คุณเคยอยากจะกิน “อะไรสักอย่าง” มากๆไหม
แล้วถ้าหากไม่ได้ “กิน” คุณ...จะรู้สึกอย่างไร
หงุดหงิด กระหายอยาก ร้อนรน พาลไปหมดทุกอย่าง
หรือ...จะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้ลิ้มรส “อะไรสักอย่าง” ที่ว่านั่น
คุณบอกผมหน่อย...ถ้าเป็นคุณ...จะเลือกทำแบบไหน?
เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มต่อเนื่องไม่มีหยุด
เหมือนกับร่างเพรียวขาวจัดที่ขยับไปตามจังหวะท่วงทำนองอย่างคล่องแคล่ว
ดวงตาเรียวสวยมองตรงไปยังเงาของตัวเองในกระจกเพื่อดูท่วงท่าและบล็อกที่ก้าวย่าง
ริมฝีปากแดงสดเม้มแน่นตั้งใจ เหงื่อเกาะพราวตามใบหน้าหวาน
ทั้งๆที่อุณหภูมิในห้องเย็นฉ่ำ แต่ด้วยกำลังที่ถูกใช้อย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด
ก็ทำให้เสื้อยืดสีขาวตัวบางนั้นชื้นเหงื่อจนแนบเนื้อไปหมด
...น่ากิน...
“น่ากลัวจังเลย” ถึงจะเป็นแค่คำพูดลอยๆ
แต่ก็เรียกสายตาคมให้ละออกมาจากภาพตรงหน้าได้เกือบทันที
หันไปก็เห็นไอ้มักเน่ของวงนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันเสียแล้ว
“น่ากลัวอะไร?”
“ก็...” โจ คยูฮยอนหรี่ตามองใบหน้าคมคายของคนเป็นกึ่งเพื่อนกึ่งรุ่นพี่อย่างรู้ทัน
ริมฝีปากบางเฉียบหากเซ็กซี่โดนใจสาวๆยกยิ้มหวาน “สายตาของฮยองยังไงล่ะ”
ยิ่งเห็นคิ้วเข้มเลิกสูงเพราะไม่เข้าใจคำพูดของตัวเอง
เด็กหนุ่มก็ยิ่งขยับเข้าหาร่างสูงมากขึ้น แถมด้วยการเอื้อมล็อคคออีกฝ่ายเข้ามาใกล้
“ก็สายตาฮยองที่มองฮยอกแจฮยองอ่ะ...เหมือนฮยองกำลังมองขนมหวานเลย”
กระซิบเสียงเบาลงอีกเมื่อเอ่ยประโยคสุดท้าย “อยากกินล่ะสิ”
พูดจบก็ถูกมือหนาของคนเป็นพี่ผลักออกแทบจะตกจากโซฟา
ตาคมตวัดมองหน้าน้องเล็กปรามๆ
“ไร้สาระน่ะ”
“หรือไม่จริง?” ยัง...โจ คยูฮยอนยังเด็ก ยังสะกดคำว่า “รักตัวกลัวตาย” ไม่ถูก
ใบหน้าหล่อใสจึงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ
“ก็อย่างว่าล่ะน๊า ฮยอกแจฮยองก็น่า “กิน” ซะขนาดนั้น” แถมด้วยการบุ้ยใบ้ปาก
ไปยังร่างเพรียวขาวที่ยังเคลื่อนไหวไม่หยุดอยู่หน้ากระจกในห้องซ้อม
“ตัวก็ข๊าวขาว” ตาคมดำจัดเผลอมองตาม ใช่...ขาว...ขาวยังกับนมสด
“ตาก็โตหวานเยิ้มเชียว” อา...หวาน...คงจะหวานติดลิ้นเหมือนลูกกวาด
“ปากก็แดง...น่าจูบจะตาย” แดงจัด...ราวกับลูกเชอรี่ผลสุกฉ่ำ...ถ้าได้กลืนกินคงชุ่มคอ
“เอวก็เล็ก...น่ากอดชะมัดเลย” อืม...ถ้ากอดแรงๆผิวเนื้อคงจะช้ำ
...จนน่ากดย้ำให้ขึ้นรอยเพิ่ม
“แล้วฮยอง...จะยังปฏิเสธว่า...ไม่น่า “กิน” อีกหรอ”
ตาคมตวัดมองหน้าน้องเล็กที่ยื่นมาใกล้อีกครั้ง สบสายตาพราวระยับอย่างรู้ทันกันนิ่ง
ก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะกดยิ้มลึกที่มุมปาก เป็นการยอมรับกลายๆว่า
ชเว ซีวอนกำลังคิดเหมือนอย่างที่น้องสุดท้องของวงพูดจริงๆ
...ฮยอกแจ...นายน่า “กิน” ที่สุดเลย...
.
.
.
