Are-You-Believe-SJ

[SF SJ] Are You Believe[WonCinKyuMin]-Begin

( 2 Part จบจ้ะ)

@~Talk~@

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยนะว่า ฟิคเรื่องนี้จริงๆแล้วเราแต่งเป็นฟิค TVXQ ไว้แล้ว
แต่โดยส่วนตัว เราชอบพล็อตเรื่องๆนี้มากเป็นพิเศษ
ก็เลยเปรยกับเพื่อนบ่อย(มากๆ)ว่า น่าจะมีฟิคเอสเจแบบนี้อีกสักเรื่อง
เพื่อนผู้แสนดีก็คงรำคาญที่อินี่มันพร่ำพรรณนาให้ฟังทั้งวันทั้งคืน
ก็เลยชี้ทางสว่างให้ว่า

ถ้าชอบมากขนาดนี้ล่ะก็ ทำไมแกไม่แปลงฟิคเรื่องนี้ให้เป็นฟิคเอสเจไปซะเลยล่ะ

O______O เออ...จริงของมัน

ก็เลยแปลงฟิค TVXQ มาเป็นฟิคเอสเจซะดื้อๆอย่างงั้นเลย (อายจัง ^///^)
ยังไงก็ลองอ่านดูนะคะ

เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^
.
.
.
.
.

[SF] Are You Believe[WonCinKyuMin]-Begin

คุณรู้ไหม...

ว่าคำว่า “ความรัก” มันมีอิทธิพลต่อคนที่หลงติดบ่วงเข้าไปรู้จักคำๆนี้มากแค่ไหน...

คำๆนี้...อาจจะทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักความทุกข์มาตลอดชีวิต
...จ่อมจมอยู่กับความรู้สึกทุกข์ทรมานราวกับตายทั้งเป็นได้

และคำๆนี้...อาจทำให้คนที่ไม่มีความสุขเข้ามาในชีวิตเลย
...เห็นแสงสว่างแห่งความสุขเป็นครั้งแรกได้เช่นกัน

และคุณเชื่อไหม...

ว่าคำว่า “ความรัก” จะทำให้คนที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด...คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุด
...รู้จักคำว่า “เสียสละ” ได้

และคำว่า “ความรัก” นี่แหละ...ที่ทำให้คนที่เป็นสุภาพบุรุษ...เสียสละมาตลอด
...รู้จักคำว่า “เห็นแก่ตัว” ได้เหมือนกัน

คำว่า “ความรัก” ...อาจจะทำให้คนๆหนึ่งซึ่งแข็งกร้าวกระด้างกว่าใคร
...อ่อนโยนจนถึงที่สุดได้

และคำๆเดียวกันนี้เอง...อาจจะทำให้คนที่สุภาพอ่อนโยนอย่างที่สุด
...“ร้ายกาจ” อย่างไม่น่าเชื่อได้เช่นกัน

คุณไม่เชื่อใช่ไหม...มันไม่แปลกเลย...

เพราะมันก็เหมือนกับที่ผมไม่เคยเชื่อมาก่อน
ว่าคำว่า “ความรัก” จะมีอิทธิพลกับใครถึงขนาดนี้
หากผมไม่ได้สัมผัสมันเข้าด้วยตัวของผมเอง


แล้วคุณว่า...ความรักของคนอย่างผม...จะเป็นแบบไหน...


++++++++++++++++++++++++++++

“นี่ซีวอน...ลองชิมนี่หน่อยสิ ฉันทำสุดฝีมือเลยน๊า”
เสียงหวานใสที่มาพร้อมกับช้อนที่จ่อมาถึงริมฝีปาก
ทำให้ร่างสูงที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาหนังนุ่มราคาแพงอ้ารับแทบไม่ทัน
และเมื่อกลืนลงคอแล้วร่างสูงก็นิ่งไปพักหนึ่ง

“ทำไมล่ะ มันไม่อร่อยเลยหรอ” ดวงตากลมโตราวกับนิลชั้นดีหมองลงทันตา
เมื่อไม่ได้คำตอบจากคนที่เฝ้ารอ ก่อนจะหลุบตาลงมองถ้วยซุปที่อยู่ในมือ

อุตส่าห์ตั้งใจทำอยู่ตั้งครึ่งค่อนวัน...แต่ก็ยังใช้ไม่ได้จริงๆสินะ...

แย่ที่สุดเลยฮีชอล...แล้วแบบนี้...ยังจะกล้าเอาให้คนที่รักกินอีกหรอ...


