Just-Game




“แม่ครับ...แม่...แม่ครับ” เด็กน้อยหันรีหันขวางไปรอบตัว
สายตาสอดส่ายหาผู้เป็นมารดา
ขาเล็กก้าวเปะปะไปตามทางที่เงียบเปลี่ยว

“แม่...แม่ครับ” ร้องเรียกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มีเพียงความเงียบสงัดเท่านั้นที่ตอบกลับมา
ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อย ดวงตาเรียวคลอหยาดน้ำใสเต็มสองตา
เจียนจะหยดอยู่มะรอมมะร่อ ถ้าไม่หันไปเห็นมารดาเสียก่อน ร่างป้อมวิ่งเข้าไปหาทันที

“แม่...” แต่ยิ่งร้องเรียกเท่าไหร่ ร่างนั้นก็เหมือนกับค่อยๆไกลขึ้นเท่านั้น
แต่ก็ยังได้ยินเสียงคนเป็นแม่ลอยมาตามสายลม

“เด็กปีศาจ ไอ้เด็กเลว ถอยไปนะ...อยู่กับแกมีแต่ซวยกับซวย อย่ามาใกล้ฉัน!!”

“ไม่นะครับ...ผมไม่ใช่” ร้องโฮออกมาลั่น ร่างเล็กตัวสั่นอย่างเสียขวัญ

“อย่าตามฉันมานะ ปล่อยฉันไปเสียที!
ฉันเกลียดแก ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดแก!!”



...อย่าเกลียดผม...



“อย่าตามรังควานฉันอีก เด็กน่ารังเกียจอย่างแกฉันไม่น่ายอมให้เกิดมาเลย
ไปให้พ้น!!”



...อย่ากลัวผม...



“ถ้ารู้ว่าแกเกิดมาแล้วจะทำชีวิตฉันล่มจมขนาดนี้
ฉันฆ่าแกซะตั้งแต่แกอยู่ในท้องก็ดี!!”






...รักผมบ้างได้ไหม...


...อย่าปฏิเสธผมอีกเลย...


...อย่า...




.
.
.



ร่างสูงยืนพิงกระจกบานเลื่อนตรงระเบียงนิ่ง ในปากยังคาบบุหรี่ที่ไหม้ไปกว่าครึ่งไว้
ควันของมันลอยอ้อยอิ่งไม่มีทิศทางเหมือนกับอารมณ์ของเขาในตอนนี้
ดวงตาคมเหม่อลอยออกไปไกล หากกลับว่างเปล่าเหลือเกิน

แรงโอบรัดจากทางด้านหลังเรียกสติของชายหนุ่มให้กลับคืนมา
อกอวบหยุ่นเปล่าเปลือยของหญิงสาวแนบติดแผ่นหลังกว้าง
ดวงตาคู่โตที่ถูกตกแต่งมาอย่างดีช้อนมองออดอ้อนเมื่อเขาหันกลับไปหา

“รักคุณจังเลยซีวอน รู้ไหม...ฉันมีความสุขมากที่สุดเลยเวลาที่ได้อยู่กับคุณ”
รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งผ่านจากริมฝีปากได้รูปโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินคำบอกรักหวานฉ่ำนั้น


ใช่...โดยอัตโนมัติ


“รักผมมากพอที่จะเลิกกับประธานควอนมาหาผมไหม?”
ยิ้มยั่วให้ดวงหน้าหวานค้อนเล็กๆ
ริมฝีปากแดงเนื่องจากลิปสติกราคาแพงทำปากยื่นน่ารัก

“แหม...ซีวอนก็ คุณนี่ช่างแหย่ฉันจริงๆเลยนะ”

“ก็คุณบอกว่า “รัก” ผม ก็นึกว่าคุณจะยอม “ทิ้งทุกอย่าง” ได้เพื่อผมซะอีก”
หญิงสาวไหวไหล่น้อยๆ ถึงเธอจะถูกใจซีวอนอยู่มาก แต่ก็ไม่บ้า
ถึงขั้นจะยอมลงจากตำแหน่งคุณนายประธานบริษัทใหญ่มาอยู่กับโฮสต์หรอกนะ
แล้วอีกอย่าง เธอก็รู้ดีว่าซีวอนแค่หยอกเธอเล่นๆเท่านั้น หยอก...ในแบบที่เตือนไปในตัว
ว่าอย่าพูดคำว่า “รัก” กับผู้ชายที่ชื่อเชว ซีวอนอีกเด็ดขาด!


