เคยไหม...ที่ไขว้คว้าไปเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่า...ไม่พอ
ยิ่งโหยหาดิ้นรน...ก็ยิ่งรู้สึกว่า...ห่างไกล
เหมือนไล่คว้าจับเงาที่มองเห็น...แต่ไม่อาจแตะต้อง
เหมือนเติมอากาศลงไปในขวดโหลเปล่า...เท่าไหร่ก็ไม่เต็ม
ยิ่งเติมมากเท่าไหร่...ก็ยิ่งเหว่ว้าในหัวใจ...มากเท่านั้น
เมื่อไหร่...ถึงจะเติมช่องว่างในหัวใจ...ได้เต็มเสียที
.
.
.
เพลิงอารมณ์ที่โหมลุกไหม้ร่างสองร่างบนเตียงนอนหลังใหญ่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่มีเพียงความอิ่มเอมใจในรสสัมผัสที่ไม่มีวันลืมเลือนเท่านั้น
ซีวอนเท้าแขนขึ้นพลางใช้หลังมือปัดปอยผมนิ่มที่ตกระใบหน้าเรียวขาวออก
ก่อนจะก้มลงจุมพิตเบาๆที่หน้าผากคนที่นอนพริ้มตานิ่งอย่างอ่อนโยน
“คืนนี้จะให้ฉันค้างเป็นเพื่อนไหม” ถามทั้งๆที่รู้คำตอบของร่างเพรียวสวยตรงหน้าดี
ดวงตากลมโตปรือขึ้นมอง คยูฮยอนนิ่งคิดสักพักก็ส่ายหน้า
“อย่าดีกว่า...” เด็กหนุ่มไม่ได้ต่อประโยคที่อยู่ในใจ
...เพราะยังไม่ใช่...คนที่เขาต้องการไม่ใช่คนๆนี้...
“ใจร้ายจังนะ...คยู” น้ำเสียงตัดพ้อชัดเจนแต่ใบหน้าหล่อคมก็ยังยิ้มอ่อนๆให้
ยิ้มทั้งๆที่คยูฮยอนก็ดูออกว่ามันฝืนแค่ไหน
เมื่อเห็นว่าคนตัวบางกว่าไม่เปลี่ยนใจแน่นอน
ซีวอนจึงจูบเบาๆที่หน้าผากเกลี้ยงชื้นเหงื่อของคนที่ยังนอนนิ่งอยู่เป็นเชิงบอกลา
พลางหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนที่ล้มตัวลงเมื่อชั่วโมงที่แล้ว
เก็บเสื้อผ้าที่เกลื่อนกลาดบนพื้นหน้าเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
ดวงตากลมโตจ้องมองเพดานนิ่ง จิตใจล่องลอยไปไกลแสนไกล
อิ่มเอมกายในรสรักที่ร้อนแรง แต่ใจกลับว่างเปล่า...เหงายิ่งกว่าใคร
ถามตัวเองในใจ...
ทำยังไง...จะถมช่องว่างในใจให้เต็ม
ซีวอนออกไปแล้ว ร่างสูงเดินมาจุมพิตที่ริมฝีปากอิ่มอีกครั้งอย่างอาวรณ์
ซ้ำยังย้ำถามคำถามเดิมอีกครั้งเผื่อว่าคนตัวเล็กแต่ใจแข็งจะเปลี่ยนใจ
แต่คำตอบของคยูฮยอนก็ยังเหมือนเดิม...คือไม่
“นาย...ใจร้ายจริงๆด้วย”
นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ซีวอนพูดกับเขาก่อนจะออกไป
ดวงตาคมที่ทอดมองฉายชัดถึงความเจ็บปวด...ผิดหวัง
คยูฮยอนถอนหายใจเฮือก รู้สึกผิดในใจอยู่เหมือนกัน
ไม่ใช่จะไม่รู้ว่าร่างสูงที่พึ่งจากไปรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง
รู้...รู้มาตลอดเลยต่างหาก
แต่จะให้ทำยังไง คนที่ไม่ใช่...ยังไงก็ไม่มีวันที่จะใช่
ตัดสินใจพยุงร่างที่เมื่อยล้าเพราะฤทธิ์แรงอารมณ์ที่พึ่งผ่านพ้นไปเข้าห้องน้ำ
เปิดน้ำเย็นจากฝักบัวชำระล้างคราบไคลที่เกาะติดตัว เรียกความสดชื่นให้กลับมาอีกครั้ง
ต้องหาอีกสักเท่าไหร่...ต้องไขว่คว้าอีกสักแค่ไหน...ถึงจะเติมหัวใจได้เต็มนะ
เสียงโทรศัพท์ดังฝ่าความมืดขึ้นขณะที่คยูฮยอนก้าวออกจากห้องน้ำ
แสงไฟจากมือถือที่กระพริบแสดงชื่อคนที่โทรเข้ามา
ทำให้หาเจ้าเครื่องมือสื่อสารได้ไม่ยาก
มองชื่อที่โชว์หราบนหน้าจอแล้วก็กดรับสายเกือบจะทันที
“ครับ...”