หากอยู่ๆ มือแกร่งของคนที่นั่งทำหน้านิ่งมาสักพัก
ก็เอื้อมมาโน้มต้นคอขาวเนียนให้ลงมาอยู่ระดับเดียวกับตน

“ใครว่าเจ้าหญิงของผมทำไม่อร่อยล่ะ อร่อยมากจนอึ้งไปเลยต่างหากล่ะครับ”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างๆใบหู ทำให้อดขนลุกไปกับน้ำเสียงเซ็กซี่นั้นไม่ได้
ฮีชอลผงะออกแทบไม่ทัน ใบหน้าหวานใสแดงซ่านขึ้นทันตา
แล้วมันก็ลามไปถึงใบหูขาวที่ซีวอนแนบริมฝีปากกระซิบเมื่อกี้ด้วย

“คนบ้า...ไอ้สิงโตบ้า...เล่นอะไรบ้าๆ”
เสียงใสสรรเสริญเขาเข้าให้หนึ่งชุดใหญ่ด้วยความเขินอาย
แก้มใสพองลมขึ้นอย่างงอนๆ ก่อนจะวิ่งตื๋อกลับเข้าไปในครัว
เรียกเสียงหัวเราะรื่นรมย์จากเขาได้แทบจะทันที

คนอะไร...เขินได้น่ารักชะมัด...แล้วแบบนี้จะให้เขาไม่แกล้งยังไงไหว...

หากอารมณ์สุนทรีย์เมื่อครู่
ก็ถูกหยุดลงด้วยปลายเท้าข้างหนึ่งที่ยื่นมาจากโซฟาตัวเดียวกัน

พลั่ก!!

“อุก!!”

แรงที่ส่งผ่านมามันไม่มากมายนักหรอก แต่ก็เล่นเอาเขาตัวงอไปเลยล่ะ

“เล่นบ้าอะไรวะคยูฮยอน! มันเจ๊บนะโว้ย!!”
ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเพราะความจุกที่แล่นจี๊ดเข้าที่ท้อง
ดวงตาคมกริบตวัดมองหน้าขาวจัดของเพื่อนสนิท
ที่ยังนั่งกระดิกขาไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างขุ่นเคือง

“ไม่มีอะไร ก็แค่อิจฉา”
คำตอบที่ออกมาจากปากแดงๆนั่นทำให้เขาแทบจะลุกขึ้นยันเพื่อนรักให้ตกจากโซฟา
หากไม่เห็นแววอ้างว้างในดวงตาดำสนิทนั่นซะก่อน

“ทำไม...ความรักมันไม่ราบรื่นหรือไง ซองมินกับนายก็ไปกันได้ดีไม่ใช่หรอ
เห็นออดอ้อนหวานแหววกันอยู่ทุกวัน”

“นายก็รู้ว่านั่นมันเป็นแค่ “แฟนเซอร์วิส”
จริงๆแล้วซองมินไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย ไม่เคยแม้แต่จะคิด...”
ความปวดร้าวถูกส่งผ่านออกมาทางน้ำเสียงที่เริ่มสั่น
บ่งบอกถึงความรู้สึกภายในใจของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี ซีวอนได้แต่ถอนใจเฮือก

หากใครไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแบบเขาก็คงไม่เชื่อ
ว่าชายหนุ่มที่เพื่อนๆทั้งวงลงมติให้ว่าเป็นผู้ชายที่ “หล่อร้ายกาจ” ที่สุดในวง
จะมีแววตาหม่นเศร้าเพราะเพื่อนร่วมวงตัวเล็กๆหน้าหวานๆคนเดียวได้
มือเรียวแข็งแรงเอื้อมไปตบบ่าอีกฝ่ายหนักๆอย่างต้องการให้กำลังใจ

“เฮ้ย...ร่าเริงหน่อยสิ ไม่สมกับเป็นนายเลย” ซีวอนแกล้งว่าเพื่อให้เพื่อนยิ้มออก

“เอาน่า...เดี๋ยวพรุ่งนี้นายไปออก Love Letter กับฉันกับ...เอ่อ...
นายจะตีปีกเริงร่าร่าเริงแทบไม่ทัน ”
ชายหนุ่มละคำว่าซองมินไว้เกือบไม่ทัน เขาก็ลืมไปสนิทเลยว่า
วันพรุ่งนี้เจ้ากระต่ายสีชมพูนั่นก็ต้องไปออกรายการนั้นกับพวกเขาด้วย!!

