Are-You-Believe-TVXQ

คุณรู้ไหม

ว่าคำว่า ความรัก มันมีอิทธิพลต่อคนที่หลงติดบ่วงเข้าไปรู้จักคำๆนี้มากแค่ไหน...

คำๆนี้...อาจจะทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักความทุกข์มาตลอดชีวิต...

จ่อมจมอยู่กับความรู้สึกทุกข์ทรมานราวกับตายทั้งเป็นได้

และคำๆนี้...อาจทำให้คนที่ไม่มีความสุขเข้ามาในชีวิตเลย...

เห็นแสงสว่างแห่งความสุข...เป็นครั้งแรกได้เช่นกัน

และคุณเชื่อไหม...

ว่าคำว่า ความรัก จะทำให้คนที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด...คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุด

...รู้จักคำว่า เสียสละ ได้

และคำว่า ความรัก นี่แหละ...ที่ทำให้คนที่เป็นสุภาพบุรุษ...เสียสละมาตลอด

...รู้จักคำว่า เห็นแก่ตัว ได้เหมือนกัน

คำว่า ความรัก ...อาจจะทำให้คนๆหนึ่งซึ่งแข็งกร้าวกระด้างกว่าใคร

...อ่อนโยนจนถึงที่สุดได้

และคำๆเดียวกันนี้เอง...อาจจะทำให้คนที่สุภาพอ่อนโยนอย่างที่สุด

...ร้ายกาจ อย่างไม่น่าเชื่อ...ได้เช่นกัน

คุณไม่เชื่อใช่ไหม...มันไม่แปลกเลย...

เพราะมันก็เหมือนกับที่ผมไม่เคยเชื่อมาก่อน...

ว่าคำว่า ความรัก จะมีอิทธิพลกับใครถึงขนาดนี้

หากผมไม่ได้สัมผัสมันเข้าด้วยตัวของผมเอง

แล้วคุณว่า...ความรักของคนอย่างผม...จะเป็นแบบไหน...

++++++++++++++++++++++++++++

นี่ยุนโฮ...ลองชิมนี่หน่อยสิ ฉันทำสุดฝีมือเลยน๊า

เสียงหวานใสที่มาพร้อมกับช้อนที่จ่อมาถึงริมฝีปาก

ทำให้ร่างสูงที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาหนังนุ่มราคาแพงอ้ารับแทบไม่ทัน

และเมื่อกลืนลงคอแล้วร่างสูงก็นิ่งไปพักหนึ่ง

ทำไมล่ะ มันไม่อร่อยเลยหรอ ดวงตากลมโตราวกับนิลชั้นดีหมองลงทันตา

เมื่อไม่ได้คำตอบจากคนที่เฝ้ารอ ก่อนจะหลุบตาลงมองถ้วยซุปที่อยู่ในมือ

อุตส่าห์ตั้งใจทำอยู่ตั้งครึ่งค่อนวัน...แต่ก็ยังใช้ไม่ได้จริงๆสินะ...

โง่อีกแล้วแจจุง...แล้วแบบนี้...ยังจะกล้าเอาให้คนที่รักกินอีกหรอ...

หากอยู่ๆ มือแกร่งของคนที่นั่งทำหน้านิ่งมาสักพัก

ก็เอื้อมมาโน้มต้นคอขาวเนียนให้ลงมาอยู่ระดับเดียวกับตน

ใครว่าโบแจทำไม่อร่อยล่ะ อร่อยมากจนอึ้งไปเลยต่างหากล่ะครับ

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างๆใบหู ทำให้อดขนลุกไปกับน้ำเสียงเซ็กซี่นั้นไม่ได้

แจจุงผงะออกแทบไม่ทัน ใบหน้าหวานใสแดงซ่านขึ้นทันตา

แล้วมันก็ลามไปถึงใบหูขาวที่ยุนโฮแนบริมฝีปากกระซิบเมื่อกี้ด้วย

คนบ้า...ไอ้หมีบ้า...เล่นอะไรบ้าๆ

เสียงใสสรรเสริญเขาเข้าให้หนึ่งชุดใหญ่ด้วยความเขินอาย

แก้มใสพองลมขึ้นอย่างงอนๆ ก่อนจะวิ่งตื๋อกลับเข้าไปในครัว

เรียกเสียงหัวเราะรื่นรมย์จากเขาได้แทบจะทันที

คนอะไร...เขินได้น่ารักชะมัด...แล้วแบบนี้จะให้เขาไม่แกล้งยังไงไหว...

