[SF]เวลาไม่เคยพอ...[Yesung+Ryowook] - Begin
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงนอนซ้ายสุด
ภายในห้องของหัวหน้าวงมานานกว่าครึ่งชั่วโมง
ร่างทั้งร่างนั้นนิ่ง...ไม่แม้แต่จะขยับไหวตัวสักนิด
นิ่ง...ราวกับรูปปั้นไร้ชีวิต
มีเพียงลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอเท่านั้น ที่บ่งชี้ว่าเจ้าของร่างยังคงมีชีวิตอยู่
ใบหน้าขาวจัดสะท้อนกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาจากบานหน้าต่างตรงหัวเตียง
น่าจะส่งผลให้ใบหน้าขาวคมนั้นน่าหลงใหลยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า
หากไม่ติดตรงที่ใบหน้านั้นซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดแม้ในที่ๆมีแสงสลัวเช่นนี้
ตาเรียวคมกวาดไปทั่วเตียงนอนขนาดเล็กนั้นช้าๆ
ราวกับจะบันทึกภาพทุกภาพให้จารจำลงในห้วงความความคิดคำนึงทั้งหมด
ก่อนจะหยุดลงที่วัตถุชิ้นหนึ่งที่วางไว้ตรงหัวเตียงนั้น
กรอบรูปถ่าย...
เป็นกรอบรูปสีน้ำเงินมันวาว ที่มีรูปถ่ายใบหนึ่งใส่กรอบไว้
แม้ในห้องเล็กๆนี้จะมืดสักแค่ไหน แม้จะมีแค่แสงสว่างเพียงรำไร
หากเขาก็ยังจำคนสองคนในภาพถ่ายนั้นได้เป็นอย่างดี
ใบหน้าหวานใสวาดรอยยิ้มกว้างจนตาแทบพร่ากับความสดใสนั้น
ดวงตาเล็กเรียวเปล่งประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยความสุข
แก้มสีชมพูระเรื่อเปล่งปลั่งนั้นกำลังเอียงซบกับไหล่หนาของคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่
หากใบหน้าขาวคมของอีกคนหนึ่งกลับยิ้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นสว่างไสวขึ้นมาได้
มือใหญ่กำลังลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยของคนที่เอนซบอยู่อย่างทนุถนอม
ตาเรียวคมที่ทอดมองคนในอ้อมแขน
อ่อนโยนเสียจนใครๆที่พบเห็นต่างก็สัมผัสถึงความรู้สึกนั้นได้
ความรู้สึก...ที่เรียกว่า “รัก”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสองคนในภาพนี้เป็นอะไรกัน และ...รักกันแค่ไหน
ใช่...ใครๆก็รู้
ไม่ว่าใครที่ได้พบเห็น...ก็จะรู้
หากนายรู้หรือเปล่า...เรียววุค
นายจะรู้บ้างไหม...ว่าพี่รักนายแค่ไหน...
เยซองทรุดลงนั่งบนเตียงนอนของคนที่ได้ชื่อว่า “รักสุดหัวใจ” อย่างล้าแรงเต็มที
มือแกร่งเอื้อมไปคว้ากรอบรูปของเจ้าของเตียงที่ถ่ายคู่กับเขามากอดไว้แนบอก
ตาเรียวแดงก่ำเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเต็มสองตา
พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษนะ...เรียววุค
หากย้อนเวลากลับไปได้...หากพี่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้อีกครั้ง
พี่จะทำทุกอย่าง...จะบอกทุกอย่างที่นายต้องการ
พี่จะทำให้เวลาสำหรับเราสองคนมีค่าที่สุด...จะใช้ทุกๆนาทีกับนายอย่างคุ้มค่ามากที่สุด
พี่จะไม่ทิ้งให้นายเหงา...ไม่ปล่อยให้นายโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวอีกแล้ว
หากแค่พี่สามารถย้อนเวลาได้...
พี่จะไม่มีวันปล่อยให้ทุกอย่าง...สายไปแบบนี้
+++++++++++++++++++++++
“พี่เยซอง ผมซื้อขนมมาฝากพี่ด้วยล่ะ พี่หิวหรือยังครับ”
ร่างเล็กยิ้มร่าเริงเข้าไปหาร่างสูงของคนรัก
พร้อมกับยื่นถุงขนมถุงใหญ่ที่ติดโลโก้ร้านมีชื่อแห่งหนึ่งไปตรงหน้า
“ของโปรดของพี่ทั้งนั้นเลยนะ ดูสิครับ”
ยื่นให้ดูโดยหวังลึกๆว่าจะได้รับคำชมจากคนที่นั่งบนโซฟาตัวยาวนั้น
จะไม่ให้เรียววุคหวังได้ยังไงล่ะ…
ก็ไอ้ขนมถุงนี้น่ะ...