อันที่จริงคนตัวเล็กก็ปฏิเสธที่จะไปร่วมรายการนี้เสียงแข็งเลยทีเดียว
หากอีซูมานก็ให้เหตุผลมาว่า
แฟนคลับของพวกเขาไม่ค่อยได้เห็นซองมินออกรายการแบบนี้เลย
และด้วยเสียงเรียกร้องที่มีมาอย่างล้นเหลือนั้น
ทำให้มิสเตอร์อีมีคำสั่งลงมาให้ซองมินไปออกรายการนี้กับพวกเขาในวันรุ่งขึ้นด้วย

เจ้ากระต่ายก็เลยได้แต่แหกปากวิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นไปซบอกฮีชอลอย่างน่าสงสาร
ซึ่งแรกๆฮีชอลเองก็เตรียมจะโวยแหลก
เนื่องจากทั้งสงสารทั้งเห็นใจกระต่ายตัวกลมนั่นเหลือเกิน หากมิสเตอร์อีก็ให้สัญญาว่า
จะให้ซองมินออกรายการแบบนี้แค่ครั้งนี้อีกครั้งเดียวเท่านั้น
เจ้าตัวเล็กขี้โวยวายกับคนหน้าสวยถึงได้เย็นลงได้

ฮึ้ย...คิดแล้วก็อยากตบปากตัวเอง พรุ่งนี้มีซองมินไปร่วมวงด้วย
...แล้วเพื่อนของเขาจะร่าเริงได้ยังไงวะ...

“นายก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนแบบนั้น สิ่งที่เราแสดงให้คนอื่นเห็น
มันอาจจะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราก็ได้ไม่ใช่หรอ”
ตาเรียวทอดมองออกไปด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

ซีวอนเองก็รู้ดีที่สุดว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น
แม้ว่าภาพลักษณ์ที่เขาสื่อออกไปสู่สาธารณะชนนั้น
จะทำให้เขามีหญิงสาวมากหน้าหลายตาเข้ามาพัวพันอยู่เรื่อยๆก็ตาม
หากในใจของเขาก็มีเพียงซองมินคนเดียวเสมอ...ตลอดมา

ใบหน้าหวานใสเปื้อนรอยยิ้มบริสุทธิ์นั้นทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แวบแรกที่เห็น
และหากเขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองนัก
ช่วงแรกๆร่างเล็กนั้นก็ดูจะมีใจเอนเอียงให้กับเขาด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อไม่นานมานี้เอง ซองมินก็ทำให้เขารู้ว่า...เขาคิดผิดไปถนัด...

ในวันที่เขาตัดสินใจสารภาพรักกับคนตัวเล็กที่เขาปักใจมานาน
โดยมั่นใจเหลือเกินว่าคำตอบที่ได้รับจะต้องเป็นข่าวดีแน่นอน...หากมันก็ไม่เป็นเช่นนั้น

“คยูฮยอน...ฉันขอโทษนะ ตอนนี้ฉันไม่ได้คิดกับคยูฮยอนเกินคำว่า “เพื่อน” เลย”

และ

“ฉันขอโทษที่การทำเป็น “แฟนเซอร์วิส” ของฉันทำให้คยูฮยอนเข้าใจผิด
ฉันเสียใจ...แต่ฉันรักคยูฮยอนไม่ได้แล้ว”

คำพูดเพียงไม่กี่คำของร่างเล็ก กลับทำให้โลกทั้งโลกของเขาแทบล่มสลายลงในพริบตา
ซองมินย้ำหนักแน่นว่าไม่ได้คิดกับเขาเกินคำว่า “เพื่อน” เลย

คำว่าเพื่อน...ที่เขาต้องการจากคนทั้งโลก
เพราะเขาคิดอยู่เสมอว่าการมีเพื่อนเยอะๆนั้นเป็นสิ่งที่ดี
หากคนๆเดียวเท่านั้น...ที่เขาไม่ต้องการได้ยินคำๆนี้หลุดรอดออกมา


ยกเว้นนายไว้คนหนึ่งไม่ได้หรือ...ซองมิน

โลกใบนี้...ยกเว้นนายไว้เพียงคนเดียว...ไม่ได้เชียวหรือ...

“คิดแล้วก็อิจฉาคู่นายนะ หวานกันได้ตลอดเวลา
นายโชคดีจริงๆที่พี่ฮีชอลรักนาย แล้วนายก็รักพี่ฮีชอล”
ริมฝีปากแดงกดเป็นรอยยิ้มแห้งแล้งให้นิดหนึ่ง ก่อนจะซบหน้าลงกับเข่าของตัวเอง

ซีวอนรู้สึกสงสารเพื่อนจับหัวใจ ในใจปวดหนึบไปหมด
เพราะรับรู้ถึงความรู้สึกของเพื่อนรักได้เป็นอย่างดี
หากเขาก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่า
การเอื้อมมือไปโอบบ่าแข็งแรงของเพื่อนสนิท
ที่บัดนี้ดูเปราะบางลงถนัดตาไว้อย่างปลอบประโลม

“ลืมมันซะคยูฮยอน ถึงเจ้ากระต่ายน้อยนั่นจะไม่รักนาย แต่แค่เพียงนายเปิดใจเท่านั้น”
ซีวอนเว้นจังหวะนิดหนึ่ง
“นายก็จะเห็นว่ามีคนอีกมากมายที่พร้อมจะรักนาย...และพร้อมจะให้นายรัก”


ใช่...ลืมซองมินซะเถอะคยูฮยอน...ลืมความรักที่ไม่มีวันสมหวังนี้ซะที
...ฉันไม่อยากเห็นนายเจ็บปวดกับความรักแบบนี้อีกแล้ว..