หากอารมณ์สุนทรีย์เมื่อครู่

ก็ถูกหยุดลงด้วยปลายเท้าข้างหนึ่งที่ยื่นมาจากโซฟาตัวเดียวกัน

พลั่ก!

อุก!!

แรงที่ส่งผ่านมามันไม่แรงนักหรอก แต่ก็เล่นเอาเขาตัวงอไปเลยล่ะ

เล่นบ้าอะไรวะยูชอน! มันเจ๊บนะโว้ย!!

ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเพราะความจุกที่แล่นจี๊ดเข้าที่ท้อง

ดวงตาคมกริบตวัดมองหน้าขาวจัดของเพื่อนสนิท

ที่ยังนั่งกระดิกขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างขุ่นเคือง

ไม่มีอะไร ก็แค่อิจฉา

คำตอบที่ออกมาจากปากแดงๆนั่นทำให้เขาแทบจะลุกขึ้นยันเพื่อนรักให้ตกจากโซฟา

หากไม่เห็นแววอ้างว้างในดวงตาดำสนิทนั่นซะก่อน

ทำไม...ความรักมันไม่ราบรื่นหรือไง

จุนซูกับนายก็ไปกันได้ดีไม่ใช่หรอ...เห็นออดอ้อนหวานแหววกันอยู่ทุกวัน

นายก็รู้ว่านั่นมันเป็นแค่ แฟนเซอร์วิส

จริงๆแล้วจุนซูไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย ไม่เคยแม้แต่จะคิด...

ความปวดร้าวถูกส่งผ่านออกมาทางน้ำเสียงที่เริ่มสั่น

บ่งบอกถึงความรู้สึกภายในใจของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

ยุนโฮได้แต่ถอนใจเฮือก

หากใครไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแบบเขาก็คงไม่เชื่อ

ว่าชายหนุ่มที่เพื่อนทั้งวงร่วมกันตั้งฉายาว่า คาสโนว่าแห่งทงบังชินกิ

จะมีแววตาหม่นเศร้าเพราะเพื่อนร่วมวงตัวเล็กๆหน้าหวานๆคนเดียวได้

มือเรียวแข็งแรงเอื้อมไปตบบ่าอีกฝ่ายหนักๆอย่างต้องการให้กำลังใจ

เฮ้ย...ร่าเริงหน่อยสิ ไม่สมกับเป็นนายเลย ยุนโฮแกล้งว่าเพื่อให้เพื่อนยิ้มออก

เอาน่า...เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปออก Love Letter กับฉันกับ...เอ่อ...

นายจะตีปีกเริงร่าร่าเริงแทบไม่ทัน

ชายหนุ่มละคำว่าจุนซูไว้เกือบไม่ทัน

เขาก็ลืมไปสนิทเลยว่า วันพรุ่งนี้จุนซูก็ต้องไปออกรายการนั้นกับพวกเขาด้วย!!

อันที่จริงคนตัวเล็กนั่นก็ปฏิเสธที่จะไปร่วมรายการนี้เสียงแข็งเลยทีเดียว

หากอีซูมานก็ให้เหตุผลมาว่า

แฟนคลับของพวกเขาไม่เคยเห็นจุนซูออกรายการแบบนี้แม้แต่ครั้งเดียว

และด้วยเสียงเรียกร้องที่มีมาอย่างล้นเหลือนั้น

ทำให้มิสเตอร์อีมีคำสั่งลงมาให้จุนซูไปออกรายการนี้กับพวกเขาในวันพรุ่งนี้ด้วย

เล่นเอาร่างเล็กๆนั้นวิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นไปซบอกแจจุงอย่างน่าสงสาร

ซึ่งแรกๆแจจุงเองก็เตรียมจะโวยแหลก

เนื่องจากทั้งสงสารทั้งเห็นใจเจ้าโลมาน้อยนั่นเหลือเกิน

หากมิสเตอร์อีก็ให้สัญญาว่าจะให้จุนซูออกรายการแบบนี้ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น

เจ้าตัวเล็กขี้โวยวายกับคนหน้าสวยนั้นถึงได้เย็นลงได้

ฮึ้ย...คิดแล้วก็อยากตบปากตัวเอง

พรุ่งนี้มีจุนซูไปร่วมวงด้วย แล้วเพื่อนของเขาจะร่าเริงได้ยังไงวะ...

