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว ดวงตาดำจัดมองร่างเพรียวที่ดิ้นทุรนทุราย
เพราะขาดอากาศหายใจยิ้มๆ
มีความสุขเหลือเกิน...ที่เห็นคนที่ตัวเองถูกใจกำลังจะตายลงช้าๆแบบนี้...
“อย่าดิ้นน่ะ” ซีวอนเดินมาจับมือเรียวเล็กที่พยายามดิ้นรนทั้งจิกทั้งข่วนมือเพื่อนตัวเอง
ออก แล้วกดลงแนบลำตัวบางตรึงแน่นไว้ไม่ให้ขัดขืนได้อีก
“เดี๋ยวฮันมันก็ฆ่านายตายจริงๆหรอก”
ฆ่า!!?...
คำๆเดียวทำให้ร่างเพรียวบางถึงกับช็อคจนหยุดดิ้นรน ดูฮันกยองจะพอใจมากทีเดียว
เพราะพอเขาหยุดดิ้นก็ปล่อยมือออกโดยง่าย
“ถ้านายไม่ดื้อ...พี่ก็จะยังไม่ฆ่านายหรอกนะ”
มือใหญ่บรรจงผูกเน็คไทของตัวเองเข้ากับกลีบปากอิ่มบาง แต่เพียงเส้นผ้าสัมผัสเข้า
กับริมฝีปากก็เหมือนจะเรียกสติของคยูฮยอนให้กลับมาด้วย ร่างเล็กเริ่มดิ้นรนบ้าคลั่ง!
“ใครจะไปยอมให้พวกแกฆ่าง่ายๆกันไอ้โรคจิต!! ฉันจะบอกทุกๆคนว่าธาตุแท้ของพวก
แกมันเลวขนาดไหน ปล่อยฉันนะ!!!” ความกลัวบีบคั้นจนคยูฮยอนสติแตก
กลีบปากอิ่มแดงตะโกนลั่นอย่างไม่กลัวเกรง
“คยูฮยอนไม่เอาน่ะ” ซีวอนปรามเบาๆพลางกดสองแขนของร่างเพรียวที่ดิ้นเร่า
ให้แน่นขึ้น
“ฉันจะบอกทุกคน!! ว่าพวกแกมันก็แค่สวมหน้ากากหลอกคนอื่นว่าเป็นคนดี!!
ฉันจะบอกให้หมด!! ไอ้พวกบ้า...ปล่อยฉัน!!!”
เพี๊ยะ!!!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นพร้อมๆกับใบหน้าขาวที่ชาไปทั้งแถบ รับรู้ถึงความเค็ม
ปร่าอวลอยู่ในโพรงปากชัดเจน
“พูดไม่เพราะเลย...รู้ไหมว่าพี่ไม่อยากฟัง...ถึงมันจะจริงก็เถอะนะ” ทั้งๆที่ยิ้มแต่ดวงตา
คมกลับเย็นเยียบจนน่ากลัว มือแกร่งบีบกลีบปากบางให้เผยอออกแล้วยัดผ้าเช็ดหน้าผืน
น้อยลงไปก่อนจะมัดทับด้วยเน็คไทของตัวเอง คยูฮยอนพยายามจะร้องขัดขืนแต่ดู
เหมือนทุกอย่างจะสายไปเสียแล้ว
“เอ...เมื่อกี๊เล่าถึงไหนแล้วนะ?” ใบหน้าคมคายที่บัดนี้ปราศจากแว่นตาหนาเตอะ
เอียงคอนิดๆ “อ้อ...เด็กคนนั้นเลี้ยงแกะให้คนในหมู่บ้านใช่ไหม?”
“ใช่” ซีวอนพยักหน้าสำทับ ก่อนจะกระชากมือบางที่ยังพยายามขัดขืนขึ้นเหนือหัว
แล้วมัดรวบด้วยเน็คไทของตัวเอง ผูกปลายข้างหนึ่งกับขาโต๊ะตรึงร่างบอบบางไว้
แบบนั้น
“เด็กคนนั้นชอบโกหกคนในหมู่บ้าน ว่าเห็นหมาป่ามาป้วนเปี้ยนบ้าง ได้ยินเสียงร้อง
ของหมาป่าบ้าง โกหกเพราะความสนุก” ฮันกยองยิ้มบาง
“เหมือนนายเลยนะคยูฮยอน”
“อื้อ~~~” คยูฮยอนพยายามดิ้นรนสุดชีวิตทั้งๆที่รู้ว่าเปล่าประโยชน์ จะร้องก็ร้องไม่ได้
จะดิ้นหนีก็หนีไม่พ้น ถูกมัดตรึงไว้ไม่ต่างกับลูกแกะที่กำลังจะถูกบูชายัญ ดวงตาคู่หวาน
เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดกลัว
“โอ๋...อย่าร้องนะเด็กน้อย” ใบหน้าหล่อเหลาของประธานหนุ่มก้มลงมาจนใกล้
ก่อนจะลากปลายลิ้นปาดเลียน้ำตาที่หยดลงมาออกจากใบหน้าขาวที่ช้ำแดงไปครึ่งซีกให้
คยูฮยอนขนลุกด้วยความขยะแขยง ท่าทางแบบนั้นดูจะโรคจิตไม่แพ้กับฮันกยองเลย
“เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีไปเอง”
ปลอบไปมือหนาก็ลดลงมาแกะกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวออกอย่างใจเย็นจนแผ่นอกขาว
บางปรากฏสู่สายตา ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพตรงหน้าอย่างพอใจ แล้วเลื่อนมือต่ำ
ลงไปที่กางเกงสแล็คเนื้อบาง
“อื้อ!!!” คยูฮยอนยกขาขึ้นเตะถีบมั่วซั่วไปในอากาศ ไม่ยอมให้ตัวเองถูกล่วงเกิน
มากไปกว่านี้แน่ๆ ซีวอนถอนหายใจเบาๆแล้วมองหน้าเพื่อนนิดหนึ่ง
เพียงชั่วอึดใจ...มือใหญ่ของรองประธานหนุ่มก็กดหมับเข้าที่ลำคอขาว ก่อนจะบีบแรง
จนคยูฮยอนดิ้นพราดๆ
“อย่าดิ้น…” เสียงนุ่มแสนนุ่มแต่มีฤทธิ์กดประสาทให้ชะงักงัน ซีวอนยิ้มสมใจ
ที่เพื่อนสามารถหยุดการกระทำทั้งหมดของร่างน้อยลงได้ มือหนาจึงค่อยๆลงมือปลด
อาภรณ์ทุกชิ้นออกจากร่างงามจนหมด ร่างเปลือยขาวสะท้อนกับแสงไฟในห้องดูยั่วยวน
และบริสุทธิ์ราวกับเทวดาน้อยๆก็ไม่ปาน
ซีวอนและฮันกยองสบตากันนิดหนึ่ง...