“ยังไม่นอนอีกหรอคยู” น้ำเสียงทุ้มที่ผ่านกระบอกโทรศัพท์มา
เรียกรอยยิ้มจากใบหน้าหวานได้ไม่ยาก นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับขณะตอบกลับไป
“นอนแล้วครับ แต่...ผมนอนไม่หลับ”
ยิ่งยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะแผ่วๆมาตามสาย
“อ้อนแบบนี้ อย่าบอกนะว่าอยากให้พี่ไปหา”
“แล้วได้หรือเปล่าล่ะครับ...พี่ฮันกยอง ตอนนี้ผมเหงาจัง” หยอดคำหวานเข้าไปอีกหน่อย
ก็รอฟังความสำเร็จของตัวเอง คยูฮยอนยิ้มกว้างอย่างสมใจเมื่อเสียงทุ้มตอบกลับมา
“อีกครึ่งชั่วโมง พี่จะไปถึงนะ”
การรอคอยโดยมีสิ่งกระตุ้นเร้าเป็นรางวัลช่างน่าค้นหาและดึงดูดใจคยูฮยอนอยู่ไม่น้อย
ครึ่งชั่วโมงอาจจะยาวนานสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับเขามันไม่ใช่
ยังไม่ทันได้แต่งตัวเรียบร้อยเสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ร่างเพรียววิ่งไปเปิดประตูให้ โถมเข้าหาร่างสูงที่ตั้งท่ารับไว้อยู่แล้ว
เคลียหน้ากับแผ่นอกกว้างราวกับจะออดอ้อน
“คิดถึงจังครับ...พี่ฮันกยอง”
.
.
.
ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว
หันไปมองรอบตัวก็พบแต่กับความว่างเปล่า...มืด...และหนาวจับใจ
พี่ฮันกยองออกไปแล้ว คงจะไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเขาถึงปลีกตัวไปเงียบๆ
มองนาฬิกาอีกครั้งก็ถอนใจ นี่เขาจะทำพี่ฮันกยองตกไฟล์บินกลับจีนอีกหรือเปล่านะ
พยุงตัวลุกขึ้นจากที่นอนอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายกลับไม่ใช่ที่ห้องอาบน้ำ
แต่เป็นตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง เปิดเลือกชุดเก่งออกมาสวมใส่จนเรียบร้อย
เดินไปส่องกระจกบานใหญ่เพื่อเช็คตัวเองอีกครั้ง
ตาโตเบิกกว้างแปลกใจตามด้วยรอยยิ้มบางๆ
กระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดอ่านยากเพราะเจ้าตัวคงรีบร้อนไม่น้อย
แต่ก็ยังมีแก่ใจจะทิ้งข้อความสั้นๆเอาไว้ให้เขา
พี่รักนายนะ...คยูฮยอน
หยิบกระดาษแผ่นเล็กลงลิ้นชักเล็กๆข้างตัว ที่ในนั้นบรรจุกระดาษโน้ตหลายสี
รวมถึงซองจดหมายหลายขนาด บางซองซีดจางบอกถึงความยาวนานของมันได้ดี
แต่ที่สำคัญ...มันเป็นลายมือเดียวกับเจ้าของกระดาษโน้ตที่แปะหน้ากระจกเมื่อกี๊นี้
พี่ฮันกยองรู้สึกกับเขาเช่นไร...เขารู้ รู้ดีที่สุด
แต่จะให้คยูฮยอนทำอย่างไร คนที่ไม่ใช่...ยังไงก็ไม่มีวันที่จะใช่
ต้องหาอีกสักเท่าไหร่...ต้องไขว่คว้าอีกสักแค่ไหน...ถึงจะเติมหัวใจได้เต็มนะ
.