เขาต้องถ่อสังขารไปซื้อถึงตลาดนัมแดมุนทางประตูเมืองทิศใต้นู่นเลยนะ...
ที่ต้องลงทุนไปไกลขนาดนั้น ก็เพราะว่าร้านขนมร้านนี้เป็นร้านที่พี่เยซองโปรดปรานที่สุด
เรียกว่าผ่านไปอัดรายการทางเส้นนั้นทีไร
พี่เยซองต้องขอแวะลงซื้อติดไม้ติดมือกลับมาทุกที
แล้วเมื่อสองสามวันก่อนนี้เอง เขาก็ได้ยินพี่เยซองบ่นๆกับพี่คังอินว่าอยากกิน
แต่ว่าช่วงนี้ก็ไม่มีใครผ่านไปแถวๆนั้นเลยสักคน
วันนี้เขาเลยต้องแอบไปอ้อนน้องสุดท้องของวงให้ไปเป็นเพื่อน
เพราะเขาไปคนเดียวไม่ถูก
เจ้าน้องเล็กนั่นก็แสบไม่ใช่ย่อย
ยื่นข้อแลกเปลี่ยนโดยการต้องช่วยเจ้าเด็กนั่นจัดเก็บห้องนอนที่รกยังกับรังหนูให้
อันที่จริงห้องของคยูฮยอนมันก็ห้องของเขาน่ะแหละ
แต่ว่าด้วยนิสัยที่รักความสกปรกสุดๆของเจ้าเด็กนี่
ก็เลยทำให้ห้องที่เคยสะอาดเอี่ยมอยู่เสมอของเขากับพี่อีทึก
กลับกลายเป็นห้องที่แม้แต่แม่บ้านก็ไม่ยอมเหยียบย่างเข้ามาทำความสะอาด
ดังนั้นจึงมีประกาศิตจากเบื้องบนส่งลงมาทันทีว่า
คยูฮยอนต้องทำความสะอาดห้องนอนของพวกเขาให้เรียบร้อย
ไม่อย่างงั้นอาจจะถูกหัวหน้าวงเฉดหัวให้เก็บเสื้อผ้าข้าวของ
ย้ายภูมิลำเนาไปนอนที่ห้องนั่งเล่นแทนได้
แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ห้องแบบนั้นมันเก็บวันเดียวเสร็จเสียเมื่อไหร่ล่ะ
แต่เพื่อแลกกับรอยยิ้มของพี่เยซองแล้ว
ถ้ามันจะทำให้พี่เยซองดีใจได้...เขาก็พร้อมจะทำให้ทั้งนั้น
“อืม” และนั่นคือการตอบรับความพยายามของคนตัวเล็ก
เยซองเหลือบตามองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ก่อนจะหันกลับไปสนใจสคริปในมือของตัวเองต่อ
รอยยิ้มสดใสเจื่อนลงไปแทบจะทันที หากเยซองก็ไม่สังเกตเห็น
พี่เยซอง...สนใจผมสักนิดได้ไหม
พี่เยซอง...มองผมสักนิดเถอะนะ
เรียววุคอยากจะร้องตะโกนออกไปแบบนั้น...หากก็ไม่
เพราะถ้าเขาเรียกร้องอะไรตามใจตัวเองอย่างที่เขาคิด
พี่เยซองอาจจะรำคาญเขาขึ้นมาก็ได้
มันคงแย่ยิ่งกว่า ใช่...คงจะแย่กว่า
ร่างเล็กจึงทำได้แค่ก้มหน้าเดินคอตกออกไปจากห้องนั่งเล่นเท่านั้น
พี่เยซอง...
พี่รักผมบ้างหรือเปล่า..
เรื่องที่เราคบกันอยู่...ผมไม่ได้คิดไปฝ่ายเดียวใช่ไหม
.
.
.
.
.
ทันทีที่ลับร่างเล็ก ใบหน้าคมก็เงยขึ้นมองตามทางที่เรียววุคลับหายไป
ใช่ว่าเยซองจะไม่เห็นใบหน้าที่จืดเจื่อนลงของคนรัก
หากเขาก็กำลังท่องสคริปที่จะไปออกรายการเกมส์โชว์คืนนี้อยู่
ระยะเวลาที่กระชั้นชิดทำให้เยซองเครียดจนแทบพูดไม่ออก
เขาไม่อยากทำให้งานออกมาไม่ดี
เขารู้ว่าเรียววุคน้อยใจ เขาน่าจะขอบคุณน้องสักคำ
หากเขาก็คร่ำเคร่งจนเกินกว่าจะใส่ใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ได้
เรียววุคน่าจะเข้าใจ...เขากับเรียววุคยังมีเวลาที่จะใช้ร่วมกันอีกมากมาย
งานนั้นรอไม่ได้...แต่เขารู้ เรียววุครอเขาได้เสมอ
หากจบจากงานยุ่งๆช่วงนี้..เขาก็จะมีเวลาให้น้องน้อยของเขาแล้ว
ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน...
