F-r-i-e-n-d

@~คำเตือน~@


ฟิคเรื่องนี้พกพาคำหยาบคายมาเต็มสตรีม มีทั้งกล่าวถึงบุพการี สิงห์สาราสัตว์ทั้งหลาย
เรียกว่าเป็นฟิคที่ไร้จิตสำนึกมากที่สุดที่ไรเตอร์เคยแต่งมา
รวมถึงเรทที่ติดจะรุนแรงอยู่สักหน่อย ถ้ารับความหยาบคายป่าเถื่อนไร้อารยธรรมไม่ได้
ขอแนะนำให้ปิดลงเถอะนะคะ
เพราะฟิคเรื่องนี้ไรเตอร์แต่งตอนที่เครียดจัดที่สุดในชีวิต
นั่นคือช่วงคาบเกี่ยวเวลาจองบัตรคอนฯ 13 ลิงน่ะเอง
เครียดจัดจนออกมาเป็นฟิคเรื่องนี้แล
หากทำใจได้ก็เชิญติดตามกันได้ตามอัธยาศัยค่ะ


เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^

.
.
.
.
.
.
.
[Fic]…Friend # 1…[NC-17]



“ทามมายวะ กูม่ายเข้าจายเลย อึ่ก...กูมานไม่ดีตรงไหน ทามมายเขาถึงทำกับกูแบบนี้”
ร่างสูงนั่งเหยียดยาวอยู่หน้าเตียง ใบหน้าแดงก่ำบอกชัดถึงปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด
ในมือถือกระป๋องเบียร์ที่เหลืออยู่ไม่ถึงค่อนกระป๋องไว้แน่น ปากยังพร่ำเพ้อไม่หยุด

“บอกกูทีสิวะจุมยอก บอกกูทีว่าทามมายเขาถึงเลิกกับกูง่ายดายนัก
กูมานไม่ดีตรงหนาย”
ใบหน้าเรียวคมยอมเงยขึ้นจากหนังสือที่อ่านติดพันอยู่
ถอนหายใจเฮือกอย่างไม่สบอารมณ์

“นี่มึงจะพร่ำพรรณนาหาสวรรค์วิมานน้องไก่มึงหรือไง
ถ้าเสียใจนักก็ไปขอคืนดีน้องเขาสิวะ จะมานั่งหอนให้กูรำคาญทำไม กูจะอ่านหนังสือ”
บอกแล้วก็นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในมือต่อ
ไม่สนใจไอ้คนที่ลงไปนอนเกลือกกลิ้งจะเป็นจะตายอยู่หน้าเตียง

“ห่า...นี่เพื่อนมึงกำลังเฮิร์ทสุดๆอยู่นะโว๊ย มึงเลิกอ่านไอ้หนังสือเรียนนรกนั่น
แล้วมาสนใจเพื่อนมึงก่อนได้ไหม ” ไม่พูดเปล่า
ยังพยายามเอื้อมมือมาดึงหนังสือออกจากมือร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่บนเตียงด้วย



โครม!!



“โอ๊ย~~~” สุดจะทนกับพฤติกรรมก่อกวนอวัยวะเบื้องล่างของเพื่อนสนิท
ขายาวๆจึงยันโครมเข้าที่ไหล่คนที่พยายามตะกายแย่งหนังสือในมือเขา
ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ลงไปนอนแอ่งแม้งกับพื้นอีกรอบ

“สัตว์วอน...กูอุตส่าห์ให้ที่มึงซุกหัวนอนมึงยังจะมาก่อกวนกูอีก
เดี๋ยวแม่งไล่ไปนอนกับหมาหน้าหอพักกูซะเลย
หอนเก่งนักเผื่อจะได้เมียสายพันธ์ใหม่ไงมึง”

“เชี่ยจุมยอก ถึงกูจะเมากูก็เลือกนะเมิง” เถียงทั้งๆที่ไม่มีปัญญาลุกขึ้นมาต่อกร
จุมยอกส่ายหน้า ยอมปิดหนังสือลงวางข้างตัว

“ใช่...มึงเลือก แต่มึงเลือกทุกคนไง
น้องฮยอกแจถึงทนพฤติกรรมทรามๆของมึงไม่ไหวไง ชั่วแล้วยังกล้าเรียกร้องนะมึง”

“ก็เขามาอ่อยกูเองทั้งนั้น แม่ง...เล่นมาเสนอกันถึงที่กูก็ต้องสนองสิวะ”
ยังเถียงคำไม่ตกฟาก จนจุมยอกอยากจะลองแกล้งเหยียบพลาดไปโดนหน้าหนาๆ
ของเพื่อนรักสักที เลวไม่มีจิตสำนึกแล้วยังเสือกอยากให้คนอื่นเข้าใจอีกนะมึง

