เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ หากเขาก็ยังนั่งท่าเดิมอยู่นาน
จนแสงรำไรของพระอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านบานหน้าต่างห้องครัวเข้ามา
จะดับแสงลงจนมืดสนิท แม้จะมีเสียงฝีเท้าเล็กๆเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า
ก็ไม่อาจทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเองได้
ยูชอน เสียงเล็กใสราวระฆังแก้วเรียกสติของเขากลับคืนมา
มือเล็กๆเอื้อมมาดึงมือเขาให้ลุกขึ้น ซึ่งเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย
จุนซู
เสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงเงียบไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ทั้งๆที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนทั้งสองคนต้องทะเลาะกันแท้ๆ
แต่ตัวเขากลับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นไปห้ามปรามได้เลย
อาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นภายในใจ
ที่เขาเป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง
หากเขาเข้มแข็งกว่านี้... ทุกคนในบ้านก็คงไม่ต้องทุกข์ร้อนกับเรื่องของเขา
จนต้องส่งแจจุงเข้ามาปลอบใจให้เขารู้สึกดีขึ้น
หากเพียงเขาเข้มแข็งกว่านี้... แจจุงก็คงไม่ต้องมากอดปลอบประโลม
จนทำให้ยุนโฮเข้าใจผิดแบบนี้
หากเพียงแค่เขาเข้มแข็งกว่านี้...
เขาคงจะไม่ต้องเป็น ภาระ ของเพื่อนมากมายขนาดนี้
หากเพียงเขาเข้มแข็งกว่านี้...เท่านั้น
เขาน่าจะรู้...ว่ายุนโฮขี้หึงอย่างรุนแรงแค่ไหน
ทุกครั้งที่เขาเข้าไปใกล้ชิดแจจุงมากๆ ยุนโฮจะไม่พอใจเสมอ
เขาน่าจะรู้จักคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของเขาดีกว่าใคร
แต่เขาก็พลาดไป...
เขาทำให้ยุนโฮทะเลาะกับแจจุงรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทุกอย่างเกิดขึ้นก็เพราะเขา ทุกอย่างเลวร้ายมากมายขนาดนี้...เพราะเขา
พวกเขาเป็นยังไงบ้าง ถามทั้งๆที่น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว จุนซูส่ายหน้าไปมาช้าๆ
แย่กว่าที่คิด ตอนนี้แจจุงเอาแต่ร้องไห้อยู่ในห้อง
ส่วนยุนโฮก็ผลุนผลันออกไปไหนแล้วก็ไม่รู้
แย่กว่าที่คิดจริงๆ แย่มากจริงๆ เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย
ฉันจะทำยังไงดีจุนซู ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉัน...เสียใจ
อืม...ฉันรู้
ใบหน้าเนียนใสยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
น่าแปลกที่เขาควรจะเจ็บปวดที่เห็นจุนซูอยู่ใกล้มากมายขนาดนี้
รอยยิ้มอ่อนใสที่เห็นครั้งใดก็เจ็บราวกับถูกมีดกรีดแทง
ตอนนี้กลับไม่ให้ความรู้สึกแบบนั้นมากเท่าที่คิด
กลับมีบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่า
สายตาของเพื่อนรักที่ฉายชัดออกมาถึงความไม่ไว้ใจ โกรธเคือง
และผิดหวังอย่างรุนแรงนั่นต่างหาก ที่ทำให้เขาเจ็บร้าวยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยพบมา
นายบอกฉันว่าฉันเป็นเพื่อนรักของนาย
แต่ความไว้วางใจในตัวฉัน นายมีแค่นั้นเองหรอยุนโฮ...
คำว่าเพื่อนรักที่นายมอบให้ มันซื้อความไว้ใจของนายไม่ได้เลยใช่ไหม...