ยังไม่สายเกินไปแน่นอน...
+++++++++++++++++++++++
“พี่เยซอง ร้องเพลงให้ผมฟังก่อนสิ พี่สัญญาแล้วนะ”
เสียงใสอ้อนพลางรั้งข้อมือของเยซองเอาไว้แน่น
“อืม...ไว้พรุ่งนี้ได้ไหม เดี๋ยวพี่จะไปจัดรายการแล้ว รถตู้รออยู่ด้วย”
เยซองยิ้มอ่อนโยน ขณะที่ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ร่างเล็กจนถึงคอ
มันเป็นกิจวัตรประจำวันของเยซองไปแล้ว ที่ต้องมาส่งน้องน้อยของเขาเข้านอน
และมีบ้างที่เรียววุคจะอ้อนขอให้เขาร้องเพลงกล่อม
ซึ่งโดยปกติแล้วหากว่าไม่ได้ติดอะไร เขาก็จะทำตามใจเรียววุคเสมอ
แต่หากว่าวันไหนเขาไม่ว่างจริงๆ เรียววุคก็พร้อมจะเข้าใจเสมอเช่นกัน
หากวันนี้กลับไม่ใช่อย่างที่เยซองคิด
“นะ...วันนี้ผมอยากฟังจริงๆนะ แค่เพลงเดียวเอง” เรียววุคยังคงอ้อนต่อ
ก็วันนี้เขาอยากให้พี่เยซองร้องเพลง “You Are The One” ให้เขาฟังจริงๆนี่นา
แค่วันนี้เท่านั้น...และขอเพลงนี้เท่านั้น
“พี่รีบจริงๆ ไว้วันหลังนะ”
ว่าพลางกดจูบลงบนหน้าผากสวยของคนที่มองเขาด้วยแววตาตัดพ้ออย่างแผ่วเบา
ก่อนจะหันหลังเตรียมออกจากห้อง
“พี่เยซอง” เสียงสั่นเครือน้อยๆนั้นทำให้เยซองต้องหันกลับไปมองที่เตียงอีกครั้ง
“พี่...บอกรักผม...สักคำสิครับ”
เรียววุคตัดใจร้องขอในสิ่งที่ใจต้องการ แม้โดยปกติเขาแทบจะไม่เคยพูดแบบนี้เลย
เพราะทุกครั้งที่เขาร้องขอแบบนี้ พี่เยซองจะพูดเสมอว่า
“คำพูด...ไม่สำคัญเท่าการกระทำหรอกนะ”
หากแต่วันนี้เท่านั้น ที่เขาต้องการได้ยินคำๆนี้จากปากคนที่เขารักเหลือเกิน
“นอนซะนะครับเด็กดี หลับฝันดีนะครับ”
ริมฝีปากสีแดงสดวาดเป็นรอยยิ้มอ่อนหวานอย่างยิ่งยวด
ก่อนจะหันหลังออกจากห้องไป
เพียงเท่านั้นเอง น้ำตาจากดวงตาเรียวเล็กก็หลั่งออกมาอย่างสุดกลั้น
นี่หรือคือคำตอบของการเรียกร้องอันน้อยนิดของเขา
เขารู้ว่าพี่เยซองไม่ชอบพูดคำว่า “รัก” พร่ำเพรื่อ
พี่เยซองมักแสดงให้เขาเห็นจากการกระทำมากกว่า
หากแค่วันนี้ก็ไม่ได้หรอพี่เยซอง...
วันครบรอบ 1 ปีที่เราคบกัน...
ผมไม่ได้ต้องการอะไรจากพี่เลย...
แค่คำๆนี้เท่านั้น...ที่ผมต้องการจากพี่
ทดแทนช่วงเวลาที่ขาดหายไปของเราสองคน...
ผมแค่อยากมั่นใจว่าพี่ยังรักผมอยู่...ก็เท่านั้น
พี่เยซอง...
พี่รักผมบ้างหรือเปล่า..
เรื่องที่เราคบกันอยู่...ผมไม่ได้คิดไปฝ่ายเดียวใช่ไหม
.
.
.
.
.
