ความรัก...มักจะมาคู่กับความเจ็บปวดเสมอ
เจ็บ...เมื่อไม่ใช่คนที่ “ถูกรัก”
เจ็บ...เมื่อต้อง “รักข้างเดียว”
เจ็บ...เมื่อต้องเฝ้ารอ “คนที่รัก”
เจ็บ...เมื่อคนที่รัก “ไม่รักตอบ” กลับมา
และคงเจ็บยิ่งกว่า...เมื่อเป็นเพียง “ตัวเลือก” ของคนที่ “รักหมดหัวใจ”
“ตัวเลือก” ที่ไม่มีสิทธิ์อะไรไปมากกว่า “รอ” ที่จะ “ถูกเลือก” หรือ “ถูกทิ้ง”
เจ็บ...
.
.
.
“พี่ซีวอน” เสียงใสส่งนำมาก่อนที่ร่างเพรียวบางจะวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มร่างสูง
ที่ยืนรออยู่ตรงลานน้ำพุหน้าสวนสนุก
“ขอโทษนะครับที่มาช้า พอดีติดงานที่ร้านนิดหน่อย พี่รอผมนานหรือยังครับ”
ถามทั้งๆที่ยังหอบน้อยๆ ดวงตาคล้ายแมวแหงนนมองใบหน้าคมอย่างรู้สึกผิด
ใบหน้าหวานมีเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นตามสองข้างขมับ บอกได้ดีว่าเจ้าตัวรีบมากแค่ไหน
“ไม่นานเท่าไหร่หรอก” ซีวอนเปิดรอยยิ้มบางเบา
พลางไล้ข้อนิ้วปาดเหงื่อออกให้อย่างอ่อนโยน ความอ่อนโยน...ที่เขาไม่เคยมีให้ใคร
นอกจากคนตัวเล็กตรงหน้านี้เท่านั้น
“ทำไมไม่โทรบอกพี่ล่ะคยู พี่จะได้ไปรับ”
“ก็...ก็ผม...เอ่อ...เกรงใจนี่นา” เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกักก่อนจะก้มหน้าหงุดลง
อาจจะด้วยความรู้สึกผิดที่ทิ้งให้เขารอเกือบชั่วโมง
หรืออาจจะต้องการหลบสายตาของเขาเพื่อปิดบังอะไรบางอย่างซีวอนก็สุดรู้
ทั้งๆที่ในใจตะโกนบอกคำตอบจนก้องไปหมด แต่ซีวอนก็เลือกที่จะปิดมันไว้...ไม่รับรู้
“แค่พี่ยอมตามใจพาผมมาที่นี่ มันก็มากพอแล้วครับ” ซีวอนอดยิ้มบางๆไม่ได้
คยูฮยอนมักจะเกรงใจเขาเสมอ อาจเพราะรู้ว่าด้วยหน้าที่การงานอย่างเขา
ทำให้เขาปลีกตัวไปไหนมาไหนได้ไม่ง่ายนัก
ตำแหน่งประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งมีเครือข่ายอยู่หลายประเทศ
ทำให้แม้แต่เวลาพักผ่อนก็น้อยเต็มที วันหยุดแต่ละครั้งจึงมีค่ามหาศาล
เขาควรจะพักผ่อนให้เต็มที่ มากกว่าจะมายืนอยู่ท่ามกลางสวนสนุกแบบนี้
นั่นคือสิ่งที่คยูฮยอนคิด...คือสิ่งที่คยูฮยอนรู้
แต่สิ่งที่คยูฮยอนไม่รู้คือ เขายินดีที่จะเสียสละทุกวันหยุดของเขา
หากว่าเวลาเหล่านั้นจะทำให้เขาได้อยู่กับคนตัวบางนี้มากขึ้นกว่าเดิม...