“แล้วเป็นไง สนองไปสนองมา กรรมก็เลยตามสนองมึงไง ดีแค่ไหนแล้วที่เป็นฮยอกแจ
ถ้าเป็นคนอื่น เห็นจะๆตาขนาดนั้นกูว่ามึงไปเฝ้ายมบาลแล้วไอ้วอน”

คิดแล้วก็ยังสงสารคนตัวขาวๆบางๆนั่นไม่หาย
เล่นเปิดเข้าไปเห็นตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มซะขนาดนั้น
ไอ้เพื่อนชั่วก็ไม่รู้จักส่งซิกส์หรือกริ๊งกร๊างบอกกันมั่งเลย
ไอ้เขาก็หวังดีไม่อยากให้คนตัวเล็กรอนานเลยไปเปิดประตูห้องมันให้
กะว่าให้ไปนั่งรอมันข้างใน แล้วเป็นไงล่ะ...เจอเต็มๆ

“กูไม่ได้เป็นพระพุทธรูปเดินได้แบบมึงนี่
จะถวายทั้งกายทั้งใจแต่กับน้องแก้มป่องของมึง
แต่ถึงยังไงกูก็รักฮยอกแจคนเดียวนะโว๊ย...กูรักเขาจริงๆ” เสียงเริ่มสั่นในช่วงท้าย
คงจะเสียใจมากจริงๆ เพราะคราวนี้มันไม่ใช่แค่รถไฟชนกัน
เหมือนอย่างที่แล้วๆมาซะด้วย คงจะยากที่คนตัวบางจะกลับมาคืนดีอีกครั้ง

จุมยอกได้แต่ถอนหายใจเฮือก ชะโงกหน้าลงจากเตียงไปดูซากร่างของเพื่อนรัก
ที่นอนคู้อยู่ท่ามกลางกระป๋องเบียร์เกลื่อนกลาด

“เฮ้ย...อย่าพึ่งตายนะเว้ย กูไม่มีเงินใส่ซองงานศพมึงช่วงนี้นะ
ถ้าจะตายก็รอให้ป๋ากูส่งเงินมาให้ก่อน” พูดพลางใช้เท้าเขี่ยซากของเพื่อนตัวเองไปด้วย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนิ่งเฉยก็ขยับปลายเท้าสูงขึ้น

“สัตว์...จะโดนหน้ากูแล้วนะ เดี๋ยวหน้าหล่อๆของกูก็มีราคีเพราะตีนมึงหรอก”
ซีวอนคว้าหมับเข้าที่เท้าของไอ้คนที่ยังนั่งห้อยขาอยู่บนเตียง
นี่ถ้าช้าอีกนิดเดียวมันคงจะเอาทาบหน้าเขาไปแล้ว

“อ้าว...เห็นเงียบกูก็นึกว่าตายห่าไปแล้ว เสียใจฉิบหาย
นึกว่าคราวนี้กูจะได้เป็นไทแก่ตัวซะอีก”
จุมยอกหัวเราะถูกใจ มันยังมีแรงเถียงแบบนี้แสดงว่ายังไม่หนักหนาสาหัสเท่าไหร่
ตาคมแดงก่ำจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

“เออ...ไม่เป็นกูบ้างก็แล้วไป”

“กูไม่มีทางเป็นอย่างมึงแน่ กูไม่เคยนอกใจน้องเฮนรี่ของกู” หัวเราะสะใจ
ยิ่งเห็นร่างสูงใต้ฝ่าเท้าเงียบไปยิ่งสมน้ำหน้าเพื่อนรักอีกเป็นเท่าตัว

“ให้กูตายกูก็ไม่มีทางนอกใจเฮนรี่ กูรักกูถนอมของกู
ใครจะควายไม่รู้จักรักษาของแบบมึง”



“งั้น...มึงลองไหม...”




ความเจ็บแล่นปราดขึ้นจากข้อเท้า จุมยอกสะบัดเท้าหนีแต่มือหนายังบีบไว้ไม่ปล่อย
เออ...อยากลองดีกับกูใช่ไหม!



พลั่ก!!



