หลังจากถ่ายทอดความรู้สึกลึกๆที่มีต่อกันแล้ว
จุมยอกก็จับจูงเจ้าของมือเล็กๆนั้นให้นั่งลงข้างตัว แม้คยูฮยอนจะนั่งจนเรียบร้อยแล้ว
มือใหญ่ก็ยังเกาะกุมไว้ไม่ปล่อยจนคยูฮยอนยิ้มบางๆให้
“พี่รู้หรือครับว่าผมจะมาที่นี่” ไม่น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่บังเอิญได้ เขารู้นิสัยของจุมยอกดี
ตอนเช้าๆร่างสูงมักจะโปรดปรานกับการกินขนมปังและนมกล่องใหญ่ๆ
มากกว่าจะมานั่งในร้านอาหารเพื่อกินเป็นกิจจะลักษณะแบบนี้
จุมยอกนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยบอก
“ซีวอน..โทรหาพี่...เมื่อเช้า”
คำว่า “ซีวอน” ทำให้คยูฮยอนเบิกตากว้าง
ตกใจจนพูดไม่ออก ซีวอนโทรหาพี่จุมยอกทำไม?
“เขา...บอกกับพี่ทุกอย่าง...เรื่อง...ที่เกิดขึ้นทั้งหมด...พี่รู้หมดแล้ว”
มือเล็กที่เขาเกาะกุมอยู่เย็นเฉียบลงจนรู้สึกได้
พอๆกับนัยน์ตาคู่หวานที่ตระหนกอย่างน่าสงสาร จุมยอกจึงยิ่งกระชับมือให้แน่นเข้า
“พี่ขอโทษนะคยูฮยอน...ที่ปกป้องนายไม่ได้...พี่มันไม่รู้อะไรเลย”
เสียงทุ้มสั่นเครือ เรื่องราวที่ได้รับฟังหนักหนาเสียจนจุมยอกแทบจะรับไม่ไหว
คยูฮยอนไปเจออะไรมา หนักหนามากมายแค่ไหน นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยรับรู้
เขาไม่โทษคยูฮยอนเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะขนาดเรื่องเฮนรี่กับเขา
เขายังไม่กล้าที่จะบอกกับคยูฮยอนตรงๆ เพราะกลัว...กลัวที่จะสูญเสียอีกฝ่ายไป
“เขา...เขาบอกพี่ว่ายังไง” คยูฮยอนยังอึ้งไม่หายกับสิ่งที่ซีวอนทำ
คนๆนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่อยากจะเชื่อว่าคำว่า
//เกมส์จบแล้ว...คยูฮยอน//
ที่ได้ยินนั้นจะเป็นความจริง!!
“เขา...ส่งภาพมาให้พี่ แล้วบอกว่าแบล็กเมล์นายด้วยภาพนี้มาตลอด
พยายามให้นายเลิกกับพี่ให้ได้ แต่นายไม่เคยเปลี่ยนใจ
นายมั่นคงกับพี่ เขา...เลยยอมถอยออกไป”
ภาพที่จุมยอกพูดถึงทำเอาใบหน้าขาวเรื่อขึ้นด้วยความอับอาย
จุมยอกเดาได้จึงรั้งคนตัวบางเข้ามาโอบไว้หลวมๆ
“อย่าคิดมาก มันผ่านไปแล้ว...มัน...จบแล้ว” ใช่...จบแล้วจริงๆ ตาโตหลับพริ้มลงอีกครั้ง
