Jealous-Love

@~Talk~@

ได้ฤกดิ์เอาฟิคเรื่องใหม่มาเปิดตัวเสียที จริงๆแล้วเรื่องนี้แต่งไว้ตั้งนานแล้วล่ะ
แต่แต่งไปได้แค่ครึ่งเรื่องก็หนีไปแต่ง “แทงข้างหลัง...ทะลุถึงหัวใจ” ซะก่อน
จากนั้นก็ว่าจะดองเค็มเรื่องนี้ไปเลย เพราะควานหาฟีลฟิคเรื่องนี้ไม่เจอแล้ว ^^”

แต่ไปๆมาๆไม่รู้นึกยังไง ไปรื้อๆค้นๆมาอ่านดูอีกครั้ง
เออ...นะ ฟีลเริ่มมา อารมณ์เริ่มมี
ก็เลยแต่งจนจบแล้วเอามาลงด้วยประการฉะนี้แล 555
เรื่องนี้มี 2 Part นะคะ Part จบเจอกันอาทิตย์หน้าแล้วกันเนอะ ^^


ปล. (โปรดลืม?) ลืมภาพของน้องๆในลุคใหม่ไปก่อนนะคะ
เรื่องนี้ขออนุญาตจิ้นไปตามลุค Happiness ก่อนละกันค่ะ

เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^

[SF] หวง...[KangTuekKyu]-Begin

“นายเป็นห่วงความรู้สึกของทุกคนในวง
แต่กับความรู้สึกของฉัน นายไม่เคยคิดถึงมันเลย
ถามจริงๆเถอะจองซู ถ้ามีใครสักคนในวงมาขอ “ฉัน” ไป
นายจะยกฉันให้เขาหรือเปล่า”

“ไม่นะยองอุน ฉันไม่อยากจะเลิกกับนายนะ
ฉันเสียใจ ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งได้ไหม
ฉันสัญญานะ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน”

“ในเมื่อพี่เสียสละ “ทุกอย่าง” เพื่อน้องๆในวงได้
งั้นผมขอ “คนรักของพี่” บ้างได้ไหม
ผมรักพี่คังอิน และมั่นใจว่ารักไม่น้อยไปกว่าพี่แน่นอน
ดังนั้น...พี่ยกเขาให้ผมเถอะนะ”
.
.
.
.
.
“พี่อีทึกกกกกกกกกก” เสียงใสที่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันตรงหน้า
ทำให้อีทึกต้องเงยหน้าขึ้นจากตารางงานในมือ

“หือ...มีอะไรกันหรอ”
ถามทั้งๆที่ยังหวั่นๆกับดวงตากลมโตใสแจ๋ว 3 คู่นั้นพอสมควร

ก็เวลาที่ไอ้สามลูกสมุนลิงตระกูลอีโผล่มาแบบพร้อมหน้าพร้อมตากัน...แบบนี้
แล้วเรียกเขาด้วยน้ำเสียงหวานหยด...แบบนี้
รับประกันฟันธงได้เลยว่า เจ้าพวกนี้ต้องอ้อนให้เขาทำอะไรให้อีกแหงๆ

“คือว่าอย่างงี้นะพี่อีทึก พอดีพวกผมมีนัดด๊วนด่วนที่จะต้องรีบออกไปข้างนอกน่ะ”
ฟังดูน้ำเสียงเจ้ากระต่ายตัวกลมนี่เข้าสิ

นี่มันกำลังจะทำให้เขาเห็นใจหรือหมั่นใส้กันแน่เนี่ย

“ใช่พี่ พอดีเลทไม่ได้เลยอ่ะ แบบว่าไม่ได้จริงจิ๊งงง”
ทงเฮสนับสนุน พร้อมกับส่งสายตาวิ๊งๆมาให้
เคยทำกับคิบอมได้ผลล่ะสิ ถึงเอามาใช้กับเขาแบบเนี๊ยะ

“แล้วยังไงล่ะ” พยายามถามอย่างระมัดระวังที่สุด
กลัวเหลือเกินว่าเรื่องที่เจ้าพวกลูกลิงนี่ขอ จะเข้าเนื้อตัวเองจนได้

“แหม...แต่พอดีเวรไปซื้อของเข้าบ้าน ทำข้าวเย็น กับล้างจานวันนี้มันเป็นของพวกผมนี่
ถ้าพวกผมมัวแต่ทำเวรกันล่ะก็ ต้องไปไม่ทันนัดแน่ๆเลย เฮ้อ...ทำยังไงดีน๊อ”
เสียงเจ้ากระต่ายสีชมพูที่พยายามบีบลงให้ฟังดูชวนน่าเห็นใจนั้น ทำให้อีทึกถอนใจเฮือก
เริ่มรู้แล้วว่าไอ้เด็กพวกนี้ต้องการอะไรจากเขา

“จะวานให้พี่ทำให้อีกล่ะสิ”
คำว่า “อีกล่ะสิ” ของเขาคงพอขยายความได้แล้วว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรก!