“อ่อก!!” กระทืบเข้าที่ท้องของคนที่เมาแล้วกร่างอย่างแรง
ได้ผล...ซีวอนคู้ตัวกุมท้องร้องโอดโอยอยู่กับแทบเท้าของเขา

“ห่าวอน...อกหักก็อย่าพาลสิวะ สันดานแล้วมึง”
โบราณท่านว่า...เล่นกับหมา...หมาเลียปาก
แล้วจุมยอกก็ยังไม่อยากติดบาดทะยักจากน้ำลายไอ้คนพาลพรรณนี้
เดี๋ยวเชื้อโรคจะติดตัวเขาไปโดนน้องเฮนรี่ของเขาเปล่าๆ ที่รักของเขายิ่งบอบบางอยู่ด้วย

คิดแล้วก็ชักปลายเท้ากลับขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียง
ตั้งใจจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
แต่ไอ้ตัวมารก็ลุกโงนเงนปีนขึ้นมาบนเตียงเขาซะอีกแน่ะ

“เมาแล้วหมานะมึง เสี้ยนนักก็ไปหาน้องจูดี้หน้าหอพักนู่นไป๊”
จูดี้ที่ว่าคือสุนัขพันธ์พุดเดิ้ลที่เจ้าของหอพักเลี้ยงไว้
ซีวอนมองใบหน้าคมของเพื่อนรักฝีปากกล้านิ่ง ริมฝีปากหยักได้รูปเปิดรอยยิ้มมุมปาก

“ถ้ากูจะไปหาน้องจูดี้ กูว่าหาเอาแถวนี้ดีกว่า” เร็วกว่าจุมยอกจะคาดคิด
มือหนาตะปบเข้าที่ข้อเท้าชายหนุ่มแน่น กระชากทีเดียวร่างสูงโปร่งก็ลื่นพรืดลงบนเตียง


โป๊ก!!


“โอ๊ย!!สัตว์ กูเจ็บนะ!!”
จุมยอกตะโกนลั่นเมื่อหัวกระแทกเข้ากับฝาผนังเต็มๆจนตาพร่าไปชั่วขณะ
แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงเงาร่างสูงใหญ่ที่โถมเข้ามาหา เร็วกว่าความคิด
สัญชาตญาณสั่งให้จุมยอกต้องเอาตัวรอดจากไอ้หมาบ้าตัวนี้ให้ได้


พลั่ก!!


ขายาวๆถีบส่งออกไปสุดแรง ร่างสูงหนาถลาล้มตกเตียงเสียงสนั่น
ตั้งหลักได้จุมยอกก็กระโดดผลุงข้ามไอ้คนที่ยังนอนจุกอยู่กับพื้นไปอย่างรวดเร็ว
หากก็ยังช้ากว่ามือหนาที่คว้ากระชากข้อเท้าไว้จนชายหนุ่มล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น

“เชี่ยวอน!! มึงบ้าไปแล้วหรือไง!!” ด่าลั่นพลางถีบหมายให้โดนเข้าที่ใบหน้าคม
แต่ซีวอนก็ไวทายาด มืออีกข้างเอื้อมคว้าขาอีกฝ่ายไว้มั่น
กระชากพรวดเดียวร่างสูงโปร่งไม่ต่างจากตัวเองก็ลงมาอยู่ข้างใต้สำเร็จ

“เออ...กูบ้า แล้วก็เสี้ยนอย่างที่มึงบอกด้วย ตอนนี้กูอยากระบายออกเต็มที
มึงช่วยสงเคราะห์กูหน่อยแล้วกัน” ดวงตาดำจัดเบิกกว้าง
จุมยอกไม่คิดว่าซีวอนจะขาดสติถึงขนาดนี้ ปกติแม่งก็ทั้งบ้าทั้งเลือดร้อนอยู่แล้ว
แต่ก็ไม่คิดว่าจะไร้สามัญสำนึกขั้นเทพปานนี้


นี่มึงจะเว้นแค่หมาตัวเมียอย่างเดียวจริงๆใช่ไหม ถ้ากูรอดไปกูจะได้จำไว้!



ใบหน้าหล่อแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ในกระแสเลือดก้มลงมาใกล้
จุมยอกครางฮึ่มในลำคอ นี่มึงจะมากไปแล้วนะ


ผัวะ!!


“ถ้ามึงหื่นนัก ก็ล่อหมัดกูไปก่อนแล้วกัน”
ชกเข้าที่หน้าหล่อๆที่เจ้าตัวหวงแหนหนักหนาเต็มแรง
แถมด้วยการถองเข่าเข้าใส่ท้องไอ้คนตัวโตที่คร่อมทับอยู่ด้วย
ซีวอนเจ็บจุกไปหมดจนต้องคู้ตัวลง หน้าก็ชาไปทั้งแถบ รับรู้รสเฝื่อนฝาดในปากชัดเจน

“ชอบความรุนแรงก็ไม่บอกกูนะจุมยอก กูจะได้สนองให้ เพื่อเพื่อน...กูให้ได้อยู่แล้ว”