เหตุการณ์ทุกอย่าง...จะจบลงวันนี้ทั้งหมดแล้วสินะ
“เรา...กลับไปเหมือนเดิมได้ใช่ไหม”
เสียงทุ้มดังอยู่เหนือหัว คำๆนี้เองที่คยูฮยอนเฝ้ารอมาตลอด
ตลอดเวลาที่ต้องอดทน...เจ็บปวด...ยอมทุกอย่างก็เพื่อคำๆนี้
เพื่อที่จะให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ให้เหตุการณ์เกือบเดือนนี่เป็นเพียงฝันร้าย
น้ำตาจึงไหลรินอาบแก้มใสเมื่อได้ยิน คยูฮยอนสะอื้นน้อยๆก่อนบอกเบาๆ
“มัน...จบแล้วพี่จุมยอก...เราเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
เสียงกระซิบแผ่วอ่อนหวานดังก้องไปทั่วโสตประสาท มือที่ลูบโลมบ่าบางนิ่งค้าง
จุมยอกพูดแทบจะไม่เป็นคำ
“ทะ...ทำไม”
“พี่ก็รู้...เหมือนอย่างที่ผมรู้”
“พี่ไม่เข้าใจ” ดันร่างที่แนบซบอยู่ให้ออกห่าง
สบตากับดวงตากลมพราวหยาดน้ำตาอย่างไม่เข้าใจ “หรือนายไม่รักพี่แล้ว”
“รัก” คยูฮยอนตอบทั้งๆที่ยังสะอื้น
“แต่จะมีประโยชน์อะไร 1 เดือนที่ผ่านมาอาจจะทำให้ “ความรัก” ของเราเปลี่ยนไม่ได้
แต่ความรู้สึกล่ะ...เราสองคนยังรู้สึกเหมือนเดิมหรือเปล่า”
จุมยอกนิ่งงันไปกับคำพูดนั้น รู้ดีทีเดียวว่าคยูฮยอนต้องการสื่ออะไร
เขาสองคนเคยรักกัน มีเพียงกันและกัน แต่เมื่อมีบุคคลที่ 3 เข้ามา
ความรู้สึกก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ใช่ “ความรัก” ที่เปลี่ยน
แต่เพียงแค่บางครั้งหัวใจ “เผลอไผล” ไปกับคนอื่น
และรู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ต่างกัน พวกเขา...จะยังคบกันอยู่ต่อไปได้อย่างไร
“แต่พี่ไม่แคร์” รอยยิ้มบางๆถูกส่งผ่านจากใบหน้าที่ยังนองไปด้วยน้ำตา
“แล้ว...กับคนๆนั้นล่ะ” คำถามของคยูฮยอนทำเอาจุมยอกอึ้งจนพูดไม่ออก
เฮนรี่...ถึงเขาจะกลับไปกับคยูฮยอน เขาจะละทิ้งเฮนรี่ได้ลงเชียวหรือ
“พี่ไม่ได้รักเฮนรี่”
“แต่พี่แคร์เขา” อีกครั้งที่คยูฮยอนพูดถูก ถูกจนจุมยอกเถียงไม่ออก
เห็นอาการอึดอัดของร่างสูงชัดเจน คยูฮยอนจึงซบหน้าเข้ากับซอกไหล่หนาช้าๆ
ปิดการรับรู้ของตัวเองลง
...ไม่ให้เจ็บมากไปกว่านี้...
