[SF]เวลาไม่เคยพอ...[Yesung+Ryowook] - End
.
.
.
.
.
เรายังอยู่ด้วยกันอีกนานแสนนาน
ฉันเชื่อตัวเองเช่นนั้น ถึงได้ปล่อยวันเวลาไปไกล
ควรจะบอกบางคำก็ทำลืมไป
คิดว่าเหลือเวลาเท่าไรก็พอพูดมัน
กว่าจะบอกตัวเองว่าอย่ามั่นใจ
ก็เมื่อในวันที่สาย ที่ไม่มีเธอข้างๆกายกัน
อยากจะบอกคำเดิมที่เธอรอนาน
ฉันก็เหลือแค่เพียงสิทธิ์บอกเธอผ่านสายตา
*และทีนี้เวลาที่มีไม่พอสักอย่าง
อยากมีหนทาง ดึงสิ่งต่างๆย้อนมา
จะกอดเธอไว้จะทำทุกวัน ให้มีความหมายให้มีค่า
จะไม่ทำให้เธอปวดใจ
**ฉันไม่มีวันได้เธอคืนมา ฉันขอเวลาแค่บอกคำนั้น
ที่เธอเคยต้องการมันยังทันใช่ไหม
ฉันเสียใจตลอดเวลา ที่รักษาเธอไม่ได้
สุดท้าย อยากให้รู้ว่ารัก
ได้แต่เกลียดตัวเองที่ลืมนึกไป
ว่าโลกมีคำว่าสาย ไว้สะกิดใจให้ฉันรีบทำ
ได้แต่กอดตัวเองกับความทรงจำ
ที่ยิ่งย้ำว่าฉันมันผิดที่ชะล่าใจ
*,**
ฉันขอได้ไหม แค่บอกคำนั้น (แค่บอกคำนั้นจากใจ)
ที่เธอเคยต้องการมันยังทันใช่ไหม
ฉันรักเธอตลอดเวลา แต่รักษาเธอไม่ได้
เชื่อไหม (สุดท้าย) เวลาไม่เคยพอ
.
.
.
.
.
คำบอกเล่าของนางพยาบาลและตำรวจ
ทำเอาเอสเจทั้ง 12 คนช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก
ทั้งยังรูปที่ถ่ายในที่เกิดเหตุ
ที่รถตู้ของเรียววุคแทบจะเข้าไปอยู่ใต้รถบรรทุกที่พลิกคว่ำนั้นทั้งคัน
ทำให้เห็นภาพเลยว่าเรียววุคและผู้จัดการของพวกเขาอาการหนักหนาสาหัสแค่ไหน
และยิ่งได้ฟังผลการรักษาจากแพทย์ผ่าตัดที่พวกเขานั่งรออยู่นานกว่า 6 ชั่วโมง
ก็ยิ่งทำให้เพื่อนหลายคนในวงถึงกับร้องไห้ออกมา
เพราะสะเทือนใจอย่างหนักกับคำวินิจฉัยนั้น
“คนขับตอนนี้อาการพ้นโคม่าแล้วนะครับ เดี๋ยวก็คงออกจากห้อง I.C.U ได้
แต่สำหรับเพื่อนของคุณ...ผมบอกตรงๆนะครับ ว่าอาการหนักมากจริงๆ
เพราะรถบรรทุกพลิกมาทับฝั่งด้านข้างคนขับเต็มๆ
ทำให้เพื่อนของคุณกระดูกหักหลายส่วน
หัวสมองก็ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก มีอาการเลือดคั่งในสมอง
กระดูกซี่โครงก็หักทิ่มอวัยวะภายในหลายส่วน
ที่ร้ายแรงที่สุดคือ...ทิ่มทะลุปอดทั้งสองข้าง”
นายแพทย์ผ่าตัดรายงานอาการของคนตัวเล็กให้ฟัง ก่อนจะเงียบไปสักพัก
“ผมขอพูดตรงๆนะครับ ผม...อยากให้พวกคุณทำใจไว้บ้าง
คนไข้มีโอกาสรอดแค่ 10% เท่านั้น”
ราวกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เยซองยืนนิ่งราวกับถูกสาป
ก่อนจะรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากหัวใจของเขาออกไปจากร่าง
เสียบแทงด้วยมีดจนพรุนยับ
แล้วปาลงพื้น เหยียบขยี้มันจนแหลกลาญไม่มีชิ้นดี
จนหัวใจของเขา...แตกสลาย
//คนไข้มีโอกาสรอดแค่ 10% เท่านั้น//
ใครก็ได้บอกเขาทีว่ามันไม่จริง!!
