C-h-o-o-s-e






เปลือกตาบางปรือขึ้นช้าๆก่อนจะหลับลงอีกครั้ง
รู้สึกมึนหัวอย่างหนักเหมือนมีใครเอาลูกข่างมาปั่นเล่นในหัวจนหมุนติ้ว
มือเรียวยกขึ้นบีบนวดขมับตัวเองให้คลายความมึนงง รวบรวมสติอยู่พักใหญ่ๆ
ก็รู้สึกดีขึ้นมากพอที่จะใช้มืออีกข้างที่เหลือค้ำยันร่างจนทรงตัวลุกขึ้นนั่งได้
แม้จะยังทุลักทุเลอยู่มากก็ตาม


ที่นี่ที่ไหน??



คยูฮยอนถามตัวเองทันทีที่สามารถลืมตาขึ้นกวาดมองสิ่งรอบตัวได้
ผนังห้องสีขาวครีมสะอาดตา เครื่องเรือนที่ประดับอยู่ทุกมุมห้อง
ดูมีราคาสูงลิบเพราะทำจากเนื้อไม้ชั้นดี จัดวางเรียงกันอย่างลงตัวดูมีรสนิยม
ช่างต่างจากห้องพักในร้านที่เขาทำงานอยู่ราวฟ้ากับดิน
ไม่เว้นแม้แต่เตียงนอนขนาดคิงไซค์สีขาวนวลนุ่มสบายที่เขานั่งอยู่
แต่นั่น...ไม่สำคัญเท่ากับว่า


เขา...มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร??



สติที่เริ่มกลับมาครบถ้วนสมบูรณ์ทำให้เริ่มคิดย้อนไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก
เขากับคนรักของเขาทั้งสองคนกำลังเลี้ยงฉลองกันหลังจากที่ปรับความเข้าใจกันได้
ทั้งๆที่มันควรจะเป็นวันที่เขาต้องเจ็บปวดที่สุดเพราะต้องสูญเสียหัวใจตัวเองไปทั้งดวง
แต่เหตุการณ์ทั้งหลายกลับตาลปัตรไปหมด
เพราะทั้งพี่ฮันกยองและพี่ซีวอนกลับไม่ยอมปล่อยมือจากเขาทั้งคู่
ทั้งสองคนเลือกที่จะได้หัวใจของเขาคนละ “ครึ่งดวง” เท่านั้น
ยอมที่จะคบกันไปแบบนี้เรื่อยๆ วันนี้...จึงกลายเป็นวันที่เขามีความสุขอย่างที่สุดแทน
เขายังจำได้ดีถึงคำพูดของพี่ฮันกยองและพี่ซีวอนที่บอกกับเขา

“นายเลือกพี่ใช่ไหม...คยูฮยอน” มือหนายื่นออกมาตรงหน้าของเขา
เจ้าของใบหน้าคมยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
จนคยูฮยอนอดเอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับไว้ไม่ได้

“ผมเลือกพี่ครับ...พี่ซีวอน”

“นายก็เลือกพี่ใช่ไหม...คยูฮยอน”
มือใหญ่ของชายหนุ่มอีกคนก็ยื่นมาตรงหน้าเขาเช่นกัน
คยูฮยอนยิ้มรับก่อนจะเอื้อมมือข้างที่เหลือไปจับเอาไว้

“ผมก็เลือกพี่ครับ...พี่ฮันกยอง”


และหลังจากนั้น...ท่ามกลางบรรยากาศเปี่ยมสุข เขา...ก็หมดสติไป


ทำไม??



“อ้าว...ฟื้นแล้วหรอคยู”
คยูฮยอนหันขวับไปทางประตูห้องนอนตามเสียงทักทายนั้นเกือบจะทันที
กรอบเงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาทำให้รู้สึกโล่งใจจนอดยิ้มตอบไปไม่ได้

“พี่ซีวอน...ผมตกใจหมดเลย” คยูฮยอนยอมรับว่าโล่งใจจริงๆ
หลังจากที่ยังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
แต่พอเห็นชายหนุ่มคนรักก็ทำให้โล่งใจขึ้นมาก

“ตกใจทำไมล่ะ...หืม” ขายาวๆก้าวพาตัวเองมาหยุดลงหน้าเตียงกว้าง
ซีวอนทรุดตัวนั่งลงก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผิวแก้มนิ่มเนียนมือเป็นเชิงปลอบประโลม

“ที่นี่ที่ไหนครับ?” ใบหน้าหวานเอียงเข้าหาปลายนิ้วแข็งแรงนั้น
แต่ดวงตาก็ยังกวาดไปรอบๆห้องอย่างสนใจ

“ห้องของพี่เอง” คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ จะไม่ให้คยูฮยอนแปลกใจได้ยังไง
ในเมื่อความทรงจำสุดท้ายยังเด่นชัด ภาพที่เขาเลี้ยงฉลองกันอยู่ในร้านยังชัดเจน
จะว่าเขาเมาขาดสติจนหลับไม่รู้เรื่องเดือดร้อนให้พี่ซีวอนลากเขามาที่ห้องก็เป็นไปไม่ได้
ก็เขาไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลยสักนิด
เป็นไปได้หรือที่จะถูกพามาโดยไม่รู้ตัว

“แล้ว...ทำไมผมมาอยู่นี่ได้ล่ะครับ” ถามออกไปตามใจคิด
ไม่อยากคาดเดาเอาเองอีกเพราะไม่ว่ามองไปทางไหนก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลยจริงๆ

“ก็ต้องเพราะพี่กับฮันกยองพานายมาน่ะสิ...ไม่น่าถามเลย” ซีวอนตอบเสียงเรียบเรื่อย
นัยน์ตาคมยังจับจ้องดวงหน้าขาวเนียนอย่างพึงพอใจ

“แล้วทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะครับ...ผมเผลอหลับไปหรอ”
คำถามพาซื่อนั้นทำเอาชายหนุ่มอดหัวเราะไม่ได้
นิ้วที่ลากไล้แก้มนิ่มเลื่อนมาเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตาด้วย

“นายจะหลับลึกขนาดนั้นเลยหรอ...คยูฮยอน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
แต่คยูฮยอนกลับรู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นคุกคามเขาอยู่จนไม่อาจจะทนนิ่งเฉยได้
ร่างบางพยายามถอยออกให้ห่างจากรัศมีที่คนตัวสูงเอื้อมถึง
แต่มือแกร่งที่จับล็อคปลายคางไว้ไม่ยอมให้เขาทำอย่างใจง่ายๆ

“พี่ซีวอน...ผมเจ็บ”
มือเรียวพยายามเอื้อมปลดพันธนาการที่ยึดปลายคางตัวเองออก
แต่นอกจากจะไม่สำเร็จแล้ว
ใบหน้าคมยังโน้มเข้ามาจนดวงตาทั้งสองคู่สบกันในระยะใกล้
ใกล้...คยูฮยอนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว



“นายจะมาห้องพี่โดยที่ไม่รู้ตัวได้ยังไง”




น้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนกับกำลังเล่าเรื่องดินฟ้าอากาศ หากแต่ละถ้อยคำที่ออกมา
กลับทำให้ร่างเล็กสั่นสะท้านขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่



“ถ้าพี่ไม่วางยานายให้หมดสติ...แล้วพามา”




ดวงตาคมฉายแววระยับอย่างถูกใจ
ซีวอนยกยิ้มมุมปากเมื่อใบหน้าขาวเนียนซีดเผือดลงต่อหน้าต่อตา
ดวงตาคล้ายแมวฉายแววตระหนกอย่างน่าสงสาร เหมือนกับสัตว์ตัวเล็กๆ
ที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนเมื่อเจอกับดักนายพรานอย่างไงอย่างงั้นเลย


ถูกใจ...คิดไม่ผิดเลยที่เลือกคนๆนี้



“พี่...พี่ล้อผมเล่นใช่ไหม” ถามออกไปทั้งๆที่แทบจะไม่เป็นคำ
มือบางเกร็งจิกฟูกนอนเนื้อดีไว้แน่นเหมือนกับมันเป็นหลักยึดสุดท้าย
ในใจยังหวังว่าสิ่งที่เขาได้ยิน แววตาที่เขาได้เห็นในขณะนี้จะเป็นเรื่องโกหก