ทันทีที่ปิดประตู เยซองก็ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
ทำไมเขาจะไม่รู้ ว่าทำไมวันนี้เรียววุคถึงดื้อดึงผิดปรกติ
ใช่ว่าเขาจะไม่อยากตามใจคนรักของเขา หากงานยังรออยู่
เขาหวังเพียงแต่ว่าเรียววุคจะเข้าใจ ว่าสำหรับพวกเราซุปเปอร์จูเนียร์แล้ว
งานต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ
ถึงจะอยากตามใจตัวเองสักแค่ไหน แต่หน้าที่ความรับผิดชอบต้องสำคัญกว่า
และหากร่างเล็กสังเกตสักนิด ก็จะรู้ว่าเขายุ่งกว่าปกติถึงเท่าตัว
นั่นก็เพราะบัตรทัวร์ 2 ใบที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเสื้อเขานี่แหละ
ทำให้เขาต้องทำงานรัดตัวเพิ่มขึ้นไปอีก
เพื่อที่จะได้มีเวลาขอลาพักร้อนไปเที่ยวฉลองวันครบรอบ 1 ปีของพวกเขา
ตอนนั้นเรียววุคคงจะเข้าใจเขาแน่นอน
ว่าเขารักและให้ความสำคัญกับคนตัวเล็กๆนั้นแค่ไหน
มันคงดีกว่าคำว่า “รัก” ที่จะพูดพร่ำเพรื่อนั้นแน่นอน
ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน...
ยังไม่สายเกินไปแน่นอน…
+++++++++++++++++++++++
“เอ้า...กลับไปพักผ่อนกันได้แล้วนะ จะได้เก็บแรงไว้ทำงานพรุ่งนี้ต่อ”
เสียงสั่งเลิกกองราวกับเสียงสวรรค์สำหรับเขา
เยซองเดินกลับห้องแต่งตัวอย่างเหนื่อยอ่อน
ตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะล้างหน้าล้างตาเอาเครื่องสำอางค์ออกจากหน้า
ร่างสูงหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพาย พลางล้วงลงไปหยิบมือถือของตัวเองมาเปิดดู
98 MISSCALL
หากมีเพียง 5 สายเท่านั้นที่มาจากคนรักของเขา ที่เหลือก็คือ
“ไอ้ซาลาเปาบ้า! นี่แกยังทำงานไม่เลิกอีกหรอห๊า!!
ถ้าไม่รีบกลับล่ะก็ ฉันจะตามไปอาละวาดถึงกองถ่ายเดี๋ยวนี้แหละ!! คอยดู!!”
นี่คือข้อความเสียงข้อความแรกจากเจ้าแม่ประจำวง
เล่นเอาเยซองดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบไม่ทัน
ชายหนุ่มนิ่วหน้าน้อยๆกับคำคาดโทษนั้น ก่อนจะเปิดฟังข้อความอื่นต่อไปเรื่อยๆ
“เยซอง นายลืมหรือเปล่าว่าวันนี้วันอะไร รีบกลับมาล่ะ”
นี่เสียงฮันกยอง สามีเจ้าแม่ประจำวง
“นี่พี่จะทำงานให้มันได้โล่หรือไง รีบกลับมาซักทีสิ ปล่อยให้คนอื่นรอแบบนี้มันไม่ดีนะพี่”
น้ำเสียงหงุดหงิดแบบนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าสิงโตซิมบ้า
สามีของสามีเจ้าแม่ประจำวง
“เยซอง วันนี้วันเกิดนายนะ รีบกลับมาเร็วๆล่ะ
เจ้าลิงพวกนี้จะคลุ้มคลั่งกันอยู่แล้ว ฉันจะดูไม่ไหวแล้วนะ”
เสียงลีดเดอร์ของวงบ่นเบาๆมาตามสาย
“นี่แก...รีบกลับมาเลยนะเว้ย นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ เดี๋ยวก็กินไม่รอซะเลย ”
นี่ก็เสียงสามีหัวหน้าวง เพื่อนสนิทของเขาเอง
“พี่เยซอง รีบกลับนะครับ ทุกคนรอพี่อยู่นะ งานเลี้ยงไม่มีเจ้าภาพแบบนี้ก็แย่สิ”
เสียงหัวเราะคิกคักน่ารักนี่เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากกระต่ายสีชมพูตัวกลมนั่น
“พี่จะทำกระต่ายน้อยของผมหงุดหงิดแล้วนะ กลับได้แล้วครับพี่”
เสียงน้องคนสุดท้องของวงนั่นเอง
“นี่พี่เยซอง พี่มัวทำอะไรอยู่อ่ะ พวกผมหิวจะตายอยู่แล้วนะ
รีบกลับ...โอ๊ย! อย่าแย่งสิไอ้ไก่บ้า!!”
“แกสิบ้า ให้ฉันพูดบ้างสิ!!”