บอกเขาทีได้ไหม ว่าเขาเพียงแค่ฝันไปเท่านั้น!!
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา เขาก็จะยังเห็นเรียววุคนั่งอยู่ข้างๆเหมือนทุกครั้ง
เขาจะยังคงเห็นรอยยิ้มน้อยๆกระจ่างตาที่มีให้เขาเสมอนั้นอยู่...ใช่ไหม
นี่คือความฝัน...เขาแค่ฝันไปเท่านั้น
พอตื่นมา...ทุกอย่างก็จะดีขึ้น...ใช่ไหม
แม้จะพยายามหลอกตัวเองแค่ไหน หากเสียงสะอื้นของเพื่อนร่วมวงที่ดังอยู่ด้านหลัง
ก็ตอกย้ำความเป็นจริงที่เยซองพยายามจะปฏิเสธมันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ความจริงที่ว่า...เขากำลังจะสูญเสียคนที่ “รักสุดหัวใจ” ไป
หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาจากตาเรียวคมอย่างสุดกลั้น
ร่างสูงทรุดตัวลงนั่ง ซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเองอย่างไม่อาจทนฝืนเข้มแข็งต่อไปได้
ทำไมนะ...
แค่เขาพาเรียววุคมากับเขาเท่านั้น เหตุการณ์แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น
แค่เขาดึงเรียววุคเอาไว้เท่านั้น คนรักของเขาก็คงจะอยู่กับเขาในงานวันเกิดที่บ้าน
มากกว่าจะเป็นที่โรงพยาบาลแบบนี้
เพราะเขา...เพราะเขาคนเดียว
เรียววุค...พี่ขอโทษ
ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน...ใช่ไหม
ยังไม่สายเกินไปแน่นอน...ใช่ไหม
+++++++++++++++++++++++
เยซองนั่งอยู่หน้าห้อง I.C.U นานแค่ไหนแล้วไม่อาจจะบอกได้
ร่างสูงนั่งพิงฝาผนังมองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย
ดวงตาคมหม่นเศร้าอ้างว้างจนน่าใจหาย
ใบหน้าหล่อคมซีดเซียวจนแทบจะไม่มีสีเลือด
ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่ปะทุขึ้นมาเรื่อยๆเป็นระลอก
ความรู้สึก...กลัว
กลัว...ที่จะสูญเสีย...คนที่ “รัก”
นาน...จนความรู้สึกอุ่นซ่านแตะลงเบาๆตรงหัวไหล่ นั่นแหละชายหนุ่มถึงได้หันไปมอง
“ไปพักก่อนดีไหมเยซอง นายยังไม่ได้กินข้าวเลยตั้งแต่เมื่อคืนนะ
นี่ก็จะเที่ยงแล้ว หิวหรือเปล่า”
ฮันกยองนั่นเอง เยซองยิ้มให้พลางส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่ล่ะ ขอบใจ ฉันจะเฝ้าเรียววุค”
ฮันกยองหันไปสบตาคนรักข้างๆตัวอย่างไม่รู้จะทำยังไง ซีวอนจึงเอ่ยขึ้นบ้าง
”แต่พี่ควรจะไปพักได้แล้วนะ เดี๋ยวผมกับพี่ฮันกยองจะเฝ้าต่อให้เอง
พี่กลับบ้านไปก่อนเถอะ แล้วค่อยมาพร้อมทุกคนก็ได้”
ทุกคนที่ซีวอนพูดถึงก็พึ่งสลายตัวไปเมื่อ 6 โมงเช้านี่เอง
“ฉันไม่เป็นไร ให้ฉันอยู่กับเขาเถอะนะ”
คำขอที่มาพร้อมกับแววตาที่ฉายชัดถึงความทุกข์ทรมานที่มีอยู่เต็มหัวใจนั้น
ทำให้ฮันกยองอดสงสารไม่ได้ เขาเข้าใจความรู้สึกของเยซองดี
เพราะเขาเองก็เจ็บไม่น้อยเหมือนกัน
ที่ต้องทนเห็น “น้องน้อย” ของทุกคนในวงตกอยู่ในสภาพแบบนี้
“เยซอง ทำใจดีๆไว้นะ” วงแขนที่วาดโอบกอดอย่างปลอบประโลมนั้น
ทำเอากำแพงความเข้มแข็งที่เยซองพยายามสร้างขึ้นมาแทบจะพังทลายลง
“เรียววุคต้องไม่เป็นอะไร...เขาต้องไม่เป็นอะไร”
ฮันกยองพูดปลอบใจทั้งตัวเองและเพื่อน
ทั้งๆที่รู้แก่ใจว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นเช่นไร แต่ก็ยังไม่เลิกหวัง
หวัง...ว่าปาฏิหาริย์คงจะมีจริง
หากภาพของหมอและพยาบาลที่วิ่งเข้าไปในห้อง I.C.U ที่คนร่างเล็กนอนอยู่
ก็ทำเอาทั้งสามคนแทบจะทำอะไรไม่ถูก
ทั้งหวั่นใจ...และใจหาย
เกิดอะไรขึ้น ทำไมวุ่นวายกันขนาดนี้
เรียววุคเป็นอะไรหรือเปล่า!!