“พี่โกหกผมใช่ไหมพี่ซีวอน...พี่กำลังหลอกผมเล่น” คยูฮยอนยังคาดหวัง
หวัง...ทั้งๆที่ความหวังนั้นเลือนรางเต็มที

“ใช่...พี่หลอกนาย” ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่
อดยิ้มใส่ดวงตาที่ทอประกายความหวังนั้นไม่ได้
ก่อนจะดับมันลง...ด้วยคำพูดถัดมาของตัวเอง



“ที่ผ่านมาทั้งหมดน่ะ...พี่หลอกนาย แต่ต่อจากนี้ไปต่างหากล่ะ...คือเรื่องจริง”




โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างแบบบางก็ถูกผลักแรงจนล้มลงบนเตียงหนานุ่มมืออีกครั้ง
มือเรียวดันตัวเองขึ้นโดยอัตโนมัติ
แต่ก็ติดร่างสูงหนาที่โถมลงมาทับปิดกั้นทางรอดทุกทาง
อ้าปากจะร้องริมฝีปากได้รูปก็ฉกจูบลงมาปิดกั้นเสียงร้องไว้ทั้งหมด
ลิ้นร้อนกวาดควานลงลึกไปในโพรงปากนุ่มอย่างหื่นกระหาย
ดูดดึงขบเม้มริมฝีปากอิ่มตึงจนปริแตก
กลิ่นเลือดที่ไหลย้อนกลับเข้าไปในโพรงปากอวลแรงจนคลื่นไส้
คยูฮยอนพยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็ติดล็อคมือหนาที่บีบปลายคางไว้แน่นจนขยับไม่ได้
ใบหน้าหวานถูกบังคับให้เชิ่ดขึ้นรับจุมพิตจาบจ้วงหยาบคายทั้งๆที่ไม่ยินยอม

“อื้ออออ~~” คยูฮยอนพยายามเปล่งเสียงร้องแต่มันก็หยุดอยู่แค่ลำคอขาวเท่านั้น
มือทั้งผลักทั้งข่วนแผ่นหลังกว้างให้ออกห่างแต่ก็เหมือนกับผลักกำแพงหิน
นอกจากไม่ขยับแล้วยังยิ่งถูกเบียดทับเข้ามาจนร่างบางแทบจะจมหายไปกับที่นอน
มือหนาข้างว่างถลกเสื้อเชิ้ตเนื้อนิ่มของเขาขึ้นจนเผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนจับตา
ก่อนจะฟอนเฟ้นไปตามร่างกายเล็กลื่นมืออย่างย่ามใจ

“ปละ...ปล่อยผม อย่า...อย่าทำแบบนี้”
คยูฮยอนสะอื้นสั่นเมื่อเรียวปากอิ่มช้ำเลือดถูกปล่อยเป็นอิสระ
เพราะริมฝีปากหยักหนาของคนที่ทาบทับเลื่อนไล้ไปที่ลำคอขาวผ่องแทน
มือก็ยังพยายามผลักใบหน้าคมที่ฝังอยู่กับซอกคอตัวเองให้ถอยห่างออกไป
แต่ก็ไม่เป็นผล...มีแต่จะสร้างความรำคาญใจให้อีกฝ่ายเท่านั้น

“อย่าดิ้นนักได้ไหม”
ดวงตาที่จับจ้องราวกับเขาเป็นคนผิดทำให้คยูฮยอนส่ายหน้าไม่ยอมรับ

“ผะ...ผมไม่ต้องการ พี่...พี่ปล่อยผมไปเถอะนะ”
กลัว...ตอนนี้มีเพียงคำนี้คำเดียวที่วิ่งวนอยู่ในหัว อยากจะหนีไปให้พ้นจากตรงนี้เหลือเกิน
แต่ด้วยพละกำลังที่ด้อยกว่า อีกทั้งยังอ่อนแรงจากฤทธิ์ยาที่ยังคงค้างในร่างกาย
ทำให้คยูฮยอนไม่อาจจะทำอะไรดั่งใจคิดได้

“ไหนนายเคยบอกว่ารักฉันไง...คยูฮยอน”
ซีวอนย้ำถึงคำพูดที่ได้ยินเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา “ไหนบอกว่าเลือกฉันไงล่ะ”

“ตะ...แต่ ไม่ใช่พี่ที่เป็นแบบนี้” คยูฮยอนเถียงปากคอสั่น
เขาไม่ต้องการซีวอนในรูปแบบนี้เลยสักนิด

“งั้นแบบไหนล่ะ...แบบพ่อพระคนดีนั่นน่ะหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“นั่นมันละคร...คยูฮยอน ละครที่ฉันเล่นเพื่อเดิมพันสนุกๆเท่านั้น”

“อะ...อะไรนะ” ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แต่ดวงตาคมที่แพรวพราวราวกับเห็นเป็นเรื่องสนุกนั้นตอกย้ำชัด เขา...ไม่ได้ฟังผิดไป


“นายก็แค่เป็น “หมาก” ที่ฉันเลือกไว้ในเกมส์ เพื่อเดิมพันสนุกๆที่พวกฉันตั้งกฎขึ้นไงล่ะ”



ใครก็ได้...ช่วยบอกเขาทีว่าทั้งหมดนี้คือจินตนาการที่เขาคิดไปเอง
เป็นความเพ้อฝันหรืออะไรก็ได้ ที่มันจะไม่ใช่ความจริงที่แสนเจ็บปวดแบบนี้
คนที่เขารัก...คนที่เขาวางหัวใจไว้ให้ กำลังบอกเขาว่าเรื่องทั้งหมดที่ผูกพันกันมาเกือบปี
เป็นแค่เกมส์สนุกๆที่เอาเขาไปแลกกับเดิมพันระหว่างคนสองคนงั้นหรือ

“ไม่...ไม่จริง” ใบหน้าหวานส่ายไปมาอย่างไม่ยอมรับ
ตาคู่โตรื้นฉ่ำไปด้วยน้ำตาที่คลออกมาอีกระรอก “พี่พูดอะไรออกมา...รู้ตัวบ้างไหม”

“รู้สิ...รู้มาตลอด มีแต่นายเท่านั้นแหละ...ที่ไม่เคยรู้” เจ็บไหมล่ะ...คยูฮยอน
หยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะอาบแก้มนวลบอกความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี
ร่างเล็กบางสั่นสะท้านกับความเจ็บปวดที่โหมกระหน่ำรุนแรง
เขาอาจจะโลเล...เขาอาจจะหลายใจ แต่ความผิดเขามากมายขนาดนั้นเชียวหรือ
มากพอที่จะต้องมารับความโหดร้ายแบบนี้เลยหรือ

ซีวอนยกมุมปากจนใบหน้าหล่อเหลาดูร้ายกาจเย็นชาเหลือเกินในสายตาคนมอง
เสียงนุ่มลื่นหูแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงทุ้มกระด้างบาดใจคนฟังยิ่งนัก

“นายผิดเองนะคยู ถ้านายไม่น่ารักไม่น่าต้องการขนาดนี้
นาย...ก็คงไม่ต้องมาอยู่ในเกมส์นี้” ลิ้นร้อนกวาดเลียลำคอขาวผ่องอย่างหลงใหล
จนร่างเล็กสะดุ้งเฮือกขึ้นทั้งตัว
ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแรงดิ้นรนเพื่อหนีเอาตัวรอดอีกครั้ง

“ปล่อย...ปล่อยผมนะ” คยูฮยอนกัดฟันทั้งเตะทั้งถีบออกไปสุดแรง
แต่ก็ทำได้ยากนักเพราะถูกกดทับไว้ทั้งตัวจนขยับได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น

“จะดิ้นไปทำไม...ดิ้นไปก็ไม่รอดหรอก” แล้วซีวอนก็ตัดหนทางรอดทั้งหมดลง
โดยจับรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว

“อยะ...อย่านะ!!”