.
.
ท่ามกลางแสงสีเสียงยามค่ำคืน เสียงเพลงกระหน่ำเร้าปลุกประสาทให้ตื่นตัว
ผีเสื้อราตรีออกมาเริงระบำตามจังหวะเพลง กลิ่นแอลกอฮอล์และควันบุหรี่อบอวล
สถานที่ๆเป็นแหล่งบันเทิงชั้นนำแนวหน้า ที่บรรดาคนกลางคืนจะมาหาความสุขได้ที่นี่
แสงไฟหลากสีขับผ่านร่างเพรียวสวยจนใครหลายๆคนบริเวณนั้นที่ได้เห็นต้องหยุดมอง
คยูฮยอนก้าวผ่านสายตาหลายต่อหลายคู่ไปยังลานเวทีด้านหน้า
ขยับย้ายไปตามจังหวะเสียงเพลง ปลดปล่อยอารมณ์ให้เพริ่ดไปตามบรรยากาศที่ชักนำ
ไม่ใส่ใจต่อดวงตาที่หิวกระหายที่ส่งผ่านมา
วันนี้เขาแค่อยากจะมาระบายความรู้สึกที่หนักอึ้งในจิตใจออกบ้างเท่านั้น
ท่ามกลางผู้คนมากมาย...ท่ามกลางสายตานับสิบนับร้อยคู่
แต่ก็ยังไม่ใช่... ทำไมยิ่งค้นหามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกที
ต้องหาอีกสักเท่าไหร่...ต้องไขว่คว้าอีกสักแค่ไหน...ถึงจะเติมหัวใจได้เต็มนะ
หันขวับไปมองด้านหลังทันทีที่เอวบางถูกสัมผัส
คยูฮยอนเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคุ้นตา แม้จะเจอกันแทบนับครั้งได้
แต่เนื่องจากอยู่วงการเดียวกันก็ทำให้คุ้นกันอยู่ไม่น้อย
“เทมป์??”
“ใครกล้าเอาลูกแมวของซุปเปอร์จูเนียร์มาปล่อยไว้แถวนี้เนี่ย” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยหยอกเย้า
มือหนายังถือวิสาสะโอบเอวของอีกฝ่ายไว้หลวมๆอีกด้วย คยูฮยอนตวัดตามองขวับ
“อย่ามารุ่มร่ามแถวนี้นะ” คนที่ถูกเรียกว่า “ลูกแมว” ขู่ฟ่อ
พยายามเบี่ยงตัวหนีคนที่เนียนดึงร่างเขาเข้าไปใกล้แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าไหร่
เทมโปตัวใหญ่กว่าเขามาก มีหรือคยูฮยอนจะสู้แรงแร็ปเปอร์หนุ่มของวงบิ๊กแบงค์ได้
“คิดถึงจังเลย...ไม่เห็นหน้าตั้งหลายวัน” เนียนก้มลงไปหอมแก้มนิ่มซะงั้น
คยูฮยอนถึงกับอ้าปากค้างกับการกระทำของคนหน้าไม่อาย มือเล็กตีเผียะเข้าที่อกกว้าง
“อยากเป็นข่าวนักหรือไง หรือเท่าที่ดังอยู่ยังไม่พอ”
เตือนสติคนตัวโตที่กำลังกลายร่างเป็นปลาหมึกยักษ์ แต่มีหรือคนอย่างเทมป์จะหยุด
“ถ้าคยูไม่ไปด้วยกัน ฉันก็จะยอมเป็นข่าวอยู่ตรงนี้แหละ”
ฟังเจ้าคนที่มีความรับผิดชอบสูงพูดเข้า นี่ถ้าพี่จียงมาได้ยินล่ะก็
คงจะได้โดนเอาขวดเหล้าปาหัวแตกก็คราวนี้แหละ
โทษฐานที่ไม่รู้จักรักษาภาพพจน์ของวงไว้บ้างเลย
“นะ...คยู” โดนออดหนักเข้าก็ยอมใจอ่อน
คยูฮยอนยอมเดินตามร่างสูงที่จับยึดมือไว้ไม่ปล่อยจนไปถึงรถสปอร์ตที่จอดไว้ด้านนอก
“คราวนี้...ห้องฉันนะ” ทำท่าเหมือนจะถามความคิดเห็น
แต่คยูฮยอนรู้ว่าถูกตัดสิทธิ์ในการออกความคิดไปแล้ว
ได้แต่ก้าวตามเข้าไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ
ไม่ลืมหันไปค้อนเล็กๆกับคนตัวโตที่นั่งครวญเพลงฮึมฮัมอย่างมีความสุข
ก็จะไม่ให้เทมโปมีความสุขได้ยังไง ได้ลูกแมวตัวสวยขนนุ่มไปนอนกอดทั้งคืนเชียวนะ
.