ไปพักผ่อนเถอะยูชอน วันนี้นายเหนื่อยมามากพอแล้ว
ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไปดูแจจุงเอง
มือเล็กกระชับมือเขาแนบแน่นราวกับจะปลุกปลอบให้กำลังใจ
เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินตามคนตัวเล็กออกไป
++++++++++++++++++++++++++++
เสียงรถที่แล่นฝ่าความมืดเข้ามาในเวลาเกือบตี 2 ทำให้ยูชอนลุกขึ้นนั่งในทันที
ไม่ใช่ว่ารถสปอร์ตคันหรูราคาเหยียบสิบล้านของยุนโฮ
จะเสียงดังจนทำให้เขาตื่นขึ้นมาหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะเขายังไม่นอนเลยต่างหาก
จะให้เขาหลับลงได้ยังไงในเมื่อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายุนโฮหายไปไหน
คิดไปสารพัดด้วยความเป็นห่วง
เพราะคนอารมณ์ร้อนอย่างยุนโฮยามโกรธมักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้เสมอ
เมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาหน้าบ้านก็ทำให้อุ่นใจขึ้น
แต่ยูชอนก็ยังนั่งรอฟังเสียงเปิดปิดประตูห้องนอนห้องข้างๆ
เพื่อให้คลายใจว่าร่างสูงกลับเข้าที่พักของตัวเองอย่างเรียบร้อย
หากเวลาผ่านไปกว่า 10 นาที...ก็ยังมีแต่ความเงียบคงเดิม
เอ...หรือยุนโฮจะเป็นอะไร
คิดแล้วร่างโปร่งก็ลุกออกจากที่นอนไปทันที
มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตูออกอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท
หากยังไม่ทันที่ประตูจะเปิดออกจนสุด
แรงจากร่างสูงหนาที่โถมเข้ามาเต็มๆก็ทำให้เขาเซถอยไปหลายก้าวเลยทีเดียว
กลิ่นเหล้าที่โชยมาแตะจมูกรุนแรงจนทำให้ใบหน้าขาวจัดถึงกับเบือนหน้าหนี
นี่นายเมาขนาดนี้เลยหรอ ยุนโฮ นายได้ยินฉันไหม
เรียกทั้งๆที่ประคองคนตรงหน้าไว้อย่างทุลักทุเล
จริงอยู่ที่ยุนโฮกับเขาจะมีส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกัน แต่ตัวยุนโฮก็หนากว่าเขาพอสมควร
และข้อเท้าขวาเขาก็ยังร้าวระบมจากการกระแทกกับขาโต๊ะในห้องครัวเมื่อตอนเย็น
จึงทำให้ลำบากพอสมควรกับการประคับประคองไม่ให้ล้มไปทั้งคู่
อื้อ...ใครน่ะ อย่ามายุ่งกับฉันน๊าา...
เสียงลากยาวยานคางบ่งบอกถึงสภาวะการเมา
ที่เข้าขั้นจะขาดสติอยู่มะรอมมะร่อได้เป็นอย่างดี
ยูชอนส่ายหน้าช้าๆก่อนจะประคองร่างสูงให้ไปถึงเตียงนอนให้ได้
นี่เมาจนลืมเพื่อนไปเลยหรือไง ก็ฉันไง...ยูชอน เฮ้ย!!
สิ้นเสียงยูชอนก็ต้องตกใจ เมื่อร่างหนาโถมเข้ามาหาทั้งตัวอีกครั้งเต็มๆ
โดยที่คราวนี้เขาไม่ได้เตรียมตั้งรับเลยสักนิด
ผลก็คือร่างของทั้งคู่หล่นตุบลงไปบนเตียงกว้าง
หากแย่หน่อยที่เขาเป็นคนที่ถูกไอ้เพื่อนที่เมาไม่รู้เรื่องนี่ทับไว้เท่านั้น
แรงกระแทกทำให้ยูชอนจุกจนแทบพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว
ยูชอน...โบแจบอกเลิกกับฉันแล้ว ยูชอน...ฉันจะทำยังไงดี
วงแขนแกร่งตวัดรัดร่างของเขาแน่นราวกับต้องการที่พึ่ง
เสียงแหบพร่าสั่นเครือที่บอกเล่าทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว
นี่มันร้ายแรงขนาดนี้เลยหรอ
ยุนโฮ ทำใจดีๆไว้ก่อน แจจุงอาจจะไม่...
เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดออกมาอย่างเต็มที่
หากในหัวของเขากลับขาวโพลนไปหมด จนไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้
แจจุงทนฉันไม่ได้ แจบอกว่าเขาทนรับอารมณ์คนแบบฉันไม่ได้อีกแล้ว
แจขอให้ฉันกลับไปเป็นเพื่อนเขาเหมือนเดิม
ฉันทำไม่ได้ยูชอน ฉันทำใจรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้
ถ้อยคำที่พร่างพรูออกมาจากริมฝีปากได้รูปของเพื่อนสนิท
ทำให้ยูชอนถึงกับอึ้งไปนาน
คำว่า เพื่อน ที่ได้ยินจากปากของคนที่เรารัก มันเจ็บปวดมากแค่ไหน...เขารู้ดีที่สุด
มันเจ็บ เจ็บยังกับมีคนเอามีดเป็นร้อยเล่มมาปักเข้าที่หัวใจ
มันเจ็บเหมือนใจจะขาดให้ได้ มันเหมือนกับจะหยุดหายใจ นายเข้าใจฉันไหม
ความชื้นแฉะที่หัวไหล่บ่งบอกถึงความทรมานของเพื่อนของเขาได้เป็นอย่างดี
ยุนโฮที่แทบไม่เคยเสียน้ำตาให้กับใคร กำลังร่ำไห้แทบขาดใจอยู่กับซอกไหล่ของเขา
มือเรียวยกขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างของเพื่อนสนิทอย่างแผ่วเบา
อย่าร้องยุนโฮ อย่าร้อง... บอกทั้งๆที่น้ำเสียงตัวเองก็สั่นเครือไม่แพ้กัน
ทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าการที่คนที่ตัวเองรักหมดหัวใจปฏิเสธความรักมันเป็นอย่างไร
...มันเจ็บแค่ไหน...
เพราะเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียยิ่งกว่าใครถึงได้พูดไม่ออกอยู่อย่างนี้
มีคำพูดมากมายที่อยากจะปลอบใจเพื่อนรักของเขา
หากกลับมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่หลั่งออกมาแทนคำพูดทั้งหมด
โบแจไม่รักฉันอีกแล้ว ฉันไม่เหลือใครอีกแล้วยูชอน
ฉันไม่มีค่าอะไร...ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
แขนเรียวกระชับร่างหนาแน่นเข้า
เพื่อให้ยุนโฮหยุดคำพูดถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจตัวเองเสียที
อย่าพูดแบบนั้นยุนโฮ...
//นายมีค่าสำหรับพวกเราเสมอ มีค่ามากสำหรับพวกเราทงบังชินกิ มีค่าที่สุดสำหรับฉัน//
นายเคยพูดแบบนี้กับฉันจำได้ไหม ฉันขอบอกกับนายด้วยประโยคเดียวกัน
เพราะฉันก็รู้สึกเหมือนกับนาย
คำพูดที่กลั่นกรองออกมาจากจิตใจ ทำให้ดวงตาคมที่เต็มไปด้วยน้ำตาเงยขึ้น
สบกับตาเรียวที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาไม่แพ้กันนั้นช้าๆ
ก่อนริมฝีปากได้รูปจะเลื่อนไปประทับเข้ากับริมฝีปากแดงสดของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
ตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างสุดขีด
ก่อนจะผลักดันไหล่กว้างให้ห่างออกจากตัวเองทันที!
นี่นายทำอะไรน่ะ!! ฉันไม่ใช่แจจุงนะ นายเมาจนขาดสติไปแล้วหรือไง!!
หากการตอบรับของคำถามนั้น
กลับเป็นมือหนาที่ยกขึ้นมาปลดมือที่ผลักยันร่างของตัวเองไว้ช้าๆ
แล้วกดมันลงแนบกับเตียงนอนนุ่มแทน
ฉันแค่ต้องการใครสักคนเท่านั้น ฉันเจ็บ
ฉันแค่ต้องการใครสักคนที่จะอยู่ข้างๆฉัน...รักฉัน เป็นนายไม่ได้หรอยูชอน
คำขอที่ออกมาจากปากของเพื่อนสนิท มันมากมายเกินกว่าที่ยูชอนจะรับไหว
แต่เขาก็รู้ดี...
ว่าหากคำตอบจากปากของเขาคือ ไม่
หัวหน้าวงคนเก่งของใครต่อใครคงจะแตกสลายลงต่อหน้าเขาแน่ๆ
ตอนนี้ยุนโฮเปราะบางเกินกว่าที่จะรับคำปฏิเสธจากใครอีกแล้ว
ความเจ็บปวดที่ได้รับอาจจะทำให้ยุนโฮเป็นคนที่อยู่อย่างไร้หัวใจแบบเขาก็ได้
แค่เขาคนเดียวก็เกินพอแล้ว...