คยูฮยอนกรีดร้องลั่นเมื่อใบหน้าคมโน้มต่ำลงมาบนแผ่นอกบางของตัวเอง
ปลายลิ้นสากที่ลากไล้แตะต้อง ขบเม้มกดย้ำจนขึ้นรอยแดงห้อเลือด
สร้างความรู้สึกหวาดหวั่นให้จนแทบจะทนไม่ได้ หยดน้ำใสไหลพรากนองใบหน้า
ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาที่ว่างอยู่กระชากเสื้อเขาออกจนได้ยินเสียงขาดดังแคว่ก
พร้อมกับความเย็นที่แล่นเข้ามาปะทะผิวรุนแรงจนร่างเล็กสั่นราวกับจับไข้

“อย่าทำผมเลย พี่ซีวอน...ผมกลัว”

น้ำเสียงเครือสั่นน่าสงสารกระแทกเข้าที่ใจของประธานหนุ่มอย่างแรง
เพียงแต่มันไม่ได้กระตุ้นให้ซีวอนปล่อยมือออก
แต่กลับกระตุ้นให้ความกระหายอยากในร่างเล็กๆนี่เพิ่มมากขึ้น
ซีวอนยิ้มบางก่อนจะเลื่อนมือลงไปหากางเกงผ้าเนื้อดีที่คนตัวเล็กสวมใส่อยู่

“มันไม่น่ากลัวหรอกคยู...ถ้านายชินแล้วมันก็ไม่น่ากลัวเลยสักนิด”
กางเกงเนื้อบางถูกฉีกกระชากให้หลุดออกจากตัวอย่างไม่ใยดี
ตามด้วยกางเกงชั้นในสีขาวสะอาดตา ตอนนี้ร่างเล็กบางเปล่าเปลือย
ผิวขาวจัดแทบจะกลืนหายไปกับความขาวของที่นอน แต่ก็กระจ่างตา
สวยงามจนตาพร่าไปหมด ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างถูกใจ


พวกเขาเลือกกันไม่ผิดจริงๆ...



ร่างสูงหนาโถมทับลงไปบนร่างเล็กที่พยายามดิ้นรนหลีกหนีสุดชีวิต
เสียงหวานกรีดร้องลั่นยามที่เขารุกเร้าอย่างหนัก มือใหญ่ลูบโลมฟอนเฟ้นไปทั่วร่างงาม
เรือนร่างบอบบางดูบริสุทธิ์ผุดผ่องจนเขาอยากจะทำลายให้ยับ ให้แปดเปื้อนจนไม่เหลือ
ริมฝีปากหยักได้รูปลากไปทั่วร่างเล็กที่นอนสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร
กดย้ำรอยไปจนทั่วแทบทุกตารางนิ้ว เสียงหอบสะอื้นยิ่งปลุกอารมณ์ดิบให้ลุกโชน
มือแกร่งจับยกขาเรียวให้แยกห่าง ก่อนจะแทรกกายเข้าไปรุนแรง
โดยไม่มีการเตรียมพร้อมให้อีกฝ่ายก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว

“อ๊าาาาาาาา ~~~~” เสียงกรีดร้องดังยาวแว่วเข้ามาในหู
พร้อมกับร่างตนเองที่ผ่านเข้าไปได้เพียงน้อยนิดเพราะความฝืดเคืองที่ยังมีอยู่มาก
แต่ซีวอนก็เลือกที่จะเสือกกายเข้าไปต่อโดยไม่หยุด
เรียกเสียงร้องดังยาวอย่างน่าเวทนา
นิ้วเรียวเล็กจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มจนแสบไปหมด
ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความเจ็บปวดรวดร้าวที่ได้รับ
เสียงสะอื้นยังดังมาไม่ขาดสาย แต่ซีวอนก็ไม่คิดจะหยุดตัวเอง
ร่างสูงส่งแรงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแทรกเข้าไปได้หมดทั้งตัว

“อ๊าาาาาา ม่ายยยยย~~~”

คยูฮยอนรู้สึกเหมือนกับถูกจับฉีกแขนขากระชากให้ขาดออกจากกันไปคนละทิศละทาง
เจ็บปวดจนแทบจะขาดสติให้ได้เดี๋ยวนั้น
แต่แรงส่งที่อัดเข้ามาในร่างอย่างต่อเนื่องกระตุ้นให้รับรู้ทุกความเจ็บ
หยั่งลึกไปถึงหัวใจที่บีบรัดแน่นจนหายใจแทบจะไม่ออก
ร่างบางโยกคลอนไปแล้วแต่จะถูกชักพา
ดวงตาคู่หวานแดงช้ำ น้ำตายังรินไหลไม่ขาดสาย



เจ็บเหลือเกิน...






“ทำอะไรน่ะ...ซีวอน!!”



ก่อนที่สติอันเลือนรางจะดับลง
คยูฮยอนแว่วได้ยินเสียงทุ้มต่ำคุ้นใจดังขึ้นจากทางหน้าประตู
ใบหน้าหวานเบือนไปตามน้ำเสียงนั้น
พอๆกับการกระทำของร่างสูงหนาที่ทาบทับอยู่หยุดชะงักลง


...พี่ฮันกยอง...



ชื่อคนที่ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตูแว่บเข้ามาในหัวสมอง
คยูฮยอนจึงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ผลักร่างสูงที่ทาบทับตัวเองออกด้วยแรงทั้งหมด
ก่อนจะตะเกียกตะกายลงจากเตียงทั้งๆที่ทุกการขยับตัวแทบจะฉีกร่างเขาออกเป็นชิ้นๆ
น้ำสีแดงข้นเหนียวหนืดไหลลงตามต้นขาตอกย้ำให้ยิ่งดิ้นรนหนีไปให้ได้
มือบางไขว่คว้าไปข้างหน้าร้องเรียกเสียงสั่น

“พี่...พี่ฮันกยอง”

ร่างสูงโปร่งขยับตัวเข้ามาโอบรั้งร่างที่บอบช้ำไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเสียหลักตกเตียง
คยูฮยอนยึดชายเสื้อของคนที่โอบกอดตัวเองไว้แน่น ใบหน้านองน้ำตาซุกอกแกร่งสะอื้น

“ช่วย...ช่วยผมด้วย”

ฮันกยองตวัดตามองร่าสูงที่ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างโกรธจัด
ดวงตาเรียวคมลุกวาบราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน

“นายทำแบบนี้ได้ยังไง!!” อ้อมแขนแข็งแรงที่โอบล้อมรอบร่างทำให้คยูฮยอนคลายใจ
รู้สึกปลอดภัยเหลือเกินที่ได้อยู่ในวงแขนนี้
ถ้าพี่ฮันกยองอยู่...เขาก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว



“ก็นายมาช้าเอง”




ซีวอนยักไหล่ไม่แยแส คำพูดแปลกๆนั้นทำเอาคยูฮยอนขมวดคิ้วมุ่น
นี่มันอะไรกัน พี่ซีวอนกับพี่ฮันกยองกำลังพูดเรื่องอะไร?

“ไอ้เพื่อนทรยศ” ฮันกยองพูดอย่างไม่สบอารมณ์

“เอาน่า...ฉันก็ยังไม่ถึงไหนเลย นายก็เข้ามาก่อน ขัดจังหวะชะมัด”

คราวนี้คยูฮยอนถึงกับผลักร่างสูงที่โอบกอดตัวเองไว้ออกแรง
จนร่างเล็กล้มลงบนเตียงกว้างนั้นอีกครั้ง
นัยน์ตาสีดำคลอน้ำตามองหน้าบุคคลที่รักทั้งสองคนไปมาอย่างไม่เชื่อสายตา
ถ้อยคำโต้ตอบที่ได้ยินนั้นทำให้เดาได้ไม่ยากเลย
ว่าบุคคลที่ซีวอนพูดพาดพิงถึงตลอดนั้น...คือใคร!


//นายก็แค่เป็นตัวที่ฉันเลือกไว้ในเกมส์ เพื่อเดิมพันสนุกๆที่ “พวกฉัน” ตั้งกฎขึ้นไงล่ะ//



พวกฉัน...ที่พี่ซีวอนหมายถึง คือพี่ฮันกยองนั่นเอง!!