++++++++++++++++++++++++++++

“เออนี่ซีวอน พรุ่งนี้นายต้องไปออกรายการ Love Letter แถวๆชัมซิลใช่ป่ะ”
เสียงแหบสูงที่จู่ๆก็โพล่งขึ้นกลางวงข้าว
ทำเอามือเรียวขาวที่กำลังป้อนแกงกะหรี่ให้สิงโตผู้โชคดีถึงกับชะงักกึก
ซีวอนตวัดสายตามองหน้าไอ้หมวยของบ้านที่นั่งทำหน้าเอ๋อไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างคาดโทษ

ไอ้ตัวแสบนี่...หาเรื่องให้เขาเดือดร้อนอีกแล้วไหมล่ะ…

เขาก็อุตส่าห์นั่งทำเนียนๆเงียบๆให้ฮีชอลลืมเรื่องนี้มาพักหนึ่งแล้วนะ
ใครๆก็รู้ว่าทุกครั้งที่เขาไปออกรายการประเภทนี้ทีไร
คนหน้าสวยมักจะมีอาการ “งอนแบบง้อยาก” กับเขาทุกทีไป

ไม่ใช่ว่าเจ้าหญิงของเขาจะไม่มีเหตุผล ไม่เข้าใจว่ามันเป็นงานหรอกนะ
หากคนสวยของเขาก็ยังทำใจไม่ค่อยได้
ที่จะต้องให้คนที่ตัวเองรักไปแสดงความรักกับใครต่อใครแบบนี้

และยิ่งครั้งนี้ยิ่งแล้วใหญ่...แบบนี้โกรธกันเป็นวันๆแหงๆ

“เออ... แล้วไง” ใบหน้าหล่อเหลาหาตัวจับยากบูดบึ้งลงทันตา
เมื่อฮีชอลหันไปเอาอกเอาใจป้อนข้าวป้อนน้ำให้เจ้าตัวเล็กที่นั่งอีกข้างหนึ่งแทน
เจ้ากระต่ายอ้วนนั่นก็กระดี๊กระด๊าซะจริง ชอบล่ะสิที่ฮีชอลหันไปเอาใจแบบนั้นน่ะ

ฮึ่ม...แบบนี้มันน่าจะจับเตะให้หายแค้น...ทำกันได้นะ ลี ทงเฮ

“อ๋อเปล่าหรอก พอดีฉันกับฮยอกแจจะแวะไปหาเพื่อนแถวๆนั้นพอดีน่ะ
แล้วพี่ชินดงก็จะไปซื้อของแถวนั้นด้วย ก็เลยจะขอติดรถไปด้วยน่ะ”
นั่น...มีการตบท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อีกแน่ะ ไม่พอๆ
ยังหันไปยักคิ้วหลิ่วตาเป็นเชิงรู้กันกับไอ้ลิงหน้าไก่และพี่หมูของวงอีก

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไอ้พวกสุดแสบนี่กำลังวางแผนอะไรกันอยู่
ไอ้คนโปรดของคิบอมมันต้องพูดขึ้นมาเพื่อหวังอะไรสักอย่างแน่ๆ
และแน่นอนว่าไอ้พวกที่เหลือก็ต้องมีส่วนเอี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยแหงๆ

“อิ่มหรือเปล่าน่ะทงเฮ ถ้ายังพอดีฉันมีเพ็ทปิงซูที่ซื้อมาจากตลาดอยู่ในครัวน่ะ
เดี๋ยวเอาออกมาให้นะ”
ใครว่าพวกหมูปลาไก่มันไม่มีความคิด คราวนี้เขาจะเถียงหัวชนฝาเลยจริงๆ
แต่มันลืมคิดกันไปหรือเปล่าว่า...

น้ำแข็งใสกับชีวิตของฉันมันเทียบกันไม่ได้นะโว๊ย!!!