กว่าร่างเพรียวจะผละออกจากหน้ากระจกได้ก็เกือบชั่วโมงเข้าไปแล้ว
สติจดจ่ออยู่กับทุกสเต็ปก้าวย่างจนหลงลืมคนที่อยู่รอบตัวไปจนหมด
หันกลับมาอีกทีก็เห็นเพียงร่างสูงของรุ่นน้องตัวโตที่ยังนั่งเอนตัวพิงโซฟาอยู่ทางหลังห้อง
“นายรอฉันอยู่หรือเปล่า” สาวเท้าเข้ามาจนยืนอยู่ตรงหน้าระยะกระชั้นชิด
ฮยอกแจไม่ได้รู้เลยว่าสภาพของตัวเองตอนนี้ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ารู้สึกอย่างไรบ้าง
ริมฝีปากอิ่มแดงเผยอหอบน้อยๆเพราะความเหนื่อย ผมยาวเปียกชื้นเหงื่อระต้นคอขาว
ดวงตาหรี่ปรอยลงด้วยความอ่อนล้าทำให้ยิ่งดูหวานฉ่ำ
แก้มใสแดงจัดเนื่องจากเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงเต็มที่
เสื้อขาวบางชื้นเหงื่อแนบเนื้อจนเห็นไปถึงผิวขาวราวนมสดข้างใน
...น่ากิน...
“ซีวอน...เป็นอะไรไป”
ฮยอกแจยื่นหน้าเข้าไปจนใกล้ เมื่อเห็นเพื่อนรุ่นน้องเอาแต่จ้องหน้าตัวเองตาไม่กระพริบ
มือขาวจัดยกขึ้นแตะใบหน้าคมเบาๆเรียกสติ
“เปล่า...” ซีวอนบอกพร้อมกับจับรวบมือบางเอาไว้ด้วย
ตาคมยังไม่ยอมละสายตาจากใบหน้าหวานที่ห่างแค่คืบแม้แต่น้อย
“แค่...หิวน่ะ”
“หิว...งั้นทำไมไม่ไปหาอะไรกินล่ะ” ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าไอ้การทำท่าเอียงคอน้อยๆ
ขณะพูดน่ะมันทำให้สติสัมปชัญญะของคนมองกระจัดกระจายไปมากขนาดไหน
“ก็อยากกิน...พร้อม...นาย” อยากตัดคำว่า “พร้อม” ออกไปจากประโยค
แต่ถ้าหากทำแบบนั้น ชเว ซีวอนคงจะไม่ได้ “กิน” ในสิ่งที่อยากแน่ๆ
...ถ้าอยาก “กิน” ในสิ่งที่อยาก...ต้องอดทนสินะ...
“งั้น...ไปกินข้าวกันนะ วันนี้นายอยากกินอะไรล่ะ”
ไม่ว่าเปล่า ฮยอกแจยังกระชับมือข้างที่ถูกจับกุมไว้ให้แน่นขึ้น
ออกแรงดึงคนตัวสูงกว่าให้ลุกตามมา คงจะเป็นผลหากคนนั่งที่นั่งจมเบาะยอมโอนอ่อน
แต่ตอนนี้ซีวอนหิว...หิวจนหมดแรง
และเพราะหมดแรง ร่างสูงเลยแกล้งทิ้งตัวหนักๆไว้ไม่ให้คนขาวจัดดึงขึ้น
แถมยังออกแรงกระตุกแขนกลับให้อีกฝ่ายเสียหลักล้มลงมาหาด้วย
“อ๊ะ!!” ร่างเล็กเสียหลักถลาไปข้างหน้าทันที แต่ก่อนที่หน้าจะได้ทิ่มไปกับเบาะโซฟา
เอวบางก็ถูกตวัดรัดไว้เสียก่อน ซีวอนออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว
ร่างเพรียวก็ตกลงบนเบาะโซฟาเนื้อนิ่มแทน โดยมีชายหนุ่มคร่อมทับอยู่ด้านบน
“ซี...ซีวอน” เสียงใสเอ่ยตะกุกตะกัก
เมื่อสบกับนัยน์ตาคมดำจัดของชายหนุ่มที่จับจ้องอยู่ห่างแค่คืบ
ฮยอกแจพาลโกรธตัวเองที่มือไม้สั่นไม่มีแรงขึ้นมาดื้อๆ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
ว่าทำไมต้องเกิดอาการแปลกๆแบบนี้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ร่างสูงในระยะกระชั้นชิด
ทั้งๆที่แต่ก่อนก็ไม่เคยเป็น ยังเล่นหัวกอดคอกันได้ตลอด สนิทกันยิ่งกว่าใครๆ
แล้วทุกอย่าง...มันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ
ความรู้สึกของเขา...ไม่เหมือนเดิมตั้งแต่เมื่อไหร่
“หืม?” น้ำเสียงทุ้มต่ำมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆยิ่งทำให้ใจเต้นกระหน่ำแรง
ฮยอกแจเดาได้เลยว่าตอนนี้หน้าตัวเองคงแดงก่ำไม่แพ้ผลสตอเบอร์รี่แน่นอน
“ถอย...ถอยไปสิ ไหนว่าหิวไง ไป...ไปกินข้าวกัน”
แทบจะเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกเพราะความตื่นเต้น เล่นเอาซีวอนอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้
ก็เพราะนาย “น่ารัก” ถึงได้ “น่ากิน” ขนาดนี้ไง
นายผิดเองนะฮยอกแจ...นายทำให้ฉัน “หิว” จนทนไม่ได้แล้ว...