หากพวกเขาก็ทำได้แค่รอฟังข่าวอยู่ข้างนอกเท่านั้น
นาน...นานเหลือเกินในความรู้สึก
กว่าทีมแพทย์ทั้งหมดจะออกมา
ซึ่งเห็นอย่างนั้น พวกเขาก็วิ่งเข้าไปหาทันที
“เรียววุคเป็นยังไงบ้างครับหมอ”
น้ำเสียงที่เคยแหบนุ่มทุ้มหูบัดนี้สั่นเครือจนคนฟังยังอดใจหายตามไม่ได้
นายแพทย์ผ่าตัดเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า
“เอ่อ...ผมขอแสดงความเสียใจด้วยครับ พวกเราทำสุดความสามารถแล้วจริงๆ
แต่อาการเพื่อนของคุณสาหัสจนเกินกว่าจะยื้อไว้แล้วจริงๆครับ
เขา...คงจะอยู่ไม่พ้นชั่วโมงนี้แล้ว”
ราวกับมีคนเอาน้ำเย็นจัดมาสาดใส่หน้า เยซองรู้สึกชาไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า
ในหัวมึนงงจนไม่อาจจะประมวลผลคำพูดที่ได้ยินเมื้อกี๊ออกมาได้
ริมฝีปากแห้งผากถูกขบแรงจนรู้สึกได้ถึงรสเลือดที่แตะปลายลิ้น
เขา...ฟังผิด...ใช่หรือเปล่า
ที่เขาได้ยิน...มันไม่จริงใช่ไหม
เขา...เข้าใจผิดใช่ไหม!!
จริงๆแล้วหมอเดินออกมาบอกพวกเขาว่าเรียววุคฟื้นแล้วต่างหาก...
“เอ่อ...พวกคุณจะเข้าไปอยู่กับเขาได้นะครับ ผมจะให้พยาบาลเตรียมชุดให้เปลี่ยน
ผม...ขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆครับ”
นายแพทย์ผ่าตัดพูดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ใช่...หมอบอกเขาว่าเรียววุคฟื้นแล้ว
คนรักของเขา...ฟื้นแล้ว
“หมอบอกว่าเรียววุคฟื้นแล้วใช่ไหม...ใช่ไหมซีวอน”
ถามทั้งๆที่แทบจะหาเสียงของตัวเองไม่เจอ
มองหน้าซีวอนที่หน้าซีดจนแทบไม่มีสีเลือดนั้นด้วยความหวัง
“ใช่ไหมฮันกยอง เรียววุคฟื้นแล้ว...ใช่ไหม”
หันไปเขย่าแขนฮันกยองอย่างต้องการคำตอบ
หากสิ่งที่ได้รับกลับเป็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาเรียวคู่สวยนั้นแทน
“ทำใจดีๆไว้เยซอง...อึก...เรา...เราไปเยี่ยมเรียววุค...ฮึก...ครั้งสุดท้าย...กันนะ”
น้ำเสียงสะอื้นไห้นี่คืออะไร...
ทำไมฮันกยองต้องร้องไห้สะอึกสะอื้นขนาดนี้ด้วย...
เรียววุคฟื้นแล้วทำไมยังต้องร้องไห้อีก
แต่...เมื่อกี๊เพื่อนของเขา...พูดว่าอะไรนะ...
//ไปเยี่ยมเรียววุค...ครั้งสุดท้าย//
ไม่จริง...ไม่จริง!!