ทุกๆคนที่รู้จักซีวอนรู้ดี ว่าซีวอนเกลียดคำๆนี้จนเข้ากระดูกดำมากแค่ไหน!!


“เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะซีวอน...”
หมดอารมณ์จะคลอเคล้าเมื่อรู้แล้วว่าตัวเองพลาดเอ่ยคำต้องห้ามออกไป
หญิงสาวทำท่าส่งจูบให้แล้วก็เดินตัวปลิวไปเข้าห้องน้ำ
ซีวอนยิ้มตามไปอย่างเอ็นดู...จนประตูห้องน้ำถูกปิดลง

เท่านั้นเอง...ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ก็หวนกลับมาอีกครั้ง
ซีวอนจะถอดหน้ากากมายาที่สวมใส่ออกมาถือไว้จนกว่าอีกฝ่ายจะออกมา


หน้ากากความอบอุ่น อ่อนโยน อ่อนหวาน...
ที่ความเป็นจริงแล้วตัวเองไม่เคยมีแม้สักนิด!!



เงินปึกใหญ่ที่วางไว้บนหัวนอนหลังจากหญิงสาวออกไป
ก็ไม่อาจเรียกความสนใจของชายหนุ่มได้
ซีวอนหันหน้าออกไปหาทิวทัศน์ยามค่ำคืนภายนอกอีกครั้ง
หวังว่าลมกลางคืนจะช่วยดับความรุ่มร้อนในจิตใจของเขาให้เย็นลงได้บ้าง
เพราะความฝันเมื่อช่วงกลางวันนั่นแท้ๆถึงทำให้อารมณ์เขาไม่ปกติแบบนี้


อดีตที่ควรจะลืมเลือนให้หมดตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว...



ขยี้บุหรี่ในมือทิ้งพลางยกนาฬิกาข้อมือเรือนสวยที่ได้จากลูกค้ารายใหญ่ขึ้นมาดู
พึ่งจะ 3 ทุ่มกว่าเท่านั้น ความจริงวันนี้ซีวอนถูกเหมาทั้งคืน
แต่ในเมื่อคุณนายควอนถูกเรียกตัวกลับด่วนแบบนี้แล้วก็ช่วยไม่ได้
จะกลับร้านก็ยังไม่มีอารมณ์ จะกลับคอนโดที่พักก็คงยังไม่อาจข่มตาหลับได้
แล้วเขา...จะฆ่าเวลาที่เหลือให้หมดไปยังไงดี

ร่างสูงนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะหันไปหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้บนราวหน้าประตู
กับเงินค่าตัวที่ได้รับแล้วเดินออกจากโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองหลวงไปทันที





หวังว่าค่ำคืนที่เหลืออยู่นี้จะไม่ว่างเปล่านักสำหรับเขา...



.
.
.



ร่างเพรียวเหลียวซ้ายแลขวามองไปรอบๆตัวล่อกแล่ก
สถานที่ๆไม่คุ้นเคยทำให้ยิ่งเบียดร่างเข้าหาคนข้างตัวจนแทบจะขึ้นไปเกยบนตัก
ทำเอาคนที่กำลังคุยอย่างออกรสต้องหันมามอง

“เป็นอะไรไปหือ...คยู” ตาโตเหลือบมองใบหน้าคมพลางยิ้มเฝื่อน

“ผม...อยากกลับหอพักแล้ว” คนตัวโตยิ้มอ่อนๆมาให้เป็นกำลังใจ
มือหนาโอบรอบไหล่บางไว้อย่างทะนุถนอม

“อดทนหน่อยนะครับคนดี...” จุมยอกเอ่ยปลอบ
“เดี๋ยวสักพักก็เลิกแล้ว...แล้วพี่จะพาคยูกลับหอพัก...นะครับ”