พวกเขาอยากทำให้เทวดาแปดเปื้อนมานานแล้ว!!
จะมีสักกี่คนที่รู้...ว่าประธานนักเรียนที่สุขุมและเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว
กับรองประธานที่แสนสุภาพอ่อนโยน จะเคยถูกส่งตัวเข้าบำบัดรักษาเพราะอาการทาง
จิตในโรงพยาบาลจิตเวชมาก่อน!
อาการเหล่านี้ไม่ใช่พึ่งจะเริ่มเกิดขึ้น แต่หยั่งรากฝังลึกมาตั้งแต่จำความได้ ชเว ซีวอน...
เด็กน้อยวัยเพียง 7 ขวบมีความสุขทุกครั้งที่ได้ลงมือ “ฆ่า” ในสิ่งที่ตนเองพอใจ ไม่ว่าจะ
สุนัขสุดโปรด แมวที่ตัวเองรัก สารพัดวิธีที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นตายลงช้าๆ
ยิ่งช้ามากเท่าไหร่...ความสุขสมก็จะตามมามากขึ้นเท่านั้น
แต่ทุกอย่างก็ถูกกลบปิดด้วยความแนบเนียน จนเมื่อชายหนุ่มถูกส่งไปเรียนที่อเมริกา
ความต้องการทางจิตเผลอสำแดงเดชออกมาจนคู่นอนเกือบตาคามือ พ่อและแม่ของเขา
ที่พึ่งรู้ว่าลูกชายคนเดียวมีอาการผิดปกติทางจิตใจ จึงรีบพากันจับตัวลูกชายเข้า
โรงพยาบาลเพื่อบำบัดจิตโดยด่วน!
เหมือนกับฮันกยองที่ถูกส่งไปที่นั่นด้วยกรณีเดียวกัน!
เพราะถูกส่งเข้าไปอยู่แผนกเดียวกันจึงสนิทกันได้ไม่ยาก และเกือบปีกว่าทั้งสองจะถูก
ปล่อยตัวออกมาสู่โลกภายนอกอีกครั้ง ความผิดพลาดครั้งใหญ่สอนให้รู้จักดำรงตนให้
อยู่ในคราบผู้ชายที่แสนดีเพียบพร้อมให้ได้ ทุกคนเข้าใจว่าเขาหายแล้ว มีเพียงฮันกยอง
เท่านั้นที่ดูออก...มันแค่ถูกกดไว้ให้ลึกเท่านั้น
และฮันกยองเองก็ไม่ต่างกันเลย!
ซีวอนและฮันกยองจึงถูกเรียกตัวกลับมาเรียนที่เกาหลีเพื่อให้อยู่ในสายตา
และความดูแลของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย ภาพลักษณ์ที่เลวร้ายทั้งหมด
ค่อยๆถูกกาลเวลาลบเลือนไปจนสิ้น เพราะพวกเขารู้จักระวัง...และรอคอย
รอ...เพื่อจะเจอคนที่เป็นเหยื่อของพวกเขาอีกครั้ง
และพวกเขาก็เจอจนได้ อา...เด็กเลี้ยงแกะตัวน้อยๆของพวกเขา
คยูฮยอนนอนตัวสั่นอย่างช่วยอะไรตัวเองไม่ได้เลย ความหวาดกลัวแล่นพล่าน
จากทุกจุดของร่างกาย เขาไม่เคยกลัวอะไรหรือใครขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
กลัว...จนเหมือนก้อนเนื้อในอกซ้ายจะหยุดทำงานเอาให้ได้
“แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เด็กคนนั้นก็โกหกว่าหมาป่ามากินแกะทั้งฝูง ชาวบ้านตกใจใหญ่เลย
นะ รีบตามมากันทั้งหมู่บ้าน เพื่อที่จะมาพบว่าพวกตัวเอง...ถูกหลอก และแทนที่เด็กคน
นั้นจะสำนึกกลับหัวเราะชอบใจซะงั้น”
ใบหน้าหวานส่ายไปมาทั้งน้ำตา เริ่มรู้ลางๆแล้วว่าที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไรให้รับรู้
ไม่...เขาไม่อยากเป็นเหมือนเด็กคนนั้น อย่างน้อยก็ไม่อยากมีจุดจบที่เหมือนกัน!
“อย่ากลัวไปเลย” มือหนาลูบไล้ไปตามร่างเพรียวขาวเบาๆ ก่อนซีวอนจะก้มลงฝากฝัง
รอยเอาไว้อย่างอดใจไม่ได้ คยูฮยอนถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกฟันคมๆขบกัดแรง
“อา...ชอบไหม?”
ไม่!!!
เสียงในใจกรีดร้องลั่น แต่คยูฮยอนก็ทำได้ก็แค่ครางอึกอักในลำคอ มือหนาเลื่อนลงมา
กระชากสะโพกมนจนลอยออกจากโต๊ะ ขาเรียวถูกดันกดลงจนแนบไปกับแผ่นอกขาว
บางเปิดเผยช่องทางสีชมพูที่ยังปิดสนิทให้ปรากฏชัดต่อสายตา
“สวยมากเลยคยูฮยอน”
“อื้อ~~~~” ใบหน้าหวานส่ายปฏิเสธไปมา พยายามกระถดหนีแต่ก็ไร้ผล แล้วร่าง
น้อยก็ต้องสะดุ้งขึ้นสุดตัวเพราะความเจ็บที่แล่นพล่านขึ้นมาจากช่องทางเล็กแคบจนถึง
กระดูกสันหลัง เมื่อนิ้วเรียวยาวกดสอดแทรกเข้าไปแรงอย่างไม่ปราณี!