เสียงศึกแย่งชิงโทรศัพท์ระหว่างทงเฮและฮยอกแจดังขึ้นสักพัก
ก่อนจะมีเสียงนุ่มทุ้มของคิบอมแทรกขึ้นแทน
“รีบกลับนะครับ ก่อนสองคนนี้จะตีกันตายซะก่อน”
“เยซอง ถ้า 6 ทุ่มแล้วนายกลับมาไม่ถึงล่ะก็
เค้กนายไปอยู่ในกระเพาะฉันแน่ ทำจริงนะโว้ย”
เสียงหัวเราะร่วนแบบนี้ไม่มีใครหรอก นอกจากพี่อ้วนของวง
เยซองยิ้มน้อยๆให้กับตัวเอง ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นดูเวลาบนผนังห้องแต่งตัว
อีกแค่ 15 นาทีเท่านั้นก็จะเที่ยงคืนแล้ว เร่งให้ตายยังไงก็กลับไปไม่ทันแน่นอน
เฮ้อ...งานนี้กลับไป เขาคงโดนเจ้าพวกนั้นเล่นงานอ่วมแน่ๆ
ร่างสูงคิดก่อนจะเดินออกไปทางหน้าบริษัทที่รถตู้จอดรออยู่
ตาเรียวแหงนเงยขึ้นฟ้าเมื่อเดินมาถึงจุดหมาย
ละอองเกร็ดสีขาวกำลังโปรยปรายลงมา จนทำให้ถนนแถบนั้นเป็นสีขาวโพลนไปหมด
ความเย็นของมันทำให้เยซองต้องกระชับเสื้อโค้ทที่สวมอยู่เข้ากับตัวให้แน่นขึ้น
หิมะตกหรอ...ดีจัง
อย่างน้อยวันเกิดครบรอบ 23 ปีของเขาก็มีหิมะโปรยลงมาอวยพรล่ะน่า
“พี่เยซอง” ร่างเล็กที่ตะโกนพร้อมโบกไม้โบกมืออยู่อีกฝั่งถนนทำให้เขาตกใจไม่น้อย
เรียววุค...
และทันทีที่เขาหันไปสบตา ร่างเล็กก็วิ่งตรงดิ่งมาหาเขาทันที
เยซองหายวาบ แม้ตอนนี้รถจะว่างเพราะเป็นเวลาจะย่างเข้าวันใหม่แล้วก็ตาม
แต่ก็มีวิ่งมาเรื่อยๆไม่ขาด การวิ่งลงมาบนถนนแบบไม่ดูหน้าดูหลังเลยของร่างเล็กแบบนี้
ก็ทำให้เขาอดหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้
วิ่งมาไม่ได้ดูรถที่วิ่งเฉียดหลังตัวเองไปสักนิด ถ้าวิ่งช้ากว่านี้จะเป็นยังไง
ทำไมต้องทำให้เขาเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลาด้วยนะ!
ดังนั้นทันทีที่ร่างเล็กมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เยซองก็ตะคอกใส่เสียงดัง
“ทำอะไรน่ะเรียววุค วิ่งออกมาแบบนี้มันอันตรายไม่ใช่หรือไง
อย่าทำให้เป็นห่วงนักได้ไหม”
แม้จะกลีบปากบางจะยังยิ้มกว้าง หากนัยน์ตาเรียวเล็กก็สลดลงจนเห็นได้ชัด
...แต่ก็เพียงแว่บเดียว
และแว่บเดียวนั้น...เยซองก็ไม่ได้สังเกตเห็น
“ก็ผมกลัวจะเลยวันเกิดของพี่นี่นา นี่ครับ...สุขสันต์วันเกิด”
มือบางยื่นบางสิ่งมาตรงหน้า
ขวดโหล...
ขวดโหลที่มีนกกระดาษสีน้ำเงินมันวาวบรรจุอยู่จนเต็มขวดนั้น
น่าจะทำให้เยซองยิ้มออกได้
หากอารมณ์ของเขาตอนนี้เหนื่อยล้าและหงุดหงิดเกินกว่าจะเห็นความสำคัญของมัน
และยังทีท่าไม่มีสลดของคนตรงหน้าอีก ยิ่งร่างเล็กยิ้มหวานอย่างไม่ยินดียินร้ายแบบนั้น
ก็ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งสูงขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
“แค่ “ของแค่นี้” น่ะหรอ ทำให้นายต้องมาถึงที่นี่ ต้องทำอะไรแบบนี้”
น้ำเสียงกดต่ำนั้นบ่งบอกอารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดี
“ไร้สาระมากนะเรียววุค กลับได้แล้ว” เยซองว่าพลางหันหลังก้าวขึ้นรถตู้ของตัวเองทันที
อารมณ์โกรธกรุ่นทำให้ไม่ได้หันไปมองคนรักของตัวเองเลย
ไม่แม้แต่จะชวนกลับด้วยกัน
เรียววุคต้องเข้าใจว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมันทำให้เขาเป็นห่วง
และโกรธมากเกินกว่าจะยกโทษให้ในตอนนี้ได้
ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ เขาก็ไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย
แค่รอให้เขากลับถึงบ้านแค่นั้นไม่ได้หรือไง
จะอะไรหนักหนากับ “เวลา” ที่เกินมาไม่กี่นาที
เรียววุคต้องเข้าใจเขาสิ
ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน...
ยังไม่สายเกินไปแน่นอน…
.
.
.
.
.