นายก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนแบบนั้น สิ่งที่เราแสดงให้คนอื่นเห็น

มันอาจจะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราก็ได้ไม่ใช่หรอ

ตาเรียวทอดมองออกไปด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

ยุนโฮเองก็รู้ดีที่สุดว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น

แม้ว่าภาพลักษณ์ที่เขาสื่อออกไปสู่สาธารณะชน

จะทำให้เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ เป็นคนเจ้าชู้ขี้เล่น

และข้างกายของเขาจะไม่เคยขาดแคลนหญิงสาวเลยก็ตาม

หากในใจของเขาก็มีเพียงจุนซูคนเดียวเสมอ...ตลอดมา

ใบหน้าหวานใสเปื้อนรอยยิ้มบริสุทธิ์นั้นทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แวบแรกที่เห็น

และหากเขาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองนัก

ช่วงแรกๆร่างเล็กนั้นก็ดูจะมีใจเอนเอียงให้กับเขาด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อไม่นานมานี้เอง จุนซูก็ทำให้เขารู้ว่า...เขาคิดผิดไปถนัด...

ในวันที่เขาตัดสินใจสารภาพรักกับคนตัวเล็กที่เขาปักใจมานาน

โดยมั่นใจเหลือเกินว่าคำตอบที่ได้รับจะต้องเป็นข่าวดีแน่นอน

...หากมันก็ไม่เป็นเช่นนั้น...

ยูชอน...ผมขอโทษ ตอนนี้ผมไม่ได้คิดกับยูชอนเกินคำว่า เพื่อน เลย

และ

ผมขอโทษที่การทำเป็น แฟนเซอร์วิส ของผมทำให้ยูชอนเข้าใจผิด

ผมเสียใจ...แต่ผมรักยูชอนไม่ได้แล้ว

คำพูดเพียงไม่กี่คำของร่างเล็ก

กลับทำให้โลกทั้งโลกของเขาแทบล่มสลายลงในพริบตา

จุนซูย้ำหนักแน่นว่าไม่ได้คิดกับเขาเกินคำว่า เพื่อน เลย

คำว่าเพื่อน...ที่เขาต้องการจากคนทั้งโลก

เพราะเขาคิดอยู่เสมอว่าการมีเพื่อนเยอะๆนั้นเป็นสิ่งที่ดี

หากคนๆเดียวเท่านั้น...ที่เขาไม่ต้องการได้ยินคำๆนี้หลุดรอดออกมา

ยกเว้นนายไว้คนหนึ่งไม่ได้หรือ...จุนซู

โลกใบนี้...ยกเว้นนายไว้เพียงคนเดียว...ไม่ได้เชียวหรือ...