“ผมรู้...พี่ไม่มีทางนอกใจผม เหตุผลที่พี่อยู่กับเฮนรี่อาจจะไม่หนักหนาเท่าเหตุผล
ที่ผมต้องทนอยู่กับซีวอน แต่ก็คงมีเหตุการณ์บางอย่างทำให้พี่ตัดเขาไม่ได้...ใช่ไหม”
อาการนิ่งเงียบคือคำตอบ คยูฮยอนปล่อยให้น้ำตาหยดรินบนบ่ากว้างช้าๆ
“ผมรักพี่...รักมาก แต่จะมีประโยชน์อะไรที่เราสองคนจะคบกันต่อ
เมื่อมีแค่ “ความรัก” ระหว่างกันที่ยังเหมือนเดิม พี่...คงไม่มีทางลืมเรื่องผมกับซีวอน
เหมือนกับที่ผม...ไม่มีทางลืมเรื่องพี่กับเฮนรี่ เราสองคนจะ มี “ความสุข” ต่อไปได้ยังไง”
“คยูฮยอน...แต่” พยายามจะค้าน แต่มือบางยกขึ้นมาแตะริมฝีปากเขาไว้เบาๆ
“อย่าปฏิเสธเลยครับ พี่ก็รู้...เหมือนที่ผมรู้ ทางออกนี้...ดีสำหรับเรามากที่สุดแล้ว”
นี่คือสิ่งที่คยูฮยอนคิดมาตลอดเกือบอาทิตย์ที่ผ่านมา คิดทบทวนไปมาอยู่หลายครั้ง
จะมีโอกาสเหมือนเดิมหรือ ถึงแม้ว่าพี่จุมยอกจะไม่รู้เรื่องเขากับซีวอน
แต่ร่างกายที่ถูกรุกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า กี่คืนกี่วันที่ผ่าน กี่ครั้งที่หลับใหลไปกับอ้อมอกอุ่น
กี่ครั้งที่ยอมจำนนกับความอ่อนโยนที่ซีวอนมีให้
หัวใจยังพร่ำบอกว่ารัก...แต่ร่างกายและความรู้สึกกลับถูกลิดรอนออกไปเรื่อยๆ
เวลายิ่งผ่านไป คยูฮยอนก็เริ่มที่จะคิดได้ เขา...ไม่ควรจะอยู่กับพี่จุมยอกอีกแล้ว
ไม่มีค่า...ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ถึงจะทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
แต่ใจตัวเองก็รู้ดีที่สุด...
ทุกครั้งที่มองหน้ากัน...ทุกครั้งที่ยิ้มให้...ทุกครั้งที่โอบกอด ตอกย้ำชัดเจน...
ร่างกายและความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ไม่มีค่าพอกับความรักครั้งนี้อีกแล้ว
ยอมแพ้...คยูฮยอนยอมแพ้ในเกมส์ครั้งนี้
“ผมรักพี่...แต่เรากลับไปเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมเถอะนะครับ”
กัดฟันบอกประโยคที่คิดมานานออกไปจนได้
ไม่มีคำปฏิเสธจากคนที่โอบรัดร่างเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
มีเพียงแผ่นอกกว้างที่สะท้านสั่น และหยดน้ำที่หล่นต้องเรือนผมนุ่มของตัวเอง
คยูฮยอนหลับตารับสัมผัสจากหัวใจครั้งนี้...เป็นครั้งสุดท้าย
“รัก” เพราะคำว่า “รัก” เพียงคำเดียว
ทำให้คนๆหนึ่งเป็นได้ทุกอย่าง...เห็นแก่ตัวที่สุด เสียสละที่สุด ดีที่สุด และ...เลวที่สุด
ความรักของผม...เห็นแก่ตัวมามากพอแล้ว...
คนที่อยู่กับพี่...เหมาะสมกับพี่ที่สุดแล้ว...
เพราะรักพี่...ผมถึงต้องปล่อยพี่ไปเสียที...
.
.
.
บุหรี่หมดไปเป็นมวนที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ซีวอนไม่แคร์
ร่างสูงอัดบุหรี่เข้าปอดครั้งแล้วครั้งเล่า ควันสีขุ่นพวยพุ่งออกมาตามลมหายใจหนักๆ
ดวงตาคมเหม่อมองไปไกลสุดขอบฟ้า
จับจ้องไปยังจุดๆเดียวกับคนตัวบางที่เคยมานั่งมองประจำตรงนี้
ในหัวสมองว่างเปล่า ความคิดกระจัดกระจายไปกันคนละทาง
เสียงกริ่งกรีดดังขึ้นในความเงียบเรียกให้สติทั้งหมดกลับคืนมา
ทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร แต่ฝีเท้ากลับรีบก้าวย่างไปให้ถึงประตูโดยเร็ว
เมื่อเปิดประตูออกก็ต้องเลิกคิ้วสูง
“เฮนรี่” นับครั้งได้ที่เฮนรี่จะมาหาเขาที่คอนโด เพราะเฮนรี่รู้ดี
ซีวอนรักความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน มีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นที่เคยมาที่คอนโดแห่งนี้
หนึ่งคือ...เฮนรี่ และสองคือ...คยูฮยอน
“พี่...พี่จุมยอกหายไป” เฮนรี่หน้าตาตื่น
ตกใจที่ตื่นมาแล้วไม่พบกับคนที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงข้างๆกัน
ไม่มีข้อความฝากไว้ ไม่มีอะไรสักอย่าง โทรศัพท์มือถือก็ปิด ไปตามหาที่หอก็ไม่เจอ
การหายไปเงียบๆแบบนี้ไม่ใช่นิสัยของจุมยอกเลยสักนิด
“แล้วทำไมมาตามที่นี่”
“แล้ว...แล้วคยูฮยอนอยู่หรือเปล่า”
ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงถามแบบนี้ออกไป
อาจเป็นเพราะความกลัวในจิตใจลึกๆก็ได้
“ไม่อยู่” เท่านั้นเอง คนตัวเล็กก็เตรียมหมุนตัวออกไปทันที
แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือหนารั้งไว้มั่น
“พอเถอะ...เฮนรี่” แปลก...ที่คำๆนี้เรียกน้ำตาในนัยน์ตาเรียวให้คลอขึ้นมาได้
เฮนรี่ส่ายหน้าเหมือนจะไม่เชื่อ
“พี่จุมยอกกับคยูฮยอนไปด้วยกันหรือ”
“ใช่...ฉันนัดให้พวกเขาเจอกันเอง” ตาเรียวเบิกโตขึ้น
ตกใจกับคำพูดของคนที่เขานับถือราวกับพี่แท้ๆจนแทบพูดไม่ออก
“พี่...ทำอะไร”
“ฉันทำให้เกมส์จบ”
“ทำไม...” เฮนรี่ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“ฉัน...ถอนตัว เหมือนกับนายที่ควรจะถอนตัวออกมาได้แล้ว
เรา...แยกพวกเขาออกจากกันไม่ได้” เท่านั้นเอง...น้ำตาก็ร่วงพรูออกมา
เฮนรี่โผเข้าหาร่างสูงใหญ่ที่รอรับไว้แน่น
“ผม...ผมรักพี่จุมยอก” ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าสิ่งที่ซีวอนพูดนั้นเขาก็รู้อยู่แก่ใจ
แต่ยังไม่อยากยอมรับ หัวใจปฏิเสธที่จะเจ็บปวด
“แต่เขาไม่ได้รักนาย...ไม่ว่านายพยายามแค่ไหน นายก็รู้ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
เกมส์ที่พวกเราสร้างสถานการณ์ขึ้นทั้งหมด ทำลายเขาสองคนไม่ได้”
ทั้งสองคนที่กอดกันอยู่หน้าห้องไม่ได้รับรู้ถึงฝีเท้าของคนสองคนที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เลยแม้แต่น้อย ใกล้...จนได้ยินคำพูดต่อมาชัดเจน
“อย่าร้องไห้ แค่แพ้เกมส์เดียวเอง รู้จักคำว่าแพ้บ้างก็ดีเหมือนกัน”
พูดจายั่วหยอกให้ร่างที่ซุกแน่นในอ้อมแขนรู้สึกดีขึ้น
ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้รู้สึกไปตามคำพูดนั้นเลยสักนิดก็ตาม
“ไม่น่าเชื่อนะว่าโฮสต์อันดับหนึ่งอย่างผมกับพี่จะได้รู้จักคำว่า “แพ้”
จากเกมส์ที่ตัวเองสร้างขึ้น คงเพราะเราสองคน “ประมาท” เกินไป”
เฮนรี่ประมาทไปจริงๆ...ที่เผลอปล่อยให้ใจไปผูกพันกับคนที่ไม่มีวันเอื้อมถึง
ประมาท...เพราะคำว่า “รัก” เพียงคำเดียว
“อย่าไปสนใจเลย แพ้ได้ก็ชนะได้ เดี๋ยวพี่จะหาเกมส์ใหม่ๆมาให้เล่น จะได้ลืม...”