ร่างเล็กก้มหน้าเช็ดน้ำตาที่รินไหลลงมาเงียบๆ
ก่อนจะก้มหน้าเดินกลับไปขึ้นรถตู้ที่ตัวเองขอร้องให้ผู้จัดการขับมาส่ง
เรียววุคก้าวขึ้นนั่งข้างคนขับ ก่อนจะมองรถตู้ของคนที่ตัวเองตั้งใจมาหา
ขับออกไปก่อนจนลับสายตา
แค่ “ของแค่นี้”...
ใช่สินะ...ก็มันแค่นกกระดาษ
แค่นกกระดาษ...ที่เขาใช้เวลาเกือบ 2 เดือนในการพับมันจนเต็มขวดโหลใบนี้
ต้องทนข่มความอายแค่ไหน ที่จะต้องไปขอให้ซองมินสอนพับ...
ทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องถูกล้อไปอีกนาน
หากเพราะมีคนเคยบอกเขาว่า...ถ้าพับนกกระดาษได้ครบ 1000 ตัว
จะสมปรารถนาทุกสิ่งตามที่หวัง
และเขาก็ต้องการให้พี่เยซองสมหวัง...ในวันเกิด
พับวันละนิดวันละหน่อยด้วยกระดาษสีที่พี่เยซองชอบที่สุด
แถมยังต้องแอบพับในห้องนอนตัวเองเงียบๆ
ยอมให้คยูฮยอนที่นอนเตียงข้างๆกันมองมาด้วยสายตารู้ทัน จนอายจนไม่รู้จะทำยังไง
แล้วยังพี่อีทึกอีก ที่ยิ้มล้อให้เขาทำหน้าไม่ถูกแทบจะทุกวัน
แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เพื่อนร่วมห้องของเขาเป็นสองคนนี้
ถึงจะมองหรือยิ้มล้อๆให้เขาได้หน้าแดงบ่อยๆ
แต่ก็ไม่มีคำพูดหรือการกระทำอะไร
ที่จะทำให้เขารู้สึกอายจนถึงขนาดอยากแทรกแผ่นดินหนี
เรียกว่าไม่ได้ล้อให้เขาเป็นทุกข์ถึงขนาดนั้น
นี่ถ้าเป็นทงเฮหรือซองมินหรือฮยอกแจล่ะก็
มีหวังคงถูกแกล้งจนเขาได้อายม้วนไปหลายตลบแล้วแน่ๆ
หากเมื่อสำเร็จ...
ของขวัญที่ “มีค่าที่สุด” สำหรับเขา...กลับเป็น “ของแค่นั้น” สำหรับพี่เยซอง
น้ำตารินไหลตามร่องแก้มขาวเนียน
เรียววุคกอดขวดโหลที่บรรจุนกกระดาษสีสวยไว้แน่น
พี่เยซอง...
พี่รักผมบ้างหรือเปล่า..
เรื่องที่เราคบกันอยู่...ผมไม่ได้คิดไปฝ่ายเดียวใช่ไหม
+++++++++++++++++++++++
ร่างสูงก้าวเข้ามาในบ้านในเวลาเกือบตีหนึ่ง หากทันทีที่เปิดประตู
ริบบิ้นกระดาษและสายรุ้งสีสวยก็ถูกโปรยลงใส่หัวเขาทันที
พร้อมกับเสียงลิงทั้ง 11 ตัวของเอสเจดังขึ้นพร้อมๆกัน
“Happy Birthday” เพื่อนๆที่ยังยิ้มรอกันพร้อมหน้า ทำเอาเยซองถึงกับพูดไม่ออก
ความเหนื่อยและความเครียดที่สะสมมาเมื่อครู่หายไปจนเกือบจะเป็นปลิดทิ้ง
ร่างสูงยิ้มรับเพื่อนที่โถมเข้ามากอดทีละคน
“มันจะมากไปแล้วนะ ฉันขู่นายไปขนาดนั้นแล้วแท้ ยังจะกล้ามาช้าอีกนะ”
ฮีชอลเจ้าแม่ประจำวงกัดเข้าให้ ก่อนจะตบหลังผมหนักๆ
หนักแบบ..แทบจุกไปเลย
“ใช่ ฉันหิวจนจะแย่แล้วนะเนี่ย” คำพูดแบบนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชินดง
และมีลูกขุนพลอยพยักเป็นกระต่ายน้อยซองมินและเจ้าไก่ฮยอกแจ
“อ้าว...แล้วเรียววุคล่ะ เห็นว่าจะไปรับนายนี่ ไม่ได้มาด้วยกันหรอ”
อีทึกทักขึ้นเมื่อมองไปข้างหลังเขาแล้วเห็นเพียงความว่างเปล่า
“เปล่า...เดี๋ยวคงมาถึงน่ะ ก็ตามฉันมานี่นา” เยซองตอบออกไป
หากใจกลับไม่คิดแบบนั้น...