เวลาจะมีค่าอะไร...หากไม่ได้อยู่กับคนที่รัก
“พี่ทำให้นายได้ทุกอย่าง...คยูฮยอน มากกว่านี้พี่ก็ให้ได้ ถ้าแลกกับรอยยิ้มของนาย”
//รอยยิ้ม...ที่จะมีให้เขาเพียงคนเดียว// แต่ประโยคสุดท้าย
ซีวอนทำได้แค่เพียงเก็บไว้ในใจเท่านั้น
“ผมรู้” เสียงใสเอ่ยแผ่ว แววระริกไหวในดวงตาคู่โตเปรียบเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ
ที่ทิ่มแทงลงบนหัวใจชายหนุ่ม รู้...นายก็แค่รู้เท่านั้นคยูฮยอน เหมือนที่เคยรู้มาตลอด
แค่ “รับรู้” แต่ไม่เคย “ตอบรับ”
“เข้าไปข้างในกันเถอะ” ซีวอนฝืนยิ้มเปลี่ยนเรื่อง พลางคว้าจับเอามือเล็กมากุมไว้
ก่อนจะจูงร่างบางให้เดินตามเข้าไปในสวนสนุก บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ
สิ่งก่อสร้างตระกานตาสำหรับเด็กๆทำให้คยูฮยอนเริ่มหลงลืมบรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่
ตาคู่โตกวาดมองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจ
ริมฝีปากอิ่มแดงยิ้มกว้างอย่างมีความสุขจนซีวอนอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
“ความสุข” ของคยูฮยอน...อาจจะอยู่ที่สวนสนุกแห่งนี้
แต่ “ความสุข” ของเขา...อยู่ที่คนข้างๆตัวนี้เท่านั้น
“ว๊าวววว พี่ซีวอนดูนั่นสิ สวยจัง” รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าขาวใสให้ยิ่งกระจ่างตา
ดวงตาวาววับเหมือนลูกแก้วสีนิลเปล่งประกายส่งผลให้ใบหน้าหวานยิ่งหวานจัด
รูปร่างบอบบางขาวเนียนภายใต้เสื้อยืดสีสดใสและกางเกงยีนต์สีซีดพอดีตัว
น่ามองจนแทบจะแยกไม่ออกว่านี่เป็นเด็กสาวหรือเป็นเด็กผู้ชายกันแน่
น่ารัก...และบริสุทธิ์ยิ่งกว่าใคร
เพราะคยูฮยอนเป็นแบบนี้ จึงหยุดหัวใจของเขาไว้ได้ทั้งดวง
หยุดไว้...ตั้งแต่วันที่ได้สบตากันครั้งแรก
.
.
.
ช่างเป็นวันที่น่าหงุดหงิดสำหรับคนอย่างประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ชเว ซีวอน
เมื่อรถประจำตำแหน่งที่เขานัดให้มารับตอน 5 โมงเย็นที่บริษัทคู่ค้า
เกิดเสียขึ้นมากะทันหันจนไม่สามารถมารับได้
คนขับรถโทรบอกเขาว่ากว่าจะเสร็จก็กินเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง
ร่างสูงยืนมองการจราจรที่คับคั่งเพราะเป็นเวลาเลิกงานก็ถอนใจ
ถึงจะเรียกแท็กซี่ก็ไม่พ้นติดแหง็กอยู่หน้าบริษัทแห่งนี้อยู่ดี
ชายหนุ่มเหลียวมองซ้ายขวาก่อนจะหยุดอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
มองเผินๆดูเรียบๆและบรรยากาศดีมากทีเดียว
ขายาวๆจึงไม่รั้งรอที่จะก้าวตรงเข้าไปที่ร้านแห่งนั้น
“ยินดีต้อนรับครับ” เสียงพนักงานเสิร์ฟของร้านประสานเสียงต้อนรับ
ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเชื้อเชิญเขาไปที่โต๊ะ ซีวอนกวาดสายตาไปจนทั่วร้านอย่างพึงใจ
และได้สบสายตากับหลายต่อหลายคนที่จับจ้องเขาอยู่แล้วตั้งแต่เขาก้าวเข้ามา
ไม่ใช่ไม่รู้...ชายหนุ่มรู้ดีว่าตัวเองโดดเด่นและเป็นเป้าสายตามากแค่ไหน
ชินเสียแล้วที่จะถูกจับจ้องราวกับเป็นคนของสาธารณะชนแบบนี้
และคงจะชักสายตากลับมาที่โต๊ะได้ดังเดิมหากไม่ไปสะดุดกับใครคนหนึ่งเข้าก่อน
ดวงตากลมโตคล้ายแมวที่เหลือบมองเขาก่อนใบหน้าหวานจะเรื่อแดงขึ้นเมื่อเขาจ้องกลับ
ดูน่ารักน่าปกป้องจนหัวใจของประธานหนุ่มถึงกับสั่นไหว
ยามร่างบางก้าวเข้ามาหาพร้อมน้ำเสียงกังวานใสแนะนำถึงอาหารต่างๆแล้วยื่นเมนูให้
กลีบปากอิ่มแดงเผยอรอยยิ้มน้อยๆจนใบหน้าใบหน้าเรียวขาวกระจ่างตา
และชั่วขณะที่นิ้วสัมผัสกัน...ซีวอนก็รู้ทันทีว่า...
