Betray-Love

แทงข้างหลัง...ทะลุถึงหัวใจ [SiHanCin~Heechul's Part-Begin]

“วันนี้ก็มาไม่ได้จริงๆหรอ อืม...ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ ดูแลตัวเองดีๆนะ”
มือเรียวสวยพับฝาโทรศัพท์มือถือลงเป็นการจบบทสนทนาระหว่างตัวเองกับคนรัก
ดวงตาคมหวานทอดมองออกไปไกล
แม้ใจจะอยากให้ไกลไปถึงคอนโดหรูแถวชานเมืองของคนรักแค่ไหน
หากมันก็สิ้นสุดอยู่แค่ประตูหน้าบ้านเท่านั้น

ซีวอนบอกเขาว่า...ไม่ว่าง
วันนี้ชายหนุ่มบอกว่ามีงานด่วนเข้ามา ทำให้ไม่สามารถมาตามนัดได้
ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ ว่าช่วงนี้คนรักของเขาทำงานหนักแค่ไหน
ทั้งงานถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ แสดงหนัง
งานที่โถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทำให้ชายหนุ่มหาเวลาเป็นส่วนตัวยากเหลือเกิน
แม้แต่เวลาพักผ่อน ซีวอนเองยังแทบจะไม่มี
มันก็เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ที่จะไม่ค่อยมีเวลาให้เขาเช่นกัน

มันเป็นเรื่องธรรมดา ที่เขาต้องเข้าใจ...

เขาควรจะคิดแบบนั้นใช่ไหม
เขาไม่ควรจะน้อยใจไร้สาระแบบที่กำลังเป็นอยู่นี่ใช่ไหม

“ฮีชอล ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”
สัมผัสอุ่นจัดที่วางบนหัวไหล่ทำให้ใบหน้าสวยหวานหลุดจากภวังค์ความคิดทันที
ฮีชอลหันไปตามเสียงนุ่มคุ้นหูนั้น และเมื่อรู้ว่าเป็นใคร ร่างโปร่งบางก็ขยับเข้าไปใกล้
พลางเอนซบลงกับไหล่กว้างของคนที่พึ่งทรุดตัวลงนั่งอย่างต้องการที่พึ่ง

“ทำไม มีปัญหาอะไรกับซีวอนหรือเปล่า”
วงแขนแข็งแรงที่โอบกระชับรอบร่าง ทำให้ฮีชอลแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

มันอบอุ่น คุ้นเคย แต่ไม่อุ่นซ่านไปถึงหัวใจ...

ไม่เหมือนอ้อมกอดของใครอีกคน ที่หายหน้าไปเกือบจะหนึ่งเดือนเต็มๆ
อ้อมกอดที่เขาถวิลหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หากไม่มีโอกาสได้สัมผัส
ได้แต่บอกกับตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง ต้องอดทน
แต่ความเหงาและความอ้างว้างที่สะสมอยู่ทุกวี่วัน ทำให้เขาอ่อนแอลงทีละน้อยๆ
อ่อนแอ จนแทบจะขาดใจลงทุกทีๆ

ซีวอน ฉันคิดถึงนายเหลือเกิน...

“เปล่า ไม่มีอะไร” ปฏิเสธแต่น้ำเสียงยังสั่นเครือจนคนฟังจับได้
อ้อมกอดแกร่งกระชับแน่นเข้าราวกับรู้ว่าเขากำลังโกหก
ฝ่ามืออุ่นลูบไล้กลุ่มผมนิ่มสีน้ำตาลแดงอย่างปลอบประโลม
ความอบอุ่นที่ได้รับ ทำให้ฮีชอลยิ่งซุกหน้าลงแนบกับไหล่กว้างยิ่งขึ้น

“วันนี้ซีวอนมาหาฉันไม่ได้อีกแล้วล่ะ มีงานด่วนเข้ามาเลื่อนไม่ได้”
ในที่สุดก็สารภาพความจริงออกไป ก็มันเหนื่อยและท้อเกินกว่าจะเก็บไว้คนเดียวไหว
แม้จะไม่อยากให้เพื่อนรักอย่างฮันกยองต้องทุกข์ใจตามไปด้วย
แต่มันก็ถึงขีดสุดของความอดทนของเขาแล้วจริงๆ เขารับมันไว้คนเดียวไม่ไหวแล้ว