“อื๊อ!!!!!!!!” เสียงกรีดร้องยาวในลำคอเมื่อนิ้วแข็งแรงนั้นยังกดลึกเข้าไปจนสุดก่อน
จะกระชากออกแรงแล้วกดแทรกเข้าไปใหม่ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น สุดท้ายพอดึงออก
จนหมดก็ต้องนิ่วหน้าลงเล็กน้อยเมื่อเห็นคราบเลือดสีแดงติดมากับนิ้ว ใบหน้าหล่อเหลา
ถอนใจเบาๆ
“บอบบางชะมัด”
ฮันกยองยิ้มกับคำพูดของเพื่อนสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กันมองร่างน้อย
ที่สั่นสะท้านราวกับจับไข้นิดหนึ่งก่อนจะบอกเรียบๆ
“แค่นี้ยังไม่ถึงตายหรอกน่ะ”
คยูฮยอนถึงกับมองคนที่ยืนอยู่เหนือหัวตาค้าง หากฮันกยองยังก้มหน้ามายิ้มให้ราวกับ
เรื่องที่พึ่งพูดออกไปแสนจะธรรมดา “ทำไม...อยากฟังนิทานตอนจบแล้วหรือคยู?”
ไม่!!!!
“อืม...แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเชื่อเด็กน้อยคนนั้นอีกเลย คำโกหกครั้งสุดท้ายรุนแรง
เกินกว่าที่คนในหมู่บ้านจะให้อภัยได้” รองประธานหนุ่มที่บัดนี้ไม่เหลือคราบ
สุภาพบุรุษที่แสนดีอยู่เลยโน้มตัวลงมาจนชิดใบหน้าหวาน
“เหมือนนายเลย...ที่เพื่อนๆไม่เชื่อถืออีกแล้ว”
“ใช่...ถึงนายจะไปประกาศบอกใครต่อใครว่าพวกฉันทำแบบนี้กับนาย
ก็ไม่มีใครเชื่อนายอีกต่อไปแล้วล่ะ” ซีวอนสำทับพร้อมรอยยิ้ม
คยูฮยอนหลับตาเบือนหน้าหนี ไม่อยากเห็นใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแสยะนั้น
อีกแม้แต่วินาทีเดียว คนทั้งคู่ดูราวกับเสียสติไปแล้วก็ไม่ปาน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อถูก
กระชากใบหน้ากลับมาจ้องดวงตาคมเย็นชาคู่เดิมอีกครั้ง ปลายคางมนถูกบีบจนเจ็บ
“อย่าหันหน้าหนีฉันอีก!!”
ไม่กล้าจะขัดขืน ความเจ็บปวดที่ได้รับสั่งสอนว่าหากขัดขืนคนๆนี้เขาอาจจะตายได้ง่ายๆ
ไม่อยากมอง...แต่ก็ต้องฝืนมอง กลัว...กลัวจนไม่กล้าขัดขืนอีกต่อไป
“วันหนึ่งเด็กน้อยก็ไปเจอหมาป่าจริงๆเข้า” รอยยิ้มยิ่งวาดกว้างอย่างถูกใจ หากคยูฮยอน
กลับขนลุกชันด้วยความกลัว เรื่อง...กำลังจะถึงจุดจบเข้าไปทุกที
“เด็กน้อยจึงวิ่งไปตามคนในหมู่บ้านอีกครั้ง”
“อื้อ!!!!!!” ร่างแบบบางสะดุ้งขึ้นสุดตัวเมื่อรับรู้ถึงสิ่งแปลกปลอมสอดลึกเข้ามาใน
ร่างกายอีกครั้ง ซีวอนกดตรึงขาเรียวสวยให้ติดแผ่นอกเรียบขาวด้วยมือเพียงข้างเดียว
มืออีกข้างก็กดสอดปลายนิ้วเข้าไปเรื่อยๆอีกครั้งหนึ่ง หากคราวนี้กลับเพิ่มจำนวนขึ้นไป
ด้วยเรื่อยๆ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จนร่างน้อยกระตุกเกร็งน้ำตาไหล
พรากๆ ความเจ็บแล่นจี๊ดไปจนถึงหัวสมอง
“ถึงเวลาหมาป่ากินเด็กน้อยหรือยัง?” ซีวอนหันมาถามเพื่อนที่ยืนกอดอกดูอยู่เงียบๆ
“ตามสบาย” ฮันกยองยักไหล่ มือหนาที่กดคลึงควานอยู่ภายในจึงถอนพรวดออกมา
ก่อนจะแทนที่เข้าใหม่ด้วยร่างของตัวเองทันที!
“อื้อออออ!!!!!!!!!!” เสียงหวีดร้องในลำคอดังยาวกว่าครั้งไหนๆ คยูฮยอนเกร็งไป
ทั้งร่างเพราะความเจ็บร้าวที่แทบจะฉีกทึ้งร่างเขาจนขาดเป็นชิ้นๆ ซีวอนนิ่วหน้าน้อยๆ
กับความคับแคบที่ทำให้ตัวเขาผ่านเข้าไปได้เพียงน้อยนิดอย่างขัดใจ
“มาช่วยจับไว้หน่อยสิ” พยักหน้าเรียกให้เพื่อนมาช่วยจับขาเรียวยาวนั้นไว้
ก่อนจะละมือลงไปแหวกเนินเนื้อนุ่มเพื่อให้เส้นทางแคบแน่นนั้นขยายกว้างออก
แล้วส่งแรงเข้าหนักๆจนลึกเข้าไปได้มากขึ้น
“อา...ดีจังเลย”
เสียงครางครึมที่ได้ยินบ่งบอกความพอใจชัดเจน ผิดกับร่างน้อยที่ต้องทนรองรับอารมณ์
อยู่เบื้องล่าง แผ่นหลังที่แนบไปกับแผ่นไม้เย็นเยียบไร้ความอบอุ่นจนหนาวเหน็บ
ความกระด้างบาดผิวบางทุกครั้งที่ถูกกดลงแนบชิด ช่องทางอ่อนบางเจ็บราวกับมีใคร
เอามีดมากรีดสร้างบาดแผลจนลึก ได้กลิ่นคาวเลือดอวลจางลอยมากับสายลม
จนคลื่นไส้ไปหมด ทุกครั้งที่ร่างหนากระแทกกระทั้นเร่งเร้าเข้ามา
ก็แทบจะกระชากวิญญาณให้ออกจากร่าง เจ็บ...จนแทบจะหมดสติลงให้ได้
ซีวอนกดส่งแรงเข้าลึกก่อนจะถอดถอนออกจนเกือบหมดแล้วกระทั้นร่างเข้าไปใหม่
ทำอย่างนี้ซ้ำๆเรียกเสียงกรีดร้องในลำคอขาวให้ดังอย่างต่อเนื่อง กายแกร่งเคลื่อนลึก
เข้าไปทุกครั้งด้วยมีเลือดเหนียวข้นมาช่วยหล่อลื่น จนสุดท้ายเส้นทางเล็กๆนั้นก็รับเขา
เข้าไปได้จนหมด หยดน้ำสีแดงเข้มข้นไหลเปื้อนซอกขาขาวจนหยดลงต้องพื้นไม้ปาเก้
ขัดมันหลายจุดเป็นวงกว้าง
ช่างเป็นภาพที่สวยงามเหลือเกิน...