เขาไม่อยากเห็นเพื่อนรักของเขามามีสภาพเดียวกับเขา...แบบนี้
ดวงตาเรียวปิดลงอย่างช้าๆ
เมื่อใบหน้าหล่อคมของอีกฝ่ายเคลื่อนเข้าใกล้เข้ามาอีกครั้ง
หากคราวนี้มือที่เคยยกขึ้นขัดขวางอีกฝ่ายกลับกลายเป็นจับยึดผ้าปูที่นอนไว้แน่นแทน
หากมันทำให้นายดีขึ้น...
หากมันพอจะแลกกับหัวใจที่แตกสลาย...
หากมันมีค่าพอที่จะแลกกับน้ำตาของนายได้...
ไม่ว่าสิ่งที่นายขอจะยากเย็นสักแค่ไหน
ไม่ว่ามันจะฝืนใจสักเท่าไหร่ ฉันก็จะทำให้...ยุนโฮ
++++++++++++++++++++++++++++
ปลายนิ้วเรียวแข็งแรงยกขึ้นเกลี่ยคราบน้ำตา
ที่เปรอะเปื้อนใบหน้าขาวจัดออกให้อย่างแผ่วเบา
ด้วยกลัวว่าจะเป็นการรบกวนร่างโปร่งที่หลับสนิทอยู่ข้างกาย
ริมฝีปากได้รูปกดเป็นรอยยิ้มพึงใจ
เมื่อคิดหวนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี้
ริมฝีปากแดงสดที่เห่อบวมขึ้นจากแรงกดจูบครั้งแล้วครั้งเล่า
ร่างเพรียวที่สั่นระริกทุกครั้งที่เขาลากไล้ริมฝีปากพาดผ่านพร้อมกับฝากฝังรอยไว้ทุกที่
จนผิวกายขาวจัดนวลเนียนนั้นแต่งแต้มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง
นัยน์ตาเรียวฉายแววตื่นกลัว สับสน ยามที่เขามอบสัมผัสที่ไม่เคยคุ้นให้
และใบหน้าขาวจัดที่แดงเรื่อขึ้นด้วยแรงอารมณ์
หากกลับนองไปด้วยน้ำตายามที่เขาเข้าครอบครองเป็นเจ้าของ
เสียงครางเครือด้วยความเจ็บปวดผสานอารมณ์หวาม
ทำให้อารมณ์ของเขาถูกกระตุ้นไปจนถึงขีดสุด
จนตักตวงจากร่างที่บางกว่านั้นนับครั้งไม่ถ้วน
ทั้งๆที่ควรจะหักห้ามใจ
แต่หากเมื่อเจอกับความไม่คุ้นเคยที่แสดงออกมาอย่างใสบริสุทธิ์นั้น
ก็ยิ่งฉุดสติและอารมณ์ของเขาให้กระเจิดกระเจิง
อื้อ พอ...พอที ยุน...ยุนโฮ
มะ...มะ...ไม่ไหวแล้ว พอ...
ยุน...อื้อ ยุนโฮ
เสียงครางเครือที่เรียกชื่อเขาอย่างต้องการจะให้หยุด
หากกลับยิ่งทำให้เขากระทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
จนร่างข้างใต้แน่นิ่งไปเนื่องจากไม่อาจทนรองรับอารมณ์ของเขาต่อไปได้อีก
นั่นแหละยุนโฮถึงได้หยุดทุกอย่างลง
ก็ยิ่งได้ลิ้มรส...ก็ยิ่งติดใจ
ยิ่งได้ลูบไล้...ยิ่งไม่อาจถอดถอน
ยิ่งได้จมลึกประสานเป็นหนึ่งเดียวกับอีกฝ่าย
ก็ยิ่งไม่อาจดึงตัวเองออกมาจากห้วงเสน่หานั้นได้...