สิ้นคำมือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ลำคอของอีกฝ่ายแน่น จุมยอกดิ้นรนอึกอัก
สองมือพยายามทั้งผลักทั้งดึงมือซีวอนออกไปให้ได้ แต่ยิ่งดิ้นรนแรงกดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
จุมยอกเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าเวลาคนเมาจะมีแรงมากกว่าคนปกติธรรมดา
แล้วไอ้นี่มันทั้งบ้าทั้งเมาใช่ไหม เรี่ยวแรงมันถึงได้มหาศาลนัก
ทั้งๆที่เขากับซีวอนก็ขนาดตัวไม่ได้ต่างกันเลย แต่คราวนี้กลับสู้แรงอีกฝ่ายไม่ไหว
นี่มันบ้าถึงขนาดกะจะเอาเพื่อนอย่างเขาให้ตายเลยหรือไงวะ!

ใบหน้าคมโน้มลงมาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
ริมฝีปากถูกกดปิดด้วยริมฝีปากได้รูปของคนที่ทาบทับอยู่
อยากจะสะบัดหน้าหนีแต่ก็ติดมือใหญ่ที่กดบีบที่ลำคอไว้
จุมยอกจึงได้แต่กัดปากตัวเองแน่น ไม่ให้อีกฝ่ายทำอะไรได้มากกว่านั้น

“อย่าขวางกู อ้าปาก!!”
ไอ้เชี่ยวอน มึงสั่งเหมือนใช้ให้กูไปซื้อเหล้าที่มินิมาร์ทเลยนะ กูคงยอมให้อยู่หรอก...

แต่ก็ได้แค่คิดเมื่อรู้สึกถึงแรงบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก อ้าปากสูดอากาศหายใจ
กลับถูกสวนกลับด้วยลิ้นร้อนของคนที่คร่อมทับอยู่ด้านบน
ล่วงล้ำดูดกลืนกวาดควานไปทั่วโพรงปาก
ราวกับจะไม่ยอมให้ส่วนไหนหลุดรอดจากการรุกล้ำครั้งนี้ไปได้
จุมยอกเบิกตากว้างตกใจ


ห่า...หยามกันแบบนี้ ก็อย่าอยู่ร่วมโลกกันเลยมึง!



กลั้นใจงับฟันลงสุดแรง กะจะเอาให้แม่งเป็นใบ้ไปเลยจะได้หายบ้า
แต่ซีวอนก็ไวใช่ย่อย ชักลิ้นกลับทันก่อนที่ฟันคมจะได้ลิ้มรสเลือด
แต่ก็ช้ากว่าที่จะถอนปากออก จุมยอกจึงได้ลิ้มรสเลือดจากริมฝีปากหนาของซีวอนแทน

“บอกว่า...อย่าขวางกู!!” ยิ่งได้กลิ่นเลือดของตัวเองซีวอนก็ยิ่งคลั่งหนัก
ขาดสติเข้าขั้นจนเห็นคนใต้ร่างเป็นศัตรูมากกว่าเพื่อน
ยิ่งเจ็บก็ยิ่งตอบสนองอีกฝ่ายแรงเป็นเท่าตัว
มือหนาสะบัดเข้าที่หน้าเรียวคมที่อยู่ข้างใต้สุดแรง


เพี๊ยะ!!


เจ็บจนชาไปทั้งหน้า รู้สึกถึงความเค็มปร่าที่แตะปลายลิ้น
แต่คราวนี้ไม่ใช่เลือดของซีวอน แต่เป็นเลือดของจุมยอกเอง

“ไอ้สัตว์วอน อย่าอยู่เลยมึง” โมโหเลือดขึ้นหน้าเป็นยังไง จุมยอกก็พึ่งจะรู้จักในวันนี้
ทั้งๆที่คบกันมาเป็นสิบๆปีแต่ไม่มีสักครั้งที่จะโกรธจนแทบจะฆ่าร่างสูงตรงหน้าได้
เขามั่นใจพอควรว่าเป็นคนใจเย็น แต่คราวนี้มันไม่ไหวจริงๆ
คงต้องจับเขาเข้าห้องดับจิตนั่นแหละ เขาถึงจะเย็นลงได้


ผัวะ!!


หมัดหนักๆชกเข้าที่ใบหน้าของคนที่โน้มตัวเข้ามาหาอีกครั้ง
คราวนี้ตามด้วยขาที่ยกขึ้นยันหน้าท้องของอีกฝ่ายเต็มแรง
ซีวอนกระเด็นออกไปจนชนขอบเตียงดังปัง
พอจุมยอกลุกขึ้นได้ก็ตามไปหมายจะกระทืบซ้ำ


ตายเพราะอกหักมึงไม่ชอบใช่ไหม...งั้นตายคาตีนกูก็แล้วกัน!