หัวใจของเขา...ไม่ได้อยู่ที่เขาอีกต่อไปแล้ว
รักแรกพบเป็นอย่างไร...ซีวอนพึ่งรู้แก่ใจวันนี้นี่เอง
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่มีเวลาว่างในตอนเย็น เขาก็จะแวะมาที่นี่ทุกครั้ง
แม้บางวันจะไม่ได้พูดคุยกันเลยเพราะคยูฮยอนยุ่งกับการเสิร์ฟโต๊ะนั้นโต๊ะนี้จนหัวหมุน
แต่อย่างน้อย แค่ได้มาเห็นหน้า แค่ได้เห็นรอยยิ้มใสบนริมฝีปากแดงจัดราวกับลูกเชอร์รี่
เพียงเท่านี้...เขาก็พอใจที่สุดแล้ว
“วันนี้ยุ่งน่าดูเลยนะ” ทักไปแล้วก็ได้รอยยิ้มใสกลับคืนมา
“ครับ...อาจจะเป็นเพราะสิ้นเดือน” ซีวอนเหลือบมองเสี้ยวหน้าหวาน
ที่ยังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะข้างๆเขาก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบ
“เดือนนึงแล้วสินะ” เปรยขึ้นเบาๆตามใจคิด
และก็ทันได้เห็นคนตัวเล็กหันกลับมามองเกือบจะทันทีด้วยความแปลกใจ
“ครับ??”
“เดือนนึงแล้ว...ตั้งแต่วันที่ฉันเจอนายที่นี่ครั้งแรก” ใช่...และวันนี้
ก็เป็นวันที่ครบ 1 เดือนพอดี ถึงคยูฮยอนจะจำไม่ได้เพราะอาจจะไม่สลักสำคัญ
แต่เขาจำมันได้เป็นอย่างดี
วันที่เขา...ได้รู้จักคำว่า “รัก” เป็นครั้งแรก
“เลิกงานแล้วว่างไหม...ฉันอยากจะคุยกับนาย”
เสียงทุ้มยังคงเรียบเรื่อยทั้งๆที่ใจเต้นหน่วงหนัก
กลัวคำตอบของอีกฝ่ายจะทำให้ผิดหวัง กลัว...ว่าเขาจะต้องตัดใจ
“เอ่อ...ว่าง...ครับ” ถึงคำตอบจะไม่มั่นคงนัก แต่ซีวอนก็ดีใจจนแทบจะปิดไว้ไม่มิด
ริมฝีปากได้รูปจึงระบายรอยยิ้มอ่อนที่น้อยคนนักจะได้เห็นออกมา
“ขอบคุณนะ”
และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เขากับคยูฮยอนก็พัฒนาความสัมพันธ์กันมาเรื่อยๆ
วันที่เขารู้ตัวว่ารักคยูฮยอนจนหมดใจ คือวันที่คยูฮยอนรับเขาเข้าไปในหัวใจ
และ...เป็นวันที่เขารับรู้ว่า หัวใจรักของคยูฮยอน ไม่ได้มอบให้เขาเพียงคนเดียว
เจ็บ...
.
.
.
“ผมอยากเล่นอันนั้นครับ” น้ำเสียงตื่นเต้นดึงซีวอนให้หลุดจากภวังค์ความคิดออกมา
มือบางกำลังชี้ชวนไปทางชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่
ที่ตั้งโดดเด่นเป็นศูนย์กลางของสวนสนุก
ดวงตาคล้ายแก้วใสวะวับอย่างถูกใจก่อนจะหันมามองเขาอย่างออดอ้อน
ซีวอนเผลอมองตามมือบางที่ชี้ให้ดูแว่บหนึ่ง
ความสูงของสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ทำให้อดหวั่นใจไม่ได้ เขาไม่ชอบความสูงเท่าไหร่นัก
“เอ่อ...ขอโทษครับ ผมไปเล่นอันอื่นดีกว่า” เหมือนคนตัวเล็กจะรู้ความคิดของเขา
ใบหน้าหวานสลดลงอย่างน่าสงสารก่อนร่างบางจะหันหลังกลับ
แต่มือหนาก็กระตุกรั้งไว้เสียก่อน ซีวอนนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะระบายยิ้มออกมา