ว่าแล้วร่างเพรียวสวยก็ลุกขึ้นเพื่อที่จะไปเอาของหวานในห้องครัว
พอดีกับร่างสูงโปร่งที่ลุกขึ้นเก็บจานของตัวเอง เตรียมไปล้างที่ห้องครัวเช่นกัน

“อ้าว... อิ่มแล้วหรอคยูฮยอน กับข้าวฉันไม่อร่อยหรือไง”
ตาคมสวยจ้องมองใบหน้าขาวจัดของน้องเล็กของวงอย่างขอคำตอบ
เมื่อเห็นข้าวในจานของอีกฝ่ายพร่องไปไม่ถึงครึ่ง

“เปล่า... กับข้าวพี่อร่อยเสมอแหละพี่ฮีชอล
แต่...ตอนเที่ยงผมกินเยอะไปหน่อย เย็นมาเลยไม่ค่อยหิวน่ะ”
รอยยิ้มจากริมฝีปากสีสดทำให้ฮีชอลคลี่ยิ้มตามอย่างสบายใจขึ้น
หากไม่ลืมกำชับตามไปว่า

“งั้นนายต้องลองชิมเพ็ทปิงซูที่ฉันซื้อมาด้วยนะ เอาไปถ้วยโตๆเลย
นายผอมจนตัวจะเท่าฉันอยู่แล้วนะ ถ้านายไม่กินคราวนี้...ฉันไม่ยอมจริงๆด้วยล่ะ”
แก้มขาวๆจะพองลมขึ้นอย่างน่ารัก
และอาการนั้นเอง ก็ทำให้คยูฮยอนอดเอื้อมมือไปดึงแก้มป่องๆนั้นเล่นไม่ได้

“ครับๆ เข้าใจแล้วครับเจ้าหญิง ผมจะทำตามทุกอย่างเลยครับ”
คำเรียกขานนั้นทำให้แก้มขาวๆพองลมมากขึ้นไปอีก
ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างงอนๆพร้อมกับปัดมืออีกฝ่ายออกจากแก้มนุ่มของตัวเอง

“ไม่ต้องมาประชดเลยนะนายโจ คยูฮยอน มานี่เลยมา”
ว่าแล้วฮีชอลก็ลากคยูฮยอนเข้าไปในครัวทันที

โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้สังเกตเลยว่า มีใครคนหนึ่งที่จ้องมองแผ่นหลังของคนทั้งคู่
ที่เดินลับหายเข้าไปในห้องครัวอย่างไม่วางตา
และอาการนั้นเอง
ก็ทำให้ไอ้หมวยของวงอดกระแอมออกมาเบาๆเพื่อเรียกสติอีกฝ่ายไม่ได้

“เอ้าๆ จะใช้สายตาฆ่าให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยใช่ไหมซีวอน
นั่นคนที่นายรักกับเพื่อนของนายนะ คิดอกุศลไปได้”
ตาคมตวัดกลับมามองหน้าคนตรงข้ามอย่างขุ่นใจ

ไอ้ตัวแสบนี่ยังไง คดีเก่ายังไม่ทันหาย คิดจะสร้างคดีใหม่เรอะ... ลี ทงเฮ

“อย่าจ้องฉันแบบนั้นดิ แค่รู้ทันก็ผิดด้วยหรอ” น่านๆยังไม่เลิก
ใบหน้ากวนๆนั่นทำให้เขาลุกพรวดขึ้นทันที

อดไม่ไหวแล้วโว้ย...ขอเตะมันซักป้าบเถอะวะ!!

“ซีวอน...เดี๋ยวพี่ฮีชอลก็โกรธเอาหรอกที่นายทะเลาะกันน่ะ
ทงเฮ...นายก็อย่ากวนซีวอนนักเลย”
คนห้ามทัพกลับเป็นคนที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซองมินเอ่ยขึ้นเบาๆ
แต่ตากลมโตนั่นกลับจ้องเขาเขม็ง จนเขาต้องยอมนั่งลง

“ไอ้แสบกวนประสาท” ยังอดเหน็บเจ้าตัวกวนที่นั่งทำหน้ายิ้มอย่างรู้ทันนั้นไม่ได้
จนเสียงเล็กๆต้องขู่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

“ซีวอน...ทงเฮก็พูดถูก นายจะหึงอะไรก็ให้มันมีขอบเขตบ้างเถอะ
นายไม่ไว้ใจพี่ฮีชอลกับคยูฮยอนเลยหรือไง”

มันก็ถูกของเจ้ากระต่ายน่ะนะ แต่ทำยังไงได้ล่ะ
ก็มันกลายเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของเขาไปแล้วนี่
แค่เห็นใครแสดงความใกล้ชิดคนที่เขาทั้งรักทั้งหวงหมดใจเข้าหน่อย
เขาก็อดที่จะหึงไม่ได้

เจ้า “ความรัก” นี่ ทำให้เขาเป็นได้ขนาดนี้เชียวหรอ
นี่ถ้าใครมารู้เข้าว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็น “เจ้าชาย” ของวงซุปเปอร์จูเนียร์
ที่สาวๆแทบจะทั้งเกาหลีพร้อมยอมมอบใจไว้ให้ เพราะความเป็นสุภาพบุรุษสุดใจ
และใจกว้างกับเพื่อนร่วมวงอย่างที่สุด
จริงๆแล้วพอเป็นเรื่องของ “คนที่รัก”
กลับเป็นคนใจแคบ หึงได้กระทั่งเพื่อนร่วมวงตัวเองแบบนี้


ถ้ามีคนรู้...ภาพพจน์เขาจะเสียหายแค่ไหนนะ

เฮ้ย...ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ...