.
.
ร่างสูงกระทั้นกายเข้าหาเป็นจังหวะสุดท้าย ปลดปล่อยหยาดน้ำรักที่ล้นปรี่ออกมาจนหมด
ก่อนจะทิ้งตัวลงซบนิ่งกับแผ่นอกขาวบางที่รองรับอารมณ์เขามาเกือบจะสองชั่วโมง
ได้ยินเสียงคนตัวบางหอบจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้านไปหมด
ตาเรียวสวยคล้ายแมวหรี่ปรือจวนจะหลับเต็มที
เทมโปอดไม่ได้ที่จะเกลี่ยข้อนิ้วกับผิวแก้มนิ่มที่ตอนนี้ระเรื่อแดงด้วยแรงอารมณ์เบาๆ
“เหนื่อยไหม” ถามทั้งๆที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
ใบหน้าหวานพยักหงึกหงักแต่ไม่เปล่งเสียงออกมา
เหนื่อย...คยูฮยอนเหนื่อยแทบขาดใจ
ไม่นึกว่าจะตัดสินใจผิดถึงขนาดนี้ แล้วนี่เขาจะกลับห้องพักไหวได้ยังไง
“งั้นก็นอนซะ ค้างที่นี่เถอะนะ”
บอกพลางกดจูบลงกับริมฝีปากแดงอิ่มที่บวมช้ำเพราะถูกย้ำจูบครั้งแล้วครั้งเล่า
หวังอยู่ในใจว่าคืนนี้คงจะมีร่างนิ่มให้นอนกอดจนถึงเช้า
แต่คำว่า “ค้าง” กลับเรียกเรี่ยวแรงที่เหือดหายของคยูฮยอนให้กลับมาได้ราวปาฏิหาริย์
ร่างเพรียวยันตัวลุกขึ้นเกือบจะทันที
“ผม...ค้างไม่ได้” บอกแผ่วเบาพลางก้มหน้าหนีสายตาที่มองมาอย่างจับผิด
จะลุกหนีก็ติดมือหนาที่คว้าจับยึดข้อมือไว้แน่น
“ทำไม...” น้ำเสียงที่เข้มขึ้นทำให้รู้ว่าร่างสูงกำลังโกรธ ริมฝีปากบวมแดงจัดเม้มแน่น
จะแก้ตัวยังไงให้สบายใจกันทั้งสองฝ่ายนะ
“พรุ่งนี้...ผมมีงานเช้า” ข้อมือบางยิ่งถูกบีบแน่นกว่าเดิม
สายตาคมที่จับจ้องทำให้ต้องหลบต่ำ
“คยู...” น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงแววจริงจัง
“นี่เรากำลังคบกันอยู่ใช่หรือเปล่า”
เทมโปไม่อยากจะยอมรับ กลัวคำตอบที่กำลังจะได้รับ
แต่เขาก็ไม่อยากให้อะไรมันค้างคาใจอีกต่อไป ถึงจะรักไปแล้วทั้งใจ
แต่หากอีกฝ่ายไม่เคยคิดจะจริงจังด้วย เจ็บแค่ไหน...เขาก็คงต้องยอมปล่อยมือ
คยูฮยอนกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ
รับรู้กระแสขื่นเศร้าที่แฝงมาในประโยคสุดท้ายของคนตัวสูงได้เป็นอย่างดี
แต่จะให้คยูฮยอนทำอย่างไร ยอมรับว่าผูกพันอยู่มาก แต่...