เงื้อเท้าขึ้นจะกระทืบลงที่เป้าหมาย แต่ซีวอนกลับหลบได้ทัน
ขายาวเตะสวนกลับเข้าที่หน้าแข้งจนร่างสูงโปร่งล้มโครมลงแรง
จุมยอกทั้งเจ็บทั้งจุกจนพูดไม่ออก

“เก่ง...เก่งมากจุมยอก...เก่งให้ตลอดนะมึง”
โถมร่างทั้งร่างเข้าหาคนที่นอนคู้ตัวเพราะยังจุกไม่หาย
มือใหญ่กระชากเสื้อเชิ้ตเนื้อดีที่จุมยอกชอบสวมใส่จนกระดุมกระจาย
ตัวเสื้อขาดแล่งติดมือออกมา

“สัตว์..มึง ปล่อยกู!!”
จุมยอกตะโกนลั่นเมื่อถูกล็อคแขนทั้งสองข้างให้ไพล่ไปข้างหลังทั้งๆที่ยังนอนคว่ำอยู่
รับรู้ถึงความพ่ายแพ้อยู่รำไร เมื่อตัวเสื้อเชิ้ตราคาแพงของตัวเองถูกใช้ต่างเชือก
เพื่อพันธนาการข้อมือเอาไว้ ชายหนุ่มดิ้นพล่านทั้งๆที่ความหวังริบหรี่ลงทุกที

“มึงจะโวยวายไปทำไม แต๋วแตกเพื่อกูสักวันนึงมันจะตายไหม”
จับพลิกคนที่นอนคว่ำหน้าให้หงายขึ้นมา ซีวอนยิ้มเยาะที่มุมปากทั้งๆที่ยังมีเลือดกรังอยู่
สะใจที่เห็นอีกฝ่ายทำอะไรตัวเองไม่ได้แล้ว

“พ่อมึงสิตาย กูแมนเต็มร้อย จะให้แต๋วห่าอะไรเพื่อมึง”
จุมยอกโกรธจนหน้าแดงก่ำไม่แพ้คนเมาที่คร่อมทับ
มือถูกมัดไว้แบบนี้ก็คงต้องใช้ขาให้เป็นประโยชน์
ให้ตายเขาก็จะไม่มีวันยอมแต๋วแตกให้ไอ้เพื่อนห่านรกนี่เด็ดขาด!

“หรอ...งั้นมึงคอยดู กูจะทำให้มึงแต๋วแตกได้ไหม”
เหมือนนึกรู้ความคิดของเพื่อนสนิท ขายาวคร่อมกดทับขาทั้งสองข้างของคนใต้ร่างไว้
มือก็ปลดกระดุมกางเกงยีนส์ร่างโปร่งไปด้วย

“เฮ้ย!! อย่า!!” จุมยอกร้องเสียงหลง กางเกงยีนส์ตัวเก่งถูกรูดลงไปกองที่ปลายเท้า
แถมร่างสูงยังฉลาดพอที่จะพันมันไว้อย่างนั้นด้วย
กลายเป็นว่าทั้งมือทั้งเท้าถูกพันธนาการแน่น ดิ้นไม่หลุด หนีไม่ได้...

“โอ้โห...มึงก็หุ่นดีเหมือนกันนี่หว่า
พออย่างงั้นน้องรี่จังของมึงถึงทั้งรักทั้งหลงมึงขนาดนี้” ไม่พูดเปล่า
ไอ้เพื่อนสารเลวยังลากปลายนิ้วผ่านจากหน้าอก
ลงไปสู่หน้าท้องที่มีกล้ามเป็นลอนสวยด้วย
จุมยอกรู้สึกผะอืดผะอมจนอยากจะอาเจียนออกมา
ชายหนุ่มพยายามขยับตัวถอยหนี แต่ก็ไม่เป็นผล

“ยอมกูดีๆ กูจะได้ถนอมๆมึงไว้ให้รี่จัง”

“โครตพ่อมึงสิ กูถนอมตัวกูเองได้”

“ปากเก่ง...ดี กูจะได้ไม่ต้องออมแรง”

คำพูดของคนที่กำลังเหนือกว่าทำเอาจุมยอกขนลุกชันทั้งหัว
ชายหนุ่มดิ้นพราดๆราวกับปลาดุกถูกทุบ พยายามกระชากพันธนาการที่รัดตัวเองออก
แต่ก็เปล่าประโยชน์ มือหนาเอื้อมตะปบใบหน้าคมคล้ายตัวเองไว้แน่น
ซีวอนยกยิ้มที่มุมปาก พลางเลื่อนหน้าเข้าไปชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

“กูจะคอยดู ลองกับกูแล้วมึงจะยังไม่นอกใจน้องรี่จังของมึงไหม”
เสียงทุ้มพร่าหัวเราะเยาะข้างหู

“แล้วอย่ามาเปลี่ยนใจขอกูเป็นเมียแทนฮยอกแจของกูก็แล้วกัน”


ตาคมดำลุกวาบ ...ไอ้เชี่ยวอน มึงพูดแบบนี้ เอาตีนลูบหน้ากูยังจะดีกว่าอีก...