เหมือนโลกทั้งโลกถล่มลงตรงหน้า
สายตาของเขาพร่าเลือนจนมองไม่เห็นหนทางอีกต่อไป
แขนขาไร้เรี่ยวแรงราวกับพลังถูกสูบออกไปจนหมด
จนไม่มีแม้แต่แรงจะหยัดยืนต่อไปได้อีก
ปราการความเข้มแข็งที่เพียรสร้างขึ้นมา...พังทลายลงในพริบตา
น้องน้อยของเขา...กำลังจะจากไปแล้วอย่างนั้นหรือ
ใบหน้าหวานใสที่มีรอยยิ้มอ่อนๆให้เขาเสมอ
น้ำเสียงรื่นหูที่มักเจื้อยแจ้วอยู่ข้างๆเขาตลอดเวลา
ผิวแก้มนวลนุ่มกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กจางๆที่เขามักจะขโมยหอมอยู่บ่อยๆ
จนใบหน้าเล็กนั้นแดงก่ำราวกับผลเชอร์รี่สุก
มือน้อยๆที่มักจะเอื้อมมากุมมือเขาไว้ทุกครั้งที่เขาท้อแท้ ต้องการกำลังใจ
และดวงตาเรียวเล็ก หากกระจ่างใสด้วยความรักที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
ความรักที่มอบให้...เพียงเขาเท่านั้น
จะ...ไม่มีอีกแล้วหรือ
ไม่จริง...ใช่ไหม...
มันเป็นแค่ความฝัน!
เขาแค่ฝันร้ายอยู่เท่านั้น!!
หากเมื่อเข้ามาในห้อง I.C.U ภาพที่อยู่ตรงหน้า
ก็ทำให้รู้ว่านี่มันเป็นความจริงที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้
ร่างเล็กนอนนิ่งอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด
ใบหน้าเนียนใสขาวซีดจนแทบจะไร้สีเลือดพอๆกับริมฝีปากเล็กบางนั้น
เปลือกตาหลับพริ้มราวกับคนที่กำลังนอนหลับ
หากทุกคนในที่นี้รู้ดีว่าไม่ใช่...
เพราะทั้งสายน้ำเกลือ สายเลือด และสายยาต่างๆที่ระโยงระยางเต็มสองแขนเล็กนั้น
และใบหน้าเล็กที่มีเครื่องให้อ๊อคซิเจนครอบไว้เกือบครึ่งหน้า
ก็ตอกย้ำพอแล้วว่าเรื่องทุกอย่างเลวร้ายแค่ไหน
อีกทั้งจังหวะการเต้นของหัวใจในหน้าจอเครื่องนั้นที่แผ่วเบา จนน่าใจหาย
มันเบา...จนกลัวว่าจะหยุดลงในวินาทีใดวินาทีหนึ่งให้ได้
เสียงสะอื้นหลุดออกมาจากร่างเล็กสองร่างที่ยืนอยู่ข้างหลัง
ทงเฮและซองมินสะอื้นหนัก
เนื่องจากสะเทือนใจกับภาพตรงหน้าอย่างมากมายเกินจะรับเอาไว้ได้
จนคิบอมและคยูฮยอนต่างต้องดึงคนรักของตัวเองเข้าไปกอดไว้แนบอก
หากเด็กหนุ่มทั้งสองคนก็มีน้ำตาอยู่คลอตาเช่นกัน
คังอินตัดสินใจตบบ่าเพื่อนเบาๆเพื่อเรียกสติ
เมื่อเยซองนิ่งไปนานจนน่ากลัวว่าจะยังมีความรู้สึกอยู่ไหม
บอกกับตัวเองว่าเขาต้องบังคับตัวเองให้เข้มแข็งให้ได้
ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็ช็อคหนักไปไม่น้อยกว่าทุกคน
เมื่อได้รับโทรศัพท์จากซีวอนให้ทุกคนมาที่โรงพยาบาลด่วน
และยิ่งได้ฟังข่าวร้ายจากปากของแพทย์ที่รักษา คังอินก็แทบจะทนกเก็บน้ำตาไว้ไม่ไหว
หากเขาก็ต้องอดทน...