คนที่ไม่ใช่...ยังไงก็ไม่มีวันที่จะใช่
ต้องหาอีกสักเท่าไหร่...ต้องไขว่คว้าอีกสักแค่ไหน...ถึงจะเติมหัวใจได้เต็มนะ
“ขอโทษ”
ไม่รู้จะตอบแทนอีกฝ่ายด้วยคำพูดไหนที่จะดีพอ
เทมป์หลับตานิ่ง มือหนาปล่อยข้อมือบางที่จับยึดให้เป็นอิสระ
พอๆกับที่ตัดใจปล่อยให้หัวใจของคนที่รักเป็นอิสระเช่นกัน
ในเมื่อจับยึดยังไงก็ไม่มีทางได้ ก็คงต้องปล่อยไปสินะ...
.
.
.
คยูฮยอนก้าวออกมาจนมายืนอยู่หน้าอพาร์ตเม้นต์
ตาเรียวคล้ายแมวหันรีหันขวางจะโบกรถแท็กซี่เพื่อกลับห้องพัก
แต่เนื่องจากล่วงเข้าเกือบจะตี 3 เต็มที รถราจึงบางตาลงไปมาก
ยืนเก้กังสักพักรถยนต์คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดลงต่อหน้า
กระจกสีดำเลื่อนลงพร้อมใบหน้าหล่อคมปรากฏให้เห็น
คยูฮยอนยิ้มกว้างให้กับพี่ชายของวง
“พี่คังอิน...”
“มาทำอะไรแถวนี้” สายตาคมตวัดมองเลยไปยังอพาร์ตเม้นต์ที่อยู่หลังร่างเล็กบาง
นึกใคร่ครวญว่ามีใครที่เขารู้จักพักอยู่ที่นี่บ้าง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
“มาเยี่ยมเพื่อนครับ พี่คังอิน...ผมกลับด้วยคนนะ”
รีบตัดบทพลางวิ่งตื๋ออ้อมมานั่งประจำด้านข้างคนขับ เมื่อน้องน้อยตัดบทแบบนี้
คังอินก็ไม่คิดจะสาวความต่อ ตัวเขาเองก็เหนื่อยจากการจัดรายการจนดึกดื่น
จึงไม่อยากซักมากให้หงุดหงิดกันทั้งสองฝ่าย
มือใหญ่จึงหักพวงมาลัยรถออกสู่ถนนกว้าง
จุดมุ่งหมายเดียวคือที่บ้านหลังใหญ่ที่มีสมาชิกถึง 13 คนรออยู่
กลับมาถึงไฟในบ้านก็ดับลงหมดแล้ว ซึ่งนั่นก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่
เปิดประตูรถได้ร่างเล็กบางก็ตั้งท่าจะเดินเข้าไปข้างใน แต่ก็ติดมือใหญ่ที่ยึดไว้ก่อน
“ทำไมพักนี้เอาแต่นอนที่คอนโดล่ะคยู...นายไม่ค่อยกลับบ้านเลยนะ”
คอนโดที่ว่าคือที่ๆคยูฮยอนใช้อาศัยหลับนอนอยู่ทุกวันมาเกือบจะเดือนเข้าไปแล้ว
ใบหน้าเรียวหวานก้มต่ำ จะให้บอกเหตุผลไปว่ายังไงดีล่ะ
จะให้บอกหรือว่าเพราะไม่ต้องการให้สมาชิกในวงรับรู้พฤติกรรมของตัวเอง
หรือเพราะไม่อยากให้รถไฟหลายๆขบวนชนกันน่ะ
“กลับมาพี่ก็ไม่อยู่ ผมอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน”
บอกเสียงอ่อนอ่อย เล่นเอาคังอินใจอ่อนยวบ
มือหนาดึงคนตัวเล็กกว่าเข้าไปกอดไว้แนบอก
“โธ่...นายก็รู้ว่าพี่ไม่มีเวลาจริงๆ” เพราะเขารู้ไงถึงหยิบยกข้อนี้ขึ้นมาเป็นข้ออ้าง
คยูฮยอนวาดวงแขนตอบรับแผ่นหลังแกร่งหนาไว้แนบแน่นเช่นกัน
“งั้นคืนนี้...อยู่กับผมนะครับ” ออดอ้อนอ่อนหวาน
น้ำเสียงสั่นเล็กๆคล้ายกับกำลังเขินอาย
ร่างสูงใหญ่ตอบรับเอาใจเกือบจะทันที
“ครับ...คืนนี้พี่จะอยู่กับคยู”
.