“ฉันไม่เจอหน้าเขามาเกือบจะหนึ่งเดือนแล้วนะฮัน ฉันคิดถึงเขา
ตอนที่ซีวอนโทรมาบอกว่ามาไม่ได้ ฉันอยากจะตะโกนออกไปเหลือเกินว่า “ไม่ให้ไป”
แต่ก็นั่นแหละ ฉันไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ ฉันไม่อยากให้เขาเกลียดฉัน”

“แล้วนายบอกเขาไปว่ายังไงล่ะ” คำถามนั้นทำให้ฮีชอลนิ่งไปนิดหนึ่ง

“ฉันบอกเขาว่า //ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ ดูแลตัวเองดีๆนะ//
แต่เขาคงไม่รู้หรอกว่าจิตใต้สำนึกของฉันน่ะร้ายกาจกว่านั้นเยอะ
ฉันแทบอยากจะแช่งไอ้รายการที่เรียกเขาไปด่วน
ให้มันล้มละลายไปซะเลย ฉันคิดจริงๆนะ”

ฮันกยองอดหัวเราะเบาๆกับคำพูดนั้นไม่ได้ แม้ว่าฮีชอลจะอยู่ในสภาพจิตใจที่แย่แค่ไหน
แต่ร่างสวยข้างๆตัวเขาก็ไม่เคยทิ้งเขี้ยวเล็บตัวเองเลยจริงๆ
“ฉันเชื่อ เชื่ออย่างไม่มีข้อแม้เลยล่ะ”

ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าร่างสูงโปร่งที่ตัวเองนั่งเบียดชิดอยู่ทันที
ก่อนแก้มขาวใสจะพองลมขึ้นอย่างน่ารัก
“ฮันกยองอ่า~~ นี่นายว่าฉันร้ายกาจหรอ”

“ฉันไม่ได้ว่านะ แค่เห็นด้วยกับคำพูดของนายเท่านั้น”
ชายหนุ่มชาวจีนแก้ตัวหากยังมีรอยยิ้มเกลื่อนอยู่เต็มใบหน้า
คนสวยของวงเลยตอบแทนด้วยการเขวี้ยงค้อนให้วงใหญ่

“เพราะฉันเป็นแบบนี้หรือเปล่า ซีวอนถึงไม่รักฉัน”
เสียงหวานสั่นเครือสะเทือนลึกไปถึงจิตใจคนที่ฟัง จนอดที่จะเจ็บปวดตามไม่ได้
ฮันกยองตัดสินใจรวบร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก

“ซีวอนบอกนายหรอว่าไม่รักนาย เคยบอกอย่างงั้นหรอ”
คำตอบที่ได้รับคือการส่ายหน้าช้าๆจากร่างเพรียวบางที่อยู่ในอ้อมแขน

“ในเมื่อซีวอนไม่เคยบอกไม่เคยพูด อะไรทำให้นายคิดว่าซีวอนไม่รัก
แค่เขาไม่มีเวลาให้นายเหมือนเดิม นายก็ตัดสินเขาว่าเขาไม่รักนายอย่างงั้นหรอ
แล้วสิ่งที่เขามอบให้นายมาตลอดครึ่งปีที่คบกันล่ะ นายเอามันไปทิ้งไว้ตรงไหน”

จริงอย่างที่ฮันกยองพูด
ครึ่งปีที่คบกันมา ซีวอนเอาใจใส่เขาอย่างดีมาโดยตลอด
ผลจากการประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อปีที่แล้ว
ทำให้สภาพร่างกายของเขาไม่ค่อยแข็งแรงนัก
แต่ซีวอนก็ไม่เคยเบื่อที่จะดูแลเขา ชายหนุ่มพาเขาไปกายภาพบำบัด พาไปเช็คสุขภาพ
คอยเตือนเรื่องอาหารการกินต่างๆ ดูแลเขาแทบไม่ขาดตกบกพร่อง
จนเพื่อนร่วมวงอย่างอีทึกหรือชินดงแซวอย่างอิจฉาว่า ทำไมไม่มีแฟนที่แสนดีแบบนี้บ้าง
ซีวอนทั้งหล่อ รวย และเป็นสุภาพบุรุษ เรียกว่าเป็นผู้ชายที่เพอเฟกซ์อย่างที่สุด
สมบูรณ์พร้อมจนเขาเองยังอดแปลกใจไม่ได้ว่า
ทำไมถึงยอมลดตัวลงมาคบกับเพื่อนร่วมงานธรรมดาๆแบบเขา