แทนที่พี่ใหญ่ของวงอีกสองคนที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนสติแตกอยู่ข้างนอก
อีทึกน่ะไม่เท่าไหร่หรอก...แต่ฮีชอลนี่สิ
นอกจากจะร้องไห้จนลั่นโรงพยาบาลแล้ว ยังไปอาละวาดกับทีมแพทย์ผ่าตัดอีก
ไม่พอยังจะบุกไปบีบคอไอ้คนขับรถบรรทุกที่กำลังจะคร่าชีวิตน้องน้อยของวงไปอีก
จนต้องให้ซีวอนและฮันกยองล๊อคตัวเอาไว้ตลอดถึงจะอยู่
ส่วนฮยอกแจและชินดงก็คอยปลอบคนรักของเขาที่ร้องไห้อย่างหนักจนหยุดไม่ได้ไว้
แม้ว่าทั้งเจ้าหมูและเจ้าไก่นั่นจะร้องไห้ไม่หยุดเหมือนกันก็เถอะ
“เข้มแข็งไว้นะ พวกฉันจะไปรอนายข้างนอก”
คังอินบอกพลางตบบ่าเพื่อนหนักๆอย่างให้กำลังใจ
ก่อนจะถอยออกไปพร้อมกับคนอื่นๆที่เหลือ
ในห้องสีขาวสะอาด ตอนนี้เหลือเพียงเยซองกับคนบนเตียงของโรงพยาบาลเท่านั้น
ร่างสูงเดินไปทรุดนั่งตรงเก้าอี้ข้างๆเตียงอย่างช้าๆ
มือเรียวยกขึ้นกุมมือเล็กที่บัดนี้เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งไว้อย่างแผ่วเบา
ราวกับกลัวว่าร่างเล็กที่นอนอยู่จะสลายไปต่อหน้าต่อตา
“เรียววุค ได้ยินพี่ไหม” เสียงนุ่มแหบแห้งสั่นเครือ
ตาเรียวคมโศกหม่นแดงก่ำเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
ไม่มีปฏิกริยาตอบรับใดๆจากคนที่นอนอยู่แม้เพียงนิด
นอกจากจังหวะหัวใจของคนตัวเล็กที่เต้นอย่างช้าๆ...และแผ่วเบา
“เรียววุค...ฟื้นขึ้นมาเถอะนะ อย่าทิ้งพี่ไปแบบนี้”
น้ำตาหล่นจนต้องหลังมือเล็กที่เกาะกุมอยู่
“อย่าทิ้งพี่ไป พี่ยังไม่เคยทำให้นายรู้เลยว่าพี่รักนายมากแค่ไหน
อย่าทิ้งพี่ไป พี่จะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีนาย”
น้ำเสียงสั่นเครือขาดห้วงแทบจะไม่เป็นคำเพราะแรงสะอื้นที่เจ้าตัวกลั้นเอาไว้ไม่อยู่
น้ำใสๆกลิ้งหล่นจากดวงตาคมไม่ขาดสาย
//พี่เยซอง...พี่บอกรักผม...สักคำสิครับ//
คำที่นายเรียกร้องหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับได้รับนับครั้งได้
พี่คิดว่านายจะมีเวลาพิสูจน์การกระทำของพี่อีกนาน เรายังมีเวลาที่จะอยู่ด้วยกันอีกมาก
ดังนั้นพี่จึงแทบจะไม่เคยพูดคำๆนั้นกับนาย
แค่คำว่า “รัก” ที่นายต้องการ
พี่คิดว่า “ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน”
...พี่จึงดูแลนายไม่ดีพอ ให้เวลากับนายไม่มากพอ
เพราะคิดว่า “ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน”
...พี่จึงปล่อยให้นายเหงาอยู่คนเดียวบ่อยครั้ง
เพราะคิดว่า “ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน”
..พี่จึงไม่ได้ใส่ใจกับคำขอเอาแต่ใจเล็กๆน้อยๆของนาย
เพราะคิดว่า “ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน”
…พี่จึงไม่เคยให้ความสำคัญกับ “เวลา” ของเราสองคน
...แต่ความจริงมันไม่ใช่
ทุกอย่างมันสายไปแล้วหรือ
พี่ทำให้ทุกอย่าง...สายไปแล้วใช่ไหม
“เรียววุค พี่รักนาย ฮึก...พี่...รัก...รักนาย รัก...อึก...รัก”
ก้อนสะอื้นที่แล่นมาจุกที่คอทำให้พูดแทบจะไม่เป็นประโยค
หากก็ยังฝืนเพื่อบอกความรู้สึกของตัวเองทั้งหมด กับคนที่ “รักสุดหัวใจ”
“ฟื้นสิเรียววุค พี่จะบอกทุกอย่างที่นายต้องการ พี่จะไม่ปล่อยให้นายเหงาอีกแล้ว
พี่จะบอกรักนายทุกวัน ได้โปรดเถอะ” เยซองร้องไห้สะอื้นหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ใบหน้าคมซบลงบนหลังมือน้อยๆของคนรัก
คำพูดต่างๆพร่างพรูออกมาจากคนที่ได้ชื่อว่าปากหนักที่สุดในเอสเจอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่รักนาย พี่รักเรียววุค พี่รักน้องน้อยของพี่เหลือเกิน นายได้ยินไหม”
กระซิบสั่นกับอุ้งมือเล็ก เยซองสะอื้นไห้อย่างไม่อายใคร
เพราะเขาเจ็บ...เจ็บเหลือเกิน
หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง อย่าให้ใครพรากเอาดวงใจของเขาไปเลย
เขายอมแลกกับทุกอย่าง ทุกๆอย่างในชีวิตของเขา
เขาขอแค่ “เวลา” เท่านั้น...