.
.
โชคดีจริงๆที่วันนี้รูมเมทของคยูฮยอนไม่อยู่ในห้อง
กระต่ายอวบคงจะหนีไปนอนห้องทงเฮอีกตามเคย
คยูฮยอนพลิกหันมามองคนตัวโตที่หลับสนิทอยู่ข้างกาย ก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นช้าๆ
นาฬิกาข้างฝาบอกเวลา ตี 5 เข้าไปแล้ว ทั้งๆที่ร่างกายเรียกร้องว่าอยากพักผ่อนเต็มที
แต่คยูฮยอนกลับนอนไม่หลับ ทั้งๆที่ในอ้อมอกกว้างแข็งแรงนี้ ทั้งอบอุ่น...ทั้งอ่อนโยน
แต่กลับไม่สามารถซึมลึกเข้าไปจนถึงหัวใจของเขาได้ เพราะ...
คนที่ไม่ใช่...ยังไงก้ไม่มีวันที่จะใช่
ต้องหาอีกสักเท่าไหร่...ต้องไขว่คว้าอีกสักแค่ไหน...ถึงจะเติมหัวใจได้เต็มนะ
ถอยออกมาลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าจนเรียบร้อย ร่างเพรียวก็ค่อยๆถอยร่นออกจากห้องพัก
ไฟทั้งบ้านยังมืดสนิท เช้าตรู่แบบนี้ใครตื่นมาก็คงจะแปลก
ลากขาลงจากชั้นสองไปนั่งปุอยู่ตรงโซฟาที่ห้องนั่งเล่นจนได้
ชันเข่าคู้ขึ้นกอดแนบอก ซบหน้าลงกับหัวเข่าพลางหลับตาลง
หนาว...ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยังหนาว ไม่ว่าจะกอดใครอีกสักกี่คนก็ยังหนาว
หนาว...จนจับขั้วหัวใจ
ร่างบอบบางสั่นไหว อารมณ์เหว่ว้ากลั่นจนเป็นหยดน้ำตาไหลอาบแก้มขาว
ทำไมถึงไม่เคยจับได้ ทำไมถึงเติมใจไม่เคยเต็ม
เหมือนไล่คว้าจับเงาที่มองเห็น...แต่ไม่อาจแตะต้อง
เหมือนเติมอากาศลงไปในขวดโหลเปล่า...เท่าไหร่ก็ไม่เต็ม
ยิ่งเติมมากเท่าไหร่...ก็ยิ่งเหว่ว้าในหัวใจ...มากเท่านั้น
เมื่อไหร่...ถึงจะเติมช่องว่างในหัวใจ...ได้เต็มเสียที
ฝ่ามืออุ่นที่แตะเบาๆที่หัวไหล่ทำให้ร่างเพรียวสะดุ้งขึ้นสุดตัว
หันขวับไปก็เห็นร่างสูงที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังโซฟาที่เขานั่ง
จับเค้าโครงหน้าไม่ได้เลยเพราะความมืดที่ล้อมรอบตัว
แต่คยูฮยอนก็ยังจำได้ดีว่าคนๆนี้คือใคร
“กลับมาแล้ว” เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหู นานเหลือเกินที่ไม่ได้ยิน
คยูฮยอนโถมเข้าหาร่างสูงทันที เรียกอีกฝ่ายทั้งๆที่เสียงพร่าสั่นเพราะแรงสะอื้น
“พี่จุมยอก”
เสียงหัวเราะเอ็นดูดังขึ้นข้างหู
มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเขาคล้ายจะปลอบประโลม