ยังไม่ทันได้ตอบโต้ ริมฝีปากหยักได้รูปก็ตะโบมจูบลงมาไม่ทันให้ได้ตั้งตัว
จะเบี่ยงหลบมือหนาก็บีบล็อคขากรรไกรเขาไว้แน่น
บังคับให้ต้องอ้ารับลิ้นร้อนของอีกฝ่ายเข้าไปจนได้

จุมยอกรู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมา
ขยะแขยงปลายลิ้นที่กวาดไล่ต้อนเขาจนสุดมุมที่จะหลบเลี่ยง บังคับให้ต้องตอบรับ
กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งจนทั่วทั้งโพรงปากเพราะเรียวลิ้นอีกฝ่ายกวาดเก็บกลืนไปทุกที่
หายใจไม่ออก...ขัดขืนไม่ได้ ร่างทั้งร่างแทบจะจมไปกับพื้นไม้หนาเย็นเยียบในห้อง
เจ็บหนึบรวดร้าวไปทั่วทั้งต้นแขนที่ถูกกดทับจากทั้งร่างของตัวเองและร่างสูงใหญ่ด้านบน

อ้าปากงับอากาศทันทีที่ริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ไขโขลกจนตัวงอ
พลางเบี่ยงหน้าหนีเมื่อใบหน้าคมเปลี่ยนมุมไปซุกไซ้ที่ซอกคอแทน
ซีวอนกดเม้มฝากฝังรอยไว้ทุกที่ที่ลากผ่าน
รอยช้ำจ้ำแดงเริ่มปรากฏไปทั่วผิวกายขาวผ่อง
ฝ่ามือหนาลูบโลมไปทั่วทั้งร่างกาย ไม่มีความอ่อนโยน มีแต่ความรุนแรงและหื่นกระหาย

ขนลุกตั้งชันเมื่อมือหนาไล้ผ่านไปถึงขอบกางเกงบ็อกเซอร์ที่สวมอยู่
จุมยอกกัดปากตัวเองไว้แน่น ดวงตาคมดำจัดลุกวาบด้วยความโกรธ

“อย่า!!” กดเสียงจนต่ำเย็นเยียบ ซีวอนรู้ดีว่าจุมยอกโกรธจัดถึงขีดสุดแล้วจึงพูดแบบนี้
แต่เขาก็ยอมรับว่า นอกเหนือจากการลองดีอยากเอาชนะ
คนที่กวนโทสะเขาให้กรุ่นขึ้นแล้ว
มันคือความปรารถนา ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นซีวอนก็ไม่เข้าใจ
ที่สำคัญตอนนี้เขาไม่คิดจะหาคำตอบให้เข้าใจมากขึ้นด้วย
รู้เพียงแต่ว่าอยากได้...และต้องได้

บดริมฝีปากตัวเองให้แนบเข้าไปอีกครั้ง
กดปิดน้ำเสียงเย็นเยียบและสายตาที่มองมาอย่างอาฆาตเอาไว้
ได้ยินเสียงอีกฝ่ายดิ้นรนร้องอึกอักอยู่ในลำคอ แต่ซีวอนไม่หยุด...และไม่คิดจะหยุด

มือกระชากกางเกงบ็อกเซอร์ของร่างข้างใต้จนร่นไปอยู่ที่ปลายเท้า
เปิดเปลือยรูปร่างสง่างามสมส่วนให้ปรากฏสู่สายตา จุมยอกไม่ใช่แบบที่เขาชอบ
สเป็คของซีวอนคือเด็กหนุ่มหรือเด็กสาวรูปร่างเล็กๆบางๆ
ใบหน้าจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อย ริมฝีปากต้องสีเชอร์รี่น่าจูบ เส้นผมนิ่มสลวยยาวประบ่า
ฝ่ามือฝ่าเท้าเล็กๆไม่ใช่มือหนักตีนหนักแบบนี้
จุมยอกตรงข้ามกับสเป็คของเขาราวกับฟ้ากับเหวเลยทีเดียว