“อื้อๆๆๆ” สามตัวปัญหาพยักหน้ารับพร้อมกันทันที
ลีดเดอร์เอสเจอดถอนหายใจออกมาอีกครั้งไม่ได้

ให้มันได้อย่างงี้สิ ทำไมเขาเดาไม่เคยผิดเลยนะ
ไอ้เรื่องที่จะทำให้ตัวเองลำบากแบบนี้น่ะ

“อีกครั้งเดียวเท่านั้นนะ พี่จะไม่ตามใจพวกนายอีกแล้ว”
ปากก็พูดไปแบบนั้น แต่ใครๆก็รู้ว่านางฟ้าอีทึกของพวกเขาไม่เคยทำได้อย่างที่พูดสักที
พี่อีทึกก็คือพี่อีทึก ใจดีและใจอ่อนกับน้องๆยิ่งกว่าใคร

“แล้วนายล่ะ ฮยอกแจ”
หันไปถามเจ้าตัวปัญหาอีกตัว ที่ทำหน้าที่เป็นลูกขุนพลอยพยักมาตั้งแต่ต้น
เรียกรอยยิ้มกว้างจากเจ้าลิงหน้าไก่นั่นได้ทันที

“ก็นัดที่พวกผมจะไปมันน๊านนานนนนน” ดูๆมันลากเสียงเข้า แล้วดูมันทำสายตาเข้าสิ
ใครไปทำให้มันเข้าใจผิดหรือเปล่า ว่ามันทำแล้วจะน่ารักน่าชังเหมือนอย่างซองมินน่ะ

“นานจนผมน่าจะไปจัดรายการไม่ทันน่ะสิ”
รายการที่ว่าก็คือ Kiss The Radio ที่เขากับฮยอกแจจัดคู่กันน่ะเอง
หากคราวนี้อีทึกถึงกับนิ่วหน้า ก็มันหนักหนาพอสมควรเลยนะนั่น

“นัดนี่มันสำคัญกับพวกนายขนาดนี้เชียวหรอ เลื่อนไปก่อนไม่ได้หรือไง”
อดต่อรองไม่ได้ ก็แค่งานที่เขาต้องทำแทนซองมินกับทงเฮ
มันก็ทำให้เขาหมดเวลาครึ่งวันบ่ายไปแล้ว แล้วนี่ยังต้องไปจัดรายการวิทยุคนเดียวอีก
เขาก็ต้องทำการบ้านในส่วนของเจ้าไก่นี่ด้วยน่ะสิ มันไม่ง่ายเลยนะ

“ไม่ได้จริงจิ๊งงงงงง มันสำคัญมากจริงๆนะพี่”
ไอ้สามตัวยุ่งพร้อมใจกันส่ายหัว แล้วค่อยๆกระแซะเข้ามาเกาะขาเขาไว้

“น่านะพี่อีทึก พวกผมสัญญาว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายยยยย”
น้ำเสียงออดอ้อนที่มาพร้อมกับแววตาเว้าวอนเป็นประกายวิบวับอย่างมีความหวังนั้น
ทำให้ลีดเดอร์คนสวยอดใจอ่อนไม่ได้

เฮ้อ...ให้ตายสิ ทำไมเขาไม่เคยทนใจแข็งกับน้องๆได้เลยนะ

“โอเค...ครั้งสุดท้ายนะ” ย้ำอีกครั้งทั้งๆที่รู้อยู่ว่าครั้งต่อไปก็ต้องมีอีก
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็เขาไม่อยากเห็นสีหน้าผิดหวังของสมาชิกในวงคนไหนเลยนี่นา
และเมื่อเห็นเจ้าพวกลูกลิงทั้งหลายกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
อีทึกก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

เอาเหอะ...แค่นี้ก็คุ้มแล้วล่ะ ถ้าทำให้เจ้าลิงน้อยพวกนี้มีความสุขได้ล่ะก็นะ

“เฮ้ย! เสียงดังอะไรกันน่ะ หนวกหูชะมัดเลย”
เสียงทุ้มห้าวที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น
ทำเอาบรรดาลิง ลิง และลิงทั้งหลายสลายตัวแทบไม่ทัน

ก็จะไม่รีบสลายตัวได้ยังไงล่ะ
เล่นมาอ้อนให้พี่อีทึกทำนู่นทำนี่ให้ตั้งเยอะ ขืนพี่คังอินรู้สิ
ได้จับพวกเขาทุ่มลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำ
ให้สมกับความที่บังอาจใช้งานพี่อีทึกแบบไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแน่ๆ

ดังนั้นทันทีที่คังอินก้าวเข้ามา จึงได้เห็นแต่หลังไวๆของบรรดาลิงเจ้าปัญหา
ที่ลับหายออกไปจากประตูบ้านอย่างรวดเร็วเท่านั้น

“ไอ้เจ้าพวกนั้นจะรีบไปไหนกันน่ะ มีอะไรหรือเปล่า”
คังอินเอ่ยถามทั้งๆที่สายตายังไม่ละออกจากประตูบ้าน

“อ๋อ...เปล่าหรอก พอดีซองมิน ทงเฮ และก็ฮยอกแจมีนัดด่วนน่ะ
ก็เลยมาวานให้ฉันช่วยอะไร...เอ่อ...นิดหน่อย”
คิ้วเข้มขมวดฉับทันทีที่อีทึกพูดจบ
แค่นี้คังอินก็รู้แล้วว่าเจ้าพวกนั้นมาอ้อนเอาอะไรจากคนรักของเขา

ฮึ่ม..ไอ้พวกลูกลิงจอมป่วน กลับมามีตายแน่ๆ!!

“ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ น้องมีธุระจริงๆนะ”
ลีดเดอร์คนสวยแก้ตัวให้น้องๆเสร็จสรรพ
หากก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด

“นายก็ตามใจน้องแบบนี้ทุกที ไม่รู้ว่ามีธุระจริงหรือแค่ออกไปเที่ยวเล่นกันแน่
นายต้องหัดใจแข็งบ้างนะจองซู เดี๋ยวเจ้าพวกนั้นก็เสียเด็กหมดหรอก”
คังอินบ่นพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวข้างๆร่างโปร่งของคนรัก
มือใหญ่ไม่ลืมที่จะรั้งร่างบางนั้นมาไว้ในวงแขนด้วย

“ฉันรู้ แต่นายก็เห็นนี่ ว่าช่วงนี้ตารางงานของพวกเราแน่นเอี๊อดไปหมด
เรียกว่าแทบจะไม่มีเวลาหายใจหายคอกันเลย เด็กพวกนั้นก็คงจะเครียดกันไม่น้อย
ฉันเลยคิดว่า ถ้าปล่อยให้น้องๆได้ออกไปคลายเครียดกันบ้างมันก็คงจะดี
แล้วถ้าสิ่งที่เจ้าพวกนั้นขอไม่เกินกำลังฉันนัก ฉันก็อยากทำให้”
คนหน้าสวยพยายามอธิบาย

“โดยที่นายรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียวเนี่ยนะ แล้วนายเครียดนายเหนื่อยไม่เป็นหรือไง
แล้วนี่ต้องทำอะไรแทนพวกนั้นบ้างล่ะ”
น้ำเสียงตวัดห้วนบ่งบอกอารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดี
คังอินหงุดหงิดเกินกว่าจะมานั่งปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติได้

ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้นิสัยของคนรักของตัวเอง
อีทึกน่ะ มักคิดถึงเพื่อนร่วมวงก่อนตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม
หากทำแทนได้...ก็ทำ หากเสียสละให้ได้...ก็ให้
อีทึกแคร์ความรู้สึกของสมาชิกเอสเจทุกคนมากกว่าใคร
ไม่อยากเห็นน้องเศร้า ไม่อยากให้เพื่อนทุกข์ใจ

แต่ร่างโปร่งนี่จะเคยคิดในทางกลับกันบ้างไหมว่า
การกระทำแบบนี้จะทำให้เขาเป็นห่วงมากมายแค่ไหน

จะคิดบ้างไหมว่าจะทำให้เขาเศร้า...
เมื่อต้องทนเห็นคนรักของตัวเองล้มเจ็บ เวลาที่ทำอะไรเกินกำลังของตัวเอง
จะคิดบ้างไหมว่าจะทำให้เขาทุกข์ใจ...
เมื่อต้องทนเห็นคนรักของตัวเองแอบร้องไห้
เพราะต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้งบนบ่าทั้งสองข้างอยู่คนเดียว
โดยที่สมาชิกในวงคนอื่นๆแทบจะไม่รับรู้เลย

แล้วครั้งนี้ก็อีก จะต้องทำงานในส่วนของเจ้าลิงสามตัวนั่นมากเท่าไหร่ก็ไม่รู้

“ก็แค่ไปซื้อของเข้าบ้าน ทำกับข้าวเย็นนี้ ล้างจาน
แล้วก็ไปจัด Kiss The Radio คนเดียว”
คำตอบที่ได้รับทำให้ร่างสูงลุกพรวดขึ้นทันที จนอีทึกต้องยึดมือใหญ่ไว้แน่น

“จะไปไหนน่ะยองอุน”

“จะไปลากคอไอ้เด็กพวกนั้นกลับมา มันจะมากไปแล้วนะจองซู
แค่ไปซื้อของอย่างเดียวนี่ก็เกือบจะกินเวลาทั้งวันแล้ว
แล้วยังต้องมาทำกับข้าวเย็น ล้างจาน แล้วยังไปจัดรายการคนเดียวอีก
ไม่ได้ล่ะ...ฉันจะไปจัดการเจ้าพวกนั้นเอง”
ว่าพลางสะบัดมือให้หลุดจากมือเรียวที่เกาะกุมอยู่ หากอีทึกก็ยึดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“เอาน่ายองอุน ฉันทำได้ แล้วน้องก็สัญญาแล้วด้วยว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย”
พยายามแก้ตัวให้น้องๆเต็มที่ เพราะเขารู้ดี
เวลาที่คนรักของเขาโมโหแบบนี้น่ากลัวมากแค่ไหน
ขืนปล่อยให้ไปตามสิ เจ้าลิงพวกนั้นได้เละเป็นโจ๊กคาอุ้งตีนหมีแน่ๆเลย

“ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกที แล้วก็มีครั้งต่อๆมาทุกที
แล้วนายลืมไปหรือเปล่าจองซู ว่าวันนี้นายมีนัดกับฉัน”
คำพูดของคนรักร่างสูง ทำให้ลีดเดอร์เอสเจอึ้งไปทันที

ใช่สินะ...เขาลืมไปสนิทเลย

ว่าวันนี้เขามีนัดกับคังอินไว้ ว่าจะไปดูหนังและไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน
หลังจากที่ไม่เคยได้นัดเดทกันเลยเกือบจะ 2 เดือนเข้าไปแล้ว
แล้วครั้งนี้ คังอินก็จองโต๊ะอาหารและจองตั๋วหนังรอบพิเศษไว้เรียบร้อยแล้วด้วย
เวลาที่ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษแบบนี้ เขากลับลืมซะได้

“ฉันขอโทษ” เพราะรู้ว่าตัวเองผิดเต็มประตู อีทึกจึงรู้สึกเสียใจมากอย่างบอกไม่ถูก
ใบหน้าสวยหวานสลดลงจนคังอินอดสงสารไม่ได้
อารมณ์ที่กรุ่นๆจะระเบิดเมื้อกี๊ มอดดับลงในพริบตา

“ให้มันได้อย่างงี้สิ” คังอินว่าพลางทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้ง