ยุนโฮยิ้มให้กับตัวเองอีกครั้ง
ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะแนบลงจุมพิตหน้าผากขาวใสอย่างอ่อนโยนที่สุด
ขอบใจนะ...ยูชอน
++++++++++++++++++++++++++++
เสียงเปิดประตูเบาๆทำให้คนที่ที่เท้าแขนกับกรอบหน้าต่างตรงระเบียงทางเดิน
หันกลับไปมองทันที หากเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
ใบหน้าสวยหวานก็หันกลับไปสนใจวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนภายนอกต่อ
ไง สำเร็จแล้วล่ะสิ
อืม... เสียงทุ้มตอบรับเบาๆ หากในน้ำเสียงบ่งบอกชัดถึงความพอใจอย่างเต็มเปี่ยม
อาการมีความสุขจนออกนอกหน้าทำให้แจจุงอดเหน็บเข้าให้ไม่ได้
น่าสงสารยูชอนจริงๆเลย นี่คงไม่สะกิดใจเลยสินะว่า
คนที่ได้ชื่อว่าเป็น เพื่อนรัก ของตัวเอง จะร้ายกาจขนาดนี้
เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นข้างหลังร่างเพรียวสวย
ก่อนร่างสูงจะหันหลังพิงฝาผนังข้างๆกรอบหน้าต่างนั้น
สายตาคมจับจ้องไปที่บานประตูห้องนอนที่ตนเองพึ่งออกมาอย่างพึงใจเป็นที่สุด
ไม่เห็นจะร้ายกาจตรงไหนเลย
ฉันก็แค่พยายามทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่ง ความรักของฉัน ก็เท่านั้น
ไอ้การที่นายแกล้งทำเป็นแฟนฉัน แล้วก็แสดงออกว่ารักฉันมากมายปานจะกลืนกิน
ก่อนจะถูกฉันทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเสียใจจนแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน
เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากเจ้าคนขี้สงสารนั่นน่ะนะ ไม่ร้ายกาจ
ริมฝีปากสวยบิดหยันอย่างหมั่นใส้เต็มที่
โห...ยุนโฮ ฉันมั่นใจเลยว่า ในโลกนี้มีไม่กี่คนหรอก
ที่จะคิดแผนการได้เจ้าเล่ห์ชั่วร้ายแบบนาย
แม้จะถูกประชดประชัน หากยุนโฮก็ยังคงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน
ก็สิ่งที่ได้มา...
มันมากมายพอที่จะทำให้เขาเลิกหงุดหงิดใครต่อใครไปเป็นปีๆเลยทีเดียวนี่
ก็มันไม่มีทางเลือกนี่นา
ใช่...สำหรับเขา มันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ
อันที่จริงเขาก็อยากจะใช้วิธีที่ขาวสะอาด
เหมือนอย่างที่ยูชอนสารภาพรักกับจุนซูอยู่หรอกนะ
หากเขาก็รู้ว่า คำตอบที่เขาจะได้รับ
มันก็จะไม่ต่างอะไรกับคำตอบที่ยูชอนได้รับจากเจ้าโลมาน้อยนั่นแน่นอน
เขาไม่อยากจะเสี่ยง...ยูชอนรักจุนซูหมดหัวใจแค่ไหนใครๆก็รู้
...และเขาที่เป็นเพื่อนสนิทก็รู้ดีที่สุด...
ซึ่งหากเขาเสี่ยงบอกรักออกไปนอกจากจะสูญเสีย ความรัก แล้ว
เขาก็อาจจะสูญเสีย เพื่อนรัก ไปด้วยก็ได้
ยูชอนอาจจะเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะรักใครอย่างตรงไปตรงมา
และยอมรับความเจ็บปวดเมื่อผิดหวังแต่โดยดี...หากเขาไม่
เขาไม่พร้อมที่จะสูญเสียความรักของเขาให้ใครทั้งนั้น!!