“เอาสิ...อยากเล่นไม่ใช่หรอ ไม่เป็นไรหรอก”
สิ่งที่เขาไม่ต้องการเห็นที่สุดก็คือใบหน้าเศร้าๆของคนที่เขารัก
ดังนั้น...ถึงมันจะเป็นอะไรที่ยิ่งกว่านี้ ซีวอนก็ยอมทำให้ทั้งนั้น
“พี่ซีวอน...แต่พี่กลัวความสูงมากนี่นา ผมไม่เล่นหรอก”
ถึงจะถูกกึ่งลากกึ่งจูงมาจนถึงชิงช้าสรรค์
คนตัวเล็กก็ยังยื้อมือโก่งตัวไว้ไม่ยอมเดินเข้าไปในกระเช้าซะงั้น
“ถ้าพี่ได้อยู่กับนาย พี่ก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”
//แต่วันที่นายจะไม่อยู่กับพี่ นั่นคือสิ่งที่พี่กลัวที่สุดแล้ว//
ประโยคนี้...เขาก็เลือกที่จะเก็บมันไว้อีกครั้ง เพราะหากคำพูดของเขา
เสี่ยงกับการที่จะต้องเสียคยูฮยอนไป เขาเลือกที่จะเงียบเอาไว้แบบนี้ดีกว่า
เลือกที่จะเจ็บ...เลือกที่จะโง่...ดีกว่าที่จะต้องอยู่โดยไม่มี “หัวใจ”
ในที่สุด...ร่างเล็กบางก็ยอมก้าวเข้าไปในกระเช้าจนได้
ซีวอนดึงคนตัวเล็กให้นั่งลงข้างๆกัน มือก็ยังเกาะกุมมือบางของอีกฝ่ายไว้แน่น
“พี่ทำให้ผมเสียนิสัย” เสียงหวานบ่นเบาๆ ใบหน้าขาวใสยู่ลงอย่างน่าเอ็นดู
จนเรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำให้กังวานไปทั่วทั้งกระเช้าใบเล็ก
“ไม่เป็นไร พี่จะคอยตามใจนายเอง” ซีวอนบอกอย่างอารมณ์ดี
“พี่ตามใจผมไม่ได้ทุกเรื่องหรอกนะ”
“ทำไมล่ะ” ซีวอนเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม เห็นแววจริงจังจากนัยน์ตาคู่โตก็เริ่มใจสั่น
นายต้องการจะสื่ออะไร...คยูฮยอน
“อย่างน้อย...ผมก็รู้ว่ามีเรื่องหนึ่ง ที่พี่จะไม่ยอมตามใจผม”
แปลก...ที่ซีวอนกลับเดาได้ว่า “เรื่องหนึ่ง” ของคยูฮยอนคืออะไร
เรื่องของ “หัวใจอีกครึ่งดวง” ของนายใช่หรือเปล่า
นาย..จะขออะไรจากพี่กัน แค่นี้...ยังทำให้เจ็บไม่พออีกหรือไง
“ถ้าเป็นสิ่งที่นายต้องการ พี่ยอมได้ทุกอย่าง” เป็นคำตอบหลังจากที่เงียบไปนาน
แต่ก็ยังมั่นคงหนักแน่นจนแม้แต่ตัวเองยังไม่อยากจะเชื่อว่า
จะยังสามารถทำเสียงแบบนั้นได้ หัวใจของเขามั่นช่างไม่รักดี เจ็บแล้วไม่จำ
“พี่ซีวอน” ชายหนุ่มรับรู้น้ำหนักที่ถ่ายทับตรงแขนขวา
พร้อมกับใบหน้าขาวเนียนที่ซบลงมาบนหัวไหล่
เสียงหวานเอ่ยบอกคำที่เคยได้ยินมานับครั้งมาถ้วน
ซีวอนรู้...คยูฮยอนเอ่ยมันออกมาจากหัวใจที่แท้จริง
“ผมรักพี่”
“พี่ก็รักนาย...คยูฮยอน” ถึงแม้ว่านายจะไม่ได้รักพี่เพียงคนเดียวก็ตาม
มือหนาเอื้อมลูบกลุ่มผมนิ่มช้าๆ ขณะที่ชิงช้าสวรรค์เริ่มเคลื่อนไปจนเกือบถึงจุดสูงสุด
คยูฮยอนก็ค่อยๆผละออกมา มือบางประสานบนใบหน้าคม
ดึงรั้งให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นเข้ามาใกล้ ใกล้...จนลมหายใจอยู่ในระยะกระชั้นชิด
“ผมรู้ว่าพี่กลัว มือเย็นเชียว จ้องตาผมไว้นะครับ...จะได้ไม่กลัว”