“ฉันก็จะบอกนายเหมือนอย่างที่นายบอกพวกนั้นเหมือนกัน
//ครั้งสุดท้ายนะจองซู// คราวต่อไปฉันไม่ยอมแล้วนะ”
บอกทั้งๆที่ก็รู้ดีว่าตัวเองก็คงทำใจแข็งกับร่างโปร่งบางตรงหน้าไม่ได้อยู่ดี
และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ที่อีทึกลืมนัดของเขา
มันหลายครั้ง หลายครั้งมากจนนับไม่ถ้วน

และเหตุผลของการเลื่อนนัดก็เพราะบรรดาน้องๆในวงเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งคังอินก็พยายามจะเข้าใจมาโดยตลอด
แต่เมื่อหลายๆครั้งเข้า เขาก็อดจะย้อนกลับมาถามตัวเองไม่ได้ว่า

ทำไมกับคนอื่น...อีทึกถึงเสียสละให้ได้เสมอ
แต่กับเขาซึ่งเป็นคนรักแท้ๆ...ทำไมถึงไม่เคยได้รับสิ่งนั้นบ้าง

อีทึกจะรู้บ้างไหม ว่าคนที่เพื่อนๆในวงบอกว่าเข้มแข็งนักหนา

ก็อ่อนไหวเป็นเหมือนกัน

“อืม...ฉันสัญญา”
เสียงหวานที่มาพร้อมกับใบหน้าขาวสวยที่แนบลงกับหัวไหล่หนา
ทำให้คังอินอดใจอ่อนอีกไม่ได้
มือใหญ่ยกขึ้นลูบไล้เส้นผมสลวยน้ำตาลอ่อนอมแดงอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา

เอาน่าคังอิน แค่อีทึกรับปากว่ามันจะไม่มีอีก ก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรอ
แค่เขาให้ความสำคัญกับนายขนาดนี้...ก็ดีมากพอแล้ว

“งั้นเราไปซื้อของกันเถอะ เดี๋ยวถ้าเย็นมาช่วงโรงเรียนเลิก ก็ไม่ได้ซื้อกันพอดี”
คังอินว่าพลางฉุดมือคนรักให้ยืนขึ้นพร้อมกัน
เรียกรอยยิ้มหวานจากใบหน้างามได้อีกครั้ง

“อืม” อีทึกพยักหน้ารับก่อนจะเดิมตามแรงจูงของร่างสูงออกไป
.
.
.
.
.
หากทันทีที่สองร่างพ้นจากประตูบ้านไป
ร่างเพรียวของใครคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากหลังประตูห้องนั่งเล่นนั้น
ริมฝีปากสีสดเหยียดเป็นรอยยิ้มหยันสะใจ

พี่อีทึกอาจจะไม่สังเกตเห็นสีหน้าของพี่คังอิน ยามที่พี่อึทึกยอมรับว่าลืมนัด


แต่เขาเห็น!!


ใบหน้าคมที่ฉายชัดถึงความผิดหวังและน้อยใจอย่างที่สุด
ความรักและความเชื่อใจของพี่คังอิน กำลังถูกความไม่แน่ใจและความห่างเหินเข้าเล่นงาน
ตำแหน่ง “หัวหน้าวง” ที่แสนดีของพี่อีทึก กำลังทำลายตำแหน่ง “คนรัก” ที่ดีของพี่คังอิน
ยิ่งพี่อีทึกใจอ่อนและใจดีกับสมาชิกในวงมากแค่ไหน
ก็จะยิ่งเป็นการฆ่าพี่คังอินทางอ้อมมากเท่านั้น

เพราะตำแน่ง “คนรัก” เทียบไม่ได้และไม่สำคัญเท่ากับกับตำแน่ง “คนในวง”


รากฐานแห่งความเข้มแข็งที่ถูกปลูกสร้างมาอย่างดีนั้น กำลังสั่นคลอน
และเขา...ก็จะทำลายรากฐานนั้นให้ยับ ด้วยมือของเขาเอง!!


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“กลับมาแล้ว” อีทึกว่าพลางวางข้าวของที่หอบหิ้วพะรุงพะรังลงที่โต๊ะกลางในห้องนั่งเล่น

“กลับมาแล้วหรอ แล้วคังอินล่ะ”
ฮันกยองถามขึ้นเมื่อไม่เห็นเงาของคนที่ออกไปข้างนอกกับหัวหน้าวงเมื่อบ่ายนี้

“อ๋อ...พอดีถูกเรียกตัวด่วนน่ะ เลยมาส่งฉันแค่หน้าบ้าน”
ลีดเดอร์คนสวยของเอสเจอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเอ่ยถึงคนรัก
ที่ยังอุตส่าห์หอบหิ้วข้าวของมาส่งเขาจนถึงหน้าบ้านก่อนจะออกไปทำงานต่อ
ทั้งๆที่เขาก็ยืนยันว่ากลับเองได้ แต่คังอินก็ไม่ยอม
ไม่ว่ายังไงก็จะต้องส่งเขาให้ถึงบ้านก่อนเท่านั้น

และก่อนไปคังอินก็ยัง...