ร่างหนากระแทกกระทั้นหนักตามแรงปรารถนา มือใหญ่แยกเรียวขาออกจากกัน
ก่อนจะกดใบหน้าคมลงเลาะเล็มกับแผ่นอกบางอย่างย่ามใจ กลิ่นหอมอ่อนๆของเนื้อ
นวลที่โชยออกมายิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้คลุ้มคลั่ง ฟันคมกดงับลงบนยอดอกสีชมพูแรง
จนเลือดซิบ มือก็คลึงเค้นไปทั่วร่างน้อย กดแรงๆให้ขึ้นรอยชอกช้ำไปทั้งเนื้อทั้งตัว
คยูฮยอนนอนมองเพดานตาค้าง น้ำตาอาบไหลเต็มสองข้างแก้มอย่างน่าสงสาร รู้สึกราว
กับกำลังถูกฉุดลากลงนรกทั้งเป็น นานเหลือเกินกว่าร่างสูงจะกระแทกถี่หนักบอกถึงขีด
ของอารมณ์ที่กำลังจะมาถึง และฉีดพ่นสายน้ำอุ่นเข้าที่ช่องทางเล็กนั้นจนปรี่ล้นออกมา
คยูฮยอนถามตัวเองเบาๆ เขา...จะหลุดพ้นจากนรกบนดินนี่ได้หรือยัง?
หากความคาดหวังที่จะหลุดพ้นคงจะสวยหรูเกินไป เมื่อฮันกยองเดินมาตบไหล่ซีวอน
เบาๆแล้วหันมายิ้มให้เขาช้าๆ ยิ้ม...ที่ไม่ไปถึงดวงตาเช่นเคย
“มาเล่นกันนะ...คยูฮยอน”
.
.
.
คำว่า “เล่นกัน” ที่ฮันกยองหมายถึงคือ “ของเล่น” มากมายหลากหลายแบบที่ทำให้
เขาแทบจะคลุ้มคลั่งเอาง่ายๆ ยิ่งเห็นคนตัวสูงยิ้มเย็นขณะเลือกมันออกมาจากกล่อง
ที่มีกุญแจล็อคอย่างดีในตู้เก็บเอกสาร เขาก็แทบจะอยากจะตายๆไปให้พ้น
บางที...ถ้าฮันกยองบีบคอเขาให้ตายไปแต่แรกอาจจะปราณีกว่า...
“อันนี้แล้วกัน” อันนี้ที่ว่าเป็นอะไรสักอย่างที่มีลักษณะกลมๆคล้ายลูกบอลเรียงต่อกัน
เป็นสายยาว แต่ละลูกมีขนาดเท่าหัวแม่มือ หลากสีสันสดใสเหมือนของเล่นเด็ก
แต่คยูฮยอนรู้...นั่นมันแค่ภาพหลอกตาเท่านั้น สิงที่เห็นนั้นมันไม่ได้สวยงามน่าเล่น
ดังสีสันที่หลอกตาเลยแม้แต่นิดเดียว
ดังเช่นประธานนักเรียนหนุ่มรูปงาม...ชเว ซีวอน และหัวหน้าสารวัตินักเรียน...ฮันกยอง
ความหล่อเหลาสวยงามและความสุภาพดังเช่นเจ้าชายของคนทั้งคู่เป็นแค่ภาพฉาบบัง
ความเลวร้ายราวกับซาตานไว้ภายในเท่านั้น!!!