รอยยิ้มอ่อนบางสั่นหัวใจชายหนุ่มจนสะเทือนไปทั้งร่าง
มือหนายกขึ้นลูบแก้มเนียนที่เอียงตอบรับสัมผัสเหมือนแมวเบาๆ
ก่อนจะเชยคางมนจนริมฝีปากอิ่มห่างแค่เพียงระยะลมหายใจกั้น
“ถ้าพี่ได้อยู่กับนาย พี่ก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” ย้ำประโยคเดิมที่เคยพูดไว้
ก่อนจะทาบริมฝีปากได้รูปลงบนกลีบปากนิ่มอย่างแผ่วเบา อ่อนหวาน...อ่อนโยน
จุมพิตแนบแน่น ไม่เร่งร้อน แต่กลับสร้างความวาบหวามรัญจวนไปทั้งใจ
ลิ้นร้อนไล้เลียไปตามกลีบปากอิ่มแดง ละเลียดชิมความหอมหวานจนพอใจ
ก่อนจะรุกล้ำเข้าไปข้างในโพรงปากนุ่ม
“อื้ออออ~~” เสียงครางประท้วงแผ่วเบา มือบางยกมือขึ้นโอบลำคอหนาไว้เป็นหลัก
ก่อนจะเอียงคอน้อยๆเมื่อริมฝีปากร้อนรุกไล่ไปตามลำคอระหง
ในหัวขาวโพลนว่างเปล่า แม้แต่แรงค้ำยันคยูฮยอนก็ไม่มี
ปล่อยให้คนรักของตัวเองตักตวงความหอมหวานไปอย่างเต็มที่
“รักนะคยู...พี่รักนาย” ซีวอนแทบจะจ่อมจมอยู่กับความหวานล้ำที่ถูกหยิบยื่นให้
มือหนาลูบโลมไปตามแผ่นหลังบอบบางภายใต้เสื้อยืดสีสดใสช้าๆ
ริมฝีปากก็ไล่ลงไปตามซอกคอขาวนวลเนียน
ขาวจัด...จนเห็นถึงร่องรอยช้ำแดงตรงกระดูกไหปลาร้าชัดเจน
รอยคิสมาร์ค!!
ซีวอนกระตุกนิ่งไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมฉายชัดถึงความเจ็บปวด
หากคยูฮยอนไม่มีวันรู้...ไม่มีวันเห็น
ใบหน้าคมที่ก้มอยู่กับซอกคอปิดบังทุกอย่างได้อย่างมิดเม้น
เพระรักมากหรือไร...ถึงได้เจ็บเจียนตายขนาดนี้
“พี่ซีวอน~~” เสียงหอบหวานครางเครืออยู่ข้างหู เรียกสติทั้งหมดให้กลับคืนมา
ซีวอนโน้มใบหน้าลง ประกบริมฝีปากลงบนรอย “คิสมาร์ค” นั้น
ไม่เป็นไร...เขาจะลบมันออกไปเอง
“โอ๊ย!!”
เสียงร่างเล็กร้องออกมาเบาๆ ซีวอนจึงยอมเงยหน้าถอนรอยจูบออกจากซอกคอขาว
ดวงตาคมเหลือบมองรอย “คิสมาร์ค” ที่เขาสร้างทับรอยเดิมด้วยดวงตารวดร้าว
กี่ครั้งกี่หน...ที่เขาต้องตามลบร่องรอยของ “ใคร”
ร่องรอย...ที่เขาไม่ได้เป็นคนสร้างมันขึ้นมา
“พี่ซีวอน” คยูฮยอนเอียงคอมองทั้งๆที่ใบหน้ายังระเรื่อแดง
เมื่อจับได้ถึงความผิดปกติเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย
“นาย...ยังเป็นของพี่อยู่หรือเปล่าคยูฮยอน”
คำถามนี้...คำถามเดียวเท่านั้นที่จะเรียกความมั่นใจให้กับเขาคืนได้
ว่าร่างกายที่เขารัก...ร่างกายที่เขาทะนุถนอมไม่เคยให้ชอกช้ำ
ยังไม่ถูกทำให้แปดเปื้อนด้วยน้ำมือคนอื่น ยังไม่กลายเป็นของ “ใคร”
เหมือนคยูอยอนจะรู้ความหมายนั้นดี ใบหน้าหวานจึงพยักหน้ารับช้าๆ
“ผม...ยังเป็นของพี่อยู่ครับ” เท่านั้นเอง ร่างเล็กก็ถูกดึงไปแนบอกกว้าง
ใบหน้าคมซุกเข้ากับไหล่บอบบาง เสียงทุ้มเอ่ยสั่นพร่ายินดี
“ขอบคุณ...คยูฮยอน ขอบคุณ”
.
.
.