ลืม...ลืมว่าครั้งหนึ่ง “หัวใจตัวเอง” เคยสั่นไหวจนควบคุมไม่ได้
ลืม...ว่าครั้งหนึ่ง เคยยอมรับกับตัวเองว่ามี “ความสุข”
ลืม...ว่าครั้งหนึ่ง เคยยอมรับกับตัวเองว่า “ความรัก” มีอยู่จริง
ลืม...ลืมมันไปซะให้หมด แล้วกลับไปเป็นเชว ซีวอนที่ไม่มีหัวใจเหมือนเดิม
หากทันทีที่ผละออกจากกันเฮนรี่ก็ต้องนิ่งค้าง เพราะซีวอนหันหลังให้กับประตู
และเพราะเขามัวแต่ซุกอกร่างสูงร้องไห้ จึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเห็น
“พี่จุมยอก!!!”
เสียงใสขาดห้วงเมื่อสบกับดวงตาคมที่สั่นระริกนั้น
จุมยอกจ้องหน้าเฮนรี่ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อนๆจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ใส่ใจเสียงที่อีกฝ่ายเรียกรั้งไว้ กดลิฟต์ได้ก็ปิดลงทันที
ทิ้งให้เฮนรี่วิ่งตามไปอย่างทำอะไรไม่ถูก จุมยอกลืมไปหมดว่าได้ทิ้งคนๆนึงไว้ข้างบน
และตอนนี้คนที่ถูกทิ้งไว้ก็กำลังเผชิญหน้ากับร่างสูงที่เป็นเจ้าของห้องชุดหรูเพียงลำพัง
“ขอโทษด้วยที่ทำให้แพ้”
คยูฮยอนพูดพลางเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่
ยิ้มบางๆเมื่อไม่ได้ยินคำตอบรับหรือปฏิเสธจากคนที่ยังจ้องหน้าเขานิ่ง
“เกมส์จบแล้ว...ผมคงต้องไปเสียที”
“นาย...จะกลับไปคบกับจุมยอกใช่ไหม”
คำตอบที่ได้รับกลับเป็นรอยยิ้มที่วาดแต้มบนกลีบปากแดงอีกครั้ง
“แล้วแต่คุณจะคิด” ถอยหลังหันกลับไปทางประตูแขนเรียวก็ถูกรั้งไว้ก่อน
“อย่า...อย่าไปเลย” ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรดลใจให้พูดออกไปแบบนั้น
พูดไปแล้วซีวอนก็ได้แต่ตกใจกับคำพูดของตัวเอง
“ทำไม”
“ฉัน...ไม่ให้นายไป”
ดวงตาโตที่สบนิ่งกลับสร้างความหวั่นใจให้คนอย่างเชว ซีวอนอย่างประหลาด
แต่มือหนาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออก จะให้บอกหรือว่าเขากลัว...กลัวว่าถ้าปล่อยมือ
คยูฮยอนจะหายไป ในจิตใจส่วนลึกร้องบอก
หากปล่อยมือ...คยูฮยอนจะไม่มีวันกลับมาอีก เขา...จะไม่มีวันเอื้อมถึงอีกแล้ว
“ตอนนี้คุณใส่หน้ากากอยู่หรือเปล่า”
คำถามที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับทำเอาซีวอนเงียบไปพักหนึ่ง
จำได้ดีว่าคำถามนี้คยูฮยอนเคยถามกับเขาแล้ว
ครั้งนั้นเขาสามารถตอบออกไปได้โดยไม่ต้องคิด หากครั้งนี้...มันเปลี่ยนไป
จึงไม่มีคำตอบออกมาจากริมฝีปากได้รูปสวย
“ถ้าคุณจะลองถอดมันออกบ้าง มันอาจจะทำให้คุณมีความสุขขึ้นบ้างก็ได้นะ”
รอยยิ้มบางๆถูกส่งผ่านมาให้ เจ็บ...ไปทั้งใจ
รอยยิ้มหวานบนใบหน้าเศร้าสร้อย แววตาคู่โตสั่นไหวปวดร้าว
ซีวอนแทบจะเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า ทั้งๆที่คำพูดนี้เขาเคยได้ยินมาแล้ว
ครั้งนั้น...เขาตอบแทนคนตัวบางไปอย่างสาสมกับความที่บังอาจมาสั่งสอนเขา
แต่คราวนี้...มันเปลี่ยนไป
ซีวอนเอ่ยประโยคเดิมด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมสักนิดเดียว
“ความสุขงั้นหรอ...มันไม่มีอยู่จริงหรอก” ดวงตาคู่คมหรี่ลงช้าๆ เสียงทุ้มเอ่ยแผ่ว
“ถ้านายมีสิ่งที่ว่านั่น แบ่งมันมาสิ...แบ่งมาให้ฉัน”
.