“ทำไมพวกพี่ทำกับผมแบบนี้” ร่างบางถอยร่นไปถึงหัวเตียง
มือเรียวเกาะยึดขอบหัวเตียงไว้เป็นที่พึ่ง
ใบหน้าขาวเนียนฉ่ำน้ำตาส่ายไปมาอย่างไม่เข้าใจ
ดวงตาโตแดงช้ำ ริมฝีปากอิ่มแดงจัดกรังไปด้วยเลือดจากการถูกขบกัด
ร่างขาวเนียนที่ถูกแต่งแต้มด้วยรอยแดงช้ำแทบจะทั้งตัวสั่นระริกเหมือนสัตว์บาดเจ็บ
เรียวขาขาวที่เจ้าตัวยกขึ้นกอดไว้เปรอะเปื้อนรอยเลือดเป็นทางชัดเจน


ดูน่าสงสาร...แต่ก็น่าทำลายเสียให้แหลกยับเหลือเกิน



ฮันกยองหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมที่เคยอบอุ่นอ่อนโยนอยู่เสมอ
เปลี่ยนไปเป็นดวงตาที่พราวระยับแฝงไปด้วยเล่ห์ร้ายจนคยูฮยอนใจหายวาบ

“ยังไม่ได้เล่าให้ฟังอีกหรือ”

คำตอบคือการยักไหล่อีกครั้งของร่างสูงหนาที่ยกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอย่างสบายใจ
ฮันกยองส่ายหน้าพลางยิ้มให้คยูฮยอนอย่างอ่อนโยนแบบที่เคยทำ
แต่ตอนนี้กลับแค่มองผาดๆก็รู้ว่ามันปั้นแต่งขึ้นมาโดยไม่มีเนื้อแท้อยู่สักนิด



“มานี่สิ...พี่จะเล่าให้ฟัง”




โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงโปร่งก็เอื้อมมือมาคว้าข้อเท้าเล็ก
กระชากแรงจนร่างบางรูดลงมากองบนเตียงอีกครั้ง คยูฮยอนหวีดร้องสุดเสียง
ขาเรียวเตะถีบหนีเพื่อจะเอาตัวรอด แต่ก็ถูกคว้ารวบเอาไว้ทั้งสองข้างจนได้
พร้อมกับร่างสูงเพรียวที่เคลื่อนเข้ามาคร่อมร่างของเขาไว้ทั้งตัว

“อย่านะ...พี่...พี่จะทำอะไรน่ะ” คยูฮยอนเบี่ยงหน้าหนีใบหน้าหล่อคม
ที่ซุกไซ้ลงมาสูดดมกลิ่นหอมจากลำคอขาว มือเล็กผลักยันอกอีกฝ่ายไว้เต็มแรง

“อืม...น่ากินจริงๆด้วย” เสียงแหบต่ำฟังดูรื่นรมย์ ซีวอนเหล่ตามองพลางยิ้มนิดๆ
น้ำเสียงแบบนี้คนเป็นเพื่อนกันมากว่า 10 ปีรู้ได้ไม่ยากเลยว่า
ฮันกยองกำลังพอใจแค่ไหน

“ฟังให้ดีนะคยูฮยอน” ลมร้อนๆถูกเป่าใส่ใบหูเล็กก่อนจะถูกขบเม้มอย่างหมั่นเขี้ยว
คยูฮยอนถึงกับสะดุ้งเฮือกเพราะฟันคมๆนั้น “เหตุผลที่พวกพี่ทำกับนายแบบนี้น่ะ”

“ทะ...ทำไม”



“เพราะนาย...เลือกเราทั้งสองคนยังไงล่ะ”




คยูฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธกับคำตอบที่ได้ยิน แค่เขา “เลือก” ที่จะ “รัก” ทั้งสองคนเท่านั้น
ผลการตอบแทนการกระทำของเขาต้องทารุณถึงขนาดนี้เชียวหรือ
ต้องทรมานเขาให้ตายทั้งเป็นขนาดนี้เลยหรือไร

“งั้นพี่ก็ปล่อยผมไปสิ...ปล่อยผมไปเถอะ”
วิงวอนร้องขอทั้งๆที่รู้ว่าทางรอดริบหรี่เหลือเกิน ฮันกยองหันไปสบตากับซีวอน
ที่ตอนนี้ทิ้งตัวลงนั่งอีกฟากหนึ่งของเตียงแล้วส่ายหน้าช้าๆ

“ไม่ได้หรอกคยู...เพระนายคือ “หมากสำคัญ” ในเกมส์ของพวกเรา”

“พี่...พี่หมายความว่า”



“ก็พวกเรากำหนดเกมส์ โดยมีนายเป็น “หมาก” ตัวสำคัญ
เพื่อเดิมพันของพวกเราไงล่ะ”




ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มละมุน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นคนๆเดียวกัน
กับคนที่พูดจาทำร้ายจิตใจของเขาลงอย่างเลือดเย็นได้

ฮันกยองมองใบหน้าสวยที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาที่ยังไหลลงมาไม่ขาดอย่างพอใจ
ซีวอนเลือกคนไม่ผิดจริงๆ สมแล้วที่โทรด่วนตามเขาให้กลับมาจากการไปเที่ยว
เพื่อมาเล่นเกมส์ๆนี้โดยเฉพาะ เขายังจำถ้อยคำชักชวนนั้นได้เป็นอย่างดี



.
.
.



“เฮ้ย...ฮัน ฉันว่าฉันหาเรื่องทำแก้เบื่อได้แล้วว่ะ”
เสียงทุ้มนุ่มหัวเราะถูกใจผ่านทางสายโทรศัพท์
เรียกความสนใจชายหนุ่มชาวจีนที่กำลังนั่งจิบกาแฟในร้านอาหารได้มากทีเดียว
เสียงอื้ออึงและเสียงทักทายลูกค้าที่แว่วมาให้ได้ยินทำให้เดาได้ไม่ยากนัก
ว่าอีกฝ่ายก็คงอยู่ในร้านอาหารไม่ต่างกันกับเขา เพียงแต่อาจจะอยู่คนละซีกโลกเท่านั้น

“อะไรล่ะ” ฮันกยองยังคงละเลียดจิบกาแฟอย่างสบายใจ
ตาคมจับจ้องไปยังสาวสวยผมทองสองคนที่เดินมาทิ้งสายตาเชิญชวนให้อย่างเปิดเผย
จนน่ากลัวว่าเขาอาจจะมีอะไรทำฆ่าเวลาในช่วงเช้าๆแบบนี้ก็ได้
และคงเป็นกิจกรรมที่เร้าใจน่าดูเลยทีเดียว

“ก็ฉันจะชวนนายเล่นเกมส์ที่เราเคยเล่นกันเมื่อเดือนก่อน” ซีวอนเบาเสียงลงนิดหนึ่ง
“ตอนนี้ฉันเจอรายใหม่เข้าแล้ว น่ากินชะมัด”

“ไม่เอาล่ะ...ฉันเบื่อแล้ว” ปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย
เกมส์ที่ซีวอนว่าเขากับซีวอนเล่นกันมานับครั้งไม่ถ้วน ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอด
มีเดิมพันตั้งแต่ดินเนอร์หนึ่งมื้อจนถึงรถปอร์ชนำเข้าราคาสูงลิบ


เกมส์ที่ว่าก็คือการเดิมพันจีบ “หมาก” ตัวหนึ่งที่พวกเขาถูกใจ
ว่าท้ายที่สุด “หมาก” ตัวนั้นของพวกเขา สุดท้ายจะ “เลือก” ใคร



“เฮ้ย...อย่าพึ่งปฏิเสธสิ เดี๋ยวฉันส่งรูปไปให้นายดู แล้วจะเปลี่ยนใจ”
ยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ปลายสายก็ตัดฉับลง และในอีกไม่ถึง 3 นาที
โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดก็สั่นขึ้นพร้อมกับโชว์ว่ามีข้อความภาพเข้ามา

ฮันกยองถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย นี่อุตส่าห์หนีมาเที่ยวซะไกล
ไอ้เพื่อนชั่วของเขาก็ยังไม่ปล่อยให้เขามีความสุขง่ายๆอีก
นิ้วเรียวกดรับภาพก่อนจะมองดูอย่างไม่ใส่ใจนัก
หากแต่ภาพที่โชว์ขึ้นมากลับทำให้เขาแทบจะลืมหายใจ

ใบหน้าหวานขาวจัดที่รองรับดวงตากลมโตคล้ายแมว จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มตึงสีแดง
หยุดสายตาชายหนุ่มชาวจีนได้อย่างชะงักงัน
แก้มสีออกชมพูเพราะมีเลือดฝาดหล่อเลี้ยง
ทำให้อยากจะโน้มจมูกเข้าไปฝังสูดดมความหอมกรุ่นนั้น
รูปร่างแบบบางในชุดพนักงานเสิร์ฟดูน่าทะนุถนอมปกป้อง
รอยยิ้มที่แต่งแต้มส่งผลให้ใบหน้าหวานยิ่งจับตาจับใจ
ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาจนยากจะถอนสายตา

ข้อความตอนท้ายที่แนบมากับรูปนั้นทำให้ฮันกยองตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นั่งในที่สุด


//เปลี่ยนใจแล้วล่ะสิ รีบกลับมาก่อนที่ฉันจะทำคะแนนนำไปมากกว่านี้ก็แล้วกัน//




ถูกใจขนาดนี้...จะปล่อยง่ายๆก็ไม่ใช่ฮันกยองแล้ว



และหลังจากที่เขากลับมา ซีวอนก็พาเขาขับรถไปดูหน้า “หมาก” ตัวสำคัญ
ที่พวกเขาตกลงใช้เล่นในเกมส์พนันครั้งนี้ด้วยกัน
ยิ่งเห็นหน้า...ฮันกยองก็ยิ่งอยากจะเอาชนะ และมันก็มากพอ
จะทำให้ฮันกยองยอมลดตัวลงไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านเดียวกับคยูฮยอน
เขาไม่อยากให้ซีวอนที่ล่วงหน้าไปก่อน 1 อาทิตย์ได้เปรียบ
เกมส์นี้...เขาอยากจะเอาชนะให้ได้


ต้องทำยังไงล่ะ เป็นสุภาพบุรุษแสนดี ที่ต้องทนเห็นคนที่ตัวเองรักไปกับคนอื่น
เพราะเขามาช้าไป ขอแค่รัก...ที่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง ขอเป็น “ตัวเลือก” เท่านั้น


เหอะ...น้ำเน่าสิ้นดี


สำหรับซีวอนก็คงไม่ต่างกัน ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษผู้เสียสละ
ยอมเห็นคนรักตัวเองไปรักคนอื่น เพราะไม่อาจตัดใจ
จึงยอมรับได้แม้ได้ใจมาเพียง “ครึ่งดวง”


ไร้สาระที่สุด...


ถ้อยคำจอมปลอมปั้นแต่ง ใบหน้าฉาบความอ่อนโยน ทุกถ้อยคำกระซิบรัก
ทุกๆการกระทำที่แสดงออก หวัง...เพียงอย่างเดียวเท่านั้น






สุดท้าย...จะต้องเป็นคนที่ถูก “เลือก” ให้ได้เท่านั้น...



.
.
.



ทุกถ้อยคำช่างเหมือนกับมีดปลายแหลมคมกริบ
ที่ปักลงบนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายที่ยังเต้นอยู่ ปักแล้วลากกรีดช้าๆให้หัวใจขาดวิ่น
ให้เลือดหลั่งชโลมจนท่วม ให้จ่อมจมอยู่กับความเจ็บปวดรวดร้าวที่หาทางออกไม่เจอ
คยูฮยอนอยากจะกรีดร้องฉีกทึ้งทั้งตัวเองและผู้ชายที่แสนรักทั้งสองคนให้พังยับ
หากมากที่สุดกลับทำได้แค่ขบริมฝีปากจนเลือดไหลรินลงมาอีกครั้งเท่านั้น
ไหลรินเป็นสาย...เหมือนกับน้ำตาที่ไม่เคยหยุดไหล
มือบางเกร็งจิกลงบนเนื้อฝ่ามือจนเจ็บชา
แต่ก็ยังไม่เทียบเท่าเศษเสี้ยวความเจ็บของหัวใจ

“เดิมพัน...พวกพี่เดิมพันผมด้วยอะไร?” ฮันกยองยังคงยิ้มน้อยๆ
ปลายนิ้วแกร่งแตะเช็ดหยดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา
ดูปราณี...ตรงข้ามกับถ้อยคำกำลังที่เอ่ยออกมา



“คราวนี้เป็น...ไวน์รสเลิศจากฝรั่งเศส”



“อืม...หลายแสนวอนอยู่นะ” ซีวอนสำทับ
พลางโน้มหน้าลงมาใกล้ใบหน้าหวานที่ตื่นตะลึงกับค่าตัวของตนเอง
ก่อนจะกระซิบที่ข้างใบหูเล็กๆนั้นเบาๆ “เดิมพันสูงขนาดนี้...ดีใจไหมคยู”

“ไม่นะ!!!” หมดความอดทน ความเจ็บปวดตอกลึกจนเกินจะทนไหว
คยูฮยอนดิ้นรนหนีจากร่างโปร่งที่คร่อมทับสุดแรง
ทั้งมือทั้งขายกเตะถีบพัลวันหวังจะให้รอดไปให้ได้

“ปล่อยผม...ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!!”

เรี่ยวแรงที่มาจากไหนไม่รู้ทำเอาฮันกยองแทบจะจับร่างเล็กบางไว้ไม่อยู่
เดือดร้อนให้ซีวอนต้องเข้ามาช่วยล็อคแขนเล็กๆกดเอาไว้
ส่วนฮันกยองก็จับขาที่ทั้งเตะทั้งถีบกดแนบไว้กับที่นอนแน่น

“จะดิ้นไปทำไมเล่า” ซีวอนจิ๊ปากขัดใจทั้งๆที่ยังคาบบุหรี่ไว้

“ปล่อย...ปล่อยผมนะ!!”

“เลิกดิ้นเถอะคยู...จะได้ไม่เจ็บตัว”
ภาพคนที่เคยรักทั้งสองคนช่วยรุมกันจับแขนขาเขาไว้ทำเอาคยูฮยอนแทบบ้า
ความหวาดกลัวโถมซัดเข้ามาจนตั้งสติไว้ไม่อยู่

“ปล่อยฉันนะไอ้พวกเลว!!”
ไม่เคยมีถ้อยคำหยาบคายแบบนี้ออกจากปากคยูฮยอนสักครั้ง
เล่นเอาคนที่ได้ยินทั้งคู่ถึงกับนิ่วหน้าขัดใจ

“พูดไม่เพราะเลย...คยูฮยอน” ซีวอนส่ายหน้าทำนองว่าไม่เอาๆ

“พวกแกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!!”

“พวกเราแค่อยากทำให้นายมีความสุข” ฮันกยองยังคงยิ้มบางๆไม่สะทกสะท้าน

“ไอ้พวกโรคจิต วิปริต ทำลายชีวิตคนอื่นสนุกนักหรือไง!!”