“อ่ะ...นี่” ตั๋วเครื่องบินสองใบที่ถูกยัดใส่มือเรียวอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวนั้น
ทำเอาอีทึกถึงกับงงจนพูดไม่ออก

“อะไรน่ะ” ถามทั้งๆที่ใจน่ะ เต้นผิดจังหวะไปนานแล้ว

“ก็เห็นนายเคยบอกฉันว่า ถ้ามีโอกาส นายอยากจะไปฉลองวันเกิดที่เกาะนี้ไม่ใช่หรอ”
เกาะที่คังอินพูดถึงก็คือเกาะเชจูทางใต้ ที่มีหลายๆคนการันตีในความสวยของมัน
จนทำให้เขาอยากจะไปสัมผัสดูสักครั้ง
และเขาเคยเปรยๆกับคังอินไว้ว่า ถ้ามีโอกาสเขาก็อยากจะไปฉลองวันเกิดที่เกาะแห่งนี้

แต่มันก็นานมากแล้ว เขาไม่คิดว่าร่างสูงจะจำได้
และยิ่งหน้าเทศกาลท่องเที่ยวอย่างงี้ด้วยแล้ว
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับพร้อมที่พักสุดหรูสองคืนแบบนี้ต้องหายากแน่ๆ
เขาไม่คิดเลยว่าคังอินจะทำเพื่อเขาขนาดนี้
ทั้งๆที่งานก็รัดตัวจนแทบจะกระดิกไปไหนไม่ได้
แต่คังอินก็ยังอุตส่าห์จดจำเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ได้ และยังหาเวลาทำเพื่อเขาได้อีก

คนรักของเขาต้องทุ่มเทมากแค่ไหนนะ กว่าจะได้มันมา


“ฉันต้องขอโทษด้วยนะที่ไม่สามารถจองให้ตรงกับวันเกิดนายได้
มันเลทไปเกือบอาทิตย์  แต่ฉันก็ดูแล้วว่าตารางงานช่วงนั้นเราจะว่างพอดี
น่าจะไม่มีปัญหา...ใช่ไหม"

“อืม” อีทึกพยักหน้ารับทั้งน้ำตา ความตื้นตันใจที่ถาโถมเข้ามา
ทำให้ร่างบางโผเข้ากอดร่างสูงหนาที่มีของพะรุงพะรังเต็มมือไว้แน่น

“ขอบคุณนะยองอุน ขอบคุณ ฉัน...ฉันดีใจมากๆเลย”

“ไม่เป็นไร” ใบหน้าหล่อคมยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ก่อนจะกดจูบบนหน้าผากมนของคนรักเบาๆ

“อย่าทำให้ฉันรอหายอีกล่ะ คราวนี้ฉันไม่ยกโทษให้นายแล้วจริงๆน๊า”
เสียงทุ้มลากยาวอย่างต้องการจะหยอกล้อ
เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากใบหน้าหวานที่ซุกซบอยู่กับไหล่หนาได้ทันที

“ไม่มีวันซะล่ะ ถ้าฉันเบี้ยวนายคราวนี้ ฉันยอมให้นายบอกเลิกกันเลยยองอุน”
.
.
.
.
.
“นี่พี่จะยิ้มคนเดียวอีกนานไหมเนี่ย มีความสุขจนออกนอกหน้าแบบนี้พวกผมอิจฉานะ”
สิงโตประจำบ้านกัดเข้าให้
เมื่ออีทึกเผลอนึกถึงเหตุการณ์หวานๆที่พึ่งผ่านมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี้

“แล้วนายล่ะซีวอน ทำไมต้องทำหน้ายังกับโดนใครเหยียบหางมาแบบนั้น”
มีหรือหัวหน้าวงอย่างเขาจะยอม อีทึกเหน็บคืนเข้าให้
โทษฐานที่บังอาจทำลายความคิดอันมีสุขของเขา
พลางยื่นข้าวของต่างๆให้ฮันกยองช่วยยกเข้าไปวางในครัว

“ใช่สิ ใครมันจะไปมีความสุขเหมือนพี่ได้ล่ะ เฮ้อ...เครียด”
น้ำเสียงทอดถอนหายใจทำเขาอดมองตามหลังชายหนุ่ม
ที่ได้รับฉายาว่า "เจ้าชาย" ของวง  ที่กำลังช่วยฮันกยองขนของเข้าไปในครัวไม่ได้

เอ...หรือน้องจะมีปัญหาจริงๆ

“มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ไหมล่ะ” เอ่ยถามอย่างต้องการจะช่วยเหลือจริงๆ
เขาไม่ต้องการเห็นใครในวงทำหน้าทุกข์ใจแบบนี้เลยให้ตายเถอะ

“คราวนี้ถึงเป็นนายก็คงช่วยไม่ได้หรอก”
เสียงที่ตอบมากลับเป็นฮันกยองที่เดินออกมาจากในครัว
ใบหน้าสวยขมวดคิ้วมุ่น ทำไมมั่นใจนักว่าเขาจะช่วยไม่ได้

“ซีวอนกับฉันกำลังพยายามหาของขวัญวันเกิดให้ฮีชอลน่ะ
แล้วฮีชอลเคยบอกพวกฉันว่าอยากไปเที่ยวเกาะทางใต้
พวกฉันก็เลยพยายามหาตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักให้ได้อยู่
แต่ก็อย่างว่าน่ะนะ ช่วงเทศกาลมันก็ต้องเต็มหมดเป็นธรรมดา”
ฮันกยองอธิบายพลางนั่งลงบนโซฟาหนานุ่มในห้องนั่งเล่น
ขณะที่ซีวอนก็ตามออกมานั่งข้างๆ

“ผมคิดว่าถ้าพี่ฮีชอลได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็คงจะดีขึ้น
เพราะพวกเราก็งานรัดตัวกันมานานแล้ว ไม่ค่อยมีเวลาให้พี่ฮีชอลเลย
พี่ฮีชอลคงจะเหงามาก ผมอยากจะทำอะไรเพื่อพี่เขาบ้าง”
ซีวอนพูดแบบเปิดใจ เรียกว่ายอมทิ้งมาดเจ้าป่าผู้เย่อหยิ่งไปเลย
คงจะเครียดเข้าขั้นจริงๆ

จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่ซีวอนพูด เพราะตั้งแต่ฮีชอลบาดเจ็บครั้งนั้น
ก็ทำให้ต้องฟักฟื้นอยู่นานหลายเดือน
แล้วพอหาย ก็ยังซ้อมเต้นกับพวกเขาได้ไม่เต็มที่
คอนเสิร์ตก็ยังขึ้นไม่ได้ หรือหากได้ก็น้อยมาก
ในขณะที่พวกเขางานยุ่งขึ้นเรื่อยๆ ฮีชอลกลับได้เข้าร่วมบางครั้งเท่านั้น

ไม่ใช่ว่าเขาไม่สังเกตเห็น เขารู้ว่าฮีชอลคงจะเหงามาก
คนที่เคยรั่วได้ไม่เลือกที่ กลับต้องมาเจ็บหนักจนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวบ่อยครั้ง
อยู่ได้โดยไม่อาละวาดอย่างที่เคยเป็นมาหลายเดือนขนาดนี้
ก็ถือว่ามีความอดทนสูงมากแล้ว

ถ้าหากฮีชอลได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ก็คงจะดีขึ้นแน่ๆ
แต่เขาจะช่วยอะไรได้บ้างล่ะ เขาจะช่วยอะไรเพื่อนร่วมวงของเขาได้บ้าง
มีอะไรที่หัวหน้าวงอย่างเขาพอจะทำได้บ้างนะ

จริงสิ...

“เอ่อ...พอดีฉันมีตั๋วเครื่องบินไป-กลับพร้อมที่พักที่เชจูอยู่ 2 ใบน่ะ
อาจจะไม่ใช่ที่ๆฮีชอลอยากจะไป แต่ฉันว่าคงพอจะชดเชยกันได้นะ”
อีทึกตัดสินใจพูดขึ้นพลางล้วงตั๋วเครื่องบินสองใบออกจากกระเป๋าเสื้อ
เรียกสีหน้างงงันจากซีวอนและฮันกยองได้ทันที

“นายได้มาจากไหนน่ะ” ฮันกยองถามพลางมองสบตาอีทึกตรงๆ

“อ๋อ...พอดีมี...เอ่อ...คนให้มาอีกทีน่ะ
แต่พอเช็ควันดูแล้วปรากฏว่าฉันติดงานพอดี เลยไปไม่ได้”
ตอบออกไปทั้งๆที่ในใจก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย
คังอินจะโกรธเขามากแค่ไหนนะถ้ารู้ว่าเขาทำแบบนี้

ไม่หรอกน่ะอีทึก ฮีชอลอาการน่าห่วงกว่าเขาเป็นไหนๆ คังอินคงจะเข้าใจหรอกน่า

“พี่ฮันกยองดูสิ ก่อนถึงวันเกิดพี่ฮีชอลแค่ 2 วันเอง เหมาะมากเลย”
ซีวอนยิ้มร่าพลางชี้ชวนให้ฮันกยองดู ซึ่งฮันกยองก็ยิ้มรับ

“ว่าแต่นายไม่ไปแน่ๆหรอ น่าเสียดายมากนะตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักดีขนาดนี้น่ะ”
หนุ่มเชื้อสายจีนอดถามไม่ได้

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวถ้าว่างฉันก็จะหาเวลาไปใหม่เองแหละ”
พูดแล้วก็อดใจหายไม่ได้ ดูจากตารางงานแล้วก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะว่างกันอีกเมื่อไหร่

แล้วจะนานแค่ไหนนะ...กว่าจะว่างตรงกันแบบนี้อีก
จะนานแค่ไหนนะ...กว่าจะได้ไปเที่ยวด้วยกันแบบนี้อีก

แต่ก็นะ ถ้าจะทำให้เพื่อนร่วมวงมีความสุขได้ เขาก็พร้อมจะทำให้เสมอ
แต่...คนรักของเขาจะคิดเหมือนกับเขาหรือเปล่า

ถ้าคังอินรู้....จะโกรธเขามากมายแค่ไหนกันนะ

“งั้นเรารีบไปจองตั๋วเที่ยวบินนี้อีกใบเถอะพี่
เพราะแค่ตั๋วเครื่องบินอย่างเดียวยังไม่น่าจะเต็มหรอก”
ซีวอนว่าพลางฉุดข้อมือของฮันกยองให้ลุกขึ้น แล้วลากขึ้นไปชั้นบนด้วยกันทันที

“ขอบใจนะอีทึก” ฮันกยองหันมายิ้มให้อย่างขอบคุณให้เป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนจะเดินตามแรงลากของเจ้าสิงโตนั่นไป

เมื่อลับร่างทั้งสองคนนั้น อีทึกก็อดถอนหายใจออกมาอย่างหนักอกไม่ได้
ใบหน้าสวยวิงวอนภายในใจ

ขอให้คราวนี้ คังอินก็เข้าใจเขา “เหมือนทุกๆครั้ง” ด้วยเถอะ
อย่าให้ถึงกับต้องเลิกกัน เหมือนกับที่เขาหลุดปากบอกไปเลย

//อย่าทำให้ฉันรอหายอีกล่ะ คราวนี้ฉันไม่ยกโทษให้นายแล้วจริงๆนะ//

//ไม่มีวันซะล่ะ ถ้าฉันเบี้ยวนายคราวนี้ ฉันยอมให้นายบอกเลิกกันเลยยองอุน//


อย่าให้มันร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลย...