ขอ “เวลา” ที่จะทำให้เขาได้อยู่กับคนที่เขารักต่อไป
ได้โปรด...อย่าทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง
สายเกินไปเลย...
เปลือกตาของคนที่นองนิ่งอยู่บนเตียงขาวสะอาดสั่นเล็กน้อย
ก่อนน้ำตาหยดเล็กๆจะไหลรินออกจากหางตาของดวงตาที่ปิดสนิทอยู่
ริมฝีปากบางเผยอยิ้มน้อยๆ...บางเบา อย่างมีความสุข
พี่เยซอง...
พี่ยังรักผมอยู่ใช่ไหม...
ในที่สุด...ผมก็รู้แล้ว...ว่าพี่รักผม...
.
.
.
.
.
และในที่สุด กราฟแสดงผลคลื่นหัวใจที่แสนจะแผ่วเบานั้น...ก็หยุดลง!
“ไม่!!!! อย่าทิ้งพี่ไปเรียววุค อย่า!!!!!!!!!!!” เยซองตะโกนลั่นทั้งน้ำตา
จนเพื่อนๆที่อยู่ข้างนอกกรูกันเข้ามาด้วยความตกใจ
คังอินจับร่างเพื่อนสนิทของเขาเอาไว้แน่น เพราะเยซองดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
“อย่าทิ้งพี่ไป!!! เรียววุค!! กลับมา!!! อย่าทิ้งพี่ไปเลย!!!”
ร่างสูงสะอึกสะอื้นไห้ราวกับคนเสียสติ
น้ำตาทะลักทลายออกจากดวงตาคมกริบราวกับทำนบพัง
ใครก็ได้...สวรรค์
ถ้ายังปราณีเขาอยู่บ้าง...
ช่วยหยุดลมหายใจเขาลงตรงนี้ที
อย่าให้เขาต้องทนเจ็บปวด...ราวกับตายทั้งเป็นแบบนี้เลย
เขา....ทนไม่ไหวอีกแล้ว
เจ็บ...ยิ่งกว่าเจ็บ
เจ็บ...จนแทบจะหยุดหายใจ
ให้เขาขาดใจตายลงตรงนี้...จะปราณีกันกว่าไหม
และห้องที่เคยเงียบสงบ ตอนนี้กลับถูกกลบด้วยเสียงร่ำไห้ดังระงม
เพราะเอสเจกว่า 10 ชีวิตในห้อง I.C.U นั้น
ไม่มีอีกแล้ว...
น้องน้อยของวง...ไม่อยู่แล้ว
รอยยิ้มใสๆขลาดอายนั้น...ไม่มีอีกแล้ว
ไม่มี...คิม เรียววุค...อีกต่อไปแล้ว
+++++++++++++++++++++++
ร่างสูงสะดุ้งขึ้นสุดตัว เปลือกตากระพริบถี่เมื่อคิดทบทวนว่าตัวเองทำอะไรอยู่ที่ไหน?
ถามตัวเองว่าเมื้อกี้เขาแค่ฝันไปหรือเปล่า...