ดังนั้น...ไม่ว่าการกระทำของเขาจะมีคนประณามว่าสกปรกแค่ไหน
...เขาก็พร้อมที่จะยอมรับ
ขอเพียงได้มาซึ่งคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจมาไว้ในมือเท่านั้น
ต่อให้เขาต้องชั่วช้าหรือเลวร้ายกว่านี้สักเท่าไหร่...เขาก็จะทำ
เอาน่า...อย่างน้อยๆเจ้าเด็กสองคนนั่นจะได้เลิกกังวลกับเรื่องของฉันเสียที
เห็นลุ้นกันจนตัวโก่งเลยนี่
ตากลมสวยตวัดค้อนคำพูดของร่างสูงเข้าให้
ใช่สิ...ไอ้แผนการเนี๊ยะ ทำเอาแรกๆทุกคนในบ้านนั่งกันแทบไม่ติดเลยทีเดียว
เจ้าโลมาน้อยของเขาก็ไม่เห็นด้วยเลยสักนิด
เพราะเจ้านั่นเกลียดการโกหกหลอกลวงเป็นที่สุด
หากสุดท้ายก็ต้องยอมร่วมมือเพราะเห็นใจในความรักของยุนโฮ
และก็รู้สึกผิดกับยูชอนที่ต้องปฏิเสธความสัมพันธ์ฉันท์คนรักไป
ซึ่งเจ้าตัวเล็กของเขาก็ขอข้อแลกเปลี่ยนกับยุนโฮไว้หนึ่งข้อแลกกับการร่วมมือครั้งนี้ว่า
นายต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดนะยุนโฮ ห้ามให้ฉันเห็นน้ำตาของยูชอนอีกเด็ดขาด
ยูชอนเจ็บมามากพอแล้ว นายสัญญากับฉันได้ไหม
คำตอบรับอันหนักแน่นจากหัวหน้าวงทำให้เจ้าตัวเล็กสบายใจและยอมร่วมมือในที่สุด
นี่ถ้ารู้ว่าเรื่องที่ลุ้นกันมาหลายเดือนนี้สำเร็จแล้ว
เจ้าหนูชางมินกับเจ้าโลมาน้อยคงกอดคอฉลองกันใหญ่แน่ๆ
สำหรับฉัน สิ่งที่ดีที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่ได้เลิกเสแสร้ง
แกล้งทำเป็นแฟนกับคนซาดิสม์อย่างนายนี่แหละ
คนอะไร...หึงรุนแรงชะมัด แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ
กลัวยูชอนมันจะลอกติดมือเขามาหรือไงกัน
นี่ดูสิ...ต้นแขนเขายังแดงช้ำอยู่เลย มองนิดมองหน่อยก็โกรธ แตะนิดแตะหน่อยก็ว่า
แบบเนี๊ยะ...เอาเจ้าคนหน้าขาวปากแดงนั่นขังกรงไว้ดูคนเดียวเลยเป็นไง ฮึ่ม...
แต่ก็ดีไม่ใช่หรอ นายจะได้สวีทกับเจ้าโลมาน้อยของนายได้อย่างเปิดเผยเสียที
ของนายก็ใช่ย่อยนี่ ฉันกอดนายแน่นหน่อย ก็มองฉันตาขวางเชียว
ฉันเห็นนะว่าบางทีเจ้าตัวเล็กนั่นแอบหนีไปร้องไห้ให้นายตามไปปลอบใจบ่อยๆน่ะ
ริมฝีปากบางสวยยกเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อคิดไปถึงคนที่รัก
จริงสินะ...เจ้าโลมาน้อยของเขาจะได้มีความสุขกับเขาอย่างเต็มที่เสียที
ไม่ได้เห็นรอยยิ้มใสๆ
เสียงหัวเราะที่บาดใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันมานานแค่ไหนแล้วนะ
หายกันแล้วนะยุนโฮ ฉันตอบแทนนายเรื่องจุนซูแล้วนะ
คำพูดของแจจุงทำให้ริมฝีปากได้รูปสวยกดลึกเป็นรอยยิ้มร้าย
ใช่... ถึงแม้ว่าคนในบ้านทั้งหมดจะรู้ถึงแผนการที่เขาวางเอาไว้เพื่อให้ได้ยูชอนมา
หากยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่มีเพียงเขากับแจจุงเท่านั้นที่รู้...