คิดแล้วก็อดหวนนึกไปถึงตอนที่เขาตัดสินใจสารภาพรักกับซีวอนเมื่อครึ่งปีก่อนไม่ได้
วันนั้น ใจเขาเพียงต้องการให้ชายหนุ่มรับรู้ถึงความในใจของเขาเท่านั้น
ไม่ได้หวังสูงไปถึงต้องมาคบกันแบบนี้

แต่เพียงแค่สองวันจากวันที่เขาสารภาพรักออกไป ซีวอนก็มาหาเขาถึงบ้าน
พร้อมกับบอกว่าอยากจะคบเขา อยากจะดูแลเขา

มันเหมือนกับความฝัน มันราวกับปาฏิหาริย์

และเท่าที่จำได้
รู้แต่ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนัก แล้วโผเข้ากอดฮันกยองที่ยืนอยู่ข้างๆ
กอดและร้องอยู่อย่างนั้นอย่างไม่อายสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเลยจริงๆ
แล้วก็ร้องไห้ดังซะจนคิบอมกับเจวิ่งหน้าตาตื่นลงมาจากชั้นสองเพื่อมาดูว่าเขาเป็นอะไร
คิดมาถึงตรงนี้ก็อดขำตัวเองไม่ได้

เออ...ทำไมตอนนั้นเขาไม่โผเข้ากอดคนที่ทำให้เขาดีใจอย่างที่สุดนะ
ทำไมถึงเลือกกอดเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆแทนก็ไม่รู้

อาจจะเป็นเพราะเขารู้อยู่เสมอก็ได้ว่า คนๆนี้รักและหวังดีกับเขาเสมอ
แม้เขาจะคบกับฮันกยองได้ไม่กี่ปี
แต่ความจริงใจของคนตรงหน้าก็ทำให้เขารับรู้ได้ไม่ยาก
“ฮัน” ของเขาอ่อนโยนกับเขาเสมอ ทั้งอ่อนหวานทั้งใจดีกับเขาเป็นที่สุด
รองลงมาจากซีวอน ก็ฮันกยองนี่แหละที่ดูแลเขาราวกับเขาเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน
จนทำให้เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองช่างเป็นคนที่โชคดี
ที่มีทั้ง “คนรัก” ดีๆอย่าง...ซีวอน และมี “เพื่อนรัก” ดีๆอย่าง...ฮันกยอง

“ทำไมเงียบไปแบบนั้นล่ะ ฉันพูดอะไรไม่ถูกหรือไง”
ฮันกยองถามขึ้นเมื่อร่างในอ้อมแขนนิ่งไปนาน ฮีชอลส่ายหน้าน้อยๆ

“เปล่า นายพูดถูกทุกอย่างเลยล่ะ จริงอย่างที่นายว่า
ทำไมฉันไม่คิดบ้างนะว่าครึ่งปีที่คบกันมา
ซีวอนดีกับฉันแค่ไหน เอาใจใส่ฉันแค่ไหน
ฉันกับเขาก็พึ่งมาห่างกันเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง
แล้วซีวอนก็ไม่ได้เต็มใจสักหน่อย มันเพราะงานต่างหาก”

มือเรียวแข็งแรงโยกศีรษะเล็กที่เอนซบอยู่ไปมาอย่างถูกใจ ก่อนจะยิ้มให้
“อืม คิดได้อย่างงี้แหละดี นายอย่าเครียดไปนักเลย มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ”

ใบหน้าหวานพยักหน้ารับช้าๆ นิ่งไปสักพักก็ดันตัวออกห่าง
ตากลมโตกวาดมองร่างสูงแทบจะเรียกว่าตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ฮันแต่งตัวแบบนี้ จะออกไปข้างนอกหรอ”

“อืม พอดีวันนี้มีนัดถ่ายแบบช่วงบ่ายน่ะ ค่ำๆคงจะกลับ”
คำตอบที่ได้รับทำให้หน้าสวยงอง้ำลงทันที