เพราะนอกจากเจ้าตัวจะรูปร่างดีส่วนสูงได้แล้ว
ก็ยังแมนชนิดที่เขายังยอมแทบจะก้มกราบให้
หน้าตาดี หุ่นนายแบบ หล่อชนิดที่ถูกใจทั้งชายหญิงทั่วราชอาณาจักร
แบบว่ากระดิกนิ้วเดียว ก็มาให้เลือกกันแทบไม่ทัน
แล้วทำไมเขาถึงปรารถนาคนอย่างงี้ได้

“สัตว์...มึงจะทำอะไร...ปล่อยกู!!”
จุมยอกตะโกนลั่นเมื่อซีวอนก้มหน้าลงไปหาส่วนอ่อนไหว
ลิ้นร้อนตวัดชิมไล้เลียจุดไวสัมผัสกลางลำตัวที่เริ่มจะตอบสนอง
มือก็ลูบไล้ให้อารมณ์ที่จุมยอกพยายามจะระงับยิ่งกระพือโหมขึ้นเรื่อยๆ
ชายหนุ่มครางสั่นในลำคอ เขากำลังถูกปลุกเร้าจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

“อย่า...ได้โปรด” เสียงแหบสั่นพร่าเพราะอารมณ์ที่ถูกเร้าอย่างหนัก
จุมยอกดิ้นรนด้วยกำลังเฮือกสุดท้ายที่มี
ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยกำลังจะไปถึงจุดสูงสุดของอารมณ์

“อ๊ะ...อา...” ปลดปล่อยหยาดอารมณ์ออกมาจนหมดสิ้น
ร่างสูงโปร่งหอบหนักอย่างไร้เรี่ยวแรง
ไม่มีแม้แต่เสียงจะทัดทานลิ้นร้อนที่ปาดเลียลิ้มชิมรสอย่างไม่รังเกียจ
ไม่มีแม้แต่แรงจะขัดขืนเมื่อเรียวขาถูกจับให้แยกออกจากกัน
นิ้วเรียวยาวลากไล้ผ่านหยาดน้ำข้น ปาดป้ายลงไปสู่ช่องทางเบื้องล่าง
ก่อนจะกดสอดเข้าไป!

“อ๊ะ...มึงจะทำอะไรกู!!”
ร้องลั่นเมื่อความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาจากช่องทางด้านหลัง
พยายามเบี่ยงตัวหนีแต่ติดร่างหนาที่โถมทับไว้ทั้งตัว

“อย่าดิ้น เดี๋ยวก็เจ็บหรอก” ปากก็บอกอย่างนั้น แต่นิ้วที่สองก็กดพรวดตามเข้าไปติดๆ

“โครตพ่อมึง!!...ปล่อยกู...กูเจ็บ!!”
จุมยอกไม่คิดมาก่อนว่าการเป็นฝ่ายถูกกระทำจะทุกข์ทรมานถึงขนาดนี้
เจ็บแสบไปทั่วทั้งเส้นทางที่ถูกรุกล้ำ ริมฝีปากถูกขบไว้แน่น
พยายามสกัดกลั้นเสียงร้องของตัวเองไว้ เขาจะไม่ร้อง
เจ็บให้ตายซะยังดีกว่าที่จะร้องให้ขายหน้า แต่อย่าให้กูรอดไปแล้วกัน...

“อย่าดิ้น มึงเคยบอกน้องรี่จังมึงยังไง มึงก็เอามาใช้สิ จะได้ไม่เจ็บ”
เสียงแหบกระเส่าอยู่ข้างๆใบหู พยายามปลุกปลอบคนใต้ร่าง
ขณะที่นิ้วยังควานคลึงเพื่อเปิดช่องทางคับแคบให้ขยายกว้างมากขึ้น
รู้สึกถึงอาการสั่นเกร็งของร่างที่ตัวเองทาบทับเป็นระยะๆ
คงเจ็บจะตายแต่ไม่ยอมร้องสักแอะ ร้องเพื่อคนอย่างซีวอนสักนิดแล้วมันจะตายไหม...


อยากเห็น...อยากเห็นใบหน้านี้เอ่อคลอด้วยน้ำตา
อยากเห็นใบหน้าขาวคมนี้บิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกหฤหรรษ์
อยากได้ยินเสียงครวญครางราวกับจะขาดใจ อยากให้เรียกชื่อเขา...