.
.
.
.
.
“พี่อีทึกนี่ใจดีจังนะครับ”
ร่างสูงโปร่งที่มายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ทำให้อีทึกสะดุ้งขึ้นสุดตัว
เมื่อหันกลับไป ก็พบใบหน้ายิ้มแย้มของน้องสุดท้องของวง

“อ้าวคยูฮยอน ทำไมมาเงียบๆล่ะ พี่ตกใจหมด”

“พวกเรานี่โชคดีจริงๆนะครับ ที่มีหัวหน้าวงที่เสียสละแทบทุกอย่างเพื่อสมาชิกในวงได้”
ริมฝีปากแดงสดกดเป็นรอยยิ้มบางเบา สวย...สวยมาก
แต่หากอีทึกมองไม่ผิด มันแฝงรอยหยันไว้ด้วย

ไม่น่ะ...น้องจะทำแบบนั้นทำไม

“ไม่หรอก พี่ก็ทำเท่าที่พี่ทำได้เท่านั้น” แม้จะรู้สึกไม่ค่อยดีกับรอยยิ้มแฝงนัยแบบนั้น
หากหัวหน้าวงเอสเจก็ยังยิ้มสู้

“หรอครับ” ดวงตาเรียวคมตวัดมองหน้าอีทึกตรงๆ

“งั้น...ถ้าทีหลังผม “ขอ” ให้พี่เสียสละ “อะไรบางอย่าง” ให้ผมบ้าง พี่ก็คงจะให้ได้สินะ”
นัยน์ตาคมดำคู่นั้นฉายแววบางอย่างที่ทำให้อีทึกรู้สึกใจหายวาบอย่างบอกไม่ถูก
หากก็ยังแข็งใจตอบออกใป

“ได้สิ นายต้องการอะไรจากพี่ล่ะ”

“ก็แค่ของ “ที่ไม่มีค่า” สำหรับพี่ แต่มัน “มีค่า” สำหรับผมเท่านั้นเองครับ
แล้วผมจะบอกทีหลัง หวังว่าพี่จะไม่ลืมสัญญา”
คยูฮยอนยิ้มอย่างสมใจก่อนจะหันหลังเดินขึ้นชั้นสองไป
ทิ้งให้อีทึกคิดหนักกับคำพูดแฝงนัยของน้องน้อยของวง

คยูฮยอนต้องการอะไรจากเขากันนะ!



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“กลับมาแล้ว” ร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในบ้าน
ไม่ได้ทำให้สองชีวิตที่นั่งหน้าเคร่งอยู่หน้าคอมฯสนใจแต่อย่างใด
ผิดกับทุกทีที่จะมีเสียงทักทายตอบกลับมา คังอินเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเล็กน้อย
ก่อนจะหันไปมองหน้าคนที่ยิ้มรับเขาอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวี

“เจ้าพวกนั้นมันเป็นอะไรกันน่ะ ทำหน้าเครียดเชียว”
พูดถึงซีวอนกับฮันกยองที่เอาแต่จ้องหน้าคอมฯโดยไม่ได้สนใจความเป็นไปภายในบ้าน

“อ๋อ...กำลังเช็คเที่ยวบินทางเน็ตกันอยู่น่ะครับ”
คำตอบของคยูฮยอน ยิ่งทำให้เขางงหนักขึ้นไปอีก

“เช็คเที่ยวบิน? ใครจะไปไหนหรอ?” ร่างสูงถามอย่างสงสัยเต็มที่
เวลาเป็นเงินเป็นทองแบบนี้ ยังจะมีใครสามารถไปเที่ยวที่ไหนได้อีกหรอ

“ก็พี่ซีวอนกับพี่ฮันกยองน่ะ จะพาพี่ฮีชอลไปฉลองวันเกิดที่เกาะเชจูน่ะครับ
พอดีได้ตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักฟรีจากพี่อีทึกมา 2 ใบ
ก็เลยพยายามจะหาเพิ่มอีกใบหนึ่งอยู่”
คำตอบที่ได้รับจากน้องสุดท้องของวงทำเอาคังอินถึงกับตัวชาไปชั่วขณะ

ตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักฟรีที่เกาะเชจู 2 ใบ...จากอีทึก
ตั๋วเครื่องบินไปเกาะเชจู...

นั่นมันตั๋วเครื่องบินของเขากับอีทึก...ใช่ไหม
ทำไม...
ไม่จริง...ใช่ไหม

อีทึกทำแบบนี้กับเขาได้ยังไง!!

“พี่คังอิน เป็นอะไรหรือเปล่าครับ พี่หน้าซีดจัง”
ความอุ่นซ่านที่แตะเบาๆที่แขนทำให้คังอินรู้สึกตัว
ก่อนจะหันไปสบตากับดวงตาเรียวดำสนิทที่มองเขาด้วยความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยม
ใบหน้าคมส่ายหน้าน้อยๆให้น้องคลายใจ ก่อนจะฝืนยิ้มให้

“พี่ไม่เป็นไร พี่...ไปพักก่อนนะ” แล้วร่างสูงใหญ่ก็ผลุนผลันขึ้นชั้นบนไปเกือบจะทันที

และทันทีที่คล้อยหลังคังอิน
รอยยิ้มอ่อนใสไร้เดียงสา พลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร้ายกาจได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ดวงตาคมดำที่สบสายตากับคังอินอย่างอ่อนโยนเมื่อครู่
วาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว ผิดกับเมื่อครู่ราวกับคนละคน

ฮึ...คราวนี้แหละพี่อีทึก
คราวนี้...พี่ต้องเสียพี่คังอินให้ผมแล้วล่ะ!!