“อื๊ออออออ!!!!!!!!!!” คยูฮยอนผวาพรวดขึ้นสุดตัวจนเน็คไทที่รัดแน่นกับข้อมือบาง
กระตุกบาดลึกจนเลือดซึม หากความเจ็บนั้นกับไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของสิ่งที่กำลัง
เผชิญอยู่ ลูกปัดหลากสีกำลังถูกกดเข้าในเส้นทางระบมช้ำฉีกขาดลูกแล้วลูกเล่า
ฮันกยองเฝ้ามองผลงานที่ตัวเองสร้างสรรค์ตรงหน้าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ดวงตาดำจัดฉายชัดถึงความสุขสม
“เจ็บไหมคยูฮยอน” น้ำเสียงเหมือนจะอาทรแต่กลับไม่ยอมยั้งมือลงเลยสักนิด
“อึ่ก...อืออออออออ~~” คยูฮยอนสะอื้นสั่นเสียขวัญ ความกลัวและความเจ็บรุนแรง
แทรกเข้าทุกอณูชิ้นส่วนของร่างกาย สิ่งไร้ชีวิตแข็งกระด้างที่แทรกลึกเข้ามามากขึ้น
เรื่อยๆสร้างบาดแผลมากมายในผนังอ่อนนุ่ม เลือดยิ่งไหลรินจนเปื้อนโต๊ะทำงานตัว
ใหญ่ทำให้กลีบปากหยักงามยิ่งยิ้มพึงใจ
“อดทนหน่อยนะคยู...ฉันจะอ่อนโยน” ใบหน้าคมก้มกระซิบพร่าที่ริมหู ก่อนฮันกยอง
จะส่งร่างแกร่งของตัวเองเข้าไปในเส้นทางที่คับแน่นด้วยลูกบอลขนาดเล็กที่อัดเต็มอยู่
ภายใน คยูฮยอนสะดุ้งสุดตัว เจ็บปวดรุนแรงราวกับถูกสับร่างออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เสียงกรีดร้องยาวดังจากลำคอขาวผ่อง หากเสียงนั้นกลับทำให้อารมณ์ของรองประธาน
หนุ่มยิ่งเตลิดไปไกล เสียงร้องโหยหวน...ร่างที่บอบช้ำแหลกละเอียด...ดวงตาโตที่มี
น้ำตาคลอเต็มตลอดเวลา แรงสั่นสะท้านราวสัตว์เล็กๆที่กำลังบาดเจ็บเจียนตายเร่ง
อารมณ์ให้ยิ่งพุ่งขึ้นสูงสุด
มือใหญ่กระชับสะโพกมนไว้แน่นก่อนจะเสือกกายเข้าไปจนสุดแรง แรงกดกระแทก
จากร่างใหญ่โตยิ่งดันลูกบอลหลากสีที่อยู่ภายในให้บาดลึกเข้าไปอีก เลือดข้นคาวทะลัก
ทลายออกมาจากช่องทางชอกช้ำทุกครั้งที่ร่างสูงถอนตัวออกมาจนสุด ดวงตาคมกวาด
มองสีแดงข้นที่ละเลงบนโต๊ะตัวใหญ่จนหยดลงเปื้อนพื้นหยดแล้วหยดเล่าอย่างหลงใหล
แล้วกดร่างเข้าไปอีกครั้ง ทำอย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า...
“อา...ฉันทนไม่ไหวแล้วว่ะฮัน” ซีวอนที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลขยับเข้ามาจนใกล้ใบหน้าหวาน
ก่อนจะกระชากเน็คไทที่มัดปิดปากออก ยังไม่ทันที่คยูฮยอนจะร้อง กลีบปากอิ่มก็ถูก
บีบให้อ้าค้างแล้วคนตัวสูงก็ส่งกายเข้ามาเร็วแรงจนแทบสำลัก
“ดีจังคยูฮยอน...นายมันเยี่ยมที่สุดเลย” ร่างน้อยนอนน้ำตาไหลพราก กรามถูกบีบ
กระชับแน่นให้อ้ารับร่างแกร่งร้อนของอีกฝ่ายที่กดเข้าออกในโพรงปากนุ่มไม่ให้ขัดขืน
กลิ่นคาวของคราบไคลที่ยังเปรอะอยู่ของร่างสูงทำให้แทบอยากขย้อนทุกสิ่งทุกอย่าง
ในกระเพาะอาหารออกมาจนหมด ในขณะที่ร่างกายท่อนล่างก็ยังถูกกระทำทารุณ
ต่อเนื่องไม่หยุด
ตาย...เขาใกล้จะตายแล้วหรือยัง...
นานเหลือเกินสำหรับผู้ถูกทรมาน สุดท้าย...แรงกระชั้นถี่หนักก็บอกให้รับรู้ว่าทุกสิ่งทุก
อย่างกำลังจะจบลง ซีวอนส่งกายหนักๆเข้าที่โพรงปากนุ่มก่อนจะปลดปล่อยทุกหยาด
หยดของอารมณ์ออกมาจนหมด มือหนาตะปบหนักๆเข้าที่ลำคอขาวแล้วกดบีบแรง!
“กลืนลงไป” ขยะแขยง...คยูฮยอนขยะแขยงแทบขาดใจแต่แรงบีบแน่นกั้นลมหายใจ
บังคับให้ต้องกลืนกินสิ่งที่แสนโสโครกนั้นลงคอ ซีวอนยิ้มพอใจก่อนตบแก้มขาวบวม
ช้ำนั้นเบาๆ
“ดีมาก...เด็กน้อย”
ฮันกยองส่งกดกายลงบดขยี้ช่องทางฉีกยับนั้นหนักๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปลดปล่อย
ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ร่างสูงโปร่งกระชากตัวเองออกจากร่างน้อยแรงเรียกเสียงกรีด
ร้องดังลั่นออกมาให้ได้ยิน
“อ๊าาาาาา!!!!!!!” ทั้งๆที่ร้องจนเต็มเสียงแต่กลับมีเพียงเสียงที่ราวกับกระซิบผ่านจาก
ลำคอ เพราะเส้นเสียงผ่านการใช้งานอย่างหนัก เวลาที่ยาวนานและเสียงร้องที่ดังลอด
ผ่านผ้าที่มัดปากไว้ตลอดเวลาทำให้เหลือไว้เสียงที่แหบพร่าที่เบาแสนเบาเท่านั้น
“อย่าร้องนะคยู...ไม่เจ็บแล้วนะคนดี”
มือหนากระชับปลายคางมนดันขึ้นก่อนซีวอนจะกดแนบริมฝีปากลงส่งลิ้นเข้าไปพัวพัน
ฮันกยองยิ้มอ่อนโยนขณะที่มือเลื่อนลงไปกำปลายเชือกสีขาวที่ถูกย้อมจนแดงฉาน
ไว้มั่น เชือก...ที่เป็นส่วนปลายของลูกบอลหลากสีนั้น
“ใช่...ไม่เจ็บแล้วล่ะ” มือที่กำปลายเชือกไว้กระชากส่วนปลายนั้นออกสุดแรง ลูกบอล
เล็กๆที่อยู่ภายในถูกดึงพรวดออกมาจนหมดในครั้งเดียว คยูฮยอนกรีดร้องลั่นสุดเสียง
รู้สึกราวกับมีคนกำลังควงปลายมีดแหลมคมกรีดขยายช่องทางฉีกขาดเต็มไปด้วยเลือด
ของตัวเอง เจ็บ...จนสติสัมปชัญญะที่พยายามรักษาเอาไว้กระจัดกระจายไปคนละทิศ
ละทาง ภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือลูกบอลสีสวยถูกย้อมเป็นสีแดงสด และเสียงทุ้มหัวเราะ
ประสานกันเบาๆ
“เยี่ยมจริงๆ...เด็กเลี้ยงแกะตัวน้อย”
.