“อย่าร้อง...คนดี...พี่กลับมาแล้ว” พร่ำบอกคนที่ยังสะอื้นสั่นอยู่ในวงแขน
แต่ดูเหมือนยิ่งพูด คนตัวบางก็จะยิ่งสะอึกสะอื้นหนักเข้าไปอีก
“ผม...ผม...คิดถึงพี่จังเลย” กอดรัดร่างสูงให้แน่นเข้าไปอีก
น้ำตาที่ไม่มีใครเคยเห็นร่วงพราวจนทุกอย่างพร่าเลือนไปหมด
คยูฮยอนเคลียหน้ากับแผ่นอกกว้างอย่างคิดถึง เกือบเดือนแล้วที่ไม่ได้เจอหน้า
จะได้ยินเสียงก็แค่ผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น
แต่ละวันที่ผ่านไปทำให้คยูฮยอนแทบจะทนอยู่ไม่ได้
เหงา...จนต้องหาคนมาเติมเต็มหัวใจ
แต่ไม่ว่าจะหาอีกสักเท่าไหร่...ก้ไม่เคยถมช่องว่างในใจได้เต็มสักที
“พี่ก็คิดถึงนาย” กดจูบเบาๆบนหน้าผากเกลี้ยง
ค่อยๆไล้ริมฝีปากไล่จูบซับน้ำตาไปตามพวงแก้มนิ่ม
สุดท้ายก็มาหยุดที่กลีบปากบาง
กดจูบย้ำลงครั้งแล้วครั้งเล่าให้สมกับความคิดถึงที่เก็บกดมานาน
“ห่างกันเกือบเดือน เป็นเด็กดีหรือเปล่าครับ”
จุมยอกถามเมื่อตัดใจจากร่างบางที่เริ่มหอบหนักเพราะจูบที่ยาวนานได้
ตาคู่โตตวัดฉับ ถึงจะมองไม่เห็นแต่จุมยอกก็รู้ว่าแมวตัวน้อยกำลังค้อนให้เขาอยู่
“ไม่ดี” คำตอบสั้นห้วนทำเอาคิ้วเข้มได้รูปเลิกสูง
ทำหน้าเหมือนแปลกใจแต่รอยยิ้มกลับเกลื่อนใบหน้าคม
“อ้าว??”
“ไม่ต้องมาอ้าวเลย ผมเป็นเด็กไม่ดี เพราะผมเป็นเด็กไม่ดี พี่ถึงทิ้งผมไป”
ท่อนสุดท้ายสั่นกระท่อนกระแท่นเหมือนเจ้าตัวกำลังกลั้นสะอื้น
จุมยอกจึงโอบรัดร่างบางที่ทำท่าจะเบี่ยงตัวออกเอาไว้อีกครั้ง
“คยูก็รู้...พี่ไม่ได้อยากไปสักหน่อย เพราะงานจริงๆพี่ถึงต้องไป
แต่พี่ไม่ได้จะทิ้งคยูนะครับ” ปลอบร่างเพรียวบางที่ซุกอกเบาๆ
“พี่รักคยู...รักที่สุด รักมากขนาดนี้แล้วพี่จะทิ้งคยูไปได้ยังไง”
บอกย้ำลงไปข้างใบหูขาว
ถ้อยคำหวานที่กระซิบบอกข้างๆหูทำเอาคยูฮยอนถึงกับทำอะไรไม่ถูก
แค่ได้ยินคำว่ารักจากคนๆนี้ หัวใจของก็พองโตจนคับอกไปหมด
มันอัดแน่น เต็มตื้นไปหมดทั้งหัวใจ
“งั้น...พี่ก็พิสูจน์สิ...ที่ห้องของเรา” กลั้นใจบอกออกไปก็รีบซุกหน้าลงกับอกกว้างอีกครั้ง
อายแสนอายกับคำพูดที่เชิญชวนเปิดเผย จุมยอกหัวเราะเบาๆในลำคอ
กลับมาเหยียบแผ่นดินเกาหลีไม่ถึง 2 ช.ม.ก็ถูกแมวน้อยปั่นหัวเล่นซะแล้ว
แต่มือหนาก็ยังอุ้มช้อนคนตัวบางกว่าขึ้นมาแนบอก