หลังจากที่คยูฮยอนพาชายหนุ่มเที่ยวตะลอนๆในสวนสนุกจนมืดค่ำ
ซีวอนก็พาคนรักร่างบางไปกินอาหารในภัตตาคารสุดหรูใจกลางเมือง
ก่อนจะมาส่งจนถึงหอพักซึ่งไกลจากคอนโดฯที่เขาอยู่คนละโยดเลยทีเดียว
“พักผ่อนมากๆนะ ราตรีสวัสดิ์”
ไม่ลืมจูบที่หน้าผากเนียนเป็นเชิงบอกลาเบาๆก่อนจะหันกลับไปที่รถ
“เดี๋ยวครับ”
“ครับ??” ขายาวๆชะงักก้าวตามเสียงเรียก ซีวอนขานรับแล้วหันกลับมาตามเสียงนั้น
“เอ่อ...วันวาเลนไทน์ พี่ว่างหรือเปล่าครับ”
คำถามที่ฉายแววลังเลไม่แน่ใจทำเอาซีวอนยิ้มกว้าง ดีใจจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก
ร่างสูงหันกลับไปยืนประจันหน้ากับร่างเล็กที่ยืนก้มหน้าน้อยๆด้วยรอยยิ้มกว้าง
มือหนาจับยึดมือบางขึ้นมากุมไว้แน่น
“ว่าง...ว่างสิ” ซีวอนย้ำออกไปเหมือนกับจะย้ำกับตัวเองด้วย
เขาไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้ววันที่ 14 ก.พ. ที่กำลังจะมาถึงเขาว่างหรือเปล่า
แต่ถึงจะมีโปรเจ็คหลายพันล้านรออยู่ เขาก็จะเลื่อนมันออกไปให้ได้
เพราะนี่คือสิ่งที่เขากังวลมาตลอด...
วันวาเลนไทน์...วันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้
วันที่คู่รักจะเลี้ยงฉลองด้วยกัน วันนั้น...คยูฮยอนจะเลือกที่จะอยู่กับใคร?
เขา...หรือเจ้าของหัวใจอีกครึ่งดวงของคยูฮยอน
“งั้น...คืนนั้น ผมขอนัดพี่ที่ร้านได้ไหม” รอยยิ้มกว้างเจื่อนลงทันตา
ทำไมต้องเป็นที่ร้าน ทำไมจะต้องนัดเขาไปที่ร้านนั้น
ร้าน...ที่ “หัวใจอีกครึ่งดวง” ของคยูฮยอนอยู่ที่นั่นด้วย
ผู้ชายคนนั้น...ที่เข้ามาในชีวิตของพวกเขา
หลังจากที่เขาเจอคยูฮยอนได้แค่อาทิตย์เดียว
ผู้ชายคนนั้นเป็นพนักงานพาร์ทไทม์เหมือนกับคยูฮยอน ทำงานกะเดียวกับคยูฮยอน
ในงานมักจะอยู่ใกล้ๆคยูฮยอนเสมอ และมองตามหลังคยูฮยอนทุกครั้งที่เผลอไผล
แรกๆคยูฮยอนอาจจะไม่รู้ แต่สุดท้าย...ก็รู้จนได้
ความที่ใกล้ชิดกว่า ได้ช่วยเหลือกัน เห็นกันและกันตลอด 8 ช.ม. ในที่ทำงาน
ทำให้เวลาที่เขาเจอคยูฮยอนก่อนใครคนนั้นถึง 1 อาทิตย์ไม่มีความหมายเลย
และท้ายที่สุด...มันก็คลุมเครือมาจนถึงทุกวันนี้
เจ็บ...มาจนถึงทุกวันนี้
“พี่จะไป...จะไปแน่นอนคยูฮยอน” ไม่รู้ว่าฝืนยิ้มออกไปได้ยังไงทั้งๆที่ใจปวดปร่า
เจ็บเสียลงลึก ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากรู้เห็น วาเลนไทน์ปีนี้ของเขาจะเป็นอย่างไร
คำตอบตะโกนก้องอยู่ในหัวใจ แต่ซีวอนก็เลือกที่จะปิดมันไว้...ไม่รับรู้
ความรัก...มักจะมาคู่กับความเจ็บปวดเสมอ
เจ็บ...เมื่อไม่ใช่คนที่ “ถูกรัก” … เจ็บ...เมื่อต้อง “รักข้างเดียว”
เจ็บ...เมื่อต้องเฝ้ารอ “คนที่รัก” … เจ็บ...เมื่อคนที่รัก “ไม่รักตอบ” กลับมา
และคงเจ็บยิ่งกว่า...เมื่อเป็นเพียง “ตัวเลือก” ของคนที่ “รักหมดหัวใจ”
“ตัวเลือก” ที่ไม่มีสิทธิ์อะไรไปมากกว่า “รอ” ที่จะ “ถูกเลือก” หรือ “ถูกทิ้ง”
เจ็บ...
.
.
.