ฮันกยองเงยหน้าขึ้นสบตากับซีวอนก่อนทั้งสองคนจะบอกเรียบๆพร้อมกัน



“นายเลือกเอง...นายเลือกพวกฉันทั้งคู่เอง”



“ยอมรับสิ่งที่นายเลือกเถอะคยู...แล้วนายจะมีความสุขเอง”
รอยยิ้มบนริมฝีปากหยักงามแย้มนิดๆส่งผลให้ใบหน้าคมคาย
ของคนที่อยู่เหนือหัวเขาละมุนลง ดูคล้ายๆรอยยิ้มของเทวดา
แต่หากมือหนาที่ค่อยๆดึงเน็คไทน์เส้นยาวออกจากคอเสื้อตัวเองแล้วมาชูให้เขาดูนั้น
มันไม่ต่างอะไรกับการกระทำของปีศาจร้ายชัดๆ

“นายดื้อเองนะคยู...เด็กดื้อก็ต้องถูกทำให้เชื่องแบบนี้แหละ”
ซีวอนจับข้อมือบางทั้งสองข้างมัดแน่นกับเน็คไทน์ของตัวเอง
ก่อนจะใช้ปลายที่เหลือผูกยึดติดกับหัวเตียงแบบเงื่อนตาย
แล้วถอยออกมามองดูผลงานของตัวเองอย่างชื่นชม

“ปล่อย...ปล่อยนะไอ้!!” คยูฮยอนตะโกนสุดเสียงเท่าที่แรงจะอำนวย
แต่หากยังไม่ทันจบประโยคริมฝีปากบางก็ถูกประทับปิดลง
ด้วยริมฝีปากร้อนของใครอีกคน ฮันกยองทาบริมฝีปากปิดเสียงด่าทอให้กลืนกลับลงไป
โพรงปากอุ่นนุ่มทำให้ไม่อาจตัดใจถอยห่างออกไปได้ง่ายๆ
ลิ้นร้อนจึงส่งออกไปกวาดกลืนจนทั่ว ยื้อยุดลิ้นเล็กที่กระถดหนีอย่างหวาดหวั่น
ขบเม้มปากอิ่มให้ยิ่งช้ำ จนสาสมใจจึงผละออกมา
พร้อมกับแทนที่ลงไปด้วยผ้าขนหนูสีขาวสะอาด
แล้วมัดทับอีกชั้นด้วยเน็คไทน์ของตัวเอง

“อา...ดูสวยจริงๆด้วย” ร่างเล็กที่พยายามตะเกียกตะกายหนีไปจนสุดหัวเตียง
ทำให้ซีวอนและฮันกยองอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้
ร่างแบบบางสั่นสะท้านเหมือนลูกนกตกน้ำ ดวงตากลมตื่นกลัวแทบจะตลอดเวลา
คงอยากจะเปล่งเสียงร้องออกมาแต่ก็ทำไม่ได้
พอๆกับการตะกายหนีที่ไร้ผลเพราะข้อมือถูกมัดติดหัวเตียงไว้

“นายเริ่มไปถึงไหนแล้ว” ฮันกยองขยับตัวเข้าไปจนใกล้ร่างเล็กที่คู้ตัวนั่งสั่นติดหัวเตียง
ก่อนจะกระชากแรงจนร่างเล็กบางไถลพรืดหงายลงบนเตียงอีกครั้ง

“อื้ออออออ~~~~~~”

“ก็แค่เท่าที่เห็น” ซีวอนขยับเข้าไปเอนพิงหลังกับหัวเตียงข้างๆร่างน้อยที่ถูกคร่อมทับ
ขาพาดยาวไปตามแนวของเตียงนอน ในปากยังคาบบุหรี่ที่เหลืออยู่ครึ่งมวนไว้

“งั้น...ฉันต่อเลยแล้วกัน” คยูฮยอนสั่นหน้าแรงกับสิ่งที่ได้ยิน
ตาโตเบิกกว้างเมื่อสะโพกมนถูกช้อนยกขึ้นเพื่อให้ร่างสูงโปร่งแทรกตัวเข้ามา
เรียวขาทั้งสองข้างถูกจับยกพาดไปบนหัวไหล่กว้าง
เปิดเผยช่องทางที่ยังเกรอะกรังไปด้วยเลือดให้ได้เห็นเต็มตา

“ไอ้พวกชอบความรุนแรง”

ฮันกยองเปรยพอให้ไอ้คนที่นั่งทอดยาวสูบบุหรี่อย่างสบายใจได้ยินชัด
ปลายนิ้วเรียวก็ไล้ช้าไปไปตามช่องทางที่ชอกช้ำช้าๆเหมือนจะปลอบประโลม

“ไม่เป็นไรนะครับ...เจ็บนิดเดียวนะ” คำว่าเจ็บนิดเดียว ช่างตรงข้ามกับการกระทำยิ่งนัก
เมื่อนิ้วเรียวแกร่งกดพรวดเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มรุนแรงจนคยูฮยอนกรีดร้องสุดเสียง

“อื้ออออออออ~~” น้ำตาไหลพรากจากดวงตาที่เบิ่งค้าง
เสียงกรีดร้องที่ไม่สามารถผ่านจากลำคอออกมายิ่งเพิ่มความทรมานให้อย่างสาหัส
หากนิ้วเรียวยาวยังคงกดย้ำๆลงไปที่เดิมจนแสบร้อนไปหมด
ความฝืดเคืองทำให้แผลที่มีอยู่ก่อนแล้วฉีกขาดซ้ำจนเลือดไหลออกมาอีกครั้ง

“ไอ้โรคจิต” คราวนี้เป็นซีวอนที่ปรายตามองอยู่พูดขึ้นบ้าง ว่าแต่เขาชอบใช้ความรุนแรง
แล้วไอ้ท่าทางมองเลือดที่ไหลทะลักออกมาจนเปื้อนมือตัวเองอย่างหลงใหลนั่น
มันดีกว่าเขาตรงไหนกันกันวะ ดูจะน่ากลัวมากกว่าเขาไม่รู้ตั้งกี่เท่าด้วยซ้ำ

“ฉันแค่ไม่อยากให้คยูเจ็บ” เออ...แล้วที่ทำอยู่น่ะ คยูฮยอนคงจะไม่เจ็บเลยสินะ

“อดทนนิดเดียวนะ..คยูฮยอน” นิ้วเรียวถอนพรวดออกมาได้
ฮันกยองก็แทนที่ด้วยร่างตัวเองเข้าไปทันที
แต่ช่องทางคับแคบที่เกร็งตัวรับทำให้ไม่อาจจะผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายๆ
ร่างบางดิ้นพราดอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงกรีดร้องจากลำคอดังยาวกว่าทุกครั้ง

“อื้อออออออออออ!!!!”

“อยู่นิ่งๆสิคยู” ยิ่งกระถดกายหนี ฮันกยองก็ยิ่งโถมเข้าหา
ช่องทางคับแน่นทำให้ต้องดึงดันฝืนเข้าไปอย่างยากเย็น
ขาเรียวถูกกดลงจนแนบแผ่นอกบาง เพื่อเปิดให้เห็นช่องทางเล็กแคบมากขึ้น
และง่ายต่อการแทรกตัวเข้าไปมากขึ้น

“อื้อออออออออออออ~~~”

แรงโถมอัดอย่างต่อเนื่องเรียกเสียงสะอื้นให้ดังเป็นระรอกๆอย่างไม่ยากเย็น
จนในที่สุดฮันกยองก็สามารถผ่านเข้าไปได้จนสุด
ร่างสูงกดสอดย้ำหนักหน่วงจนร่างเล็กๆโยกคลอนไปตามแรงส่งที่ได้รับ
กลิ่นคาวเลือดอวลคลุ้ง ความหนืดเหนอะไหลเปื้อนเป็นทางยาวเต็มต้นขาขาว
ความเจ็บกรีดกระหน่ำแรงจนสติแทบจะดับสูญ
แต่...แรงกระทั้นกายต่อเนื่องก็เรียกสติเขาให้กลับมาที่เดิมทุกครั้ง



หากมีพรที่คยูฮยอนจะสามารถขอได้ในตอนนี้แล้วล่ะก็

คยูฮยอนจะขอความตาย...