แล้วเดินออกจากบ้านไปที่รถที่พึ่งจะลงมา ไปยังสถานที่ๆเป็นจุดมุ่งหมายของพวกเขา
ดวงตาคู่โตหลับพริ้ม อิงซบใบหน้าแนบกับอกกว้างอยู่อย่างนั้น
ทั้งๆที่พึ่งออกปากไปแท้ๆว่าจะ “พิสูจน์ความรัก” กับคนที่แสนคิดถึง
แต่เนื่องจากร่างกายที่ใช้งานไปอย่างหนัก หัวสมองที่ไม่เคยได้หยุดพัก
เมื่อมาเจอที่พักพิงที่ต้องการ ร่างกายก็โหยหาการพักผ่อนทันที
พยายามฝืนจะเปิดเปลือกตาขึ้นก็ทำไม่ได้ ร่างกายและหัวใจร้องสั่งว่าหยุดได้แล้ว
ก็เจอแล้ว...คนที่ใช่...จึงไม่ต้องไขว่คว้าหาอะไรอีก
เพราะว่าคือคนที่ใช่...จึงจะเติมหัวใจได้เต็ม...
อนุสติสุดท้ายเลือนรางลงทุกที แต่ริมฝีปากบางก็ยังฝืนขยับเป็นคำพูดเบาๆ
ใบหน้าคมโน้มลงเงี่ยหูฟังใกล้ๆ ก่อนรอยยิ้มบางๆจะระบายเต็มใบหน้าหล่อเหลา
เพราะคำพูดที่ได้ยิน น้ำเสียงที่ได้ฟัง รู้อยู่เต็มหัวใจ...เขาเท่านั้น...ที่ได้รับ...
"ผมรักพี่...พี่จุมยอก"
คยูฮยอนหลับไปแล้ว ลมหายใจที่สม่ำเสมอบอกจุมยอกอย่างนั้น
อดไม่ได้ที่จะกดจูบเบาๆที่หน้าผากมน
กระซิบแผ่วฝากสายลมไปให้ถึงในฝันของคนในอ้อมแขน
"พี่ก็รักนาย...คยูฮยอน"
.
.
.
เคยไหม...ที่ไขว้คว้าไปเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่า...ไม่พอ
ยิ่งโหยหาดิ้นรน...ก็ยิ่งรู้สึกว่า...ห่างไกล
เหมือนไล่คว้าจับเงาที่มองเห็น...แต่ไม่อาจแตะต้อง
เหมือนเติมอากาศลงไปในขวดโหลเปล่า...เท่าไหร่ก็ไม่เต็ม
ยิ่งเติมมากเท่าไหร่...ก็ยิ่งเหว่ว้าในหัวใจ...มากเท่านั้น
แต่...
หากว่าเป็นคนที่หัวใจต้องการแล้ว เพียงแค่คำว่า “รัก” บางเบา
ก็ถมเต็มความเหงา ความว่างเปล่า ได้จนเต็ม
เพราะว่าคือคนที่ใช่...จึงจะเติมหัวใจได้เต็ม...
END.
@~Talk~@
ไรเตอร์อยู่ในโหมดคลั่ง 2JO รุนแรง!!
ออกมาแต่ละเรื่องช่วงนี้ 2JO ตลอดเลย เนอะ...
ถึงจะไม่ real แต่ก็จิ้นได้เรื่อยๆ น้องๆกลมกล่อมเหมือนกาแฟผสมนม
เห็นด้วยไหมล่ะคะ ฮุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
หลายคนแอบรีเควสคู่อื่น จะพยายามใช้หัวสมองอันน้อยนิดจัดให้
แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นะเออ (แอบแรมต่ำ)
เง้อ~~~อยากให้ 2JO ครองแผ่นดินบ้างจัง >////<
เชิญหนุกหนานกันตามสบายค่ะ ^-^