ร่างสูงก้าวย่างไปช้าๆตามถนนท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายแทบจะตลอดเวลา
เกล็ดละอองสีขาวตกกระทบเสื้อโค้ทตัวหนาสีดำสนิทจนเปียกชื้นเป็นหย่อมๆ
ความหนาวส่งผลให้ลมหายใจที่ผ่านออกมากระทบกับอากาศกลายเป็นไอสีขาวคลุ้ง
ดวงตาคมมองฝ่าไปข้างหน้าอย่างมีจุดมุ่งหมาย แต่กลับเลื่อนลอยอ้างว้างเหลือเกิน
เสียงดนตรีดังกังวานออกมาจากร้านรวงสองข้างทาง
คู่รักเดินเคียงข้างกันหัวเราะมีความสุข โอบเอวจับมือกันไว้ในค่ำคืนหนาวเหน็บ
มอบความรักที่อบอุ่นเพื่อขับไล่ความหนาวให้แก่กันและกัน
แล้วเขาล่ะ...
แต่ละก้าวย่างความรู้สึกเหมือนถูกฉุดดิ่งเข้าสู่ลานประหาร
ยิ่งใกล้ร้านที่คนรักของเขาทำงานมากเท่าไหร่ ความทรมานก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
วันวาเลนไทน์ที่คู่รักทุกคู่อธิษฐานให้มาถึงเร็วๆ
กลับเป็นวันที่เขาอยากจะลบมันออกไปจากปฏิทินมากที่สุด
เสียงไฟสีนวลยวนตาส่องสว่างออกมาจากร้านบางเบาแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น
ป้ายหน้าร้านแปะคำว่า “Close” ทั้งๆที่เป็นเวลาเพียง 5 ทุ่มเท่านั้น
เจ้าของร้านเป็นชายชราใจดี คงอยากให้พนักงานในร้าน
ได้ไปฉลองวันแห่งความรักกับคนรักบ้าง ถึงจะเหลือเวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ตามที
ซีวอนยืนนิ่งอยู่หน้าร้านนานเท่าไหร่ไม่รู้
จนกระทั่งประตูถูกเปิดออกเองโดยไม่ได้เคาะเรียกสักนิด
“พี่ซีวอน...มาแล้วหรอครับ”
ใบหน้าหวานยังคงมีรอยยิ้มให้เขาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด
เขาคงจะยิ้มออกหากเมื่อเดินเข้ามาแล้วไม่พบ “ใครอีกคน”
ที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงชั้นลอยของร้าน
ขายาวก้าวชะงักกึกพอๆกับอีกคนที่มองมาแล้วชะงักค้างเช่นกัน
ก่อนสายตาคมทั้ง 2 คู่จะมาหยุดที่ใบหน้าหวานที่ก้มหงุดอยู่ข้างตัวเขา
คยูฮยอนกำลังจะทำอะไร...
“มานี่เถอะครับ” มือบางจับจูงเขาให้เดินตามไปจนถึงโซฟาบนชั้นลอยนั้นจนได้
ก่อนจะจัดแจงให้เขานั่งที่โซฟาตัวเล็กด้านหนึ่ง และคยูฮยอนก็ไปนั่งอีกด้านหนึ่ง
โซฟาตัวเล็กถูกจัดล้อมโต๊ะกลมเอาไว้สามมุม
ซึ่งพอเขากับคยูฮยอนเข้าไปก็นั่งเต็มพอดี
“นี่นายกำลังจะทำอะไร” เสียงโทนต่ำดังขึ้นเมื่อฮันกยองตัดสินใจเอ่ยถาม
ดวงตาเรียวหากคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานอย่างไม่เข้าใจ
“พี่ฮันกยอง” ดูคนตัวเล็กที่นั่งรวบรวมสมาธิอยู่จะตกใจไม่น้อย
เพราะร่างเล็กสะดุ้งขึ้นสุดตัว ซีวอนได้แต่มองภาพเหล่านั้นด้วยความเจ็บปวด
แคร์เขามากขนาดนั้นเชียวหรือ...คยูฮยอน
“พูดมาเถอะ...พี่รอฟังอยู่” ซีวอนพยายามปรับน้ำเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่ให้สั่นสะท้าน ไม่ให้หวั่นไหว เสียงคยูฮยอนครางเรียกชื่อเขาแผ่วเบา
“พี่ซีวอน”
ริมฝีปากอิ่มบางเม้มแน่นอย่างลำบากใจ
สถานการณ์อึดอัดจนอากาศในร้านแทบจะไม่พอเพียง
เห็นน้ำตาคลอในหน่วยตาคู่สวยก็อดที่จะเอื้อมไปปาดเช็ดให้ไม่ได้
“ไม่เป็นไรนะ...มีอะไรก็บอกมาเถอะ”
หัวใจปวดปร่า เต้นแต่ละครั้งก็หน่วงหนักจนเจ็บร้าว ในขณะที่เขาปาดเช็ดน้ำตาให้
มือเล็กๆที่สั่นสะท้านก็ถูกดึงไปยึดกุมไว้ในมือใหญ่ของใครอีกคน
“บอกมาเถอะคยู พี่จะเคารพการตัดสินใจของนาย”
เสียงแหบต่ำปร่าแปร่งไม่แพ้กัน ฮันกยองก็คงจะเจ็บปวดมากมายไม่แพ้เขา
ดวงใจจากคนรักที่ได้มาเพียงครึ่งจะมีความสุขได้อย่างไร
พวกเขา...เจ็บแทบตายไม่ต่างกัน
คนตัวเล็กยังคงก้มหน้าสะอื้นจนตัวสั่น
มือเล็กๆข้างหนึ่งจับมือของเขาที่ปาดเช็ดน้ำตาเอาไว้ กดแนบไปกับแก้มขาวนองน้ำตา
หากมืออีกข้าง ก็ยังจับยึดมือหนาของใครอีกคนไว้แน่นเช่นกัน
เคยมีคนเคยบอกกับเขาไว้ว่า...