“ก็หิว...” ใบหน้าคมยิ่งโน้มมาใกล้ขึ้นจนหน้าผากแตะกัน “เลยกำลังจะ “กิน” นี่ไง”
“เอ๊ะ...อื้อ~~” อ้าปากจะถาม กลีบปากแดงฉ่ำก็ถูกปิดลงเสียก่อน
ริมฝีปากได้รูปประกบปิดแนบแน่นจนเสียงหวานหายกลับเข้าไปในลำคอ
มือบางที่ยกขึ้นผลักไสถูกมือหนารวบกำไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว
มือข้างว่างก็เชยปลายคางมนให้แหงนเงยรับจุมพิตร้อนระอุให้ล้ำลึกยิ่งขึ้น
ลิ้นร้อนแทรกลึก กวาดควานไปทั่วโพรงปากนุ่ม แตะต้องลิ้มลองความหอมหวาน
ดูดกลืนลมหายใจของคนใต้ร่างไว้จนหมด ทุกอย่างของคนๆนี้...เป็นของเขาทั้งหมด
“อร่อย...” ตาคมจับจ้องใบหน้าหวานที่กำลังหอบถี่เมื่อถอนริมฝีปากออกมา
ปากอิ่มแดงยิ่งแดงจัดเพราะถูกดูดดึงจนปริช้ำ ยั่วยวนใจให้โน้มเข้าไปหาอีกครั้ง
“ทำ...ทำไม...” ฮยอกแจเอ่ยตะกุกตะกักเพราะถูกล่วงเกินโดยที่ไม่ทันตั้งตัวสักนิด
ตาเรียวช้อนมองใบหน้าหล่อคมที่อยู่ไม่ห่างอย่างไม่เข้าใจ
แต่แปลก...ที่กลับไม่โกรธสักนิดเดียวที่ถูกกระทำเช่นนี้
เพียงแต่...อายจนทำอะไรไม่ถูกเท่านั้น...
“ก็ฉันหิว” รอยยิ้มร้ายถูกส่งมาให้คนตัวขาวใจสั่น
“แล้วนาย...ก็ชวนฉัน “กิน” เองนี่นา”
“ฉันชวนไปกินข้าว ไม่ใช่...” ฮยอกแจเถียงยังไม่ทันจบประโยคเสียงทุ้มก็แทรกขึ้นก่อน
“แต่ฉัน “หิวนาย” ...ฉันอยาก “กินนาย” ...ไม่ใช่ข้าว” จบประโยคไม่ให้ค้านต่อได้
ฮยอกแจอ้าปากจะเถียง ริมฝีปากของคนที่คร่อมอยู่ก็ประกบลงมาอีกครั้ง
หากคราวนี้...คงจะไม่ปล่อยง่ายๆอย่างครั้งแรกอีกแล้ว
เพราะเมื่อซีวอน “หิว”... ใครก็ห้ามไม่อยู่
เขาจะต้อง “กิน” จนกว่าจะ “อิ่ม” เท่านั้น...
และเขาก็ตัวโต...คงจะ “อิ่ม” ยากสักหน่อย...
อา...ทำใจหน่อยนะฮยอกแจ...นายอยากจะ “น่ากิน” เองทำไม
หึ...ฮยอกแจ...นายน่า “กิน” ที่สุดเลย...
END.
@~Talk~@
ช่วงนี้ดาคูชิมีโปรเจ็คใหญ่ที่ทำอยู่ ทำให้ไม่มีเวลาแต่งเรื่องใหม่ๆเลย
ฟิคที่สะสมอยู่จึงได้เวลาออกโรง และประเดิมด้วยเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ (อายจัง) >////<
ความจริงโปรเจ็คนี้ดาคูชิเขียนไว้ทั้งหมด 3 พาร์ท 3 คู่ด้วยกัน
เริ่มแรกแต่งเป็นคู่ใน 2PM แต่เนื้อหาน่ารักๆทำให้อดแปลงมาเป็นซูจูของเราไม่ได้
ยังไงขออนุญาตลงอาทิตย์ละพาร์ทนะเจ้าคะ (ซะงั้นเนอะ) ^ ^
เกี่ยวก้อยสัญญา จบจากโปรเจ็คหฤโหดเมื่อไหร่ จะขนฟิคใหม่แกะกล่องมาลงแน่นอน
รอกันนิดนึงนะคะ ^ ^
ยังไงก็เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^