คิดแล้วก็อิจฉาคู่นายนะ หวานกันได้ตลอดเวลา

นายโชคดีจริงๆที่แจจุงรักนาย แล้วนายก็รักแจจุง

ริมฝีปากแดงกดเป็นรอยยิ้มแห้งแล้งให้นิดหนึ่ง ก่อนจะซบหน้าลงกับเข่าของตัวเอง

ยุนโฮรู้สึกสงสารเพื่อนจับหัวใจ

ในใจปวดหนึบไปหมดเพราะรับรู้ถึงความรู้สึกของเพื่อนรักได้เป็นอย่างดี

หากเขาก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่า

การเอื้อมมือไปโอบบ่าแข็งแรงของเพื่อนสนิท

ที่บัดนี้ดูเปราะบางลงถนัดตาไว้อย่างปลอบประโลม

ลืมมันซะยูชอน ถึงเจ้าโลมาน้อยนั่นจะไม่รักนาย แต่แค่เพียงนายเปิดใจเท่านั้น

ยุนโฮเว้นจังหวะนิดหนึ่ง

นายก็จะเห็นว่ามีคนอีกมากมายที่พร้อมจะรักนาย...และพร้อมจะให้นายรัก

ใช่...ลืมจุนซูซะเถอะยูชอน...ลืมความรักที่ไม่มีวันสมหวังนี้ซะที

...ฉันไม่อยากเห็นนายเจ็บปวดกับความรักแบบนี้อีกแล้ว

++++++++++++++++++++++++++++

เออนี่พี่ยุนโฮ พรุ่งนี้พี่ต้องไปออกรายการ Love Letter แถวๆชัมซิลใช่ป่ะ

เสียงแหบสูงที่จู่ๆก็โพล่งขึ้นกลางวงข้าว

ทำเอามือเรียวขาวที่กำลังป้อนแกงกะหรี่ให้หัวหน้าวงผู้โชคดีถึงกับชะงักกึก

ยุนโฮตวัดสายตามองหน้าน้องเล็กสุดของวง

ที่นั่งทำหน้าเอ๋อไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างคาดโทษ

ไอ้เด็กแสบนี่...หาเรื่องให้พี่เชื้อเดือดร้อนอีกแล้วไหมล่ะ

เขาก็อุตส่าห์นั่งทำเนียนๆเงียบๆให้แจจุงลืมเรื่องนี้มาพักหนึ่งแล้วนะ

ใครๆก็รู้ว่าทุกครั้งที่เขาไปออกรายการประเภทนี้ทีไร

คนหน้าสวยมักจะมีอาการ งอนแบบง้อยาก กับเขาทุกทีไป

ไม่ใช่ว่าโบแจของเขาจะไม่มีเหตุผล ไม่เข้าใจว่ามันเป็นงานหรอกนะ

หากคนหน้าสวยก็ยังทำใจไม่ค่อยได้

ที่จะต้องให้คนที่ตัวเองรักไปแสดงความรักกับใครต่อใครแบบนี้

และยิ่งครั้งนี้ยิ่งแล้วใหญ่...แบบนี้โกรธกันเป็นวันๆแหงๆ

เออ... แล้วไง ใบหน้าหล่อเหลาหาตัวจับยากบูดบึ้งลงทันตา

เมื่อแจจุงหันไปเอาอกเอาใจป้อนข้าวป้อนน้ำให้เจ้าตัวเล็กที่นั่งอีกข้างหนึ่งแทน

ไอ้เจ้าโลมาน้อยนั่นก็กระดี๊กระด๊าซะจริง ชอบล่ะสิที่แจจุงหันไปเอาใจแบบนั้นน่ะ

ฮึ่ม...แบบนี้มันน่าจะจับเตะให้หายแค้น...ทำกันได้นะ ชิม ชางมิน

อ๋อเปล่าหรอก พอดีผมจะแวะไปหาเพื่อนแถวๆนั้นพอดี จะขอติดรถไปด้วยน่ะ

นั่น...มีการตบท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อีกแน่ะ ให้เกาะล้อไปซะดีไหมเนี่ย

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนั่นคิดอะไรอยู่

ไอ้เด็กมันสมองอัจฉริยะนี่ต้องพูดขึ้นมาเพื่อหวังอะไรสักอย่างแน่ๆ

อิ่มหรือเปล่าน่ะชางมิน ถ้ายังฉันมีพายบลูเบอร์รี่ทำไว้ในตู้เย็นน่ะ

ลองทำครั้งแรก เดี๋ยวเอาออกมาให้ชิมนะ

นั่นไง... กะแล้วว่าไอ้น้องคนสุดท้องของวงนี่มันแสบจริงๆ

อยากกินพายคนเดียวจนต้องทำให้คนอื่นเขาผิดใจกันเลยหรือไงวะ!

ว่าแล้วร่างเพรียวสวยก็ลุกขึ้นเพื่อที่จะไปเอาพายในห้องครัว

พอดีกับร่างสูงโปร่งที่ลุกขึ้นเก็บจานของตัวเอง เตรียมไปล้างที่ห้องครัวเช่นกัน

อ้าว... อิ่มแล้วหรอยูชอน กับข้าวฉันไม่อร่อยหรือไง

ตาคมสวยจ้องมองใบหน้าขาวจัดของเพื่อนร่วมวงอย่างขอคำตอบ

เมื่อเห็นข้าวในจานของอีกฝ่ายพร่องไปไม่ถึงครึ่ง

เปล่า... กับข้าวนายอร่อยเสมอแหละแจจุง

แต่...ตอนเที่ยงฉันกินเยอะไปหน่อย เย็นมาเลยไม่ค่อยหิวน่ะ

รอยยิ้มจากริมฝีปากสีสดทำให้แจจุงคลี่ยิ้มตามอย่างสบายใจขึ้น

หากไม่ลืมกำชับตามหน้าที่ คุณแม่ ของวงว่า

งั้นนายต้องลองชิมพายบลูเบอร์รี่ฝีมือฉันด้วยนะ เอาไปชิ้นโตๆเลย

นายผอมจนตัวจะเท่าฉันอยู่แล้วนะ ถ้านายไม่กินคราวนี้...ฉันไม่ยอมจริงๆด้วยล่ะ

แก้มขาวๆจะพองลมขึ้นอย่างน่ารัก

และอาการนั้นเอง ก็ทำให้ยูชอนอดเอื้อมมือไปดึงแก้มป่องๆนั้นเล่นไม่ได้

ครับๆ เข้าใจแล้วครับคุณแม่แจจุง ผมจะทำตามทุกอย่างเลยครับ

คำเรียกขานนั้นทำให้แก้มขาวๆพองลมมากขึ้นไปอีก

ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างงอนๆพร้อมกับปัดมืออีกฝ่ายออกจากแก้มนุ่มของตัวเอง