ความรัก...มักจะมาคู่กับความเจ็บปวดเสมอ
และคงเจ็บยิ่งกว่า...เมื่อเป็นเพียง “ตัวเลือก” ของคนที่ “รักหมดหัวใจ”
“ตัวเลือก” ที่ไม่มีสิทธิ์อะไรไปมากกว่า “รอ” ที่จะ “ถูกเลือก” หรือ “ถูกทิ้ง”
และตอนนี้ซีวอนกำลัง “รอ” ที่จะเป็นฝ่าย “ถูกเลือก” หรือ “ถูกทิ้ง”
ดวงตาคมหลับลง รอฟังคำพิพากษาจากร่างบอบบางเจ้าของหัวใจ
จะกระชาก “หัวใจครึ่งดวง” กลับคืนไปหรือไม่ ในใจยังคงวิงวอนร่ำร้อง
อย่า...ได้โปรดคยูฮยอน อย่าทำร้ายกันมากกว่านี้อีกเลย...
“พี่ซีวอน ผมขอโทษ”
เสียงแหบหวานที่ก้องในโสตประสาตทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเลือนเมื่อลืมตา
ก่อนจะถูกกระหน่ำซ้ำจนเจ็บร้าวไปทั้งร่างกาย
“ผมรักพี่ฮันกยองครับ”
หากซีวอนไม่สามารถรับรู้อะไรต่อไปได้อีกแล้ว
ความเจ็บปวดและพ่ายแพ้โถมกระหน่ำจนจุกไปหมด
ไม่รับรู้ถึงเสียงที่เรียกชื่อของเขา ไม่รับรู้ถึงคำพูดต่อไป
คำพูดที่ดังก้องในหัวมีเพียงคำๆเดียว
//ผมรักพี่ฮันกยองครับ//
จบลงแล้ว...ความรักของเขา ถึงตอนอวสานแล้ว
ความรัก...มักจะมาคู่กับความเจ็บปวดเสมอ
และคงเจ็บยิ่งกว่า...เมื่อเป็นเพียง “ตัวเลือก” ของคนที่ “รักหมดหัวใจ”
“ตัวเลือก” ที่ไม่มีสิทธิ์อะไรไปมากกว่า “รอ” ที่จะ “ถูกเลือก” หรือ “ถูกทิ้ง”
และเจ็บปวดอย่างที่สุด...เมื่อกลายเป็น “ตัวเลือก” ที่ “ถูกทิ้ง”
เจ็บ...
END.
@~Talk~@
โปรเจ็ครับวันวาเลนไทน์...ฉลองวันเกิดให้กับผู้ชายทั้ง 3 คน
ถึงจะมาลงช้าไปหน่อยเพราะธุรกิจ(ของผู้อื่น)รัดตัวเหลือเกิน
แต่ก็มาลงจนได้ มาช้าดีกว่าไม่มาเนอะ ^ ^
โปรเจ็คนี้มีทั้งหมด 4 พาร์ทนะคะ เป็นของผู้ชายทั้ง 3 คนและบทสรุปอีก 1 พาร์ท
ดาคูชิตั้งใจจะลงให้จบภายในเดือนนี้ให้ได้เลย ยังไงก็เอาใจช่วยกันด้วยนะคะ ^ ^
ยังไงก็เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^