.
.
ร่างสูงยืนอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมในห้องจนได้ยินเสียงนาฬิกาขยับเดิน
มือที่เคยกอบกุมต้นแขนขาวบางกำแน่นอยู่ข้างตัว ใบหน้าคมแหงนเงยขึ้น
ขับไล่ความร้อนผ่าวที่ลามมาจนถึงลำคอและกระบอกตาคมให้ไหลย้อนลงไป
หัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ หากแต่ละครั้งกลับหนัก...จนเจ็บร้าวไปหมดทั้งใจ
ถ้อยคำสุดท้ายที่ได้ยินยังก้องกลับไปกลับมาในหัว ทั้งๆที่คนพูดจากไปนานแล้ว
แต่ก็ยังจดจำได้ดี เหมือนกับถูกพูดอยู่ซ้ำๆตรงหน้า
บันทึกลึกลงไปในส่วนที่ลึกที่สุด...ของหัวใจ
//ถ้านายมีสิ่งที่ว่านั่น แบ่งมันมาสิ...แบ่งมาให้ฉัน//
//ผมจะแบ่งให้คุณได้ยังไง ในเมื่อคุณแย่งชิงไปจากชีวิตผมจนหมดแล้ว//
//คุณเหยียบย่ำมันจนไม่มีเหลือ ไม่ว่าความสุขที่ผมเคยได้จากพี่จุมยอก...หรือจากคุณ//
//ทุกอย่างมันเป็นแค่เกมส์อย่างที่คุณว่า คุณแพ้...แต่คุณไม่เสียอะไร
แต่คนที่คุณหยิบยื่นชัยชนะให้...กลับสูญเสียทุกอย่างไปจนหมด...ไม่มีเหลือสักอย่าง//
//สุดท้าย...คุณก็ไม่เคยถอดหน้ากากออกเลยสินะ//
//ลาก่อน...ซีวอน//
.
.
.
“พี่จุมยอก...ฟังผมก่อน...”
เสียงเรียกและมือบางที่เอื้อมมาคว้ามือของเขาไว้ทำให้จุมยอกยอมหยุดลง
หากก็ไม่ยอมหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่ยืนหอบหนักอยู่ทางด้านหลัง
“ผม...ผมอธิบายได้นะ” ละล่ำละลักบอกพลางขยับไปยืนดักหน้าไว้
ดวงตาคมที่ทอดมองฉายชัดถึงความผิดหวังสบกับตาเรียวคลอน้ำตานิ่ง
“ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ครับ?” ตามไม่ทันกับคำถามที่จู่ๆก็เอ่ยขึ้น แต่ประโยคตามมาทำให้กระจ่างชัด
“หลอกพี่...ตั้งแต่เมื่อไหร่...ครั้งแรกที่เราเจอกันเลยใช่ไหม”
เฮนรี่กัดปากตัวเองแน่น อยากจะปฏิเสธ อยากจะส่ายหน้า
แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะความจริงก็ฟ้องชัดอยู่แล้ว
“แต่...แต่ก็แค่ช่วงแรกๆ ผม...”