คยูฮยอนยอมพยักหน้ารับแต่โดยดีทั้งๆที่อยากจะปฏิเสธใจจะขาด
แต่ก็รู้ดีว่าพี่จุมยอกก็คงจะลำบากใจไม่น้อยไปกว่าเขา
เพราะร่างสูงเองก็ไม่ชอบสถานที่อึกทึกครึกโครมอย่างนี้สักเท่าไหร่นัก
ที่มาก็เพราะกำลังเสียงส่วนใหญ่โหวตว่าต้องเป็นที่นี่ พี่จุมยอกจึงขัดไม่ได้
ยิ่งจะปฏิเสธไม่มาก็ยิ่งไม่ได้เข้าไปอีกเพราะเป็นงานเลี้ยงของสายรหัสตัวเองโดยตรง
ได้แต่นั่งทนรอให้ถึงเวลาที่ผับจะปิดตัวลงในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้าเท่านั้น

กลิ่นบุหรี่ที่อวลอยู่รอบตัวทำให้หายใจติดขัด เสียงเพลงที่เปิดกระหึ่มไม่มีหยุดพัก
แสงไฟหลากสีที่เปิดเร้าสัญชาติญาณดิบของมนุษย์ให้เริงร่าในยามราตรี
ยิ่งสร้างความอึดอัดให้จนคยูฮยอนทนนั่งอยู่ไม่ได้

“จะไปไหนน่ะคยู...” จุมยอกถามเมื่อจู่ๆคนที่นั่งเอนพิงตัวเองอยู่ก็ลุกขึ้น

“ผมจะไปห้องน้ำครับ”

“งั้นพี่จะไปเป็นเพื่อน”
จุมยอกตั้งท่าจะลุกตามแต่ติดเพื่อนที่นั่งอีกข้างเรียกเอาไว้เสียก่อน

“เฮ้ยจุมยอก...น้องรหัสสายสองมึงท่าจะไม่ดีว่ะ ลุกไปดูมันหน่อยเหอะ”
ชี้ไปทางร่างที่นั่งหน้าซีดอยู่เกือบจะหัวโต๊ะ ท่าทางเมาหนักใกล้จะล้มเต็มที

“มึงไปดูให้หน่อย เดี๋ยวกูมา...” เป็นห่วงร่างเล็กที่อยู่ข้างตัวมากกว่า
แต่คยูฮยอนกลับปฏิเสธ เขาไม่อยากให้พี่จุมยอกลำบากใจเพราะเขา

“ไม่เป็นไรครับ ห้องน้ำอยู่แค่นี้เอง เดี๋ยวผมมานะครับ”

“แต่คยู...” อ้าปากจะรั้งไว้แค่คยูฮยอนก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

“ไม่เป็นไรจริงๆครับ ผมไปได้ ไม่ต้องห่วงนะครับ”

ไม่รอการตอบรับคยูฮยอนก็ผละออกมา
แต่ก็ทันเห็นสายตาคมที่มองตามมาด้วยความเป็นห่วง
ไม่อยากทำให้พี่จุมยอกลำบากใจ และทุกคนก็กำลังสนุกสนานกันเต็มที่
จะมาพังลงเพราะเขาคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่อง เขาจะทำตัวเป็นปัญหาขนาดนั้นไม่ได้เด็ดขาด

ร่างบางเดินลัดเลาะฝ่าฝูงนักเที่ยวที่คลาคล่ำไปจนถึงห้องน้ำ
แม้แต่ที่นี่ก็ยังมีกลิ่นบุหรี่ที่เขาไม่ถูกโรคด้วยอยู่แรง
อยากได้อากาศที่บริสุทธิ์สักครู่ แค่ครู่เดียวเท่านั้นก็ยังดี
ไม่รอคิดซ้ำคยูฮยอนก็พาตัวเองลัดเลาะออกไป
จนไปโผล่ตรงทางออกของพนักงานที่เป็นซอกตึกแคบๆด้านหลังร้านจนได้

ลมยามค่ำคืนพัดผ่านหอบเอาความสดชื่นกลับเข้ามาในชีวิตเด็กหนุ่มอีกครั้ง
คยูฮยอนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปจนเต็มปอด
ใบหน้าหวานแหงนเงยมองดวงดาวบนท้องฟ้า
ผ่านช่องตึกสูงลิบที่มีช่องว่างเพียงน้อยนิดพอให้เห็นเท่านั้น
แต่ก็ยังดี...อย่างน้อยก็ดีกว่ามองแสงไฟสีสันแสบตาในผับเป็นไหนๆ



“เท่าไหร่?”



เสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยที่ดังขึ้นเรียกให้คยูฮยอนเบนสายตาไปมองทันที
เงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้จนแทบจะบังเขามิดทำให้ผงะออกห่าง
คิ้วเรียวขมวดมุ่น ตกใจที่คนๆนี้เข้ามาถึงตัวโดยที่เขาไม่รู้สึกเลยสักนิด

“ครับ??”

“ฉันถามว่าเท่าไหร่...” น้ำเสียงยังคงเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์
คยูฮยอนพยายามเพ่งมองใบหน้าคนพูดให้ชัด
แต่เพราะพวกเขายืนอยู่ในซอกตึกและแสงจากถนนก็สาดเข้ามาเพียงบางเบา
ทำให้คยูฮยอนเห็นหน้าคนที่พูดด้วยไม่ชัดเท่าไหร่นัก

“ผม...ไม่เข้าใจ” ไม่เข้าใจจริงๆว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
รู้เพียงแต่ว่าเขารู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะยืนอยู่ใกล้คนๆนี้อีกแล้ว

“ผม...ผมขอตัว” พยายามจะก้าวผ่านร่างสูงที่ยืนบังทางผ่านจนเกือบมิดออกไป
แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อคนๆนั้นไม่คิดเปิดทางให้

“ถอยไป...ผมจะกลับเข้าข้างในแล้ว”

“คิดจะโก่งค่าตัวหรือไง” เสียงทุ้มติดจะเยาะ
เล่นเอาคยูฮยอนแทบจะฉุนขาด เริ่มเข้าใจรางๆถึงเจตนาของผู้บุกรุก

“ค่าตัวอะไรของคุณ ผมไม่เข้าใจ แล้วก็ถอยไปเสียที!”

“ก็ค่าตัวนายไง มายืนแบบนี้อย่าบอกนะว่าไม่ได้มาขายตัว”

ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความโกรธ คำอธิบายกระจ่างชัดจนอารมณ์พุ่งขึ้นสูง
คยูฮยอนกัดฟันกรอด เขาแค่ออกมาสูดอากาศข้างนอกนิดหน่อย
ก็ถูกหาว่าเป็นเด็กขายตัวไปเสียแล้ว ผู้ชายคนนี้เอาอะไรมาตัดสินชีวิตคนอื่นแบบนี้
แล้วแถมยังมาพูดจาดูถูกทั้งๆที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่าง มันจะมากไปหน่อยแล้ว

“ผมไม่ได้ขายตัว!!” ตาคู่โตคล้ายแมววาบขึ้นราวกับมีไฟลุกในดวงตา
คยูฮยอนกำหมัดแน่น

“หึ...”

“ถอยไปนะ!!” ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด
ผลักอกคนตัวสูงที่ยืนค้ำออกแรง แต่นอกจากร่างสูงจะไม่สะดุ้งสะเทือนแล้ว
ข้อมือบางยังถูกรวบไว้แล้วดึงเข้าไปใกล้อีกด้วย

“เอ๊ะ...ปล่อยผมนะ!” พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ก็ไม่สำเร็จ
มืออีกฝ่ายแข็งแรงราวกับปลอกเหล็กชั้นดี เอวบางถูกลำแขนหนาเกี่ยวรัดเข้าไปจนใกล้
ร่างเพรียวแนบเข้าไปชิดอกกว้างจนได้กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นบุหรี่จากร่างสูงใหญ่ชัดเจน

“ไปกับฉันเถอะน่า...อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลย”

“ปล่อยผมนะ...พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้...อื้อ!!”
ประโยคหลังถูกกลืนกลับไปในลำคอเมื่อถูกปิดลงด้วยริมฝีปากของคนที่โอบรัดอยู่
คยูฮยอนดิ้นรนขลุกขลัก ขืนหนีจนสุดตัว
แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากปลอกเหล็กมีชีวิตได้
ลิ้นร้อนล่วงล้ำเข้าไปในโพรงปากนุ่ม กวาดไล้ลงอย่างหิวกระหาย
แทบจะสำลักจูบที่ราวกับดูดดึงพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น
เบิกตากว้างเมื่อสัมผัสถึง “บางสิ่ง” ที่ล่วงเข้าไปในลำคอ

“คุณ...คุณจะทำอะไรน่ะ” ผละออกห่างทันทีที่อีกฝ่ายคลายแรงลง
คยูฮยอนถอยหลังไปจนติดผนังตึกเก่าคร่ำ มือปาดเช็ดร่องรอยที่ปากอย่างรังเกียจ