ถอนนิ้วออกมาขณะที่มืออีกข้างก็ปลดกระดุมกางเกงตัวเองลง
เหลือบมองใบหน้าซีดขาวที่ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างน่าสงสาร

“อย่า...อ๊ากกกกกก” คว้าเอวคนที่พยายามจะขยับหนีได้
ร่างสูงก็ส่งกายตัวเองเข้าไปในช่องทางคับแคบของอีกฝ่ายทันที
จุมยอกร้องลั่น เจ็บปวดยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เคยพบเจอมาในชีวิต
ช่องทางที่คับแน่นฝืดเคืองไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดีพอทำให้ซีวอนแทบจะไปต่อไม่ได้
แต่จะให้ค้างคาอยู่อย่างนี้เขาก็ทนไม่ได้อีก จึงตัดสินใจดันร่างตัวเองเข้าไปจนสุดทาง

“อ๊าก~~~~” เจ็บเกินกว่าที่เคยเจ็บ ทั้งเจ็บปวดและแสบร้อนไปหมด
เจ็บจนแทบอยากจะหมดสติไปให้ได้เดี๋ยวนั้น
แต่ร่างสูงด้านบนก็ยังเคลื่อนกายลึกต่อเนื่องอย่างไม่สนใจ
กระแทกกระทั้นกายหนักหน่วงให้สมกับความปรารถนาที่เกาะกุมจิตใจ
เส้นทางคับแคบเริ่มลื่นไหลมากขึ้นเพราะได้ของเหลวข้นมาช่วยหล่อลื่น
กลิ่นคาวของมันคลุ้งจนจุมยอกแทบจะอาเจียนออกมา กลิ่นเลือดของเขา...

ตาดำจัดหรี่ปรือลงอย่างอ่อนแรง ริมฝีปากยังขบแน่นจนเลือดคาวปร่าในลำคอ
เจ็บ...จุมยอกเจ็บแทบขาดใจ ทรมานจนแทบอยากจะหยุดหายใจลงให้ได้
เขากำลังถูกเพื่อนรักข่มขืน อยากจะหลับตาแล้วตื่นขึ้นมาใหม่ อยากให้เป็นเพียงแค่ฝัน
ร่างทั้งร่างโยกคลอนตามแรงอารมณ์ของคนที่ทาบทับ จะ...จบหรือยัง

“จุมยอก” เสียงกระซิบสั่นพร่าที่ริมหู จุมยอกเปิดเปลือกตาขึ้นมอง
สบกับดวงตาเรียวคมกริบที่จ้องมาอยู่แล้ว

“เรียกชื่อฉัน”

“..............”

“เรียก...ได้โปรด” น้ำเสียงเว้าวอนอ่อนหวาน
ริมฝีปากได้รูปแนบจูบลงบนเปลือกตาทั้งสองข้าง
ก่อนจะไล้ลงมาประกบลงที่กลีบปากนุ่ม จูบย้ำอ่อนโยน...แผ่วหวิว

“เรียกชื่อ...พ่อมึงก่อน...ได้ไหม” ยังไม่ยอมลงให้ทั้งๆที่น้ำเสียงขาดหายลงทุกที
ซีวอนยิ้มบางๆในหน้า

“ไว้ใจฉัน...เรียกฉัน...นะ”

“ซี...วอน” ยอมพ่ายแพ้แต่โดยดี
ร่างสูงกระทั้นกายถี่หนักบ่งบอกถึงจุดสุดยอดที่กำลังจะมาถึง
มือใหญ่ก็เอื้อมเค้นคลึงให้อีกฝ่ายตื่นตัว เพื่อให้ไปถึงที่สุดแห่งอารมณ์พร้อมๆกัน

“อ๊ะ...อ๊า~~~” เสียงครางอย่างสุขสมประสานกัน
ร่างกายที่ถูกใช้งานไปอย่างหนักทำให้จุมยอกถึงกับสติหลุดลอยไปทันทีที่เสร็จสม
ซีวอนหอบหนักกับแผ่นอกของอีกฝ่าย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มกลับเข้ามาในจิตใจ


ทำลงไปแล้ว...เขาทำลงไปแล้ว


ถอนร่างออกมาก็ต้องนิ่งอั้นไปพักใหญ่
ร่างทั้งร่างของเพื่อนรักเต็มไปด้วยร่องรอยจ้ำแดงจนแทบช้ำไปทั้งตัว ใบหน้าคมซีดขาว
โหนกแก้มมีรอยช้ำ ริมฝีปากแห้งผากแตกช้ำจนเลือดไหลไม่หยุด
รอบคอมีรอยบีบจนขึ้นเป็นรูปนิ้วชัดเจน
นั่นยังไม่รวมถึงเลือดสีแดงข้นที่ไหลเลอะเต็มซอกขาของอีกฝ่าย
จนหยดลงเปื้อนพื้นในห้อง





ตายห่าล่ะซีวอน...งานนี้มึงตายแน่ๆ!!




TBC.