++++++++++++++++++++++++++++

“คยูฮยอน...” เสียงหวานใสกับมือเรียวขาวที่เอื้อมมาแตะเบาๆบนหัวไหล่
ทำให้คนที่ยืนล้างจานใบเดียวมานานกว่า 15 นาทีสะดุ้งขึ้นสุดตัว
ดวงตาเรียวกระพริบเร็วอยู่สองสามครั้งอย่างคนพึ่งได้สติ
ก่อนจะกลบเกลื่อนโดยการก้มหน้าก้มตาล้างจานต่อไป

“อะไรหรอครับพี่ฮีชอล” ขานรับทั้งๆที่ไม่ยอมหันไปมองหน้าคนข้างหลังสักนิด

“นายมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคยูฮยอน พักนี้นายดูเครียดๆไปนะ
มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยนายได้บ้างไหม”
น้ำเสียงที่ทอดออกมามีความอาทรห่วงใยอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
แม้จะสะเทือนลึกเข้าไปถึงจิตใจของผู้ชายที่ชื่อโจ คยูฮยอนแค่ไหน
หากเขาก็ทำได้แค่ส่ายหน้าปฏิเสธเท่านั้น

“เปล่า...ไม่มีอะไรนี่ครับ พี่คิดมากไปหรือเปล่า”

“คิดมากหรอ!” เสียงใสเริ่มห้วนขึ้น
มือบางจับหมุนเจ้าของไหล่กว้างให้หันมาเผชิญหน้ากัน

“นายว่าฉันคิดมาก งั้นพวกเราทุกคนก็คงคิดมากกันหมด
เพราะทุกๆคนก็เห็นเหมือนกับที่ฉันเห็น รู้สึกเหมือนอย่างที่ฉันรู้สึก”
ดวงตากลมโตจ้องสบนิ่งอย่างต้องการค้นไปให้ลึกถึงหัวใจของอีกฝ่าย

“นายเงียบลงทุกวันๆ แล้วก็เหม่อลอยยังกับคนไม่มีวิญญาณเข้าไปทุกที
เพราะอะไรน่ะคยูฮยอน” หางเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
“อะไร...อะไรทำให้นายเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”

หากสิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา ริมฝีปากแดงสดยิ่งเม้มสนิท
มีเพียงดวงตาเรียวคมเท่านั้นที่ฉายแววหวั่นไหว หากก็เพียงแว่บเดียว
ก่อนที่ใบหน้าขาวจัดจะหันไปทางอื่น
ราวกับต้องการจะหลีกหนีความเป็นจริงที่เผชิญอยู่ตรงหน้า

ทำแบบนี้ทำไมนะคยูฮยอน...นายทำร้ายตัวเองแบบนี้ทำไม...

“เพราะซองมินใช่ไหม นายยังตัดใจไม่ได้อีกหรือไง”
เหมือนคำต้องห้ามหลุดออกมาจากปากอิ่มสวย
คยูฮยอนนิ่งงันไปทันทีราวกับถูกสาป ตาคมเบิกกว้างอย่างตกใจ
ก่อนจะหันมาสบตากลมสวยฉายแววจริงจังอย่างเต็มตา

“พี่...รู้” ใบหน้างามพยักหน้ารับช้าๆ

“คิดว่าฉันกับเพื่อนๆในวงไม่มีตาหรือไง คนในครอบครัวเดียวกันแท้ๆ
จะไม่รู้ความเป็นไปของคนในบ้านตัวเองเชียวหรอ”
ถ้อยคำที่เปรียบเทียบทำให้ร่างสูงโปร่งก้มลงหลบตาคนตรงหน้าอย่างละอายใจ


เขาคงทำให้เพื่อนเป็นทุกข์จริงๆสินะ...เขาเป็นภาระของทุกๆคนอีกแล้ว...

ขอโทษนะครับ พี่ฮีชอล...