คยูฮยอนอยากจะตายไปให้พ้นๆจากความทรมานราวกับตกนรกนี่เสียที




“อา...ฉันทนไม่ไหวแล้วล่ะคยู”
เสียงทุ้มดังจากทางหัวของเขาเรียกให้คยูฮยอนปรือตาขึ้นมอง
ก่อนร่างสูงจะก้าวมานั่งทับหน้าอกเขาไว้ พร้อมทั้งผ้าปิดปากที่ถูกปลดออกอย่างง่ายดาย

“ช่วยฉันหน่อยสิ”

ร่างแกร่งที่จ่ออยู่ตรงหน้าทำให้คยูฮยอนแทบจะอาเจียนออกมาด้วยความรังเกียจ
อยากจะตะโกนด่าให้สาแก่ใจแต่ความเจ็บที่รุมเร้าก็ทำให้ไม่อาจขัดขืนได้มากนัก
แต่กระนั้นปากอิ่มแดงช้ำก็เม้มแน่นไม่ยอมทำตามง่ายๆ

“ดื้อจังเลยนะเรา” เสียงทุ้มหัวเราะอย่างอารมณ์ดีพลางยกบุหรี่ขึ้นสูบ

“ชอบให้บังคับก็ไม่บอก” ควันบุหรี่ถูกพ่นเต็มหน้าจนสำลัก คยูฮยอนไอโคลกจนตัวโยน
เขาแพ้ควันบุหรี่อย่างรุนแรงซึ่งซีวอนก็รู้ดี ดังนั้นพอเขาไอแรง
มือหนาเอื้อมมาก็บีบแก้มเขาไว้แน่นก่อนจะส่งร่างตัวเองเข้าไปในกลีบปากอิ่มทันที

“อื้อออออ~~~” คยูฮยอนส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอม
หากแต่ซีวอนก็ไม่ยอมให้เขาขัดขืนได้ง่ายๆ
มือหนายังบีบแก้มเขาเอาไว้จนกระดูกกรามแทบร้าว
ในขณะที่ยังส่งร่างเข้าไปในโพรงปากนุ่มอย่างต่อเนื่อง คยูฮยอนน้ำตาไหลพราก
ในลำคอแสบร้าวไปหมดเพราะสำลักควันบุหรี่และอาการคลื่นไส้ที่ตีขึ้นมาเรื่อยๆ
เสียงครางครึมพึงใจของชายหนุ่มทั่งสองคนดังระงมในห้องนอนหรู
มีเพียงคยูฮยอนเท่านั้นที่รู้สึกราวกับตกนรกทั้งเป็น

จวบจนแรงกระแทกย้ำจากทางด้านหลังถี่ขึ้นและหนักหน่วงในจังหวะสุดท้าย
พร้อมทั้งหยาดอารมณ์ที่ถูกปลดปล่อยในช่องทางคับแคบจนเต็มปรี่
การกระทำทุกอย่างถึงได้หยุดลง เมื่อฮันกยองถอนกายออกไปซีวอนก็ทำเช่นเดียวกัน
ร่างกายที่ช้ำชอกไปหมดทุกสัดส่วนสั่นระริก หวังในใจว่าทุกอย่างคงจะจบลงเสียที



หากคยูฮยอน...คิดผิดไปถนัด



“ตาฉันต่อบ้างล่ะนะคยู” ร่างเล็กถูกยกขึ้นพลิกคว่ำในท่าคลานสี่ขา
ก่อนที่เส้นทางบอบช้ำจะถูกกระชากให้รับร่างสูงหนาเข้าไปโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
คยูฮยอนกรีดร้องสุดเสียง ความเจ็บแล่นร้าวจากไขสันหลังจนไปถึงสมอง
แรงกระแทกที่สอดใส่เข้ามาอย่างไม่ปราณีทำให้ร่างบางถึงกับทรุดฮวบลง
มีเพียงสะโพกมนเท่านั้นที่ถูกดึงรั้งไว้ให้รองรับทุกการกระทำที่แสนโหดร้ายนั้น



เมื่อไหร่จะสิ้นสุด เมื่อไหร่จะจบลงเสียที...



เวลาแต่ละนาทีช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่โตเหม่อมองเพดานอย่างเลื่อนลอย
ช่องทางอ่อนบางถูกบังคับให้ต้องทนรับร่างของชายหนุ่มทั้งสองคนครั้งแล้วครั้งเล่า
หยาดอารมณ์ขุ่นข้นถูกปลดปล่อยจนล้นปรี่ออกมาเลอะต้นขาขาวเนียน
มากพอๆกับเลือดสดๆสีแดงฉานที่ไหลอย่างต่อเนื่อง
เรือนร่างถูกแต้มรอยมลทินจนแทบจะไม่เห็นพื้นที่ผิวจริงของตัวเอง
ข้อมือบางที่ตอนนี้ถูกแก้ออกเป็นรอยเน็คไทน์บาดจนถลอกได้เลือด
ริมฝีปากแดงสดบวมช้ำเพราะแรงขบเม้มและรอยแตก
ช่างขัดกับใบหน้างามที่ซีดเซียวขาวเผือดแทบไร้สีเลือด

คยูฮยอนสลบไปเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้เพียงลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังแว่วมาจากภายนอกห้อง พอๆกับเสียงเปิดไวน์
คงจะเป็นไวน์จากฝรั่งเศสที่ฮันกยองเคยบอกเขาไว้
ไวน์...ที่เป็นสิ่งเดิมพันสำหรับ “ตัว” และ “หัวใจ” ของเขา


ค่าของเขา...มีเพียงเท่านั้นเอง...


ถ้อยคำสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกปล่อยทิ้งไว้กับความมืดมิดเพียงลำพัง
ยังคงดังก้องไปมาในหัวสมอง เหมือนกับจะตอกจารึกเข้ากลางหัวใจที่ถูกทำร้ายสาหัส
เหมือนกับจะย้ำเตือนไว้...ใม่ให้ลบเลือน





“Happy Valentine’s day นะคยู...นี่คือของขวัญที่นายเลือกยังไงล่ะ”





นี่คือสิ่งที่เขาเลือกงั้นหรือ...




คยูฮยอนพยุงตัวขึ้นมาอย่างทุลักทุเล หยาดน้ำใสยังเปื้อนเต็มใบหน้างาม
แต่เขาไม่คิดจะปาดเช็ดมันออกอีกแล้ว ตาคู่โตกวาดมองไปรอบห้อง
เพื่อหาเศษเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายไปอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง
พยายามเต็มที่เพื่อที่จะลากสังขารตัวเองให้พ้นจากเตียงนอนเบาที่สุด
คยูฮยอนจะให้คนทั้งสองคนที่อยู่ข้างนอกรู้ตัวไม่ได้เด็ดขาด

หากโทรศัพท์เครื่องจิ๋วที่ถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นไม่ไกลนักกลับสั่นขึ้นมาเสียก่อน
คยูฮยอนถลันไปคว้ารับโทรศัพท์ของเขาแทบไม่ทัน
นิ้วเรียวกดรับสายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ซองมิน~~”

“เป็นไงบ้างคยู...น้ำเสียงไม่ดีเลย” เสียงใสจากทางปลายสายทักเขาด้วยอย่างเป็นห่วง
จนคยูฮยอนถึงกับห้ามอาการสั่นที่ตีระรอกขึ้นมาไม่ได้

“มะ...ไม่เป็นไร”

“จริงหรอ...แต่เสียงนายแย่มากนะ”

“มะ...ไม่เป็นไรจริงๆ”

“อืม...แล้ว...สำเร็จไหม?” กระต่ายสีชมพูถามด้วยความตื่นเต้น
และนั่นทำให้คยูฮยอนยิ่งสะท้านหนัก ก่อนจะกลั้นใจตอบออกไป

“สำเร็จสิ” อาการสั่นสะท้านจนไหล่บอบบางไหวแรงเพราะการกลั้นเสียงหัวเราะ
ดวงตาบวมช้ำที่เคยทอดอาลัยกลับฉายแววสมใจชัดเจน!