นั่นคือเรื่องที่ว่า ทำไมเจ้าโลมาน้อยที่ดูมีใจเอนเอียงไปทางยูชอนหนักหนา
...ถึงได้ปฏิเสธความรักที่ยูชอนมอบให้
แล้วทำไมจึงเป็นแจจุงที่มีโอกาสน้อยกว่า...เป็นคนได้จุนซูไป
นี่มันอะไรกันยุนโฮ ภาพยูชอนกับผู้หญิงคนนี้
เสียงหวานใสสั่นเครือเมื่อเห็นภาพร่างสูงโปร่งคุ้นตา
ประคองกอดกับนางแบบมีชื่อคนหนึ่งอย่างแนบชิด
ริมฝีปากของคนทั้งคู่ประทับกันแนบสนิทอย่างน่าอิจฉา
ยุนโฮรีบแย่งมันออกมาจากมือเล็กทันที
ขอโทษนะจุนซู ฉันเก็บไม่ดีเอง ฉันไม่อยากให้นายได้เห็นมันเลย
และ
ยุนโฮ ดึกขนาดนี้แล้วยูชอนยังไม่กลับอีกหรอ
ตากลมโตใสแจ๋วเอ่ยถามขณะชะเง้อมองไปทางประตูบ้าน
อ่อ วันนี้ยูชอนไปกับอึนเฮ อ๊ะ...เอ่อ...ไปกับเพื่อนที่กองถ่ายน่ะ
คำพูดของยุนโฮที่หลุดออกมาทำให้ใบหน้าหวานใสเจื่อนลงทันที
และ
ฮัลโหลยูชอนนี่ คืนนี้อย่าลืมพบกันที่เดิมนะคะ
เมื่อคราวที่แล้วคุณหนีกลับไปก่อนที่ฉันจะตื่นได้ยังไง
ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอคุณอยู่ข้างๆมันเหงามากนะ
ยังไงคืนนี้คุณต้องอยู่กับฉันจนถึงเช้าด้วย
เสียงหวานหยดที่ออดอ้อนผ่านทางสายโทรศัพท์มา
ทำเอาจุนซูแทบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ
ขอ...ขอโทษครับ ยูชอนลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านครับ
ร่างเล็กบอกก่อนจะตัดสาย
แล้ววิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างไม่ต้องการจะรับรู้อะไรอีก
และไม่ถึง 10 นาที... โทรศัพท์อีกเครื่องก็ดังขึ้น!
มือเรียวแข็งแรงยกขึ้นมากดรับทันที ริมฝีปากหยักสวยกดเป็นรอยยิ้มสมใจ
อืม ขอบใจมากลิน่า เธอทำได้เยี่ยมจริงๆ
อ้อ...และฝากขอบคุณสเตฟานี่ด้วยนะ
สำหรับการตัดต่อภาพที่เหมือนจริงจนดูไม่ออกนั่นน่ะ
และสุดท้าย ความพยายามของเขาก็ประสบผลสำเร็จเมื่อ...
ฉันรักจุนซูนะ รักมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ยิ่งเห็นฉันก็ยิ่งรักจุนซูมากขึ้นทุกวัน
คบกับฉันเถอะนะจุนซู ฉันสัญญา...ฉันจะไม่ทำให้นายเสียใจ
อืม...ฉันจะคบกับนาย...แจจุง รักฉันให้มากๆด้วยนะ
ในที่สุด...จุนซูก็เลือกแจจุง
เลือกคนที่มั่นคงต่อความรักอย่างไม่สั่นคลอน
มากกว่าคนที่เจ้าชู้หลายใจในสายตาของจุนซูอย่างยูชอน
ขอโทษนะจุนซู เพราะหากนายเป็นคนที่สมหวังในรัก ฉันก็คงจะเป็นคนที่ผิดหวัง
และฉัน...ก็จะไม่ยอมเป็นคนๆนั้นอย่างเด็ดขาด
ยูชอนจะเป็นของใครไปไม่ได้...นอกจากฉันเท่านั้น!!
.
.
.
.
.
คุณเชื่อไหม...
ว่าคำว่า ความรัก จะทำให้คนที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด...คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุด
...รู้จักคำว่า เสียสละ ได้
และคำว่า ความรัก นี่แหละ...ที่ทำให้คนที่เป็นสุภาพบุรุษ...เสียสละมาตลอด
...รู้จักคำว่า เห็นแก่ตัว ได้เหมือนกัน
คำว่า ความรัก ...อาจจะทำให้คนๆหนึ่งซึ่งแข็งกร้าวกระด้างกว่าใคร
...อ่อนโยนจนถึงที่สุดได้
และคำๆเดียวกันนี้เอง...อาจจะทำให้คนที่สุภาพอ่อนโยนอย่างที่สุด
...ร้ายกาจ อย่างไม่น่าเชื่อ...ได้เช่นกัน
แล้วคุณรู้หรือยังว่า ความรัก ของคนอย่างผม เป็นแบบไหน?
++++++++++++++++++++++++++++
~~END~~
~@Talk@~
ไม่อยากจะบ่นเลยว่า
การทำ Blog นี่มันยากส์สุดๆไปเลย (สำหรับมนุษย์โลเทคฯอย่างเรา)
กว่าจะทำได้แต่ละขั้นแต่ละตอน...เกือบตาย
คิดแล้วก็ไม่น่าริจะมี Blog เป็นของตัวเองเลยจิงๆให้ตาย เง้อออออ T_T