นี่ใจจะทิ้งเขาให้เหงาอยู่คนเดียวที่บ้านให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยใช่ไหม
ทำไมถึงมีแต่ งาน งาน งาน กันนักก็ไม่รู้
แล้วก็ดันจัดตารางงานได้อย่างเหมาะเจาะกันเหลือเกิน
เรียกว่าวันไหนซีวอนติดงาน ฮันของเขาก็ต้องติดงานตรงกันราวกับล็อคไว้ทีเดียว
คิดแล้วก็อยากไปแอบวางระเบิดใต้ตึก SM ENTERTAINMENT ให้รู้แล้วรู้รอด
จะพรากคนรักเขาไปทุกคนเลยหรือไงกันห๊า มิสเตอร์อี ซูมาร
(เอ่อ...ผู้แต่งไม่ได้พิมพ์ผิดนะ)

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เดี๋ยวฉันก็ไปทำงานไม่รู้เรื่องกันพอดี
ยิ้มหน่อยนะ ค่ำๆฉันก็กลับแล้ว”
ว่าพลางประคองใบหน้าสวยหวานที่หันหนีให้กลับมาสบตา
ก่อนจะจูบหนักๆลงบนหน้าผากมน

เมื่อถูกง้อแบบนี้มีหรือคนอย่างเขาจะใจแข็งอยู่ได้
ฮีชอลตวัดสายตามองใบหน้าขาวคมที่อยู่ห่างแค่คืบอย่างคาดโทษ
“แล้วรีบกลับนะ ไม่งั้นฉันจะโกรธไม่คุยกะนาย 10 วันเลยคอยดู”

“รู้แล้วๆ ทีนี้ยิ้มได้หรือยัง นั่นแหละ...ค่อยมีกำลังใจทำงานหน่อย”
ฮันกยองยิ้มก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากสวยอีกครั้ง
เมื่อได้รับรอยยิ้มหวานๆอย่างที่ตัวเองต้องการ
ร่างสูงลุกขึ้นพลางดึงมือคนตัวเล็กกว่าให้ลุกเดินตามไปส่งที่หน้าประตูบ้าน
ก่อนออกไปยังไม่วายกำชับด้วยความเป็นห่วงอีกรอบ

“อย่าลืมกินยานะ อยู่บ้านคนเดียวก็ล๊อคประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย
อย่าเดินไปข้างนอกคนเดียว ถ้าจำเป็นต้องไปไหนจริงๆ
ให้รอคิบอมหรือเจกลับมาก่อน แล้วให้พวกนั้นพาไป
แล้วรีบนอนพักผ่อนนะ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีก เข้าใจไหม”

ประโยคเดิมๆที่เขาฟังจนแทบจะท่องได้ ไม่ได้ทำให้เขารำคาญแม้แต่น้อย
ตรงข้าม กลับทำให้ฮีชอลรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ

การมีคนมาห่วงใย มาดูแลเอาใจใส่นี่มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง
โดยเฉพาะคนที่เรารักเราแคร์ด้วยแล้วล่ะก็นะ
.
.
.
.
.
ฮันกยองออกไปแล้ว ในบ้านเริ่มกลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง
แม้จะพยายามทำใจให้รับกับความเหงาที่รุมเร้าเข้ามาแล้วก็เถอะ
แต่มันก็ยากที่จะทำอยู่ดี

การที่ต้องทนดูเพื่อนๆหรือแม้แต่คนรักของตัวเองทำงานยุ่งกันจนแทบไม่มีเวลาพัก
แต่ตัวเองกลับต้องมานั่งหายใจทิ้งไปวันๆอยู่ที่บ้าน มันก็ทำให้รู้สึกแย่ไม่น้อย
อยากไปมีส่วนร่วม อยากเป็นส่วนหนึ่งในงาน แต่สภาพร่างกายก็ไม่เอื้ออำนวยเลย

ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุวันนั้น
ป่านนี้เขาคงได้ไปยืนเฮฮาร่าเริงกับเหล่าสมาชิกในวง
บนเวทีคอนเสิร์ตหลายๆงานแล้วก็ได้ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุวันนั้น
บางที...เขาอาจจะได้ไปยืนในตำแหน่งที่ว่างข้างๆซีวอนตามที่ใจปรารถนาแล้วก็ได้

คิดแล้วก็อดคิดถึงคนตัวสูงที่เป็นที่หมายปองของสาวๆค่อนเกาหลีไม่ได้
ป่านนี้ซีวอนจะทำอะไรอยู่นะ จะคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่าหนอ

หากเสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือ ก็ทำให้ฮีชอลยิ้มกว้าง

//อย่าลืมกินยาแล้วพักผ่อนเยอะๆนะครับ ผมรักฮีชอลนะ//

เท่านี้เขาก็ตอบตัวเองได้แล้วว่า ซีวอนคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า