“ก็ทำให้นายยอมไปกับฉันคืนนี้ไง”

“ไม่...ไม่มีทาง”

“คอยดูก็แล้วกัน” ดวงตาคมหรี่ลงเมื่อมองเห็นใบหน้าขาวเริ่มออกสีระเรื่อแดง
แต่คราวนี้ไม่ได้มาจากอารมณ์โกรธ แต่เป็นเพราะอารมณ์ปรารถนาที่ถูกเขาจุดขึ้น
ดวงตาคู่โตคล้ายแมวเริ่มปรือปรอย ลมหายใจหอบหนักสะท้าน


ยา...เริ่มออกฤทธิ์แล้ว


“อย่า...อย่านะ” ร้องห้ามเสียงสั่นพร่า คยูฮยอนมึนหัวหนักจนแทบพยุงตัวไว้ไม่ไหว
ปากก็ปฏิเสธแต่ร่างทั้งร่างกลับโอนอ่อนเมื่อถูกดึงไปแนบชิดอกกว้างอีกครั้ง
ปล่อยให้ร่างกายถูกลูบโลมโดยคนที่ไม่รู้จัก
ริมฝีปากอิ่มถูกครอบครองอีกครั้งอย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

“อื้อ~~ อย่า...ไม่...” ร้องเสียงสั่นเมื่อริมฝีปากได้รูปหันไปซุกไซ้ที่ซอกคอระหง
คยูฮยอนพยายามเบี่ยงหนีทั้งๆที่ไม่มีเรี่ยวแรงขัดขืน
ร่างเพรียวบางแทบจะฝังจมลงในอกแกร่ง เนื้อเบียดแนบเนื้อ
แผ่นหลังบางชิดแน่นอยู่กับผนังปูน เย็นเยียบบาดลึกเข้าไปถึงหัวใจ
มือหนาลูบไล้สอดลึกเข้าไปในเสื้อยืดตัวนิ่ม แตะต้องแผ่นอกขาวบางที่กำลังหอบถี่
บีบเค้นยอดอกเล็กจนเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก

“ไม่...ได้โปรด” น้ำตาเม็ดสวยร่วงเผาะลงมาอย่างหยุดไม่อยู่ ในหัวขาวโพลนไปหมด
จิตใจกับร่างกายสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง หัวใจปฏิเสธว่าไม่...แต่ร่างกายกลับทรยศ
เรียวแขนขาวที่ควรจะผลักใสกลับยึดแผ่นหลังกว้างไว้เป็นหลัก
ริมฝีปากสีแดงสดเผยอหอบเพราะอารมณ์ปั่นป่วนที่ปะทุขึ้นมาเป็นระลอกๆไม่หยุด

ซีวอนยิ้มเย็นในหน้า ในที่สุดลูกแมวที่เขาหมายตาไว้ตั้งแต่อยู่ในผับก็สิ้นฤทธิ์
มือใหญ่ล้วงลึกเข้าไปที่เนินเนื้อนุ่มด้านหลัง บีบเค้นอย่างย่ามใจ
ก่อนจะกดสอดปลายนิ้วเข้าไปช้าๆ


“อ๊ะ!!”


คยูฮยอนผวาเยือกขึ้นทั้งตัว จะร้องออกมาก็ถูกริมฝีปากหยักงามแนบทับลงมาอีก
ปิดกั้นเสียงร้องทั้งหมดให้อยู่แค่ในลำคอ ร่างสูงโถมเข้าบดเบียด
จนร่างบางแทบจะกลืนหายเข้าไปในผนังตึก ปิดกั้นทางรอดทุกทาง
นิ้วเรียวยังกดสอดเข้าไปในช่องทางที่ปิดแน่นเรื่อยๆ จนกระทั่งล่วงเข้าไปได้สำเร็จ
เจ็บ...อยากจะร้องให้สุดเสียงแต่คยูฮยอนทำได้แค่ครางประท้วงเท่านั้น