ไม่ต้องมาประชดเลยนะนายมิกกี้ ยูชอน มานี่เลยมา

ว่าแล้วแจจุงก็ลากยูชอนเข้าไปในครัวทันที

โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้สังเกตเลยว่า มีใครคนหนึ่งที่จ้องมองแผ่นหลังของคนทั้งคู่

ที่เดินลับหายเข้าไปในห้องครัวอย่างไม่วางตา

และอาการนั้นเอง ก็ทำให้เจ้าน้องเล็กของวง

อดกระแอมออกมาเบาๆเพื่อเรียกสติอีกฝ่ายไม่ได้

เอ้าๆ จะใช้สายตาฆ่าให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยใช่ไหมครับพี่ยุนโฮ

นั่นคนที่พี่รักกับเพื่อนของพี่นะ คิดอกุศลไปได้

ตาคมตวัดกลับมามองหน้าคนตรงข้ามอย่างขุ่นใจ

ไอ้ตัวแสบนี่ยังไง คดีเก่ายังไม่ทันหาย คิดจะสร้างคดีใหม่เรอะ... ชิม ชางมิน

อย่าจ้องผมแบบนั้นสิพี่ แค่รู้ทันก็ผิดด้วยหรอ

น่านๆยังไม่เลิก ใบหน้ากวนๆนั่นทำให้เขาลุกพรวดขึ้นทันที

อดไม่ไหวแล้วโว้ย...ขอเตะมันซักป้าบเถอะวะ!!

ยุนโฮ...เดี๋ยวแจจุงก็โกรธเอาหรอกที่นายจะทำน้องน่ะ

ชางมิน...นายก็อย่ากวนพี่เขานักเลย

คนห้ามทัพกลับเป็นคนที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน จุนซูเอ่ยขึ้นเบาๆ

แต่ตากลมโตนั่นกลับจ้องเขาเขม็ง จนเขาต้องยอมนั่งลง

ไอ้เด็กกวนประสาท ยังอดเหน็บเจ้าตัวกวนที่นั่งทำหน้ายิ้มอย่างรู้ทันนั้นไม่ได้

จนเสียงเล็กๆต้องขู่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ยุนโฮ...ชางมินก็พูดถูก นายจะหึงอะไรก็ให้มันมีขอบเขตบ้างเถอะ

นายไม่ไว้ใจแจจุงกับยูชอนเลยหรือไง

มันก็ถูกของเจ้าโลมาน้อยน่ะนะ แต่ทำยังไงได้ล่ะ

ก็มันกลายเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของเขาไปแล้วนี่

แค่เห็นใครแสดงความใกล้ชิดคนที่เขาทั้งรักทั้งหวงหมดใจเข้าหน่อย

เขาก็อดที่จะหึงไม่ได้

เจ้า ความรัก นี่ ทำให้เขาเป็นได้ขนาดนี้เชียวหรอ

นี่ถ้าใครมารู้เข้าว่า หัวหน้าวงทงบังชินกิ

ที่สาวๆแทบจะทั้งเกาหลีพร้อมยอมมอบใจไว้ให้

เพราะความเป็นสุภาพบุรุษสุดใจ และใจกว้างกับเพื่อนร่วมวงอย่างที่สุด

จริงๆแล้วพอเป็นเรื่องของ คนที่รัก กลับเป็นคนใจแคบ

หึงได้กระทั่งเพื่อนตัวเองแบบนี้

ถ้ามีคนรู้...ภาพพจน์เขาจะเสียหายแค่ไหนนะ

เฮ้ย...ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ...