ใช่...เขาไม่เห็นรถของเรียววุคตามเขามาเลย
จะว่าออกมาช้ากว่าเขา ก็ไม่น่าจะเกิน 15 นาที
แล้วทำไมป่านนี้ยังมาไม่ถึงอีกนะ
“โทรไปตามสิพี่เยซอง แล้วทำไมพี่ไม่พาเรียววุคไม่กลับมาด้วยกันเลยนะ”
ทงเฮบ่นพลางบุ้ยใบ้ไปทางโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะข้างๆโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น
เยซองพยักหน้าก่อนจะเดินไปหยิบมันขึ้นมากดโทรออกไปยังหมายเลขที่คุ้นเคย
ในใจรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อกี๊เขาเผลอตะคอกใส่เรียววุค ทั้งๆที่จริงๆแล้วน้องก็ไม่ได้มีความผิดอะไรขนาดนั้น
ตั้งแต่คบกันมาครบ 1 ปีนี้ ยังไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะตะคอกเรียววุคแบบนี้
ทั้งๆเขาเป็นคนที่บรรดาพวกลิงทั้งหลายการันตรีในความใจเย็นได้
หากทำไมคราวนี้เขาถึงอารมณ์ร้อนนักนะ
อาจจะเป็นเพราะความเครียดที่สะสมมาเรื่อยๆเป็นเวลานานก็ได้ ถึงทำให้เขาเป็นแบบนี้
ทั้งงานที่รัดตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่ซุปเปอร์จูเนียร์ได้รับการยอมรับจากแฟนเพลงมากขึ้น
ทั้งช่วงหลังๆที่เขาเร่งเคลียร์คิวงาน เพื่อจะมีเวลาไปฉลองวันพิเศษของพวกเขาสองคน
ซ้ำยังต้องไปอัดรายการที่มีคิวถ่ายไว้ล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ๆ
ไหนจะรายการวิทยุของเขาอีก ที่ต้องเร่งอัดให้ทันก่อนวันลาหยุดพักร้อน
อีกไม่ถึงอาทิตย์เท่านั้น เขาก็จะได้ไปเที่ยวกับน้องน้อยของเขาแล้ว
หวังว่าเรียววุคคงเข้าใจ ว่าที่เขาทำไปนั้นเพราะอะไร
เขาไม่ได้ตั้งใจจะตะคอกน้องแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้น้องเสียใจ
หวังว่าเรียววุคจะเข้าใจ อีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น
เขาก็พร้อมจะให้เวลากับน้องแล้ว
ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเราสองคน...
ยังไม่สายเกินไปแน่นอน…
.
.
.
.
.
หากปลายสายกลับดังอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีคนรับ เยซองกดตัดก่อนจะกดใหม่อีกครั้ง
หากผลก็ยังเป็นเช่นเดิม
เกิดอะไรขึ้นกับเรียววุค...เกิดอะไรขึ้นกับคนรักของเขา
ใบหน้าคมขมวดคิ้วมุ่น ตาเรียวมีแววกังวลจนเพื่อนๆในวงวิตกไปด้วย
“ไม่ติดเลยหรอ” ซองมินทักขึ้นอย่างอดไม่ได้ เยซองส่ายหน้าช้าๆ
“ติด...แต่ไม่มีคนรับ”
คำตอบที่ได้รับทำให้กระต่ายน้อยหันไปมองหน้าคนรักของตัวเองทันที
ซึ่งก็สบกับดวงตาคมฉายแววกังวลของคยูฮยอนเช่นกัน
“หรือว่าหลับบนรถ เลยไม่ได้ยินเสียงมือถือ ใช่ไหมคิบอม” ทงเฮออกความคิดเห็น
พลางหันไปหาคนที่จะออกเสียงเห็นด้วยกับตัวเอง
และนั่นทำให้คิบอมต้องละสายตาออกจากบทละครที่กำลังท่องอยู่
แล้วพยักหน้าเห็นด้วย
ก็ขืนไม่เห็นด้วยสิ...บทละครในมือเขาต้องกระจุยแน่ๆเลย
“งั้นเดี๋ยวฉันจะออกไปดูให้แล้วกัน” ซีวอนอาสาก่อนจะเดินออกไปทันที
“ฉันไปด้วยนะ” ฮันกยองเดินตามไปด้วย หากทั้งสองคนยังเดินไม่ทันพ้นหน้าประตูบ้าน
โทรศัพท์มือถือของเยซองก็ดังขึ้น
มือเรียวกดรับสายทันทีที่เห็นชื่อว่าใครโทรมา
เสียงแหบทุ้มสั่นเล็กน้อยเพราะความโล่งใจ
“เรียววุค นายอยู่ไหนน่ะ รีบกลับบ้านเถอะ ทุกคนรออยู่นะ”
หากเสียงตอบกลับมา...กลับไม่ใช่คนที่เขาต้องการ