.
.
ร่างบอบบางชอกช้ำเกาะลากร่างตัวเองไปตามระเบียงอย่างทุลักทุเล ทุกย่างก้าวนั้นราว
กับจะฉีกกระชากร่างออกเป็นชิ้นๆ เจ็บจวนเจียนจะขาดใจแต่ก็ต้องฝืนออกมาจากห้อง
นั้นให้ได้ สถานที่ๆราวกับขุมนรกนั้น ต่อให้ตายเขาจะต้องหนีไปให้พ้น...
มือบางกระชับเสื้อยับยู่เข้าหากันจนแน่น ใบหน้าหวานซีดขาวจนแทบไม่มีสีเลือด
นัยน์ตาโตสวยบวมแดงช้ำคลอน้ำตา แต่ละย่างก้าวรับรู้ถึงของเหลวคาวข้นที่ไหลริน
ลงมาตามง่ามขาจนกางเกงสแล็คสีดำที่สวมใส่เปียกหนืดไปหมด
ใครก็ได้...ช่วยด้วย...
“ชะ...ช่วยด้วย” เสียงเรียกแหบพร่ารั้งให้ฮยอกแจและซองมินหันกลับไปหา วันนี้พวก
เขาทั้งสองคนมัวแต่ไปนั่งทำรายงานในห้องสมุดกันจนเพลิน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ดึกมาก
แล้ว สองหนุ่มหน้าสวยจึงชักชวนกันกลับหอพัก ไม่คิดว่าจะได้บังเอิญเจอเพื่อนรักที่
พวกตนกำลังชั่งใจว่าจะตัดหางปล่อยวัดดีหรือไม่ในตอนนี้
“คยูฮยอน” สภาพร่างบางที่สั่นสะท้านและน้ำตาที่นองเต็มใบหน้าหวานนั้นทำเอา
ซองมินอดเป็นห่วงไม่ได้ ร่างอวบกลมจึงรีบเดินเข้าไปใกล้ “เกิดอะไรขึ้น?”
“ซอง...ซองมิน” คยูฮยอนโผเข้าซบอกเพื่อนไว้ทั้งตัว ดีใจที่เจอเพื่อนอย่างที่สุด
เขา...ไม่เป็นไรแล้ว “ช่วย...ช่วยฉันด้วยนะ”
สภาพร่างเพรียวที่สั่นสะท้านกับดวงตาตระหนกเสียขวัญทำให้ซองมินลืมเรื่องที่เคยเคือง
ไว้จนหมด ฮยอกแจเองก็เช่นกัน “ใครทำอะไรนายน่ะคยู บอกพวกฉันสิ”
“ฮยอกแจ...” คยูฮยอนกลืนก้อนสะอื้นที่ตีขึ้นเพราะความหวาดกลัวให้กลับลงไป
“ซีวอน...”
“พี่ซีวอนทำไม?” คิ้วเรียวขมวดมุ่น ไม่เข้าใจว่าคนรักของตัวเองมาเกี่ยวอะไรด้วย
และคำตอบถัดมาก็ไขข้อข้องใจให้เขาจนหมด
“ซีวอนข่มขืนฉัน” บอกทั้งน้ำตาก่อนจะเงยขึ้นมองใบหน้ากลมของเพื่อนที่ตัวเอง
กอดอยู่ “ฮันกยองก็ด้วย”
“โกหก!!” นี่คือปฏิกิริยาสุดท้ายที่คยูฮยอนคิดว่าจะได้รับจากเพื่อนรักทั้งสอง
ซองมินดันร่างเขาออกห่างแล้วส่ายหน้าไปมา “นายโกหกพวกเราอีกแล้วแน่ๆ”
“ปละ...เปล่านะฉัน...”
“พอได้แล้วคยูฮยอน” ฮยอกแจมองคนตรงหน้าด้วยสายตาผิดหวัง
“ฉันนึกว่านายจะหลาบจำกับการกระทำของตัวเองแล้วซะอีก ทำไมล่ะคยู...ทำไมต้อง
จ้องจะทำลายพวกพี่เขาถึงขนาดนี้ด้วย”
“อ๋อ...หรือเพราะแค่เขาขัดขวางการกระทำที่ผิดๆของนาย เพราะเขาจับได้ว่านายโกหก
เรามาตลอดใช่ไหม?” ซองมินพูดเสริมแล้วถอยออกห่างอีกจนคยูฮยอนไขว่คว้าไม่ถึง
“ไม่นะซองมิน...ฮยอกแจ ฉัน...ไม่ได้โกหก” ใบหน้าซีดเซียวส่ายปฏิเสธทั้งน้ำตา
“ฉะ...ฉันมีหลักฐานนะ” ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาเป็นหลักฐานได้เป็นอย่างดี
ร่องรอยการถูกทารุณกรรมทางเพศยังปรากฏชัดทั่วทั้งตัว
“ฉันไม่อยากดู” คนตัวผอมปฏิเสธไร้เยื่อใย เขาจะไม่มีวันหลงกลกับแผนเดิมๆของ
คยูฮยอนเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด “ฉันกับซองมินจะไม่เชื่อคำโกหกของนายอีกแล้ว”
คยูฮยอนถึงกับสะอื้น การที่ถูกคนที่ตัวเองรักไม่เชื่อใจมันเจ็บปวดขนาดนี้นี่เอง แล้วจะ
โทษใครได้ถ้าไม่ใช่ตัวเอง เพราะสิ่งที่เขาทำมาตลอดนั้นบั่นทอนความเชื่อใจที่เพื่อนทั้ง
สองมอบให้เขาจนหมดสิ้นแล้ว
สุดท้าย...เขาก็กลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะคนนั้นไปแล้วจริงๆ
“คุยอะไรกันอยู่...หืม” เสียงห้าวทุ้มดังแทรกวงสนทนาขึ้นเบาๆ ก่อนร่างสูงของคนที่
เขาเกลียดและกลัวจับหัวใจจะปรากฏตัวขึ้นขนาบข้างตัวเขา คยูฮยอนถึงกับผงะออกห่าง
ขณะที่ซองมินและฮยอกแจร้องทักยินดี
“พี่ซีวอน / พี่ฮันกยอง”
“ทำไมวันนี้กลับดึกจังครับซองมิน” รอยยิ้มอ่อนโยนไต่ถาม แค่ฟังก็จับได้ถึงความ
ห่วงใยที่มีให้จนซองมินต้องยิ้มหวานตอบกลับ
“พอดีทำรายงานที่ห้องสมุดอยู่ครับ...พี่ฮันล่ะ”