++++++++++++++++++++++++++++

ยูชอน... เสียงหวานใสกับมือเรียวขาวที่เอื้อมมาแตะเบาๆบนหัวไหล่

ทำให้คนที่ยืนล้างจานใบเดียวมานานกว่า 15 นาทีสะดุ้งขึ้นสุดตัว

ดวงตาเรียวกระพริบเร็วอยู่สองสามครั้งอย่างคนพึ่งได้สติ

ก่อนจะกลบเกลื่อนโดยการก้มหน้าก้มตาล้างจานต่อไป

อะไรหรอแจจุง ขานรับทั้งๆที่ไม่ยอมหันไปมองหน้าคนข้างหลังสักนิด

นายมีปัญหาอะไรหรือเปล่ายูชอน พักนี้นายดูเครียดๆไปนะ

มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยนายได้บ้างไหม

น้ำเสียงที่ทอดอออกมามีความอาทรห่วงใยอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

แม้จะสะเทือนลึกเข้าไปถึงจิตใจของผู้ชายที่ชื่อมิกกี้ ยูชอนแค่ไหน

หากเขาก็ทำได้แค่ส่ายหน้าปฏิเสธเท่านั้น

เปล่า...ไม่มีอะไรนี่ นายคิดมากไปหรือเปล่าแจจุง

คิดมากหรอ! เสียงใสเริ่มห้วนขึ้น

ก่อนมือบางจะหมุนเจ้าของไหล่กว้างให้หันมาเผชิญหน้ากัน

นายว่าฉันคิดมาก งั้นพวกเราทุกคนก็คงคิดมากกันหมด

เพราะทุกๆคนก็เห็นเหมือนกับที่ฉันเห็น รู้สึกเหมือนอย่างที่ฉันรู้สึก

ดวงตากลมโตจ้องสบนิ่งอย่างต้องการค้นไปให้ลึกถึงหัวใจของอีกฝ่าย

นายเงียบลงทุกวันๆ แล้วก็เหม่อลอยยังกับคนไม่มีวิญญาณเข้าไปทุกที

เพราะอะไรน่ะยูชอน หางเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

อะไร...อะไรทำให้นายเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

หากสิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา ริมฝีปากแดงสดยิ่งเม้มสนิท

มีเพียงดวงตาเรียวคมเท่านั้นที่ฉายแววหวั่นไหว หากก็เพียงแว่บเดียวเท่านั้น

ก่อนที่ใบหน้าขาวจัดจะหันไปทางอื่น

ราวกับต้องการจะหลีกหนีความเป็นจริงที่เผชิญอยู่ตรงหน้า

ทำแบบนี้ทำไมนะยูชอน...นายทำร้ายตัวเองแบบนี้ทำไม...

เพราะจุนซูใช่ไหม นายยังตัดใจไม่ได้อีกหรือไง

เหมือนคำต้องห้ามหลุดออกมาจากปากอิ่มสวย ยูชอนนิ่งงันไปทันทีราวกับถูกสาป

ตาคมเบิกกว้างอย่างตกใจก่อนจะหันมาสบตากลมสวยฉายแววจริงจังอย่างเต็มตา

นาย...รู้ ใบหน้างามพยักหน้ารับช้าๆ

คิดว่าฉันกับชางมินไม่มีตาหรือไง คนในครอบครัวเดียวกันแท้ๆ

จะไม่รู้ความเป็นไปของคนในบ้านตัวเองเชียวหรอ

ถ้อยคำที่เปรียบเทียบทำให้ร่างสูงโปร่งก้มลงหลบตาคนตรงหน้าอย่างละอายใจ

เขาคงทำให้เพื่อนเป็นทุกข์จริงๆสินะ...เขาเป็นภาระของเพื่อนอีกแล้ว...

ขอโทษนะแจจุง...

หากมือขาวบางก็เลื่อนประคองใบหน้าหล่อขาวให้ขึ้นมาสบตากันตรงๆ

นายรู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงนายกันมากแค่ไหน

ไม่ว่าจะเป็นยุนโฮ ชางมิน ฉัน หรือแม้แต่จุนซู

ชื่อสุดท้ายเรียกสายตาคลางแคลงใจจากคนตัวสูงกว่าได้ในทันที

หากแจจุงก็ยังยิ้มให้

จริงๆนะ เจ้าตัวเล็กนั่นก็ไม่สบายใจนักหรอกที่ทำให้นายเป็นแบบนี้

นายก็รู้ว่าจุนซูเป็นคนอ่อนไหวง่ายแค่ไหน

ใช่สินะ...ขนาดวันที่เขาบอกรัก เขาเป็นฝ่ายที่ถูกปฏิเสธแท้ๆ

แต่คนที่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรกลับเป็นเจ้าโลมาน้อยเสียนี่

เล่นเอาเขาทำอะไรไม่ถูกไปเลยทีเดียว

แต่ความรักมันบังคับใจกันไม่ได้นี่ยูชอน

เมื่อจุนซูไม่รักนาย นายก็ควรตัดใจจากเขาเสียที

ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะให้นายรัก...และรักนายนะ

รอยยิ้มขื่นเศร้าปรากฏให้เห็นทันทีที่ร่างบางพูดจบประโยค

ก็มันเหมือนกับคำพูดที่ยุนโฮพูดปลอบใจเขาราวกับคัดลอกมา

...ต่างกันก็แค่คนพูดเท่านั้น...