+++++++++++++++++++++++

“ซีวอน” ร่างสูงที่แทบจะอยู่ในทุกห้วงความคิดคำนึงปรากฏตัวขึ้นที่หน้าบ้านตอนเช้า
พร้อมกับช่อกุหลาบสีแดงในอ้อมแขนนั้น ทำเอาฮีชอลแทบจะทำอะไรไม่ถูก
ซีวอนยิ้มอ่อนๆให้ พลางยื่นช่อกุหลาบมาตรงหน้า

“ไม่เจอกันตั้งนาน คิดถึงผมบ้างหรือเปล่าครับ” ฮีชอลส่ายหน้าปฏิเสธจนเส้นผมกระจาย
แต่นัยน์ตาสวยกลับมีน้ำตาอยู่คลอตา

“ใครจะไปคิดถึงนายล่ะไอ้สิงโตบ้า หายไปเกือบเดือนฉันไม่คิดถึงนายหรอก”

คนปากแข็ง...
ซีวอนคิดพลางส่ายหน้า ก่อนจะอ้าแขนออกกว้าง

“ขอผมกอดหน่อยได้ไหม ถึงฮีชอลจะไม่คิดถึงผม แต่ผมก็คิดถึงเจ้าหญิงของผมนะ”
ไม่ต้องพูดจนจบประโยค แค่คำขอที่มาพร้อมกับแววตาเว้าวอน
ก็พอแล้วที่จะทำให้ร่างบางโถมเข้าหาร่างสูงตรงหน้าอย่างเต็มตัว

“คนบ้าๆๆๆๆๆ นายไม่รักฉันแล้วใช่ไหม ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังอยู่นั่นแหละ
ไม่เห็นใจคนรอบ้างเลย ฉันเหงานะ นายไม่รู้หรือไง”

ไม่พูดเปล่า แต่มีท่าประกอบเป็นการทุบปั่กๆลงบนหลังคนตัวสูงกว่าอย่างไม่ยั้งมือ
แม้จะเจ็บจุกพอสมควร หากซีวอนก็ไม่ได้ว่าอะไร
เขาเข้าใจดีว่าคนในอ้อมแขนของเขาเหงามากแค่ไหน
ไม่เจอหน้ากันเกือบเดือน มีแต่เสียงมาให้ได้ยิน
มันก็น่าอยู่หรอกที่ฮีชอลจะฟูมฟายขนาดนี้

“ผมรู้ แต่จะให้ผมทำยังไงล่ะ ฮีชอลก็เห็นตารางงานของพวกเรานี่ว่ามันแน่นแค่ไหน
นี่อีกครึ่งชั่วโมงผมก็ต้องเข้าบริษัทแล้ว มิสเตอร์อีเรียกประชุมด่วน”

ใบหน้าหวานครางฮืออย่างขัดใจ แขนเรียวรัดร่างสูงแน่นขึ้น
“อุตส่าห์เจอกันทั้งที นายมีเวลาให้ฉันแค่นี้เองหรอ
ไม่เอานะซีวอน อยู่กับฉันก่อนไม่ได้หรอ”

“ไม่ใช่ผมไม่อยากอยู่นะ แต่ฮีชอลก็รู้นี่ว่าพวกเราเหลวไหลไม่ได้
ถึงผมจะอยากอยู่กับฮีชอลแค่ไหน แต่งานก็ต้องมาก่อน เพราะอย่างงี้ไง
ผมถึงต้องรีบตื่นเช้าๆมาหา เพราะผมก็คิดถึงเจ้าหญิงของผมเหมือนกัน”

คำพูดหวานหูที่ใครหลายคนฟังแล้วอาจจะเลี่ยนจนทนไม่ได้ หากฮีชอลก็ยังยิ้มรับ
เพราะเขารู้ว่าคำพูดทั้งหมดของซีวอนเป็นความจริง
เขารู้ว่าซีวอนทำงานหนักมาก แต่ชายหนุ่มก็ยังสละเวลามาหาเขา
แม้งานจะรัดตัวจนแทบกระดิกไม่ได้ แต่ก็ยังมาเพื่อให้ได้เห็นหน้ากันแค่ไม่กี่นาที
แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา

ไม่สิ...ต้องเรียกว่ามากเกินพอสำหรับเขาถึงจะถูก

“ฉันรักนายนะซีวอน”
เสียงกระซิบแผ่วๆหากหวานไปถึงหัวใจ ทำให้ซีวอนอดจะกระชับอ้อมแขนแน่นเข้าไม่ได้

“ครับ ผมรู้ ผมก็เหมือนกัน” ฟังแล้วก็อดเขินไม่ได้กับคำตอบที่ได้รับกลับมา
ฮีชอลซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้างอย่างไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี
ก็มันอายจนหน้าร้อนผ่าวไปหมดแล้วนี่นา
แล้วจะให้เขาทนสู้สายตาคมๆนั่นต่อไปได้ยังไงล่ะ

อืม...หอมจัง
กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายที่คนรักของเขาใช้เป็นประจำ
กลิ่นน้ำหอมของ “Tommy Hilfiger”
ที่บ่งบอกลักษณะของเจ้าของมันได้เป็นอย่างดี

“เรียบง่าย ทันสมัย และมีเสน่ห์ดึงดูดใจทั้งชายและหญิง”

นี่คือนิยามของน้ำหอมกลิ่นนี้ กลิ่น “True Star Men”
และยังมีอีกกลิ่นหนึ่ง กลิ่นหอมเย็นสะอาดๆ...

คิดแล้วก็แปลกใจ ซีวอนไม่มีทางใช้น้ำหอมทีเดียวสองขวดแน่นอน
หากกลิ่นนี้ก็มักติดมากับตัวชายหนุ่มเสมอ กลิ่นหอมเย็น คุ้นจมูกอย่างประหลาด
กลิ่นของ...อะไรนะ

“ผมต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยวจะสายซะก่อน อ้าว...ฮัน”
ชื่อที่ซีวอนเรียกทำให้ฮีชอลหันหลังกลับไปมองทันที
ก่อนจะยิ้มหวานให้คนที่กำลังก้าวเข้ามาหา
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพื่อนรักของเขากำลังจะไปไหน

“จะไปประชุมล่ะสิ ดีจังนะฮัน จะได้ไปพร้อมกับซีวอนเลย”
หันกลับมาหาคนรักของตัวเองอีกครั้ง “นายเอารถมาใช่ไหม”

ซีวอนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้
โดยไม่ลืมเผื่อแผ่ไปถึงคนที่ยืนอยู่ข้างๆร่างบางด้วย

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันมีที่ต้องแวะก่อนน่ะ นายไปก่อนเถอะซีวอน”
ฮันกยองปฏิเสธอย่างเกรงใจ ซึ่งซีวอนก็พยักหน้ารับโดยดี
หากกลับเป็นเขาเองที่ไม่ยอม

ได้ไงล่ะ...
จะให้ฮันไปคนเดียวทั้งๆที่ไม่มีรถแบบนี้เนี่ยนะ
รับรองว่าเพื่อนรักของเขาได้เข้าประชุมสายแน่นอน
แล้วคนอย่างฮันเคยมีปากมีเสียงกับใครที่ไหน
มีหวังได้โดนมิสเตอร์อีเล่นงานจนอ่วมแน่ๆ
อย่างน้อยๆถ้ามีซีวอนไปด้วย ก็คงช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะล่ะ
หรือไม่หากไปไม่ทันกันจริงๆ ฮันของเขาก็จะได้ไม่โดนตำหนิคนเดียวไง อิๆๆๆ

“ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวฮันเข้าสายก็โดนมิสเตอร์อีว่าเอาหรอก ไหนๆก็ไปที่เดียวกันแล้ว
ฮันจะแวะทำธุระตรงไหนก็ค่อยบอกซีวอนก็ได้นี่นา จริงไหม”
หันไปทางร่างสูงของคนรักอย่างต้องการคนสนับสนุน ซึ่งซีวอนก็ราวกับรู้ใจ

“ครับ ไปด้วยกันเถอะครับฮันกยอง ถ้าจะแวะตรงไหนก็ค่อยบอกผมก็ได้”
เมื่อคะแนนเสียงน้อยกว่า หนุ่มชาวจีนก็ต้องแพ้ไปตามระเบียบ
ฮันกยองพยักหน้ารับอย่างยอมแพ้ ทำให้ทั้งเขาและซีวอนอดยิ้มออกมาไม่ได้