หากมือขาวบางก็เลื่อนประคองใบหน้าหล่อขาวให้ขึ้นมาสบตากันตรงๆ

“นายรู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงนายกันมากแค่ไหน
ไม่ว่าจะเป็นซีวอน ฉัน เพื่อนคนอื่นๆหรือแม้แต่ซองมิน”
ชื่อสุดท้ายเรียกสายตาคลางแคลงใจจากคนตัวสูงกว่าได้ในทันที หากฮีชอลก็ยังยิ้มให้

“จริงๆนะ เจ้าตัวเล็กนั่นก็ไม่สบายใจนักหรอกที่ทำให้นายเป็นแบบนี้
นายก็รู้ว่าซองมินเป็นคนอ่อนไหวง่ายแค่ไหน”

ใช่สินะ...ขนาดวันที่เขาบอกรัก เขาเป็นฝ่ายที่ถูกปฏิเสธแท้ๆ
แต่คนที่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรกลับเป็นเจ้ากระต่ายน้อยเสียนี่
เล่นเอาเขาทำอะไรไม่ถูกไปเลยทีเดียว

“แต่ความรักมันบังคับใจกันไม่ได้นี่คยูฮยอน เมื่อซองมินไม่รักนาย
นายก็ควรตัดใจจากเขาเสียที ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะให้นายรัก...และรักนายนะ”
รอยยิ้มขื่นเศร้าปรากฏให้เห็นทันทีที่ร่างบางพูดจบประโยค

ก็มันเหมือนกับคำพูดที่ซีวอนพูดปลอบใจเขาราวกับคัดลอกมา
...ต่างกันก็แค่คนพูดเท่านั้น

“พี่กับซีวอนนี่สมเป็นแฟนกันจริงๆเลยนะครับ คำแนะนำเหมือนกันเป๊ะเลย”
แม้จะแสร้งทำเสียงราวกับจะหยอกล้อ หากน้ำเสียงยังสั่นเครือจนจับได้
ซึ่งนั่นทำให้ฮีชอลรู้สึกสงสารน้องจนจับหัวใจ จนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

“น่าอิจฉาพี่กับซีวอน ที่มีความรักที่สมหวัง ไม่เหมือนกับผม...”

“มันเจ็บมากนะครับพี่ฮีชอล ที่คนๆเดียวที่เราคิดจะรัก...เขาไม่เคยคิด...ไม่เคยรักเราเลย
ทุกคนบอกว่าผมควรตัดใจเสียที หากทุกครั้งที่ผมคิดจะตัดใจจากเขา
มันเหมือนกับการเอามีดมาตัดเข้าที่ขั้วหัวใจของผมจริงๆ พี่เข้าใจไหม...”

คำพูดที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ
สะท้อนบาดแผลกว้างจนเกินเยียวยาของคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี
ดวงตาเรียวตรงหน้าเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเต็มสองตา
และนั่นทำให้ฮีชอลทนไม่ได้อีกต่อไป

มือเรียวขาวละจากใบหน้าคม ก่อนจะโผเข้ากอดร่างสูงแข็งแรงตรงหน้าอย่างเต็มตัว
ใบหน้าหวานใสยิ่งกว่าผู้หญิงหลายคน
ตอนนี้เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่กลั่นมาจากหัวใจ
เพราะรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความเจ็บปวดของน้องคนเล็กของวง

“คยูฮยอน... พวกเราทุกคนยังรักนายนะ รักมาก ซองมินเองก็รักนาย
ถึงเขาจะไม่ได้รักนายในความหมายเดียวกับที่นายรักเขา
แต่ซองมินก็รักและห่วงนายมากนะ เจ้านั่นก็ทุกข์ใจไม่แพ้กับนายหรอก”

เรียวแขนกอดกระชับร่างสูงโปร่งตรงหน้าไว้
อย่างต้องการให้รับรู้ถึงความห่วงใยที่ทุกคนในวงมีให้ เสียงหวานเอ่ยสั่นเครือ

“ขอร้องล่ะคยูฮยอน ลืมความรักครั้งนี้ไปเสียที ฉันไม่อยากเห็นนายเป็นแบบนี้อีกแล้ว...
มันทรมานมากนะที่ต้องเห็นนายเป็นแบบนี้โดยที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย”

ใช่...ฮีชอลรู้สึกทรมานจริงๆ
ที่เห็นคนที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันต้องมาเป็นแบบนี้
วงแขนแข็งแรงที่กอดตอบกลับมาสั่นน้อยๆ
ทำให้ฮีชอลรู้ว่าน้องของเขาสะเทือนใจมากมายแค่ไหน


ขอโทษนะคยูฮยอน...ขอโทษที่ฉันไม่สามารถช่วยอะไรนายไปได้มากกว่านี้แล้ว

อย่าร้องไห้เลยนะคยูฮยอน...แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว


++++++++++++++++++++++++++++

“ทำอะไรกันน่ะ!!” เสียงทุ้มกระชากห้วน
พร้อมกับร่างบางที่หลุดออกไปจากวงแขนด้วยแรงที่เกือบจะเป็นกระชาก
ทำให้คยูฮยอนค้างไปชั่วขณะ
ตาเรียวตวัดขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น “เพื่อนรัก” อย่างไม่เข้าใจ

“อะไรน่ะ ซีวอน”

“นายจะมาถามฉันทำไม ฉันต้องถามนายมากกว่าว่านี่มันอะไรกัน!!”
สายตาโกรธเกรี้ยวที่ส่งผ่านมายังเขาโดยตรง
แทบจะเผาผลาญเขาให้มอดไหม้ลงไปตรงนั้นเสียให้ได้
หากคยูฮยอนก็ยังยืนนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน

“พวกนายทำได้ยังไงกัน!! ลับหลังฉันนายทำแบบนี้กันได้ยังไง!!”

“ไม่...ไม่มีอะไรจริงๆนะซีวอน ฉันกับคยูฮยอนไม่ได้ทำอะไรแบบที่นายคิดนะ”
เสียงหวานใสพยายามอธิบายอย่างเต็มที่แม้ว่ามันจะสั่นเครือสักแค่ไหน
หากมันก็ไม่ได้ลดความกราดเกรี้ยวราวกับพายุ
ที่พร้อมจะกระหน่ำทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าจนวอดวายของคนตัวสูงได้เลย

“ไม่มีอะไรงั้นหรอ ไอ้การที่พี่กับมันกอดกันแนบสนิท
จนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันเนี่ยนะไม่มีอะไร!!”
มือแกร่งเขย่าแขนร่างเล็กจนเจ้าของๆมันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“อ๋อ...ถึงผมจะเห็นพี่กับมันระเริงรักกันอยู่บนเตียง
ก็คงจะเรียกว่าไม่มีอะไรเหมือนกันล่ะสิ!!”
คำพูดแสบสันที่ออกมาจากริมฝีปากได้รูปนั้นทำให้คยูฮยอนอดทนไม่ไหวอีกต่อไป
มือเรียวแข็งแรงปัดมือหนาที่บีบแขนร่างเล็กบางจนขึ้นรอยทิ้งไปทันที
ก่อนจะดึงคนตัวบางกว่าให้กลับมายืนข้างๆ

“อย่าให้มันมากไปนักซีวอน! ฉันเป็นเพื่อนนายนะ แล้วฉันก็ไม่คิดจะแย่งของๆใครทั้งนั้น
หรือหากฉันมีความคิดแบบนั้นจริง คนสุดท้ายในโลกที่ฉันจะทำแบบนั้นด้วย...ก็คือนาย”

แต่แล้วร่างสูงโปร่งก็แทบจะปลิวเข้าไปปะทะอกแกร่ง
เมื่อถูกกระชากคอเสื้ออย่างรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว

“อ๋อหรอ...ฉันรู้คยูฮยอน ว่าคนอย่างนายใจกว้างกับเพื่อนเสมอ...ไม่ว่าเรื่องอะไร”
ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว

“แต่ชั้นไม่โว้ย! สำหรับคนที่ฉันรัก ฉันไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องทั้งนั้น!!
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทแค่ไหนก็ตาม จำไว้!!”

สิ้นเสียงตะโกน คยูฮยอนก็เสียหลักล้มลงไม่เป็นท่า
เมื่อมือหนาของซีวอนโฮผลักเขาให้ออกห่างอย่างแรง
จนขาเขาไปสะดุดกับโต๊ะวางของที่อยู่ในครัวนั้น
หากซีวอนกลับไม่สนใจแม้จะหันไปมอง

“พี่ฮีชอล เราต้องเคลียร์กันเดี๋ยวนี้!!” พูดจบ ซีวอนก็ลากฮีชอลออกไปจากห้องครัวทันที

หากแว่บหนึ่งที่ซีวอนหันกลับมามองเขา กลับมีแต่ความชิงชังจนเขานั้นรู้สึกได้
ดวงตาคมกราดเกรี้ยวน่ากลัวเสียจนไม่น่าเชื่อว่า
จะเป็นคนๆเดียวกับเจ้าของดวงตาอบอุ่นที่คุ้นเคยของเพื่อนรัก
แม้คยูฮยอนจะเจ็บที่ข้อเท้ามากแค่ไหน...หากกลับเจ็บที่ใจมากกว่า


นี่นายไม่ไว้ใจฉันเลยหรือไงซีวอน...
...เพื่อนสนิทอย่างฉันไม่มีค่าพอจะทำให้นายไว้ใจได้เลยหรือไง...

++++++++++++++++++++++++++++

TBC.