นิ้วยาวกดสอดลึก...ถอดถอนออก ครั้งแล้วครั้งเล่า จากหนึ่งนิ้ว...เพิ่มเป็นสองนิ้ว
คลึงควานขยายช่องทางนุ่มที่โอบรัดเอาไว้แน่น
ช่องทางที่ราวกับไม่เคยมีใครเคยล่วงล้ำเข้ามาถึง ซีวอนยกยิ้มพึงใจ
ท่าทางเขาจะได้ของดีมาไว้ในมือเสียแล้ว


คืนนี้...คงไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด


“อ๊ะ…อย่า~~” เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกสุดตัว
เมื่อกางเกงยีนส์เนื้อดีถูกถอดกระชากลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้าพร้อมกางเกงชั้นใน
ร่างทั้งร่างถูกพลิกจนหน้าติดเข้าไปกับผนังตึกเย็นชืด
รู้สึกถึงบางสิ่งที่ใหญ่โตพยายามสอดแทรกเข้ามาในเส้นทางคับแคบทางด้านหลัง
มือหนาเอื้อมล็อคสะโพกบางไม่ให้ดิ้นหนี ก่อนจะกดแทรกร่างของตัวเองเข้าไปช้าๆ

“อ๊า~~~ ม่ายยยย” คยูฮยอนกรีดร้องลั่น
ถึงจะถูกเตรียมพร้อมไว้ระดับหนึ่งแต่ก็สร้างความเจ็บปวดให้จนแทบทนไม่ได้
อ้าปากจะร้องมือใหญ่ข้างว่างก็ตะปบปิดปากเขาไว้แน่น ได้แต่ครางอึกอักในลำคอ
น้ำตาร่วงพรูจนภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปหมด
ได้แต่กล้ำกลืนให้คนแปลกหน้าย่ำยีโดยที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้

“ฮึก....อื้อ~~~” ร่างบางสั่นคลอนตามแรงอารมณ์ที่ปะทุโหม
ชายหนุ่มส่งกายหนักๆเข้ากับเส้นทางฝืดเฝือนครั้งแล้วครั้งเล่า
ยิ่งได้ยินเสียงครางเครือและน้ำตาเม็ดสวยที่ร่วงพราว อารมณ์ก็ยิ่งโหมหนัก
บดเบียดร่างเล็กที่กำลังจะแตกสลายลงอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้ารุนแรงตามอารมณ์
มือหนากระชากสะโพกบางเข้าหาตัวเมื่อจุดสุดยอดกำลังจะมาถึง
ก่อนจะปลดปล่อยหยาดอารมณ์เข้าใส่คนที่รองรับอารมณ์อยู่เต็มที่

“อ๊า~~~~~…” ร่างเพรียวสวยร่วงผล็อยลงราวกับนกปีกหักทันทีที่ซีวอนปล่อยมือ
โชคดีที่เขาไวพอจะคว้าตัวไว้ได้ทัน
แสงไฟสีอ่อนส่องกระทบใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา
ดวงตาคู่โตพริ้มหลับนิ่งสนิท คงจะถึงขีดสุดแล้วสินะ...

ถอดเสื้อสูทคลุมให้ร่างที่ไร้สติอีกชั้นก่อนจะอุ้มขึ้นมาแนบอก
ซีวอนยกยิ้มที่มุมปากบางๆ ไม่เคยรั้งตัวเองไม่ได้ถึงขนาดนี้มาก่อน
คนๆนี้ต้องตาต้องใจเขามากจนไม่สามารถทนอยู่เฉยได้
ถูกใจ...จนไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้

ใบหน้าคมก้มลงต่ำ กดแนบริมฝีปากลงบนใบหูขาวเล็กเบาๆ
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วทั้งๆที่คนฟังยังไม่ได้สติ กระซิบ...ให้ผ่านลึกไปถึงใจ





“ค่ำคืนนี้...ยังยาวนานนัก...เด็กน้อย”




TBC.




~@Talk@~


อ่ะ...เปิดตัวเรื่องใหม่กันจนได้ ^ ^
ฟิคไม่เจียมตัวเรื่องยาวอีก 1 เรื่อง -"-
ตอน "ปีกสีขาว" ก็เกือบตายไปแล้วรอบหนึ่งยังไม่เข็ดเนอะคนเรา
เหอะ...ดาคูชิจะเอาตัวรอดหรือไม่รอดก็เอาใจช่วยกันด้วยนะคะ ^ ^

เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ

อ้อ...ลืมบอกไปนิดนุง...NC-17 นะตัวเอง ^ ^