“ทำไมเฮนรี่” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างผิดหวัง “ทำไม...ต้องเป็นนายด้วย”
เท่านั้นเองหยดน้ำใสก็รินไหลจากดวงตาเรียวสวย เฮนรี่สะอื้นสั่น
ไม่อยากเห็นเลย สีหน้าเจ็บช้ำของพี่จุมยอกแบบนี้...เขาไม่อยากเห็นอีก
ทำไม...ทำไมต้องเป็นเขาด้วย ที่ทำให้พี่จุมยอกเสียใจแบบนี้
“ผม...ผมขอโทษ” ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น
“แต่...แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ผมยอมรับ...ช่วงแรกๆผมหลอกพี่เพราะเกมส์ก็จริง
แต่ต่อมามันไม่ใช่ ผมรักพี่...รักพี่จริงๆนะพี่จุมยอก”
ถ้าปกติ...จุมยอกคงจะดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน พูดปลอบซ้ำๆว่าไม่เป็นไร
แต่คราวนี้...ความเจ็บปวดที่ได้รับครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือต่อไปอีก
ทำไม...ทำไมต้องเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไม...ทำไมต้องสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า
พอกันที...ความเจ็บปวดทั้งหมด เขาจะหยุดลงตรงนี้เอง
“ถ้านายรักพี่จริง...ก็ออกไปจากชีวิตพี่ซะ เฮนรี่...อย่ากลับมาอีก
แล้วพี่จะลืมให้หมด จำไว้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มันไม่มีอยู่จริง”
“ไม่...ไม่นะ พี่จะโกรธผมก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้ ผมขอโทษพี่จุมยอก...ขอโทษ”
ร่างเล็กปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ตัวสั่นไปหมดด้วยแรงสะอื้น ตาเรียวแดงก่ำฉ่ำชื้นน้ำตา
น่าสงสารจนแทบจะใจอ่อน แต่เหตุกาณ์ที่ผ่านพ้นทำให้ไม่อาจจะทำใจให้ลืมได้ง่ายๆ
เพราะความสนุก เพราะเกมส์ของคนสองคน ล้อเล่นกับความรักของเขา
จนต้องสูญเสีย...เสียไปอย่างไม่มีวันกลับคืน
แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับที่เป็น...เฮนรี่
คนที่เขาคิดจะรับผิดชอบไปตลอดชีวิต คนที่เขายอมรับกับคยูฮยอนง่ายๆว่า
คนๆนี้เอง...ที่ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป แต่คนๆนี้...ก็กลับเห็นหัวใจเขาเป็นของเล่น
ถึงจะผ่านไปแล้ว แต่ความรู้สึกที่สูญเสียไป ก็ยากที่จะประกอบคืนได้ใหม่แล้ว
“พี่ยกโทษให้นาย แต่เรา...อย่าเจอกันอีกเลยนะเฮนรี่ คำขอโทษ...พี่ให้นายได้
แต่คำว่าเชื่อใจ...พี่ให้นายไม่ได้อีกแล้วจริงๆ”
ชัดเจน...จนเฮนรี่เข่าอ่อน
ร่างบางทรุดฮวบลงกับพื้น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินไปเรื่อยๆ
ขณะมองร่างสูงค่อยๆเดินจากไปจนลับตา สิ่งที่รับรู้อยู่เต็มหัวใจมีอย่างเดียว
เขา...ไม่มีวันได้พี่จุมยอกกลับคืนมาอีกแล้ว
TBC.
@~Talk~@
ได้เวลากรรมตามสนองโฮสต์ทั้ง 2 คนเสียที (หรือเปล่า??)
อ่ะนะ...หลอกลวงคนดีๆ แล้วคนดีๆเขาจะเอาคืนไหมล่ะนั่น (เก็บไปคิด ^ ^)
เง้อ...ช่วงนี้ดาคูชิปั่นป่วนมากๆ วุ่นวายแบบสุดๆ เครียดด้วย TT^TT
ไม่ใช่ปีชงสักหน่อยทำไมมรสุมมันเยอะนักหว่าาาาา =”=
เอาใจช่วยดาคูชิหน่อยนะครับพี่น้องคร๊าบบบบบบบ
ยังไงก็เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^