พวกนายนี่สมเป็นแฟนกันจริงๆเลยนะ คำแนะนำเหมือนกันเป๊ะเลย

แม้จะแสร้งทำเสียงราวกับจะหยอกล้อ หากน้ำเสียงยังสั่นเครือจนจับได้

ซึ่งนั่นทำให้แจจุงรู้สึกสงสารเพื่อนจนจับหัวใจ จนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

น่าอิจฉาพวกนายนะ ที่มีความรักที่สมหวัง ไม่เหมือนกับฉัน...

มันเจ็บมากนะแจ ที่คนๆเดียวที่เราคิดจะรัก...เขาไม่เคยคิด...ไม่เคยรักเราเลย

ทุกคนบอกว่าฉันควรตัดใจเสียที หากทุกครั้งที่ฉันคิดจะตัดใจจากเขา

มันเหมือนกับการเอามีดมาตัดเข้าที่ขั้วหัวใจของฉันจริงๆ นายเข้าใจฉันไหม...

คำพูดที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ

สะท้อนบาดแผลกว้างจนเกินเยียวยาของคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

ดวงตาเรียวตรงหน้าเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเต็มสองตา

และนั่นทำให้แจจุงทนไม่ได้อีกต่อไป

มือเรียวขาวละจากใบหน้าคม ก่อนจะโผเข้ากอดร่างสูงแข็งแรงตรงหน้าอย่างเต็มตัว

ใบหน้าหวานใสยิ่งกว่าผู้หญิงหลายคน

ตอนนี้เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่กลั่นมาจากหัวใจ

เพราะรับรู้ถึงความเจ็บปวดของเพื่อนได้เป็นอย่างดี

ยูชอน... พวกเราทุกคนยังรักนายนะ รักมาก จุนซูเองก็รักนาย

ถึงเขาจะไม่ได้รักนายในความหมายเดียวกับที่นายรักเขา

แต่จุนซูก็รักและห่วงนายมากนะ เจ้านั่นก็ทุกข์ใจไม่แพ้กับนายหรอก

เรียวแขนกอดกระชับร่างสูงโปร่งตรงหน้าไว้

อย่างต้องการให้รับรู้ถึงความห่วงใยที่ทุกคนในวงมีให้

เสียงหวานเอ่ยสั่นเครือ

ขอร้องล่ะยูชอน ลืมความรักครั้งนี้ไปเสียที ฉันไม่อยากเห็นนายเป็นแบบนี้อีกแล้ว

มันทรมานมากนะที่ต้องเห็นนายเป็นแบบนี้โดยที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย

ใช่...แจจุงรู้สึกทรมานจริงๆ

ที่เห็นคนที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันต้องมาเป็นแบบนี้

วงแขนแข็งแรงที่กอดตอบกลับมาสั่นน้อยๆ

ทำให้แจจุงรู้ว่าเพื่อนของเขาสะเทือนใจมากมายแค่ไหน

ขอโทษนะยูชอน...ขอโทษที่ฉันไม่สามารถช่วยอะไรนายไปได้มากกว่านี้แล้ว

อย่าร้องไห้เลยนะยูชอน...แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว

++++++++++++++++++++++++++++

ทำอะไรกันน่ะ!! เสียงทุ้มกระชากห้วน

พร้อมกับร่างบางที่หลุดออกไปจากวงแขนด้วยแรงที่เกือบจะเป็นกระชาก

ทำให้ยูชอนค้างไปชั่วขณะ

ตาเรียวตวัดขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น เพื่อนรัก อย่างไม่เข้าใจ

อะไรน่ะ ยุนโฮ

นายจะมาถามฉันทำไม ฉันต้องถามนายมากกว่าว่านี่มันอะไรกัน!!