หากกรอบรูปที่เขากอดไว้แนบอกนั้นทำให้รู้ว่าทุกอย่าง...เป็นเรื่องจริง
เรียววุค...จากเขาไปแล้วจริงๆ
เสียงเคาะประตูเบาๆ
พร้อมกับร่างโปร่งของหัวหน้าวงและกระต่ายน้อยในชุดสูทสีดำสนิทที่เข้ามาในห้อง
ทำให้เยซองผุดลุกขึ้นทันที
“เยซอง ฉันมีอะไรจะให้” ซองมินเอ่ยเสียงเครือ
ก่อนจะยื่นขวดโหลที่บรรจุนกสีน้ำเงินมันวาวอยู่จนเต็มขวดมาตรงหน้า
เยซองจำมันได้เป็นอย่างดี
หากทำไม...ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้
“คนที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ตอนที่พยายามเอาตัวเรียววุคออกมาจากใต้ท้องรถ
เรียววุคกอดขวดโหลขวดนี้ไม่ปล่อยเลย...และ...เรียกหานายตลอดเวลา”
เยซองรู้สึกได้ว่ามือตัวเองสั่นเสียจนต้องเอื้อมมือถึงสองมือไปรับขวดโหลแก้วนั้นไว้
ขวดโหลสีสวยเพ้นท์เป็นตัวหนังสือสวยงามว่า
“You Are The One”
พร้อมกับโน้ตเล็กๆที่ผูกติดไว้กับขวดโหล
โน้ตนั้นถูกแต่งแต้มไปด้วยหยดสีแดงประปราย...เลือดของเรียววุค
อีทึกกับซองมินมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจถอยออกไปอย่างเงียบๆ
ชายหนุ่มคงต้องการอยู่กับความทรงจำของเรียววุคคนเดียวมากกว่า
เมื่อประตูห้องนอนถูกปิดสนิทอีกครั้ง
เยซองก็เปิดกระดาษโน้ตออกดู ทั้งๆที่มือไม้สั่นไปหมด
แม้จะบอกตัวเองให้เข็มแข็ง หากความจริงกลับทำได้ยากเหลือเกิน
.
.
.
.
.
พี่เยซอง
Happy Birthday นะครับ
ขอให้พี่มีความสุขมากๆในวันเกิดปีนี้ และปีต่อๆไปด้วยนะครับ
ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆนะครับ ช่วงนี้พี่โหมงานหนักมาก
ผมเป็นห่วงพี่จังเลย
“พี่เยซอง...ผมรักพี่นะครับ”
เรียววุค
ปล. วันเกิดปีนี้ อย่าลืมรักผมบ้างนะครับ
.
.
.
.
.
เท่านั้นเอง น้ำตาจากดวงตาคู่คมก็หลั่งรินออกมาอย่างสุดกลั้น
เยซองซบหน้าเขากับฝ่ามือตัวเองข้างหนึ่งสะอื้นไห้อย่างไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
อีกข้างก็กอดขวดโหลสีสวยกับกรอบรูปไว้แน่น
ขวดโหล...ที่เขามองข้าม...ไม่เห็นความสำคัญ
แต่กลับเป็นขวดโหล...ที่คนรักของเขา...รักษาไว้ด้วยชีวิต
เรียววุค…
หากพี่ย้อนเวลากลับไปได้ พี่จะไม่มีวันทำให้นายเสียใจแบบนี้
หากมันไม่มีอีกแล้ว...เวลาที่พี่มั่นใจเหลือเกิน...ว่ายังมีอีกมากสำหรับเราสองคน
พี่กลับไปแก้ไขมันไม่ได้อีกแล้ว...มันสายไปแล้ว
กว่าพี่จะรู้จักคำว่าสาย...พี่ก็ไม่มีนายอีกแล้ว
สายไปแล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่างสายไปแล้ว
ไม่มี “ เวลา” สำหรับเขาอีกแล้ว
“เวลา” สำหรับเขา...หมดลงแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
.
ฉันรักเธอตลอดเวลา...แต่รักษาเธอไม่ได้
เชื่อไหม (สุดท้าย) เวลาไม่เคยพอ…
+++++++++++++++++++++++
END
~@Talk@~
ในที่สุดก็จบ...เง้ออออออ(แอบเหงื่อตก)
ยอมรับเลยว่าเจ้าบ้านชอบเพลงนี้แบบสุดๆเลย
ฟังแล้วได้ฟีลจริงๆ ยังไงเจ้าบ้านก็ยังยืนยันคำเดิมนะว่า
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ฟังเพลงนี้พร้อมกับอ่านฟิคเรื่องนี้ไปด้วยจัง อิๆๆ
.
.
เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^