ฮันของเขาก็อย่างงี้ทุกที กับเพื่อนแท้ๆก็ยังเกรงอกเกรงใจ
แต่นี่แหละ ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของผู้ชายที่ชื่อฮันกยอง
และก็เป็นส่วนที่ทำให้เขารักเพื่อนคนนี้อย่างที่สุดด้วย

ความเอื้อเฟื้อ ขี้เกรงใจ คิดถึงจิตใจคนอื่นอยู่เสมอ
และห่วงใยคนรอบข้างยิ่งกว่าตัวเอง
แถมยังใจดี อ่อนโยน และนุ่มนวลกว่าใคร

นี่แหละคือคำจำกัดความของ “ฮันกยอง” ล่ะ

“มาให้กอดก่อนเร็วๆเข้า”
ฮันกยองกวักมือเรียกก่อนจะรวบร่างบางที่เดินเข้าหาไปกอดแน่น

“อย่าลืมกินยานะ อยู่บ้านคนเดียวก็ล๊อคประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย
อย่าเดินไปข้างนอกคนเดียว ถ้าจำเป็นต้องไปไหนจริงๆ
ให้รอคิบอมหรือเจกลับมาก่อน แล้วให้พวกนั้นพาไป
แล้วรีบนอนพักผ่อนนะ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีก เข้าใจไหม”

ประโยคเดิมๆซ้ำซากที่ฟังกี่ครั้งก็อดยิ้มตามไม่ได้
เรียกรอยยิ้มขำๆจากคนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆเขาได้เกือบจะทันที
ฮีชอลตวัดตามองใบหน้าหล่อจัดของคนรักอย่างคาดโทษ

ทำไม่ได้อย่างฮัน แล้วยังจะมีหน้ามาหัวเราะคำพูดของฮันอีกหรอซีวอน

“อืม...ฉันรู้แล้ว พวกนายก็ตั้งใจทำงานนะ แต่ก็อย่าหักโหมนักล่ะ”
เตือนด้วยความเป็นห่วงทั้งเพื่อนรักและคนรัก
ฮันกยองและซีวอนโบกมือให้เขาก่อนจะเดินลับออกจากประตูหน้าบ้านไป
.
.
.
.
.
อีกครั้งที่ต้องทนเหงาอยู่คนเดียว หากวันนี้จิตใจกลับแช่มชื่นกว่าที่เคย
การที่ได้เห็นหน้าคนที่ตัวเองรักนี่เป็นยาขนานวิเศษจริงๆ
ใบหน้าหวานก้มลงสูดกลิ่นหอมของดอกกุหลาบช่อโตในอ้อมแขนอย่างมีความสุข

ซีวอน นายจะรู้บ้างไหมว่าทำให้ฉันเป็นได้ถึงขนาดนี้
นายจะรู้บ้างไหม ว่าฉันรักนายมากมายเหลือเกิน
ถ้าขาดนายไป ชีวิตฉันคงไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ
ถ้าไม่มีนาย ฉันคงไม่สามารถดำรงตัวตนของฉันต่อไปได้อีกแน่นอน

ฉันคงขาดใจ...ถ้าไม่มีนาย
แล้วนาย...จะรักฉันมากมายอย่างที่ฉันรักนายบ้างไหมนะ

หากไม่ต้องรอคำตอบนาน ข้อความที่เข้ามาทางโทรศัพท์ก็ตอบทุกอย่างได้เป็นอย่างดี
ริมฝีปากอิ่มแดงวาดเป็นรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะกอดโทรศัพท์มือถือของตัวเองแนบอก

//ดูแลตัวเองดีๆนะครับ ผมรักฮีชอลมากนะ
และจะรักเสมอ จากนี้และตลอดไป//


ฉันก็จะรักนายตลอดไปเหมือนกัน...ซีวอน




+++++++++++++++++++++++

TBC.

@~Talk~@

เรื่องนี้แรงบันดาลใจก็มาจากการฟังเพลงอีกแระ
แบบว่าฟังเพลงนี้แล้วเกิดอาการ Peak อยากเขียนฟิกขึ้นมากะทันหัน
แล้วใบหน้าที่ลอยเข้ามาก็คือคู่ 3P ของวงการบ้านเราน่ะเอง อิๆๆๆๆ

เรื่องนี้คนแต่งได้แบ่งไว้เป็น 3 Part สำหรับ 3 คน
และแต่ละคนก็จะมี 2 ตอนจบ
และที่สำคัญ คนแต่งก็แต่งจบหมดแล้วด้วย 555555


เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^