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ คุณเป็นญาติของเจ้าของโทรศัพท์หรือเปล่าคะ”
เสียงหวานในแบบของผู้หญิงทำให้เขาอึ้งไปชั่วขณะ
สมองพยายามคิดหาคำตอบอย่างรวดเร็วว่าทำไมคนรับสายจึงไม่ใช่คนรักของเขา
แล้วเรียววุคไปไหน ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมจึงมาใช้โทรศัพท์ของเรียววุคได้
มีคำถามต่างๆผุดขึ้นในหัวมากมาย หากปากกลับตอบไปไวกว่าความคิด
“ครับ ผมเป็นเพื่อนสนิทของเขา”
ด้วยไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มาจากไหนจึงต้องตอบตามมารยาทไปก่อน
“อ๋อค่ะ ดิฉันโทรมาจากแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลคังนัมซองนะคะ
คือตอนนี้เจ้าของโทรศัพท์อยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ”
เยซองแทบช็อคเมื่อพยาบาลคนนั้นพูดว่าคนของเขาอยู่ที่โรงพยาบาล
หากยังแข็งใจถามออกไป
คงไม่มีอะไรหรอกนะ...ต้องไม่มีอะไรใช่ไหม
“ทำไมครับ เรียววุคเข้าโรงพยาบาลทำไม”
คำว่า “เรียววุคเข้าโรงพยาบาล” ทำให้เอสเจทั้ง 11 คนกรูเข้ามาล้อมเยซองไว้ทันที
อาการนกกระจอกแตกรังเวลาอยู่ครบกันแบบนี้หายไปเป็นปลิดทิ้ง
เหลือแต่ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าก็ไม่ปาน
ทุกคนตั้งใจฟังทุกคำพูดของเขาอย่างเต็มที่
“เอ่อ...ค่ะ พอดีรถของเพื่อนคุณชนเข้ากับรถบรรทุกน่ะค่ะ
รู้สึกว่าคนขับรถบรรทุกจะหลับใน เลยหักเข้าเลนที่เพื่อนคุณนั่งมา
ตอนนี้ทั้งคนขับและเพื่อนของคุณอยู่ที่ห้อง I.C.U นะคะ แล้ว...”
หากยังไม่ทันฟังจนจบ โทรศัพท์ก็เลื่อนหลุดจากมือเรียวทันที
เยซองแทบจะล้มทั้งยืนหากไม่มีมือใหญ่ของคังอินยื่นมาประคองไว้
“เยซอง เรียววุคเป็นอะไร ทำไมน้องต้องเข้าโรงพยาบาล”
อีทึกถามอย่างร้อนรน รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
“เยซอง” คังอินเขย่าไหล่เพื่อนเบาๆเพื่อเรียกสติ
หากเสียงแหบสั่นกระท่อนกระแท่นที่พูดออกมานั้น ก็ทำให้คังอินใจหายวาบเช่นกัน
“รถชน เรียววุค...อยู่ห้อง I.C.U”
คำตอบที่ได้รับ เรียกใบหน้าตื่นตระหนกของเพื่อนร่วมวงที่เหลือได้ในทันที
“ที่ไหน!...อยู่โรงพยาบาลไหน!!”
ฮีชอลถามพลางเขย่าร่างของเยซองจนหัวสั่นหัวคลอนเพราะระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่
ทำให้ซีวอนและฮันกยองต้องดึงร่างสวยออกมากอดเพื่อให้สงบสติอารมณ์
“โรงพยาบาลไหนพี่เยซอง” เสียงทุ้มของน้องคนสุดท้องของวงดังขึ้น
เยซองเงยหน้ามองคยูฮยอนอย่างเต็มตา
นัยน์ตาคมตอนนี้เต็มไปด้วยริ้วรอยของความกังวลไม่ผิดกับเขาสักนิด
“คังนัมซอง”
เท่านั้นเอง ทุกคนในวงก็พร้อมใจกันวิ่งไปที่รถตู้หน้าบ้านทันที โดยไม่ลืมลากเขาไปด้วย
อย่าเป็นอะไรนะเรียวอุค อย่าเป็นอะไรไปนะ
พี่กำลังจะไปหานายแล้ว...
+++++++++++++++++++++++
TBC.
~@Talk@~
เรื่องนี้ก็เป็นฟิคที่เกิดขึ้นจากการฟังเพลง "เวลาไม่เคยพอ"
ของ DAN&BEAM อ่ะนะ
แบบว่าเพลงนี้ฟังแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดมากๆเลย
แล้วหน้าน้องอุ๊คกับเยเย่ก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิดทันที
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ฟังเพลงนี้พร้อมกับอ่านฟิคเรื่องนี้ไปด้วยจัง อิๆๆ
.
.
เรียววุค...Happy Birthday นะจ๊ะ