“จริงหรอคยู...ใครล่ะ คุณฮันกยองหรือคุณซีวอน”
ซองมินแทบจะกรี๊ดมาตามสายโทรศัพท์ คยูฮยอนกรีดรอยยิ้มหวานทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่เห็น

“ก็...ทั้งสองคนนั่นแหละ”

เสียงกรี๊ดกร๊าดดังยาวจนคยูฮยอนต้องเอียงหน้าออกห่างจากกระบอกโทรศัพท์
ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ “อย่าลืมที่พนันกันไว้ล่ะ”

“ไม่ลืมหรอกน่า...ว่าแต่พร้อมๆกันเลยหรอ”
ซองมินไม่คิดจะปิดบังน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นเลยสักนิด
ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะใสแว่วเบามาตามสายก็ยิ่งกระตุ้นให้อยากรู้มากขึ้น

“ว่าไงล่ะคยู”

“ก็....ใช่”

“อึ๋ย...แล้วนายไม่แย่เลยหรอ” ถามเหมือนจะห่วงแต่น้ำเสียงตื่นเต้นเชียวนะซองมิน

“ก็...นิดหน่อยน่ะ”
คยูฮยอนก้มมองคราบไคลร่องรอยความชอกช้ำที่เกิดขึ้นเต็มร่างกายด้วยความหลงใหล
แทบไม่มีใครรู้ ไม่สิ...เรียกว่าไม่เคยมีใครรู้เลยนอกจากซองมินจะถูกกว่า ว่า...


“แหม...ถูกใจพวกซาดิสต์อย่างนายเลยสิ มาโชนะนายเนี่ย”


คยูฮยอนหัวเราะร่วนกับคำกล่าวหานั้น แต่ก็ยังไม่วายทวงสัญญาจากเพื่อนรักร่วงอวบ

“ห้ามลืมเรื่องที่พนันกันไว้ล่ะ...ซองมิน”

คยูฮยอนทิ้งตัวลงนอนทั้งๆที่ยังคุยโทรศัพท์อยู่
ตาคู่โตจับจ้องไปยังประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้นิดหน่อย
แต่ก็พอจะเห็นความเคลื่อนไหวของร่างสูง 2 ร่างที่กำลังเลื้ยงฉลองกันอยู่
กลีบปากอิ่มก็ยกยิ้มมุมปาก ดวงตาทอประกายเยาะหยันชัดเจน
หากใครได้มาเห็นในตอนนี้คงจะไม่เชื่อสายตาแน่นอน
ว่านี่คือคยูฮยอนที่ร้องไห้แทบขาดใจเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่แล้ว

เกมส์การแข่งขันที่ถูกพนันขึ้นอย่างท้าทาย
ตั้งแต่แว่บแรกที่คยูฮยอนได้สบตากับผู้ชายทั้งสองคนบนรถบีเอ็มคันหรู
สายตาคมสองคู่ที่จับจ้องมาทางเขาแต่คยูฮยอนแกล้งไม่สนใจจะหันไปมอง
หากใครจะรู้บ้าง...คยูฮยอนเก็บรายละเอียดได้จนหมดสิ้นแล้ว

ชเว ซีวอน กับ ฮันกยอง สองเพื่อนรักเจ้าของธุรกิจพันล้าน
ที่เป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั่วทั้งเกาหลีและจีน
ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างตามจับตามจีบกันเป็นว่าเล่น
ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมจนไม่อาจมองข้ามทำให้เป็นที่ต้องการตัวสูงสุด
แต่ก็ไม่เคยมีใครจับบุรุษ 2 คนนี้ได้อย่างอยู่หมัดเสียที
หลายๆคนบอกว่า แค่ได้นอนกับสองคนนี้ก็ถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว

นี่คือข้อมูล...ที่เขาได้มาจากซองมิน
ลูกของเจ้าของร้านที่เขาไปอาศัยทำพาร์ททาร์มอยู่พักหนึ่ง เพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญ

วันที่แสนจะยุ่งเหยิงที่พนักงานในร้านพ่อเพื่อนของเขาขาดไปถึง 3 คน
ทำให้งานในร้านหัวปั่น คยูฮยอนที่อุตส่าห์จะมารับเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน
เป็นอันต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเพื่อนรักซึ่งเป็นถึงลูกชายเจ้าของร้านวิ่งมาเสิร์ฟอาหารเอง
ถึงคยูฮยอนจะติดคุณหนูเพราะฐานะที่แสนมั่นคงของที่บ้าน
แต่ก็ไม่สามารถทนนิ่งเฉยไม่ช่วยเหลือเพื่อนได้
ร่างบางคว้าเครื่องแบบของร้านได้ก็เข้าไปเปลี่ยนออกมาช่วยเพื่อนทำงานทันที


ใครจะรู้...โชคชะตาเล่นตลกกับคนได้มากกว่าที่คิด


ร่างสูงหนาที่ก้าวเข้ามาหยุดสายตาของคยูฮยอนได้อย่างชะงักงัน
มารู้ทีหลังว่านั่นคือชเว ซีวอนผู้ชายที่ผู้หญิงทั่วทั้งเกาหลีกล่าวขวัญถึง
แถมอีกไม่นาน ร้านของพ่อซองมินก็ได้ต้อนรับผู้ชายอีกคนเข้ามาเป็นพนักงานในร้าน
และคยูฮยอนก็มารู้จากซองมินว่าคนๆนั้นคือ...ฮันกยอง

เพราะติดใจในตัวของซีวอนทำให้คยูฮยอนขอมาทำงานพาร์ททาร์มที่ร้านของซองมิน
และก็ยิ่งขอสมัครแบบทำฟรีเต็มตัวเมื่อฮันกยองเข้ามาทำด้วย
ด้วยความที่ถึงแม้จะร่ำรวยเหมือนกันแต่ด้วยคยูฮยอนปกติเรียนอยู่เมืองนอก
ทำให้ไม่เคยเจอกันมาก่อน นั่นนับว่าเป็นการดีที่จะเล่นเกมส์ได้ง่ายขึ้น

คยูฮยอนไม่รู้หรอกว่าชายหนุ่มทั้งคู่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาเพื่อหวังอะไร
แต่สำหรับคยูฮยอนเขาหวังไว้เพียง...




“รู้แล้วน่า...แค่เตกีล่าแก้วเดียว”




ริมฝีปากอิ่มบางยกยิ้มน้อยๆรับคำนั้น
ของเดิมพันคือ “เตกีล่า” เพียง 1 แก้วเท่านั้น
ถ้าหากเขาสามารถมีความสัมพันธ์กับผู้ชายสองคนนี้ได้
แต่ถ้าหากเขาทำไม่ได้ เขาก็แค่เลี้ยง “เตกีล่า” ซองมินคืนก็เท่านั้น

รอยยิ้มบนกลีบปากบางแย้มกว้าง ดวงตาโตพราวระยับอย่างมีความสุข
ถ้าหากค่าของตัวเขาเป็น “ไวน์รสเลิศจากฝรั่งเศส” ราคาหลายแสนวอน
ค่าของพี่ฮันกยองกับพี่ซีวอนก็แค่ “เตกีล่า” แค่ไม่กี่พันวอนแก้วเดียวเท่านั้น


อา...งานนี้ถ้าถูกเปิดเผยออกมา ใคร...จะเจ็บกว่ากันนะ
เตรียมรับของขวัญของผมให้ดีก็แล้วกัน...







... Happy Valentine’s day นะครับ พี่ซีวอน...พี่ฮันกยอง...










END.






@~Talk~@


ตอนนี้ดาคูชิกำลังขาดเครื่องครัวอยู่พอดี น้อมรับถ้วยถังกะละมังมีดที่ปลิวมาทุกชิ้นค่ะ
อ่ะ...แอบเห็นหลายๆคนอ้าปากค้างทำตาโต หลายคนถึงกับช็อค กรี๊ดดด...ชอบจัง ^ ^
จริงๆแล้วดาคูชิตั้งใจจะเขียนโปรเจ็คนี้เป็น 3P อยู่แล้ว แต่ก็ไม่อยากจะเขียนเฉยๆ
แบบว่า...อยากหลอกคนอ่านด้วยอ่ะตะเอ๊งงงงงง >////<
สำเร็จไม่สำเร็จไม่รู้ล่ะ...แต่สมใจดาคูชิแล้วเจ้าค่ะ (เก็บเครื่องครัวที่ปามาแล้วเผ่นแน่บ)

หลังจากนี้ขอพักอีกยาวววววววววววว...ยังไงก็อย่าลืมคิดถึงกันบ้างนะคะ
หมดหน้ามรสุมในชีวิตเมื่อไหร่...จะรีบกลับมาทันทีเจ้าค่ะ จุ๊บๆๆๆๆ ^ ^

ยังไงก็เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^