“อ้อ...พี่กับซีวอนก็อยู่เคลียร์...งาน...น่ะ” ตาคมภายใต้กรอบแว่นหนากวาดมองร่างบอบ
บางชอกช้ำนั้นนิดหนึ่ง “แต่ตอนนี้...เรียบร้อย...แล้วล่ะ”
“อย่าทำงานหนักกันนักนะครับพี่ซีวอน” ฮยอกแจยู่หน้าใส่คนรักของตัวเอง
ประธานหนุ่มอมยิ้มน้อยๆก่อนจะค้อมตัวรับล้อเลียน “ครับ...คุณชายฮยอกแจ”
บรรยากาศหวานหยดของคู่รักคนดัง 2 คู่ช่างดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก แต่ตอนนี้คยูฮยอน
กลับรู้สึกอึดอัดราวกับจะตายให้ได้ อยากจะหนีไปให้ไกล...ไม่อยากแม้แต่จะหายใจ
ร่วมกับคนที่ทำลายเขาจนพังยับแบบนี้เลย
“แล้วนี่กำลังคุยอะไรกันอยู่ครับ” ใบหน้าคมเอียงถามสงสัย ดูเอ๋อนิดๆในสายตา
ของซองมินตามเคย แต่คยูฮยอนรู้...เนื้อแท้ของคนๆนี้ตรงข้ามกับภาพลักษณ์ที่สร้างไว้
ภายนอกมากแค่ไหน...
“ผม...บอกซองมินกับฮยอกแจหมดแล้ว” คยูฮยอนโพล่งออกมากลางปล้อง
ทั้งๆที่ตัวเองกำลังจะล้มอยู่มะรอมมะร่อ แต่คนใจคอหยาบช้าที่ตีหน้าซื่ออยู่ตรงหน้า
ทำให้เขาทนต่อไปไม่ไหวจริงๆ
“บอก??” ซีวอนเลิกคิ้วสูง “บอกอะไรหรือคยูฮยอน?”
“บอกว่าพวกนายข่มขืนฉัน ไอ้พวกโรคจิต!!!” ร่างบอบช้ำสาหัสตะโกนสุดเสียง
ทำให้บรรยากาศในตึกเรียนยามไม่มีคนยิ่งเงียบเข้าไปอีกเมื่อทุกฝ่ายพร้อมใจกันเงียบ
เสียงลง ซองมินและฮยอกแจถึงกับตกตะลึงในสิ่งที่เพื่อนพูด ไม่ใช่ว่าเชื่อ...แต่ไม่คิดว่า
เพื่อนตัวเองจะกล้าโกหกได้เต็มปากเต็มคำขนาดนี้ ขณะที่ซีวอนและฮันกยองมองสบตา
กันนิดหนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆออกมา
“หัวเราะทำบ้าอะไร!!”
“พอได้แล้วนะคยู” เป็นซองมินที่ส่งเสียงปราม “แบบนี้มันมากเกินไปแล้วนะ”
“ซองมิน~~~” คยูฮยอนครางออกมาอย่างหมดแรง สายตาของเพื่อนบอกชัดว่าไม่เชื่อ
คำพูดเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาหนักตบลงมาบนไหล่บาง
เบาๆ
“จริงของซองมิน” ประธานหนุ่มรูปงามยิ้มน้อยๆ มือยังวางบนไหล่บางไม่ปล่อยออก
“นายเลิกโกหกเถอะนะ”
“ฉันไม่...”
“เคยฟังนิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะไหมคยูฮยอน”
ฮันกยองถามยิ้มๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบแนบใบหูขาวเบาๆให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“สุดท้าย...พอมีหมาป่าบุกมากินแกะจริงๆ ไม่ว่าเด็กเลี้ยงแกะจะพยายามไปตามใครมา
ช่วยก็ไม่มีใครร่วมมือ เพราะเขาไม่เชื่อเด็กเลี้ยงแกะคนนั้นอีกแล้ว”
“มีอะไรกันหรือเปล่าครับ?” ซองมินถามขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดของเพื่อนยิ่งขาวจัด
เมื่อคนรักของตัวเองก้มไปบอกอะไรสักอย่างเบาๆ
“อ๋อ...ฮันแค่ตกลงทำความเข้าใจกับคยูฮยอนเท่านั้น” ซีวอนอธิบาย พอคยูฮยอนจะอ้า
ปากค้าน มือหนาที่กำไหล่บางไว้ก็บีบหนักปรามให้เงียบลง
“ตกลง??” ฮยอกแจเอียงคอไม่เข้าใจ “ตกลงเรื่องอะไรกันครับ?”
“ก็คยูฮยอนเขาไปหาพวกพี่เมื่อเย็นนี้เอง แล้วบอกว่าจะขอโอกาสแก้ตัว
จะไม่โกหกอีกต่อไปแล้ว” ฮันกยองบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เพราะเขาไม่อยากทำให้พวกนายผิดหวังอีกแล้ว”
“จริงหรอ??” เสียงซองมินและฮยอกแจประสานขึ้นพร้อมกัน คยูฮยอนได้แต่ตกตะลึง
ในสิ่งที่ได้ยิน อ้าปากจะเถียงแต่พอเห็นสายตาของเพื่อนที่มองมาอย่างมีความหวังก็ต้อง
เงียบเสียงลง
“บอกไปสิ...ว่าจริงหรือเปล่า” ตาคมของประธานนักเรียนหนุ่มจับจ้องดวงหน้าหวาน
ซีดคาดคั้น คยูฮยอนอ้าปากจะประท้วงแต่กลับถูกแทรกดักขึ้นเสียก่อน
“ไม่อยากทำให้เพื่อนเสียใจแล้วใช่ไหมคยูฮยอน”
จนด้วยแรง...จนด้วยกำลังทุกอย่าง คำพูดที่พยายามอธิบายกลับกลายเป็นคำลวง
ที่เพื่อนรักของตัวเองมองข้ามไป หากคนที่ร้ายกาจแท้จริงกลับพูดอะไรออกมา
ก็มีแต่คนเชื่อถือ สำหรับคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะอย่างเขา...
ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว...
“ใช่...”
“ดีจังคยู” ซองมินจับมือเพื่อนตัวบางเขย่าเบาๆ “พวกเราดีใจนะที่นายคิดได้เสียที”
“อื้อ...ต่อไปอย่าทำตัวไม่ดีอีกล่ะเข้าใจไหม” ไก่ตัวผอมคาดโทษร่างบางนั้น
พร้อมรอยยิ้ม
“แสดงว่าคยูฮยอนจะไม่ได้รับโทษแล้วใช่ไหมครับ” กระต่ายน้อยร่างอวบช้อนตาถาม
คนรักอย่างมีความหวัง ฮันกยองจึงลูบกลุ่มผมนุ่มนั้นเบาๆด้วยความเอ็นดู
“ใช่แล้วล่ะ”
“แต่...ก็มีข้อแม้นิดหน่อยนะ” คำว่า “ข้อแม้” ทำให้ร่างสวยที่ยืนเอนพิงระเบียงอยู่สะดุ้ง
สุดตัว ดวงตาโตบวมช้ำมองอย่างหวาดหวั่น อย่า...อย่าเป็นอย่างที่เขาคิดเลย
“คยูฮยอนจะต้องไปช่วยงานพวกเรา -ทุกเย็น- เป็นการชดเชยความผิดนั้น”
“เย้!!!” กระต่ายกับไก่กระโดดกอดคอกันจนตัวลอย ดีใจที่ข้อแม้นั้นไม่ได้ร้ายแรง
อย่างที่คิดไว้ แค่งานจัดเก็บเอกสารในห้องประธานนักเรียนถือว่าเบาเหลือเกินสำหรับ
คนที่ก่อเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างคยูฮยอน หากแต่คนทั้งคู่ไม่รู้เลย ว่าคนที่ตัวเองคิดว่า
โชคดีนั้นแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่ได้ยินคำว่า “ทุกเย็น” แล้ว
“ไม่...ฉันไม่...” ใบหน้าหวานส่ายไปมาด้วยความหวาดกลัว
นรกบนดินนั่น...เขาจะต้องเหยียบเข้าไปอีกครั้งจริงๆหรือ...
“สายไปแล้วคยูฮยอน” ดวงตาเรียวคมดำจัดภายใต้กรอบแว่นแฝงรอยเยาะหยันชัดเจน
ใบหน้าคมโน้มต่ำลงกดเสียงเสียดลึกเข้าถึงหัวใจ
เสียง...ที่เขาไม่มีวันหนีพ้น...ตลอดชีวิต
“จริงๆแล้ว จุดจบของเด็กเลี้ยงแกะ...ไม่ใช่แค่ไม่มีใครเชื่อถือจนฝูงแกะถูกหมาป่าล่าไป
กินจนหมดเท่านั้นหรอกนะ”
รอยยิ้มเย็นถูกส่งให้เห็นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่แสยะขยายออกอย่างน่าเกลียดเหมือนกับ
จิตใต้สำนึกที่ดำมืดของร่างสูงนั้น แต่อนิจจา...มีเพียงคยูฮยอนเท่านั้นที่ได้เห็น...
“แต่เพราะเด็กเลี้ยงแกะคนนั้น...ถูกหมาป่ากินจนตายไปด้วยต่างหาก”
ขาเรียวสั่นจนพยุงตัวเองไว้ไม่อยู่ คยูฮยอนทรุดลงนั่งแปะกับพื้นเย็นเฉียบ
ความกลัววาบลึกเข้าไปถึงภายใน หากจุดจบของเรื่องนี้คือความตายของเด็กเลี้ยงแกะ
คยูฮยอนก็รู้ทันทีว่า...เขาก็จะมีจุดจบที่ไม่ต่างกัน
ถูกหมาป่าหิวกระหาย...แทะเล็มกัดกินทีละน้อยๆ...จนกว่าจะหมดลมหายใจ...
ใครจะรู้...เบื้องหลังนิทานปรัมปราที่ถูกบอกเล่าต่อๆกันมา
เป้าหมายที่แท้จริงของฝูงหมาป่า อาจจะไม่ใช่ฝูงแกะอย่างที่คิดก็ได้...
และกว่าเด็กเลี้ยงแกะจะรู้...ก็ถูกกลืนกินไปหมดทั้งตัวเสียแล้ว...
END.
@~Talk~@
อา...ฟิคเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ได้รับคอมเม้นท์จากเรื่องที่แล้ว อ๊ะๆๆ...งงล่ะสิ
ถาม: คอมเม้นท์เรื่องที่แล้วเกี่ยวอะไรกับฟิคเรื่องนี้ด้วยคะ?
ตอบ: “คาดหวังฉากนั้น” “อ่านแล้วค้าง” “เนิ่บๆหวานๆไม่พลิก” “จิ้น NC ไม่ออก”
ด้านบนเป็นเม้นท์ของใครบ้างน๊า และในเมื่อคุณขอมาแบบนี้แล้ว ดาคูชิจัดให้ค่ะ!!
กว่าจะจัดออกมาขนาดนี้เล่นเอาปาดเหงื่อเลย งื้อ~~~~ =”=
สุดท้าย...อย่าขอสเปกันเลยนะคะ เพราะคงเดาได้เนอะว่าจะเป็นยังไงต่อไป
ขืนยังขอสเปอีก คยูน้องน้อยของเราตายแน่ๆ...หึๆๆๆ (หัวเราะหื่น)
ยังไงก็เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^
กระซิกๆ
(ยังรอคอยคู่นี้อยู่ อิๆ)