สายตาโกรธเกรี้ยวที่ส่งผ่านมายังเขาโดยตรง

แทบจะเผาผลาญเขาให้มอดไหม้ลงไปตรงนั้นเสียให้ได้

หากยูชอนก็ยังยืนนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน

พวกนายทำได้ยังไงกัน!! ลับหลังฉันนายทำแบบนี้กันได้ยังไง!!

ไม่...ไม่มีอะไรจริงๆนะยุนโฮ ฉันกับยูชอนไม่ได้ทำอะไรแบบที่นายคิดนะ

เสียงหวานใสพยายามอธิบายอย่างเต็มที่แม้ว่ามันจะสั่นเครือสักแค่ไหน

หากมันก็ไม่ได้ลดความกราดเกรี้ยวราวกับพายุ

ที่พร้อมจะกระหน่ำทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าจนวอดวายของคนตัวสูงได้เลย

ไม่มีอะไรงั้นหรอ ไอ้การที่พวกนายกอดกันแนบสนิท

จนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันเนี่ยนะไม่มีอะไร!!

มือแกร่งเขย่าแขนร่างเล็กจนเจ้าของๆมันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

อ๋อ...ถึงฉันจะเห็นพวกนายระเริงรักกันอยู่บนเตียง

ก็คงจะเรียกว่าไม่มีอะไรเหมือนกันล่ะสิ!!

คำพูดแสบสันที่ออกมาจากริมฝีปากได้รูปนั้นทำให้ยูชอนอดทนไม่ไหวอีกต่อไป

มือเรียวแข็งแรงปัดมือหนาที่บีบแขนร่างเล็กบางจนขึ้นรอยทิ้งไปทันที

ก่อนจะดึงคนตัวบางกว่าให้กลับมายืนข้างๆ

อย่าให้มันมากไปนักยุนโฮ! ฉันเป็นเพื่อนนายนะ

แล้วฉันก็ไม่คิดจะแย่งของๆใครทั้งนั้น หรือหากฉันมีความคิดแบบนั้นจริง

คนสุดท้ายในโลกที่ฉันจะทำแบบนั้นด้วย...ก็คือนาย

แต่แล้วร่างสูงโปร่งก็แทบจะปลิวเข้าไปปะทะอกแกร่ง

เมื่อถูกกระชากคอเสื้ออย่างรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว

อ๋อหรอ...ฉันรู้ยูชอน ว่าคนอย่างนายใจกว้างกับเพื่อนเสมอ...ไม่ว่าเรื่องอะไร

ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว

แต่ชั้นไม่โว้ย! สำหรับคนที่ฉันรัก ฉันไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องทั้งนั้น!!

ถึงแม้ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทแค่ไหนก็ตาม จำไว้!!

สิ้นเสียงตะโกน ยูชอนก็เสียหลักล้มลงไม่เป็นท่า

เมื่อมือหนาของยุนโฮผลักเขาให้ออกห่างอย่างแรง

จนขาเขาไปสะดุดกับโต๊ะวางของที่อยู่ในครัวนั้น

หากยุนโฮกลับไม่สนใจแม้จะหันไปมอง

แจจุง เราต้องเคลียร์กันเดี๋ยวนี้!!

พูดจบ ยุนโฮก็ลากแจจุงออกไปจากห้องครัวทันที

หากแว่บหนึ่งที่ยุนโฮหันกลับมามองเขา

กลับมีแต่ความชิงชังจนเขานั้นรู้สึกได้ ดวงตาคมกราดเกรี้ยวน่ากลัวเสียจนไม่น่าเชื่อว่า

จะเป็นคนๆเดียวกับเจ้าของดวงตาอบอุ่นที่คุ้นเคยของเพื่อนรัก

แม้ยูชอนจะเจ็บที่ข้อเท้ามากแค่ไหน...หากกลับเจ็บที่ใจมากกว่า

นี่นายไม่ไว้ใจฉันเลยหรือไงยุนโฮ...

เพื่อนสนิทอย่างฉันไม่มีค่าพอจะทำให้นายไว้ใจได้เลยหรือไง...

++++++++++++++++++++++++++++

TBC.



~@Talk@~

เปิดบ้านด้วยฟิคเรื่องแรกที่แต่งไว้นานแล้ว

แบบว่าจิงๆแล้วเจ้าบ้านเป็นพวกนับถือศาสนา SUJU อย่างถวายหัว

แต่ฟิคเรื่องแรกที่แต่งกลับเป็นฟิค TVXQ ซะนี่

(เอ...มันยังไงๆอยู่นะ)

แต่ก็นะ...แบบว่าพอดีตอนนั้นมันตรง