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อีทึกกลับเข้าบ้านอีกทีก็เกือบจะตีสองเข้าไปแล้ว
ร่างโปร่งบางผลักประตูเข้าบ้านอย่างอ่อนระโหย
การจัดรายการวิทยุคนเดียวนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
เล่นเอาเขาแทบลากสังขารกลับบ้านจะไม่ไหวเลยทีเดียว

เจ้าพวกลิงสามตัวนั่นจะรู้บ้างไหมนะว่างานนี้ทำเอาเขาเกือบตาย
เฮ้อ...ต่อไปจะรับปากอะไรคงต้องคิดดูดีๆแล้วล่ะ
แล้วนี่ทุกคนคงจะนอนกันหมดแล้วสินะ
ก็แน่ล่ะ ไฟทั้งบ้านมืดสนิทออกแบบนี้
ใครจะมานั่งทำงานจนดึกจนดื่นเหมือนเขาล่ะ

หากทันทีที่ประตูเปิดออกก็ทำให้รู้ว่าคิดผิด
ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หน้าทีวีทั้งๆที่ไฟในบ้านปิดหมด
เหลือแต่โคมไฟตั้งโต๊ะแสงอ่อนๆนั้น ทำให้ใบหน้าสวยเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

“ยองอุน ยังไม่นอนอีกหรอ” ถามพลางเดินเข้าไปหาคนรักของตัวเอง
หากดวงตาคมที่สบกลับมาก็ทำให้อีทึกใจหายวาบ
แม้แสงจะสลัวแค่ไหน หากเขาก็ยังเห็นได้อย่างชัดเจน

เกิดอะไรขึ้น...หรือว่า

“นายทำแบบนี้ได้ยังไงจองซู นายทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง”
แววตาคมฉายชัดถึงความผิดหวังและเสียใจอย่างเต็มเปี่ยม
เท่านี้ก็พอจะเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

คังอินรู้แล้วสินะ...

“ฉันขอโทษ แต่ฉันอธิบายได้นะยองอุน โอ๊ย!!”
ยังไม่ทันได้พูดอธิบายอะไร เรียวแขนขาวก็ถูกกระชากแรงจนเข้าไปปะทะอกกว้าง

“นายทำแบบนี้ได้ยังไง นายไม่รู้หรือไงว่ามันมีคุณค่าสำหรับเราแค่ไหน
นายไม่เข้าใจหรือไง”
คังอินเขย่าร่างโปร่งจนหัวสั่นหัวคลอน
ความเสียใจทำให้ชายหนุ่มเผลอรุนแรงกับคนรักทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน

“ฉันขอโทษ แต่ฉันสงสารฮีชอลนี่ เขาแย่กว่าฉันมากนะ
แล้วถ้าได้ไปเปิดหูเปิดตาในวันเกิดบ้าง อาการก็คงจะดีขึ้นเยอะเลย”
อีทึกพยายามอธิบาย

“แล้วฉันล่ะ นายเคยคิดถึงฉันบ้างไหม
นายห่วงทุกคนในวง รักทุกคนในวง แล้วฉันล่ะ
ฉันที่เป็นคนรักของนาย นายเคยใส่ใจฉันบ้างไหม”
ความน้อยใจที่สั่งสมมาทำให้ร่างสูงระงับอารมณ์ไม่อยู่
อารมณ์และความเหงาที่ถูกกักเก็บมาตลอดพังทลายออกมาจนสิ้น

“นายเป็นห่วงความรู้สึกของทุกคนในวง
แต่กับฉัน นายไม่เคยคิดถึงมันเลย
ถามจริงๆเถอะจองซู ถ้ามีใครสักคนในวงมาขอ “ฉัน” ไป
นายจะยกฉันให้เขาหรือเปล่า”
คำถามสะเทือนอารมณ์นั้นทำเอาอีทึกถึงกับพูดไม่ออก คังอินยิ้มขื่นขม

“คงให้สินะ ก็สำหรับนายแล้ว ฉันมันก็แค่คนที่นายไม่เคยแคร์...ไม่เคย”
ร่างสูงหันหลังกลับขึ้นชั้นสองทันทีที่พูดจบ

ชั่วแว่บหนึ่ง อีทึกรู้สึกว่าตัวเองสัมผัสได้ ถึงจิตใจที่บอบช้ำของร่างสูงที่ผละออกไป
คังอินกำลังเจ็บปวดอย่างหนัก เขาทำร้ายคนรักของเขาขนาดนี้ได้ยังไง
เขาคิดแต่ว่าคังอินจะเข้าใจเขา หากเขากลับไม่เคยเข้าใจคนรักของเขาเลย
ทั้งๆที่เขาก็รู้ดีที่สุด ว่าคนตัวโตนั่นก็อ่อนไหวไม่แพ้ใครเช่นกัน

หากพอตั้งสติได้ ก็ร้องเรียกคนรักของตนไม่ทันแล้ว
หากพอคิดที่จะยื่นมือไปคว้าไว้ ร่างสูงก็ห่างไปจากสายตาเสียแล้ว
หากทันทีที่สำนึกในความผิดพลาดของตัวเองได้
จิตใจของคนรักของเขาก็บอบช้ำเกินเยียวยาแล้ว

น้ำใสๆกลิ้งหล่นจากตาเรียวสวยเพราะรู้สึกเจ็บปวดแทนบุคคลซึ่งเป็นที่รักอย่างที่สุด
อีทึกได้แต่ครางกับตัวเองในใจ “โธ่ยองอุน ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันขอโทษ”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

TBC.